หมายเลขประกาศ22057909
Retail Media Network คืออะไร เทรนด์ยิงแอด E-commerce 2026 ที่แบรนด์ต้องรู้เพื่อไม่ให้สูญเปล่า
ข้อมูลสินค้า
ประเภทการขายขาย/ให้เช่า/บริการ
สภาพสินค้าใหม่
ราคาสอบถามรายละเอียด
ข้อมูลผู้ขาย
ชื่อผู้ขายDigitalD2M
ประเภทผู้ขายบุคคล
ประเภทสมาชิกสมาชิกที่ส่งหลักฐาน
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
งบยิงแอดบน Social กำลังแพงขึ้นทุกปี แต่ลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจซื้อตอนกำลังเปิดแอปช้อปปิ้งอยู่แล้ว ทำไมแบรนด์ยังไม่ตามไปหาเขาตรงนั้น
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือคนดูแลแอด คุณอาจเคยรู้สึกว่า Retail Media Network เป็นคำที่ได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2026 แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันต่างจากการยิงแอด Facebook หรือ Google ตรงไหน และทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงเริ่มโยกงบมาทางนี้กันมากขึ้น
คำตอบสั้น ๆ คือ Retail Media Network ไม่ใช่แค่ "แอดอีกช่องทาง" แต่มันคือการยิงแอด ณ จุดที่ลูกค้ากำลังเปิดกระเป๋าสตางค์อยู่จริง ไม่ใช่จุดที่เขาแค่กำลังเลื่อนฟีดดูเพื่อนหรือค้นหาข้อมูลทั่วไป นี่คือความต่างที่ทำให้ Conversion Rate ของสื่อประเภทนี้มักสูงกว่าสื่อดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาคือ หลายธุรกิจยังเข้าใจว่า Shopee Ads หรือ Lazada Sponsored Solutions เป็นแค่ "ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพื่อให้สินค้าติดหน้าแรก" โดยไม่ได้มองว่านี่คือ Media Buying รูปแบบหนึ่งที่ต้องวางกลยุทธ์ วัดผล และปรับ Budget เหมือนกับที่ทำบน Facebook หรือ Google Ads
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกว่า Retail Media Network คืออะไรจริง ๆ ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และธุรกิจควรวางงบยิงแอด E-commerce อย่างไรให้ไม่สูญเปล่า
สิ่งที่ต้องย้ำตั้งแต่ต้นคือ ตัวเลข Impression หรือ Click บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสูงแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะโตเสมอไป ถ้ายังไม่เข้าใจว่า Signal เหล่านั้นเชื่อมกลับไปยัง Revenue จริงได้อย่างไร
สารบัญบทความ
1. Retail Media Network คืออะไร
2. ทำไมปี 2026 คือปีทองของ Retail Media
3. Retail Media ต่างจาก Social Ads และ Search Ads อย่างไร
4. Shopee Ads ทำงานอย่างไร
5. Lazada Sponsored Solutions คืออะไร
6. TikTok Shop Ads เปลี่ยนเกมอย่างไร
7. Framework REACH สำหรับวางกลยุทธ์ Retail Media
8. Masterclass 3 มุมมองการใช้ Retail Media จริง
9. Danger Zone จุดพลาดที่ทำให้งบ Retail Media สูญเปล่า
10. Checklist ก่อนเริ่มยิงแอดบน Retail Media Network
11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retail Media Network
12. สรุป
Retail Media Network คืออะไร
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด Retail Media Network คือระบบโฆษณาที่แพลตฟอร์มค้าปลีกหรือ E-commerce สร้างขึ้นมาเอง เพื่อขายพื้นที่โฆษณาให้แบรนด์ยิงแอดหาลูกค้าที่กำลังช้อปปิ้งอยู่บนแพลตฟอร์มนั้น ๆ โดยตรง เช่น Shopee Ads, Lazada Sponsored Solutions, หรือ TikTok Shop Ads
สิ่งที่ทำให้สื่อประเภทนี้ต่างจาก Facebook Ads หรือ Google Ads คือข้อมูล First-Party Data ที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ถืออยู่ในมือ พวกเขารู้ว่าลูกค้าคนนี้เคยซื้ออะไร กำลังดูอะไรอยู่ และมีแนวโน้มจะกดซื้อสินค้าประเภทไหนต่อ ข้อมูลระดับนี้ทำให้ Targeting แม่นกว่าการเดา Interest แบบสื่อ Social ทั่วไป
แต่ต้องระวังว่า Retail Media ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทำให้ทุกแบรนด์ขายดีเหมือนกัน ถ้าสินค้าไม่มี Reviews ดี ราคาไม่แข่งขันได้ หรือ Listing ไม่น่าคลิก ต่อให้จ่ายค่าโฆษณาแพงแค่ไหนก็ยังแปลงเป็นยอดขายได้ยาก
ทำไมปี 2026 คือปีทองของ Retail Media
เหตุผลหลักคือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว คนจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นค้นหาสินค้าจาก Google หรือเลื่อนดู Facebook อีกต่อไป แต่เปิดแอป Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ขึ้นมาค้นหาโดยตรง นี่คือ Search Intent ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเอง
อีกเหตุผลคือ Third-Party Cookie กำลังหายไปทีละแพลตฟอร์ม ทำให้การยิงแอดบน Social และ Search แบบเดิมแม่นน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะที่ Retail Media Network อาศัย First-Party Data ของแพลตฟอร์มเอง ซึ่งไม่ต้องพึ่งคุกกี้บุคคลที่สาม จึงกลายเป็นทางเลือกที่ Data-Driven Marketing มองว่ามั่นคงกว่าในระยะยาว
ต้องดูว่าจุดนี้เชื่อมกลับไปยัง Business Outcome อย่างไร ถ้างบยิงแอดของคุณกระจุกอยู่ที่ Social Ads เพียงช่องทางเดียว ปี 2026 อาจเป็นปีที่ต้องเริ่มทดสอบ Retail Media เพื่อกระจายความเสี่ยงและจับ Purchase Intent ที่ใกล้จุดตัดสินใจซื้อมากกว่าเดิม
Retail Media ต่างจาก Social Ads และ Search Ads อย่างไร
ความต่างสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งใน Customer Journey ไม่ใช่แค่ช่องทาง สื่อ Social อย่าง Facebook Ads มักทำหน้าที่สร้าง Brand Awareness หรือกระตุ้นความสนใจตั้งแต่ยังไม่มี Intent ชัดเจน ส่วน Search Ads บน Google จับ Intent ตอนคนกำลังค้นหาข้อมูล แต่ Retail Media จับลูกค้าในจังหวะที่ใกล้ปิดการขายที่สุด นั่นคือตอนที่เขาเปิดแอปช้อปปิ้งพร้อมบัตรเครดิตอยู่แล้ว
ถ้าธุรกิจของคุณใช้ทั้งสามสื่อร่วมกัน ควรมองภาพรวมของ Sales Funnel ทั้งเส้น ไม่ใช่วัดแต่ละช่องทางแยกกัน หากต้องการเรียนรู้การวางโครงสร้างแคมเปญ Facebook ให้เชื่อมกับ Retargeting ฝั่งอีคอมเมิร์ซได้แม่นยำขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/facebook-ads-course-zero-to-advance/ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการเชื่อมโยง Pixel และ Conversion API เพื่อวัดผลข้าม Journey ได้ดีขึ้น
ในทางกลับกัน ถ้าธุรกิจของคุณยังใช้ Google Shopping หรือ Performance Max ควบคู่ไปกับ Retail Media การเข้าใจว่า Attribution ของแต่ละสื่อทับซ้อนกันตรงไหนเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นอาจตีความว่า Retail Media "ปิดยอดขาย" ทั้งที่จริง ๆ Google Ads เป็นคนสร้าง Intent ตั้งแต่ต้นทาง
Shopee Ads ทำงานอย่างไร
Shopee Ads เป็นระบบ Auction แบบ Pay-per-Click คล้าย Google Search Ads คือแบรนด์ประมูลคำค้นหาเพื่อให้สินค้าติดอันดับต้น ๆ เวลาลูกค้าพิมพ์คำค้นในแอป จุดสำคัญคือ Quality Score ของ Listing เช่น Rating จำนวนขายสะสม และ Conversion Rate ในอดีต มีผลต่อราคาประมูลไม่ต่างจาก Quality Score ใน Google Ads
สิ่งที่ต้องระวังคือ ธุรกิจจำนวนมากดู CTR สูงแล้วสรุปว่าแอดดี แต่ยังไม่ได้ตรวจว่า Click เหล่านั้นแปลงเป็น Order จริงกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้า Conversion ต่ำ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แอด แต่อยู่ที่หน้า Listing สินค้าเอง
Lazada Sponsored Solutions คืออะไร
Lazada ใช้โมเดลใกล้เคียงกัน แต่มีจุดต่างที่ Sponsored Solutions เปิดให้แบรนด์ยิงแอดได้ทั้งในหน้า Search Result และหน้า Category ทำให้ควบคุมได้ว่าอยากโชว์สินค้าตอนลูกค้ากำลังค้นหาแบบเจาะจง หรือตอนกำลังเดินดูหมวดหมู่แบบกว้าง ๆ
จุดที่ต้องตัดสินใจคือ Budget Allocation ระหว่างสองโหมดนี้ ถ้าสินค้าคุณเป็น Brand ที่ลูกค้ารู้จักอยู่แล้ว การเน้น Search Result อาจคุ้มกว่า แต่ถ้าเป็นสินค้าใหม่ที่ต้องการ Awareness การยิงในหน้า Category อาจช่วยให้คนเจอสินค้าโดยไม่ต้องรู้จักชื่อแบรนด์มาก่อน
TikTok Shop Ads เปลี่ยนเกมอย่างไร
TikTok Shop Ads ต่างจากสองแพลตฟอร์มข้างต้นตรงที่ผสม Content Marketing เข้ากับ Retail Media ในกล่องเดียว ลูกค้าอาจไม่ได้ตั้งใจค้นหาสินค้ามาก่อน แต่เห็นวิดีโอรีวิวหรือ Live ขายของ แล้วกดซื้อทันทีในแอปเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Shoppable Content ซึ่งย่นระยะเวลาระหว่าง Awareness กับ Purchase ให้สั้นลงอย่างมาก
แต่จุดที่ต้องระวังคือ Performance ของ TikTok Shop Ads มักผูกกับคุณภาพครีเอทีฟมากกว่า Targeting เพราะฉะนั้นถ้า Conversion ต่ำ อย่ารีบสรุปว่ากลุ่มเป้าหมายผิด ให้ตรวจ Creative และ Hook ในวิดีโอก่อนเป็นอันดับแรก
Framework REACH สำหรับวางกลยุทธ์ Retail Media
เพื่อไม่ให้การยิงแอดบน Retail Media Network กลายเป็นการเผางบแบบไม่มีทิศทาง ผมสรุปเป็น Framework ที่จำง่ายชื่อ REACH ให้ใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนเริ่มแคมเปญ
1. R - Research Listing ก่อนยิงแอด
ตรวจว่า Rating รูปสินค้า และคำอธิบายพร้อมรับ Traffic แล้วหรือยัง ก่อนเสียเงินโปรโมต
2. E - Engage ด้วยคำค้นที่ Intent สูง
เลือกคำค้นหาที่ลูกค้าใช้ตอนใกล้ตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่คำกว้าง ๆ ที่ได้ Impression เยอะ
3. A - Allocate Budget ตาม Funnel
แบ่งงบระหว่างสินค้าขายดีที่ปิดยอดง่าย กับสินค้าใหม่ที่ต้องการ Awareness
4. C - Convert ด้วย Retargeting ข้ามแพลตฟอร์ม
ใช้ข้อมูลจาก Retail Media ควบคู่กับ Facebook Ads เพื่อตามลูกค้าที่เคยดูสินค้าแต่ยังไม่ซื้อ
5. H - Harness ข้อมูลกลับไปยัง Business Outcome
อย่าวัดแค่ Click หรือ Impression แต่ต้องดูว่าแคมเปญไหนสร้าง Order และ Margin จริง
ถ้าต้องการนำ Framework นี้ไปวางแผนร่วมกับการยิงแอดบน Google Shopping หรือ Performance Max เพื่อดึงลูกค้าที่ค้นหาสินค้าจาก Search มาปิดยอดบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
Masterclass 3 มุมมองการใช้ Retail Media จริง
1. อย่าใช้ Retail Media แทนที่ First-Party Data ของตัวเอง
แนวคิด: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีข้อมูลลูกค้าของเขาเอง แต่ธุรกิจยังจำเป็นต้องเก็บ Customer Data ของตัวเองไว้ควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวทั้งหมด
วิธีการนำไปปรับใช้: ใช้ Retail Media เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ แต่ดึงลูกค้าที่ซื้อแล้วเข้าสู่ CRM หรือ LINE OA ของแบรนด์เอง เพื่อสร้าง Retention ในระยะยาว
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: แบรนด์สกินแคร์ที่ขายผ่าน Shopee มักแนบใบปลิวใน Order เชิญลูกค้าเข้า LINE OA เพื่อรับส่วนลดครั้งถัดไป ซึ่งช่วยเพิ่ม Customer Lifetime Value โดยไม่ต้องเสียค่า Retail Media ซ้ำทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาซื้อ
2. วัด ROAS แยกตามช่วงของ Funnel ไม่ใช่รวมทั้งบัญชี
แนวคิด: การดู ROAS รวมทั้งบัญชีอาจบดบังว่าแคมเปญไหนกำลังทำหน้าที่สร้าง Awareness และแคมเปญไหนกำลังปิดยอดจริง
วิธีการนำไปปรับใช้: แยกดู Metric ของแคมเปญ Search Result กับแคมเปญ Category แยกกัน แล้วเทียบ Conversion Rate ของแต่ละแบบ
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ถ้าเคยสงสัยว่าทำไม Metric บางตัวดูดีแต่ยอดขายไม่มาตามที่คาด ลองศึกษาวิธีตั้งสูตรวัดผลที่แม่นยำกว่าตัวเลขมาตรฐานในบทความ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/custom-metrics-facebook-ads/
3. ระวังคู่แข่งโผล่มาแย่งลูกค้าในหน้าเดียวกัน
แนวคิด: Retail Media Network หลายแพลตฟอร์มเปิดให้คู่แข่งซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้า Listing สินค้าคุณได้ตรง ๆ ทำให้ลูกค้าที่กำลังจะซื้อของคุณอาจเปลี่ยนใจไปซื้อคู่แข่งแทน
วิธีการนำไปปรับใช้: ต้องเข้าใจกลไกโฆษณาที่คู่แข่งแทรกในโพสต์หรือหน้าสินค้าของคุณเอง เพื่อวางกลยุทธ์ป้องกันหรือใช้กลไกเดียวกันตอบโต้
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดแค่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ฝั่ง Facebook เองก็เริ่มมีรูปแบบคล้ายกัน ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/multi-advertiser-ads-facebook/
Danger Zone จุดพลาดที่ทำให้งบ Retail Media สูญเปล่า
ข้อผิดพลาดที่ 1 ยิงแอดโดยไม่เช็ก Listing ก่อน
หลายแบรนด์รีบเปิดแอดทันทีที่เปิดร้าน ทั้งที่ Listing ยังไม่มี Review ผลเสียคือ Click มาเยอะแต่ Conversion ต่ำมาก ทำให้ค่า Cost per Order พุ่งสูงโดยไม่จำเป็น แนวทางคือสะสม Order ธรรมชาติก่อนอย่างน้อยระดับหนึ่งค่อยเพิ่มงบโฆษณา
ข้อผิดพลาดที่ 2 มองว่า Retail Media ทดแทน Brand Building ได้ทั้งหมด
Retail Media เก่งเรื่องปิดการขาย แต่ไม่ได้สร้าง Brand Trust ระยะยาวเหมือน Content หรือ Social Ads ผลเสียคือธุรกิจอาจขายได้ในระยะสั้นแต่ไม่มีลูกค้าประจำ แนวทางคือใช้ Retail Media คู่กับ Content Marketing เพื่อสร้าง Brand Awareness ควบคู่กันไป
ข้อผิดพลาดที่ 3 ไม่แยก Metric ตามช่วงเวลาโปรโมชั่น
ช่วง Mega Campaign อย่าง 11.11 หรือ 12.12 การประมูลจะแพงขึ้นมาก ถ้าไม่แยกวิเคราะห์ ROAS ช่วงนี้ออกจากวันปกติ อาจสรุปผิดว่ากลยุทธ์ใช้ได้ผลตลอดทั้งปี ผลเสียคือวางแผนงบผิดในเดือนถัดไป แนวทางคือทำ Benchmark แยกตามช่วงเวลาเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 4 ละเลยการเชื่อมข้อมูลกลับไปยัง Margin จริง
บาง SKU มี ROAS สูงแต่กำไรต่อชิ้นบางมาก ผลเสียคือยิ่งขายดียิ่งขาดทุน แนวทางคือคำนวณ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าแอดก่อนตัดสินใจดันงบเพิ่ม
ข้อผิดพลาดที่ 5 ใช้ Budget เท่ากันทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ทดสอบก่อน
แต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมลูกค้าต่างกัน ผลเสียคือเสียงบไปกับช่องทางที่ไม่เหมาะกับสินค้าจริง แนวทางคือเริ่มทดสอบงบเล็ก ๆ ในแต่ละแพลตฟอร์มก่อน แล้วค่อยขยายตามผลลัพธ์จริง
Checklist ก่อนเริ่มยิงแอดบน Retail Media Network
- ตรวจ Rating และ Review ของสินค้าว่าพร้อมรับ Traffic แล้วหรือยัง
- เช็กว่ารูปสินค้าและ Title มีคำค้นที่ลูกค้าใช้จริงหรือไม่
- แยก Budget ระหว่างแคมเปญ Search Result กับ Category
- ตรวจว่าคำนวณ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแล้วหรือยัง
- ดูว่า Conversion Rate ของแต่ละคำค้นต่างกันมากน้อยแค่ไหน
- ตรวจว่ามีการเชื่อมข้อมูลลูกค้ากลับเข้า CRM หรือ LINE OA หรือไม่
- เช็ก Benchmark ROAS แยกช่วง Mega Campaign กับวันปกติ
- ทดสอบงบเล็กในแต่ละแพลตฟอร์มก่อนขยาย Budget
- ตรวจว่าครีเอทีฟบน TikTok Shop มี Hook ที่ดึงความสนใจจริงหรือไม่
- ดูว่าคู่แข่งกำลังยิงแอดแทรกในหน้าสินค้าคุณอยู่หรือไม่
- ตรวจว่าแคมเปญ Retail Media เชื่อมกับ Retargeting บน Facebook Ads แล้วหรือยัง
- สรุป Business Outcome รายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ดู Impression หรือ Click
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retail Media Network
Retail Media Network ต่างจาก Programmatic Ads อย่างไร
Programmatic Ads ซื้อพื้นที่โฆษณาผ่านระบบ Auction บนเว็บไซต์ทั่วไปนอกแพลตฟอร์ม แต่ Retail Media Network คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกโดยตรง เช่น Shopee หรือ Lazada ซึ่งมีข้อมูล Purchase Intent ของลูกค้าแม่นยำกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มยิงแอด Retail Media ตอนไหน
ควรเริ่มหลังจากสินค้ามี Order ธรรมชาติและ Review อย่างน้อยระดับหนึ่งแล้ว เพราะการยิงแอดตอน Listing ยังไม่มีความน่าเชื่อถือมักได้ Conversion Rate ต่ำ ทำให้เสียงบไปโดยไม่คุ้ม
Retail Media Network ใช้ทดแทน Facebook Ads ได้เลยหรือไม่
ไม่ควรใช้ทดแทนกันทั้งหมด เพราะทำหน้าที่ต่างจุดใน Customer Journey Facebook Ads เก่งเรื่องสร้าง Awareness และ Retargeting ส่วน Retail Media เก่งเรื่องปิดการขายตอนลูกค้าใกล้ตัดสินใจซื้อ ควรใช้ประกอบกัน
ทำไม ROAS บน Shopee Ads ช่วง 11.11 ถึงต่างจากวันปกติมาก
เพราะช่วง Mega Campaign มีคู่แข่งประมูลคำค้นสูงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนต่อคลิกแพงขึ้น ขณะที่ Conversion Rate อาจสูงขึ้นตามไปด้วยเพราะลูกค้าตั้งใจซื้อของช่วงนี้อยู่แล้ว ต้องแยก Benchmark ทั้งสองช่วงออกจากกันเสมอ
ควรวัดผล Retail Media Network ด้วย Metric อะไรนอกจาก ROAS
ควรดู Conversion Rate ต่อคำค้น Cost per Order และที่สำคัญคือ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เพราะ ROAS สูงไม่ได้แปลว่าธุรกิจมีกำไรเสมอไปหากต้นทุนสินค้าหรือค่าธรรมเนียมสูงตามไปด้วย
สรุป
Retail Media Network ไม่ใช่แค่เทรนด์ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของงบโฆษณาไปยังจุดที่ลูกค้าใกล้ตัดสินใจซื้อที่สุด สิ่งที่บทความนี้อยากให้คุณเก็บกลับไปคือ อย่ามอง Shopee Ads, Lazada Ads หรือ TikTok Shop Ads เป็นแค่ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่ให้มองเป็น Media Buying ที่ต้องวัดผลเป็นระบบเหมือนสื่ออื่น
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า ROAS สูงเท่ากับกำไรสูง ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องดู Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มก่อนเสมอ และต้องเข้าใจว่าแต่ละสื่อทำหน้าที่ต่างกันใน Customer Journey ไม่สามารถใช้ตัวใดตัวหนึ่งทดแทนกันได้ทั้งหมด
สิ่งที่ต้องทำต่อคือเริ่มทดสอบงบเล็ก ๆ ในแต่ละแพลตฟอร์ม เก็บข้อมูล Conversion Rate แยกตามคำค้นและช่วงเวลา แล้วค่อยขยายงบตามผลลัพธ์จริง หากธุรกิจต้องการให้ทีมช่วยวางโครงสร้างแคมเปญและเชื่อมข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มให้ครบวงจร สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/our-service/
ตามข้อมูลจาก IAB (Interactive Advertising Bureau) Retail Media ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสื่อที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ธุรกิจในไทยเริ่มสัมผัสได้จากอัตราการแข่งขันบน Shopee และ Lazada ที่สูงขึ้นทุกปี
Business Bottom Line คือ อย่าถามแค่ว่ายิงแอด Retail Media แล้ว ROAS เท่าไร ต้องถามต่อว่า Order เหล่านั้นทำกำไรจริงหรือไม่ และลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกจะกลับมาซื้อซ้ำผ่านช่องทางที่ธุรกิจควบคุมได้เองหรือเปล่า
อย่าดูแค่ ROAS บนแอปช้อปปิ้ง ให้ดูด้วยว่ากำไรจริงเหลือเท่าไรหลังหักค่าธรรมเนียม
ถ้าต้องการทีมช่วยวางกลยุทธ์ยิงแอดข้ามแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, Google และ E-commerce ให้เชื่อมกันเป็น Funnel เดียว ปรึกษาเราได้เลย
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการวางกลยุทธ์ยิงแอดบนแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ขอแนะนำคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์จาก DigitalD2M ครับ
คอร์สนี้จะสอนให้คุณเข้าใจวิธีการวางแคมเปญ Retail Media ร่วมกับสื่อช่องทางอื่น เพื่อให้ลูกค้าที่ค้นหา ตัดสินใจ และกลับมาซื้อซ้ำในวงจรที่ยั่งยืน สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที
คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางกลยุทธ์ยิงแอด Retail Media Network ให้เชื่อมกับ Retargeting Facebook และ Google ที่มี สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
https://digitald2m.com/
https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Retail Media Network โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือคนดูแลแอด คุณอาจเคยรู้สึกว่า Retail Media Network เป็นคำที่ได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2026 แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันต่างจากการยิงแอด Facebook หรือ Google ตรงไหน และทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงเริ่มโยกงบมาทางนี้กันมากขึ้น
คำตอบสั้น ๆ คือ Retail Media Network ไม่ใช่แค่ "แอดอีกช่องทาง" แต่มันคือการยิงแอด ณ จุดที่ลูกค้ากำลังเปิดกระเป๋าสตางค์อยู่จริง ไม่ใช่จุดที่เขาแค่กำลังเลื่อนฟีดดูเพื่อนหรือค้นหาข้อมูลทั่วไป นี่คือความต่างที่ทำให้ Conversion Rate ของสื่อประเภทนี้มักสูงกว่าสื่อดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาคือ หลายธุรกิจยังเข้าใจว่า Shopee Ads หรือ Lazada Sponsored Solutions เป็นแค่ "ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพื่อให้สินค้าติดหน้าแรก" โดยไม่ได้มองว่านี่คือ Media Buying รูปแบบหนึ่งที่ต้องวางกลยุทธ์ วัดผล และปรับ Budget เหมือนกับที่ทำบน Facebook หรือ Google Ads
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกว่า Retail Media Network คืออะไรจริง ๆ ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และธุรกิจควรวางงบยิงแอด E-commerce อย่างไรให้ไม่สูญเปล่า
สิ่งที่ต้องย้ำตั้งแต่ต้นคือ ตัวเลข Impression หรือ Click บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสูงแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะโตเสมอไป ถ้ายังไม่เข้าใจว่า Signal เหล่านั้นเชื่อมกลับไปยัง Revenue จริงได้อย่างไร
สารบัญบทความ
1. Retail Media Network คืออะไร
2. ทำไมปี 2026 คือปีทองของ Retail Media
3. Retail Media ต่างจาก Social Ads และ Search Ads อย่างไร
4. Shopee Ads ทำงานอย่างไร
5. Lazada Sponsored Solutions คืออะไร
6. TikTok Shop Ads เปลี่ยนเกมอย่างไร
7. Framework REACH สำหรับวางกลยุทธ์ Retail Media
8. Masterclass 3 มุมมองการใช้ Retail Media จริง
9. Danger Zone จุดพลาดที่ทำให้งบ Retail Media สูญเปล่า
10. Checklist ก่อนเริ่มยิงแอดบน Retail Media Network
11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retail Media Network
12. สรุป
Retail Media Network คืออะไร
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด Retail Media Network คือระบบโฆษณาที่แพลตฟอร์มค้าปลีกหรือ E-commerce สร้างขึ้นมาเอง เพื่อขายพื้นที่โฆษณาให้แบรนด์ยิงแอดหาลูกค้าที่กำลังช้อปปิ้งอยู่บนแพลตฟอร์มนั้น ๆ โดยตรง เช่น Shopee Ads, Lazada Sponsored Solutions, หรือ TikTok Shop Ads
สิ่งที่ทำให้สื่อประเภทนี้ต่างจาก Facebook Ads หรือ Google Ads คือข้อมูล First-Party Data ที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ถืออยู่ในมือ พวกเขารู้ว่าลูกค้าคนนี้เคยซื้ออะไร กำลังดูอะไรอยู่ และมีแนวโน้มจะกดซื้อสินค้าประเภทไหนต่อ ข้อมูลระดับนี้ทำให้ Targeting แม่นกว่าการเดา Interest แบบสื่อ Social ทั่วไป
แต่ต้องระวังว่า Retail Media ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทำให้ทุกแบรนด์ขายดีเหมือนกัน ถ้าสินค้าไม่มี Reviews ดี ราคาไม่แข่งขันได้ หรือ Listing ไม่น่าคลิก ต่อให้จ่ายค่าโฆษณาแพงแค่ไหนก็ยังแปลงเป็นยอดขายได้ยาก
ทำไมปี 2026 คือปีทองของ Retail Media
เหตุผลหลักคือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว คนจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นค้นหาสินค้าจาก Google หรือเลื่อนดู Facebook อีกต่อไป แต่เปิดแอป Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ขึ้นมาค้นหาโดยตรง นี่คือ Search Intent ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเอง
อีกเหตุผลคือ Third-Party Cookie กำลังหายไปทีละแพลตฟอร์ม ทำให้การยิงแอดบน Social และ Search แบบเดิมแม่นน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะที่ Retail Media Network อาศัย First-Party Data ของแพลตฟอร์มเอง ซึ่งไม่ต้องพึ่งคุกกี้บุคคลที่สาม จึงกลายเป็นทางเลือกที่ Data-Driven Marketing มองว่ามั่นคงกว่าในระยะยาว
ต้องดูว่าจุดนี้เชื่อมกลับไปยัง Business Outcome อย่างไร ถ้างบยิงแอดของคุณกระจุกอยู่ที่ Social Ads เพียงช่องทางเดียว ปี 2026 อาจเป็นปีที่ต้องเริ่มทดสอบ Retail Media เพื่อกระจายความเสี่ยงและจับ Purchase Intent ที่ใกล้จุดตัดสินใจซื้อมากกว่าเดิม
Retail Media ต่างจาก Social Ads และ Search Ads อย่างไร
ความต่างสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งใน Customer Journey ไม่ใช่แค่ช่องทาง สื่อ Social อย่าง Facebook Ads มักทำหน้าที่สร้าง Brand Awareness หรือกระตุ้นความสนใจตั้งแต่ยังไม่มี Intent ชัดเจน ส่วน Search Ads บน Google จับ Intent ตอนคนกำลังค้นหาข้อมูล แต่ Retail Media จับลูกค้าในจังหวะที่ใกล้ปิดการขายที่สุด นั่นคือตอนที่เขาเปิดแอปช้อปปิ้งพร้อมบัตรเครดิตอยู่แล้ว
ถ้าธุรกิจของคุณใช้ทั้งสามสื่อร่วมกัน ควรมองภาพรวมของ Sales Funnel ทั้งเส้น ไม่ใช่วัดแต่ละช่องทางแยกกัน หากต้องการเรียนรู้การวางโครงสร้างแคมเปญ Facebook ให้เชื่อมกับ Retargeting ฝั่งอีคอมเมิร์ซได้แม่นยำขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/facebook-ads-course-zero-to-advance/ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการเชื่อมโยง Pixel และ Conversion API เพื่อวัดผลข้าม Journey ได้ดีขึ้น
ในทางกลับกัน ถ้าธุรกิจของคุณยังใช้ Google Shopping หรือ Performance Max ควบคู่ไปกับ Retail Media การเข้าใจว่า Attribution ของแต่ละสื่อทับซ้อนกันตรงไหนเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นอาจตีความว่า Retail Media "ปิดยอดขาย" ทั้งที่จริง ๆ Google Ads เป็นคนสร้าง Intent ตั้งแต่ต้นทาง
Shopee Ads ทำงานอย่างไร
Shopee Ads เป็นระบบ Auction แบบ Pay-per-Click คล้าย Google Search Ads คือแบรนด์ประมูลคำค้นหาเพื่อให้สินค้าติดอันดับต้น ๆ เวลาลูกค้าพิมพ์คำค้นในแอป จุดสำคัญคือ Quality Score ของ Listing เช่น Rating จำนวนขายสะสม และ Conversion Rate ในอดีต มีผลต่อราคาประมูลไม่ต่างจาก Quality Score ใน Google Ads
สิ่งที่ต้องระวังคือ ธุรกิจจำนวนมากดู CTR สูงแล้วสรุปว่าแอดดี แต่ยังไม่ได้ตรวจว่า Click เหล่านั้นแปลงเป็น Order จริงกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้า Conversion ต่ำ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แอด แต่อยู่ที่หน้า Listing สินค้าเอง
Lazada Sponsored Solutions คืออะไร
Lazada ใช้โมเดลใกล้เคียงกัน แต่มีจุดต่างที่ Sponsored Solutions เปิดให้แบรนด์ยิงแอดได้ทั้งในหน้า Search Result และหน้า Category ทำให้ควบคุมได้ว่าอยากโชว์สินค้าตอนลูกค้ากำลังค้นหาแบบเจาะจง หรือตอนกำลังเดินดูหมวดหมู่แบบกว้าง ๆ
จุดที่ต้องตัดสินใจคือ Budget Allocation ระหว่างสองโหมดนี้ ถ้าสินค้าคุณเป็น Brand ที่ลูกค้ารู้จักอยู่แล้ว การเน้น Search Result อาจคุ้มกว่า แต่ถ้าเป็นสินค้าใหม่ที่ต้องการ Awareness การยิงในหน้า Category อาจช่วยให้คนเจอสินค้าโดยไม่ต้องรู้จักชื่อแบรนด์มาก่อน
TikTok Shop Ads เปลี่ยนเกมอย่างไร
TikTok Shop Ads ต่างจากสองแพลตฟอร์มข้างต้นตรงที่ผสม Content Marketing เข้ากับ Retail Media ในกล่องเดียว ลูกค้าอาจไม่ได้ตั้งใจค้นหาสินค้ามาก่อน แต่เห็นวิดีโอรีวิวหรือ Live ขายของ แล้วกดซื้อทันทีในแอปเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Shoppable Content ซึ่งย่นระยะเวลาระหว่าง Awareness กับ Purchase ให้สั้นลงอย่างมาก
แต่จุดที่ต้องระวังคือ Performance ของ TikTok Shop Ads มักผูกกับคุณภาพครีเอทีฟมากกว่า Targeting เพราะฉะนั้นถ้า Conversion ต่ำ อย่ารีบสรุปว่ากลุ่มเป้าหมายผิด ให้ตรวจ Creative และ Hook ในวิดีโอก่อนเป็นอันดับแรก
Framework REACH สำหรับวางกลยุทธ์ Retail Media
เพื่อไม่ให้การยิงแอดบน Retail Media Network กลายเป็นการเผางบแบบไม่มีทิศทาง ผมสรุปเป็น Framework ที่จำง่ายชื่อ REACH ให้ใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนเริ่มแคมเปญ
1. R - Research Listing ก่อนยิงแอด
ตรวจว่า Rating รูปสินค้า และคำอธิบายพร้อมรับ Traffic แล้วหรือยัง ก่อนเสียเงินโปรโมต
2. E - Engage ด้วยคำค้นที่ Intent สูง
เลือกคำค้นหาที่ลูกค้าใช้ตอนใกล้ตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่คำกว้าง ๆ ที่ได้ Impression เยอะ
3. A - Allocate Budget ตาม Funnel
แบ่งงบระหว่างสินค้าขายดีที่ปิดยอดง่าย กับสินค้าใหม่ที่ต้องการ Awareness
4. C - Convert ด้วย Retargeting ข้ามแพลตฟอร์ม
ใช้ข้อมูลจาก Retail Media ควบคู่กับ Facebook Ads เพื่อตามลูกค้าที่เคยดูสินค้าแต่ยังไม่ซื้อ
5. H - Harness ข้อมูลกลับไปยัง Business Outcome
อย่าวัดแค่ Click หรือ Impression แต่ต้องดูว่าแคมเปญไหนสร้าง Order และ Margin จริง
ถ้าต้องการนำ Framework นี้ไปวางแผนร่วมกับการยิงแอดบน Google Shopping หรือ Performance Max เพื่อดึงลูกค้าที่ค้นหาสินค้าจาก Search มาปิดยอดบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
Masterclass 3 มุมมองการใช้ Retail Media จริง
1. อย่าใช้ Retail Media แทนที่ First-Party Data ของตัวเอง
แนวคิด: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีข้อมูลลูกค้าของเขาเอง แต่ธุรกิจยังจำเป็นต้องเก็บ Customer Data ของตัวเองไว้ควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวทั้งหมด
วิธีการนำไปปรับใช้: ใช้ Retail Media เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ แต่ดึงลูกค้าที่ซื้อแล้วเข้าสู่ CRM หรือ LINE OA ของแบรนด์เอง เพื่อสร้าง Retention ในระยะยาว
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: แบรนด์สกินแคร์ที่ขายผ่าน Shopee มักแนบใบปลิวใน Order เชิญลูกค้าเข้า LINE OA เพื่อรับส่วนลดครั้งถัดไป ซึ่งช่วยเพิ่ม Customer Lifetime Value โดยไม่ต้องเสียค่า Retail Media ซ้ำทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาซื้อ
2. วัด ROAS แยกตามช่วงของ Funnel ไม่ใช่รวมทั้งบัญชี
แนวคิด: การดู ROAS รวมทั้งบัญชีอาจบดบังว่าแคมเปญไหนกำลังทำหน้าที่สร้าง Awareness และแคมเปญไหนกำลังปิดยอดจริง
วิธีการนำไปปรับใช้: แยกดู Metric ของแคมเปญ Search Result กับแคมเปญ Category แยกกัน แล้วเทียบ Conversion Rate ของแต่ละแบบ
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ถ้าเคยสงสัยว่าทำไม Metric บางตัวดูดีแต่ยอดขายไม่มาตามที่คาด ลองศึกษาวิธีตั้งสูตรวัดผลที่แม่นยำกว่าตัวเลขมาตรฐานในบทความ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/custom-metrics-facebook-ads/
3. ระวังคู่แข่งโผล่มาแย่งลูกค้าในหน้าเดียวกัน
แนวคิด: Retail Media Network หลายแพลตฟอร์มเปิดให้คู่แข่งซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้า Listing สินค้าคุณได้ตรง ๆ ทำให้ลูกค้าที่กำลังจะซื้อของคุณอาจเปลี่ยนใจไปซื้อคู่แข่งแทน
วิธีการนำไปปรับใช้: ต้องเข้าใจกลไกโฆษณาที่คู่แข่งแทรกในโพสต์หรือหน้าสินค้าของคุณเอง เพื่อวางกลยุทธ์ป้องกันหรือใช้กลไกเดียวกันตอบโต้
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดแค่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ฝั่ง Facebook เองก็เริ่มมีรูปแบบคล้ายกัน ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/multi-advertiser-ads-facebook/
Danger Zone จุดพลาดที่ทำให้งบ Retail Media สูญเปล่า
ข้อผิดพลาดที่ 1 ยิงแอดโดยไม่เช็ก Listing ก่อน
หลายแบรนด์รีบเปิดแอดทันทีที่เปิดร้าน ทั้งที่ Listing ยังไม่มี Review ผลเสียคือ Click มาเยอะแต่ Conversion ต่ำมาก ทำให้ค่า Cost per Order พุ่งสูงโดยไม่จำเป็น แนวทางคือสะสม Order ธรรมชาติก่อนอย่างน้อยระดับหนึ่งค่อยเพิ่มงบโฆษณา
ข้อผิดพลาดที่ 2 มองว่า Retail Media ทดแทน Brand Building ได้ทั้งหมด
Retail Media เก่งเรื่องปิดการขาย แต่ไม่ได้สร้าง Brand Trust ระยะยาวเหมือน Content หรือ Social Ads ผลเสียคือธุรกิจอาจขายได้ในระยะสั้นแต่ไม่มีลูกค้าประจำ แนวทางคือใช้ Retail Media คู่กับ Content Marketing เพื่อสร้าง Brand Awareness ควบคู่กันไป
ข้อผิดพลาดที่ 3 ไม่แยก Metric ตามช่วงเวลาโปรโมชั่น
ช่วง Mega Campaign อย่าง 11.11 หรือ 12.12 การประมูลจะแพงขึ้นมาก ถ้าไม่แยกวิเคราะห์ ROAS ช่วงนี้ออกจากวันปกติ อาจสรุปผิดว่ากลยุทธ์ใช้ได้ผลตลอดทั้งปี ผลเสียคือวางแผนงบผิดในเดือนถัดไป แนวทางคือทำ Benchmark แยกตามช่วงเวลาเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 4 ละเลยการเชื่อมข้อมูลกลับไปยัง Margin จริง
บาง SKU มี ROAS สูงแต่กำไรต่อชิ้นบางมาก ผลเสียคือยิ่งขายดียิ่งขาดทุน แนวทางคือคำนวณ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าแอดก่อนตัดสินใจดันงบเพิ่ม
ข้อผิดพลาดที่ 5 ใช้ Budget เท่ากันทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ทดสอบก่อน
แต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมลูกค้าต่างกัน ผลเสียคือเสียงบไปกับช่องทางที่ไม่เหมาะกับสินค้าจริง แนวทางคือเริ่มทดสอบงบเล็ก ๆ ในแต่ละแพลตฟอร์มก่อน แล้วค่อยขยายตามผลลัพธ์จริง
Checklist ก่อนเริ่มยิงแอดบน Retail Media Network
- ตรวจ Rating และ Review ของสินค้าว่าพร้อมรับ Traffic แล้วหรือยัง
- เช็กว่ารูปสินค้าและ Title มีคำค้นที่ลูกค้าใช้จริงหรือไม่
- แยก Budget ระหว่างแคมเปญ Search Result กับ Category
- ตรวจว่าคำนวณ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแล้วหรือยัง
- ดูว่า Conversion Rate ของแต่ละคำค้นต่างกันมากน้อยแค่ไหน
- ตรวจว่ามีการเชื่อมข้อมูลลูกค้ากลับเข้า CRM หรือ LINE OA หรือไม่
- เช็ก Benchmark ROAS แยกช่วง Mega Campaign กับวันปกติ
- ทดสอบงบเล็กในแต่ละแพลตฟอร์มก่อนขยาย Budget
- ตรวจว่าครีเอทีฟบน TikTok Shop มี Hook ที่ดึงความสนใจจริงหรือไม่
- ดูว่าคู่แข่งกำลังยิงแอดแทรกในหน้าสินค้าคุณอยู่หรือไม่
- ตรวจว่าแคมเปญ Retail Media เชื่อมกับ Retargeting บน Facebook Ads แล้วหรือยัง
- สรุป Business Outcome รายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ดู Impression หรือ Click
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Retail Media Network
Retail Media Network ต่างจาก Programmatic Ads อย่างไร
Programmatic Ads ซื้อพื้นที่โฆษณาผ่านระบบ Auction บนเว็บไซต์ทั่วไปนอกแพลตฟอร์ม แต่ Retail Media Network คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกโดยตรง เช่น Shopee หรือ Lazada ซึ่งมีข้อมูล Purchase Intent ของลูกค้าแม่นยำกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มยิงแอด Retail Media ตอนไหน
ควรเริ่มหลังจากสินค้ามี Order ธรรมชาติและ Review อย่างน้อยระดับหนึ่งแล้ว เพราะการยิงแอดตอน Listing ยังไม่มีความน่าเชื่อถือมักได้ Conversion Rate ต่ำ ทำให้เสียงบไปโดยไม่คุ้ม
Retail Media Network ใช้ทดแทน Facebook Ads ได้เลยหรือไม่
ไม่ควรใช้ทดแทนกันทั้งหมด เพราะทำหน้าที่ต่างจุดใน Customer Journey Facebook Ads เก่งเรื่องสร้าง Awareness และ Retargeting ส่วน Retail Media เก่งเรื่องปิดการขายตอนลูกค้าใกล้ตัดสินใจซื้อ ควรใช้ประกอบกัน
ทำไม ROAS บน Shopee Ads ช่วง 11.11 ถึงต่างจากวันปกติมาก
เพราะช่วง Mega Campaign มีคู่แข่งประมูลคำค้นสูงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนต่อคลิกแพงขึ้น ขณะที่ Conversion Rate อาจสูงขึ้นตามไปด้วยเพราะลูกค้าตั้งใจซื้อของช่วงนี้อยู่แล้ว ต้องแยก Benchmark ทั้งสองช่วงออกจากกันเสมอ
ควรวัดผล Retail Media Network ด้วย Metric อะไรนอกจาก ROAS
ควรดู Conversion Rate ต่อคำค้น Cost per Order และที่สำคัญคือ Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เพราะ ROAS สูงไม่ได้แปลว่าธุรกิจมีกำไรเสมอไปหากต้นทุนสินค้าหรือค่าธรรมเนียมสูงตามไปด้วย
สรุป
Retail Media Network ไม่ใช่แค่เทรนด์ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของงบโฆษณาไปยังจุดที่ลูกค้าใกล้ตัดสินใจซื้อที่สุด สิ่งที่บทความนี้อยากให้คุณเก็บกลับไปคือ อย่ามอง Shopee Ads, Lazada Ads หรือ TikTok Shop Ads เป็นแค่ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่ให้มองเป็น Media Buying ที่ต้องวัดผลเป็นระบบเหมือนสื่ออื่น
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า ROAS สูงเท่ากับกำไรสูง ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องดู Margin หลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มก่อนเสมอ และต้องเข้าใจว่าแต่ละสื่อทำหน้าที่ต่างกันใน Customer Journey ไม่สามารถใช้ตัวใดตัวหนึ่งทดแทนกันได้ทั้งหมด
สิ่งที่ต้องทำต่อคือเริ่มทดสอบงบเล็ก ๆ ในแต่ละแพลตฟอร์ม เก็บข้อมูล Conversion Rate แยกตามคำค้นและช่วงเวลา แล้วค่อยขยายงบตามผลลัพธ์จริง หากธุรกิจต้องการให้ทีมช่วยวางโครงสร้างแคมเปญและเชื่อมข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มให้ครบวงจร สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/our-service/
ตามข้อมูลจาก IAB (Interactive Advertising Bureau) Retail Media ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสื่อที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ธุรกิจในไทยเริ่มสัมผัสได้จากอัตราการแข่งขันบน Shopee และ Lazada ที่สูงขึ้นทุกปี
Business Bottom Line คือ อย่าถามแค่ว่ายิงแอด Retail Media แล้ว ROAS เท่าไร ต้องถามต่อว่า Order เหล่านั้นทำกำไรจริงหรือไม่ และลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกจะกลับมาซื้อซ้ำผ่านช่องทางที่ธุรกิจควบคุมได้เองหรือเปล่า
อย่าดูแค่ ROAS บนแอปช้อปปิ้ง ให้ดูด้วยว่ากำไรจริงเหลือเท่าไรหลังหักค่าธรรมเนียม
ถ้าต้องการทีมช่วยวางกลยุทธ์ยิงแอดข้ามแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, Google และ E-commerce ให้เชื่อมกันเป็น Funnel เดียว ปรึกษาเราได้เลย
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการวางกลยุทธ์ยิงแอดบนแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ขอแนะนำคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์จาก DigitalD2M ครับ
คอร์สนี้จะสอนให้คุณเข้าใจวิธีการวางแคมเปญ Retail Media ร่วมกับสื่อช่องทางอื่น เพื่อให้ลูกค้าที่ค้นหา ตัดสินใจ และกลับมาซื้อซ้ำในวงจรที่ยั่งยืน สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที
คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางกลยุทธ์ยิงแอด Retail Media Network ให้เชื่อมกับ Retargeting Facebook และ Google ที่มี สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
https://digitald2m.com/
https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Retail Media Network โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ
ประกาศอื่นของผู้ขาย
รูปภาพรายละเอียดราคา
-
Conversions by Conv. Time คืออะไร? ยอด Ads ไม่ตรงหลังบ้าน
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203512821 มิ.ย. 2569, 06:10:06 -
Store Visit Rate คืออะไร? Google Ads พาคนเข้าร้านจริงไหม
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203512921 มิ.ย. 2569, 06:10:35 -
Customer Acquisition Cost คืออะไร? หาลูกค้าใหม่คุ้มไหม
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203513021 มิ.ย. 2569, 06:11:14 -
Jobs to be Done คืออะไร? เข้าใจเหตุผลจริงที่ลูกค้าซื้อสินค้า
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203549822 มิ.ย. 2569, 06:27:28 -
Voice of Customer คืออะไร? ใช้คำพูดลูกค้าทำคอนเทนต์ ให้โฆษณา หน้าเว็บ และ FAQ ตรงปัญหาที่ลูกค้ารู้สึกจริง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203550122 มิ.ย. 2569, 06:28:57 -
Objection Handling Content คืออะไร? ลดข้อกังวลก่อนซื้อ ช่วยให้โฆษณา หน้าเว็บ และการปิดการขายง่ายขึ้น
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203550222 มิ.ย. 2569, 06:32:03 -
Pricing Psychology คืออะไร? ตั้งราคาให้ขายง่ายไม่ต้องลดแรง ช่วยให้ลูกค้าเห็นความคุ้มค่าและตัดสินใจง่ายขึ้น
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203550322 มิ.ย. 2569, 06:32:46 -
Micro Conversion คืออะไร? วัดสัญญาณลูกค้าก่อนเกิดยอดขายจริง แม้ยังไม่ซื้อแต่เริ่มสนใจแล้ว
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203550422 มิ.ย. 2569, 06:33:21 -
Channel-Market Fit คืออะไร? เลือกช่องทางให้ตรงพฤติกรรมลูกค้า ไม่เสียเวลาและงบกับแพลตฟอร์มที่ไม่เหมาะกับธุรกิจ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203550622 มิ.ย. 2569, 06:34:31 -
Distinctive Brand Assets คืออะไร? แบรนด์จำง่ายขายง่ายกว่า เพราะลูกค้าเห็นแล้วนึกถึงแบรนด์ได้ทันที
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203616823 มิ.ย. 2569, 09:26:48 -
Share of Search คืออะไร? วัดพลังแบรนด์จากคำค้นจริง ดูว่าแบรนด์เริ่มถูกนึกถึงมากขึ้นไหม
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203617023 มิ.ย. 2569, 09:27:34 -
Community-Led Growth คืออะไร? ทำไมธุรกิจควรสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อสร้างความเชื่อใจ รีวิว และการบอกต่อระยะยาว
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203617123 มิ.ย. 2569, 09:28:03 -
Referral Marketing คืออะไร? ให้ลูกค้าเก่าหาลูกค้าใหม่ ช่วยเพิ่มการบอกต่อและลดการพึ่งแอดอย่างเดียว
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203617323 มิ.ย. 2569, 09:28:31 -
Account-Based Marketing คืออะไร? เจาะลูกค้าองค์กรให้ตรงกลุ่ม เหมาะกับ B2B และบริการมูลค่าสูง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203617423 มิ.ย. 2569, 09:29:19 -
Content Distribution คืออะไร? ทำคอนเทนต์ให้ใช้ได้หลายช่องทาง ไม่โพสต์ครั้งเดียวแล้วจบ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203617523 มิ.ย. 2569, 09:29:55 -
Estimated Action Rate คืออะไร? ทำไมจ่ายแพงกว่าไม่ชนะเสมอใน Facebook Ads
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203690524 มิ.ย. 2569, 06:37:58 -
Auction Overlap คืออะไร? แอดอาจกำลังแย่งงบกันเอง ทำให้ CPM และ Cost per Result แพงขึ้น
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203690624 มิ.ย. 2569, 06:38:29 -
Audience Fragmentation คืออะไร? แยกกลุ่มเยอะทำแอดแพง เพราะงบและข้อมูลแตกเกินไป
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203690724 มิ.ย. 2569, 06:39:14 -
Pacing ใน Facebook Ads คืออะไร? ทำไมแอดใช้เงินเร็วหรือช้า ต้องดูคู่กับผลลัพธ์
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203690924 มิ.ย. 2569, 06:41:50 -
Cost per 1,000 People Reached คืออะไร? วัด Reach จริง ไม่ใช่ดูแค่ CPM
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2203691024 มิ.ย. 2569, 06:42:27































