ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ22036174

Account-Based Marketing คืออะไร? เจาะลูกค้าองค์กรให้ตรงกลุ่ม เหมาะกับ B2B และบริการมูลค่าสูง

แสดงภาพทั้งหมด

"บางธุรกิจไม่จำเป็นต้องมี Lead เยอะที่สุด แต่ต้องมี Lead ที่ใช่ที่สุด โดยเฉพาะงาน B2B งานองค์กร และบริการมูลค่าสูงที่ลูกค้าหนึ่งรายอาจสร้างมูลค่ามากกว่าลีดทั่วไปหลายสิบราย"

Account-Based Marketing หรือ ABM คือกลยุทธ์การตลาดแบบเจาะบัญชีลูกค้าเป้าหมาย โดยเลือกบริษัท องค์กร หรือกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่าสูง แล้วทำการตลาดเฉพาะเจาะจงกับบัญชีเหล่านั้น แทนการยิงแอดกว้างเพื่อเก็บ Lead จำนวนมาก

หลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ B2B, Consulting, Software, Agency, อสังหา, งานองค์กร หรือบริการราคาสูง อาจไม่เหมาะกับการไล่หา Lead จำนวนมาก เพราะ Lead เยอะไม่ได้แปลว่าจะปิดการขายได้จริง ถ้าคนที่เข้ามาไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ ไม่มีกำลังซื้อ หรือไม่ตรงกับประเภทลูกค้าที่ธุรกิจต้องการ

Account-Based Marketing จึงมองกลับด้านจากการตลาดทั่วไป แทนที่จะถามว่า “จะหาลูกค้าให้ได้เยอะที่สุดอย่างไร” ABM จะถามว่า “ลูกค้าองค์กรรายไหนที่เราต้องการจริง ๆ และจะสื่อสารกับเขาอย่างไรให้ตรงที่สุด”

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะยิงโฆษณากว้าง ๆ ว่า “รับทำการตลาดออนไลน์” ธุรกิจอาจเลือกเจาะกลุ่มบริษัทอสังหา คลินิก โรงเรียนเอกชน หรือแบรนด์ E-commerce ที่มีงบและมีปัญหาชัด แล้วทำคอนเทนต์ Landing Page หรือข้อเสนอเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมนั้น

บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Account-Based Marketing คืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ต่างจาก Lead Generation ทั่วไปอย่างไร วิธีเลือกบัญชีลูกค้าเป้าหมาย วิธีทำคอนเทนต์เฉพาะอุตสาหกรรม และวิธีใช้โฆษณา เว็บไซต์ Email หรือ LinkedIn เพื่อเจาะลูกค้าองค์กรให้แม่นขึ้น

สารบัญบทความ

1. Account-Based Marketing คืออะไร
2. ทำไม Lead เยอะ อาจไม่ใช่คำตอบของธุรกิจ B2B
3. ABM ต่างจาก Lead Generation ทั่วไปอย่างไร
4. ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Account-Based Marketing
5. วิธีเลือกบัญชีลูกค้าเป้าหมายที่ควรเจาะ
6. คอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับ ABM
7. ช่องทางที่ใช้ทำ Account-Based Marketing
8. วิธีทำ Landing Page สำหรับลูกค้าองค์กร
9. วัดผล Account-Based Marketing อย่างไร
10. Framework ACCOUNT สำหรับทำ ABM
11. Masterclass วิธีใช้ Account-Based Marketing แบบมืออาชีพ
12. Danger Zone จุดพลาดในการทำ ABM
13. Checklist ก่อนเริ่มทำ Account-Based Marketing
14. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Account-Based Marketing
15. สรุปก่อนนำไปใช้จริง

1. Account-Based Marketing คืออะไร

Account-Based Marketing หรือ ABM คือการตลาดแบบเจาะบัญชีลูกค้าเป้าหมาย โดยธุรกิจจะเลือกบริษัท องค์กร หรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเป็นพิเศษ แล้วทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มนั้น

คำว่า Account ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบัญชีโฆษณา แต่หมายถึงบัญชีลูกค้า หรือบริษัทเป้าหมายที่ธุรกิจอยากได้เป็นลูกค้า เช่น บริษัทอสังหา โรงงาน คลินิก โรงเรียน แบรนด์ E-commerce หรือองค์กรที่มีงบและมีปัญหาที่บริการของเราช่วยแก้ได้

หัวใจของ ABM คือการโฟกัสคุณภาพมากกว่าปริมาณ แทนที่จะยิงแอดเพื่อเก็บ Lead กว้าง ๆ จำนวนมาก ธุรกิจจะเลือกบัญชีที่มีโอกาสสร้างมูลค่าสูง แล้วทำคอนเทนต์ ข้อเสนอ และการขายให้ตรงกับบริบทของบัญชีนั้นมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับทำโฆษณาอาจไม่ต้องการ Lead ทุกประเภท แต่ต้องการเจาะกลุ่มเจ้าของคลินิกที่มีงบโฆษณารายเดือนจริง มีบริการมูลค่าสูง และต้องการเพิ่มคนไข้คุณภาพ แบบนี้การทำ ABM จะช่วยให้ข้อความการตลาดตรงขึ้นมากกว่าการยิงคำว่า “รับทำโฆษณา” แบบกว้าง ๆ

2. ทำไม Lead เยอะ อาจไม่ใช่คำตอบของธุรกิจ B2B

ในธุรกิจบางประเภท การมี Lead เยอะอาจดูดีในรายงาน แต่ไม่ได้ช่วยธุรกิจจริง ถ้า Lead เหล่านั้นไม่มีงบ ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ ไม่ตรงอุตสาหกรรม หรือไม่พร้อมซื้อ

ธุรกิจ B2B และงานองค์กรมีลักษณะต่างจากสินค้าทั่วไป เพราะการตัดสินใจมักใช้เวลานาน มีหลายคนเกี่ยวข้อง ต้องเปรียบเทียบผู้ให้บริการ และต้องประเมินความเสี่ยงก่อนซื้อ

ถ้าธุรกิจโฟกัสแค่จำนวน Lead อาจทำให้ทีมขายเสียเวลาคุยกับคนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสปิดจริง เช่น คนถามราคาเล่น คนไม่มีงบ คนไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ หรือคนที่ต้องการบริการคนละระดับกับที่ธุรกิจขาย

ABM จึงเหมาะกับธุรกิจที่มองว่า “ลีดน้อยแต่ตรงกลุ่ม” ดีกว่า “ลีดเยอะแต่ปิดไม่ได้” เพราะลูกค้าองค์กรหนึ่งรายอาจมีมูลค่าสูงกว่าลูกค้ารายเล็กหลายรายรวมกัน

3. ABM ต่างจาก Lead Generation ทั่วไปอย่างไร

Lead Generation ทั่วไปมักเริ่มจากการดึงคนจำนวนมากเข้ามา แล้วค่อยคัดกรองว่าใครมีคุณภาพ ส่วน ABM จะเริ่มจากการเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพก่อน แล้วค่อยวางแผนเข้าหาให้ตรงกับกลุ่มนั้น

Lead Generation ทั่วไป

เป้าหมายหลัก:
หา Lead ให้ได้จำนวนมาก

วิธีคิด:
ดึงคนเข้ามาก่อน แล้วค่อยคัดกรอง

คอนเทนต์:
คอนเทนต์กว้างสำหรับหลายกลุ่ม

การวัดผล:
Cost per Lead, จำนวนฟอร์ม, จำนวนแชท

เหมาะกับ:
สินค้าหรือบริการที่ต้องการ Lead ปริมาณมาก

Account-Based Marketing

เป้าหมายหลัก:
เจาะบัญชีลูกค้าที่มีมูลค่าสูงและตรงกลุ่ม

วิธีคิด:
เลือกบัญชีเป้าหมายก่อน แล้วสื่อสารเฉพาะทาง

คอนเทนต์:
คอนเทนต์เฉพาะอุตสาหกรรม ปัญหา หรือบัญชีเป้าหมาย

การวัดผล:
Account Engagement, Deal Value, Pipeline, อัตราปิดการขาย

เหมาะกับ:
B2B, งานองค์กร, Consulting, Software, งานมูลค่าสูง

ทั้งสองแนวทางไม่ได้ผิดหรือถูกแบบตายตัว ธุรกิจบางแบบควรใช้ Lead Generation ทั่วไป บางแบบควรใช้ ABM และบางธุรกิจควรใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน

4. ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Account-Based Marketing

Account-Based Marketing เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าหนึ่งรายมีมูลค่าสูง ใช้เวลาตัดสินใจนาน หรือมีหลายคนเกี่ยวข้องในการซื้อ

- ธุรกิจ B2B ที่ขายให้บริษัทหรือองค์กร
- บริการ Consulting, Agency, Marketing, SEO หรือรับทำโฆษณา
- Software, SaaS หรือระบบสำหรับองค์กร
- อสังหา โครงการบ้าน คอนโด หรือที่ดินมูลค่าสูง
- บริการฝึกอบรมองค์กรและคอร์สสำหรับทีมงานบริษัท
- ธุรกิจเครื่องจักร อุตสาหกรรม หรือสินค้าที่ต้องมีการเสนอราคา
- บริการที่ต้องคุยหลายรอบก่อนปิดการขาย

ตัวอย่างเช่น ถ้าธุรกิจรับทำเว็บไซต์บริษัท ต้องการลูกค้าบริษัทที่มีงบชัดเจนและต้องการเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ การทำ ABM อาจดีกว่าการยิงแอดกว้าง ๆ เพราะสามารถทำคอนเทนต์เฉพาะสำหรับบริษัทที่ต้องการปรับภาพลักษณ์หรือทำเว็บไซต์ใหม่ได้ตรงกว่า

5. วิธีเลือกบัญชีลูกค้าเป้าหมายที่ควรเจาะ

การทำ ABM จะเริ่มต้นได้ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกบัญชีเป้าหมาย ถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ทำคอนเทนต์และโฆษณาดี ก็อาจเสียเวลาไปกับกลุ่มที่ปิดการขายยาก

5.1 ดูมูลค่าที่ลูกค้ารายหนึ่งสร้างได้

ลูกค้าที่เหมาะกับ ABM ควรมีมูลค่าต่อดีลสูงพอ เช่น ค่าบริการรายเดือน งานโปรเจกต์ใหญ่ หรือมีโอกาสซื้อซ้ำในระยะยาว

5.2 ดูความชัดเจนของปัญหา

บัญชีเป้าหมายควรมีปัญหาที่บริการของเราช่วยแก้ได้จริง เช่น Lead คุณภาพต่ำ เว็บไซต์ไม่สร้างความน่าเชื่อถือ ระบบวัดผลไม่ชัด หรือทีมการตลาดขาดความรู้เฉพาะทาง

5.3 ดูความพร้อมด้านงบประมาณ

ถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่มีงบพอ การทำ ABM อาจเสียทรัพยากรมากเกินไป เพราะ ABM ต้องใช้คอนเทนต์และการสื่อสารเฉพาะเจาะจงกว่าปกติ

5.4 ดูผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ธุรกิจควรรู้ว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจ เช่น เจ้าของกิจการ CEO, Marketing Manager, Sales Director หรือทีมจัดซื้อ เพราะข้อความที่ใช้สื่อสารกับแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน

5.5 ดูความเป็นไปได้ในการเข้าถึง

บัญชีเป้าหมายที่ดีควรมีช่องทางให้เข้าถึงได้ เช่น ค้นหาใน Google, อยู่บน LinkedIn, มีเว็บไซต์, มีเพจธุรกิจ หรือมีทีมที่สามารถติดต่อผ่าน Email หรือช่องทางออนไลน์ได้

6. คอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับ ABM

คอนเทนต์สำหรับ Account-Based Marketing ต้องเฉพาะเจาะจงกว่าคอนเทนต์ทั่วไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่ให้คนจำนวนมากสนใจ แต่คือทำให้บัญชีเป้าหมายรู้สึกว่า “แบรนด์นี้เข้าใจปัญหาของธุรกิจเรา”

6.1 Industry-Specific Content

ใช้ทำอะไร:
สื่อสารกับปัญหาเฉพาะอุตสาหกรรม

ตัวอย่าง:
บทความ Google Ads สำหรับคลินิก หรือ SEO สำหรับอสังหา

6.2 Case Study

ใช้ทำอะไร:
สร้างความน่าเชื่อถือจากตัวอย่างจริง

ตัวอย่าง:
เคสปรับแคมเปญแล้วได้ Lead คุณภาพขึ้น หรือปรับเว็บไซต์แล้วคนทักเพิ่ม

6.3 Personalized Landing Page

ใช้ทำอะไร:
ทำหน้าเว็บเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย

ตัวอย่าง:
หน้า Landing Page สำหรับโรงเรียนเอกชนที่อยากได้ Lead ผู้ปกครอง

6.4 Comparison Content

ใช้ทำอะไร:
ช่วยให้ลูกค้าองค์กรเปรียบเทียบทางเลือก

ตัวอย่าง:
ทำเอง จ้างทีมในบ้าน หรือจ้างเอเจนซี แบบไหนเหมาะกว่า

6.5 Executive Brief

ใช้ทำอะไร:
สื่อสารกับผู้บริหารที่มีเวลาน้อย

ตัวอย่าง:
สรุปปัญหา โอกาส ผลกระทบ และข้อเสนอในหน้าเดียว

คอนเทนต์แบบ ABM ควรเน้นความเข้าใจบริบทธุรกิจ ไม่ใช่พูดกว้าง ๆ แบบ “บริการของเราดีที่สุด” แต่ควรชี้ให้เห็นว่าปัญหาของอุตสาหกรรมนั้นคืออะไร และเราช่วยแก้ตรงไหนได้

7. ช่องทางที่ใช้ทำ Account-Based Marketing

ABM ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ LinkedIn หรือ Email เท่านั้น แต่สามารถใช้หลายช่องทางร่วมกันเพื่อให้บัญชีเป้าหมายเห็นแบรนด์ซ้ำในบริบทที่เหมาะสม

7.1 Google Ads และ SEO

เหมาะกับบัญชีเป้าหมายที่มีปัญหาชัดและกำลังค้นหาทางออก เช่น รับทำเว็บไซต์บริษัท, รับทำ SEO, คอร์สอบรม Google Ads สำหรับองค์กร หรือบริการรับทำโฆษณา

7.2 LinkedIn และคอนเทนต์สาย B2B

เหมาะกับการเข้าถึงผู้บริหาร ผู้จัดการ ทีมการตลาด ทีม HR หรือฝ่ายจัดซื้อ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายให้บริษัทและต้องการความน่าเชื่อถือสูง

7.3 Email Outreach

เหมาะกับการส่งข้อเสนอหรือ Insight แบบเฉพาะทาง แต่ต้องระวังไม่ให้เป็นสแปม ควรเน้นข้อความที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของบริษัทเป้าหมายจริง

7.4 Facebook Ads และ Remarketing

เหมาะกับการทำให้บัญชีเป้าหมายหรือกลุ่มคนที่เคยเข้าเว็บเห็นคอนเทนต์ซ้ำ เช่น Case Study, รีวิว, บทความเฉพาะอุตสาหกรรม หรือข้อเสนอสำหรับองค์กร

7.5 Landing Page เฉพาะกลุ่ม

เหมาะกับการปิดการขายหรือเก็บ Lead คุณภาพ เพราะสามารถปรับข้อความ ปัญหา Proof และ CTA ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่าหน้าบริการทั่วไป

8. วิธีทำ Landing Page สำหรับลูกค้าองค์กร

Landing Page สำหรับ ABM ควรไม่ใช่หน้าเว็บทั่วไปที่พูดกับทุกคน แต่ควรออกแบบให้บัญชีเป้าหมายรู้สึกว่าเนื้อหานี้เขียนมาเพื่อปัญหาของเขาโดยเฉพาะ

8.1 เริ่มจากปัญหาเฉพาะอุตสาหกรรม

เช่น ถ้าเจาะกลุ่มคลินิก ควรพูดถึงปัญหา Lead ไม่มีคุณภาพ คนถามราคาแต่ไม่จอง หรือวัดผลแคมเปญไม่ได้ ไม่ใช่พูดแค่บริการรับทำโฆษณาแบบกว้าง ๆ

8.2 แสดงผลลัพธ์ที่ธุรกิจเป้าหมายสนใจ

ผู้บริหารอาจไม่ได้สนใจแค่ยอดคลิก แต่สนใจ Lead คุณภาพ ต้นทุนต่อเคส อัตราปิดการขาย หรือความคุ้มค่าของงบการตลาด

8.3 ใส่ Proof ที่เกี่ยวข้อง

ถ้ามี Case Study, รีวิว, ตัวอย่างงาน หรือประสบการณ์ในอุตสาหกรรมใกล้เคียง ควรนำมาแสดงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

8.4 ทำ CTA ให้เหมาะกับงานมูลค่าสูง

ลูกค้าองค์กรบางรายอาจไม่พร้อมซื้อทันที CTA อาจเป็น “ขอประเมินเบื้องต้น”, “จองปรึกษา”, “ขอดูแนวทาง”, “ส่งโจทย์ให้ทีมประเมิน” แทนการขายตรงทันที

8.5 ตอบข้อกังวลก่อนลูกค้าทัก

เช่น ขั้นตอนทำงาน ระยะเวลา สิ่งที่ต้องเตรียม งบประมาณโดยประมาณ วิธีรายงานผล และการดูแลหลังเริ่มงาน

9. วัดผล Account-Based Marketing อย่างไร

การวัดผล ABM ไม่ควรดูแค่จำนวน Lead เพราะเป้าหมายของ ABM คือคุณภาพของบัญชีเป้าหมายและมูลค่าทางธุรกิจที่เกิดขึ้น

9.1 Target Account Engagement

ใช้ดูอะไร:
บัญชีเป้าหมายมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์หรือหน้าเว็บไหม

ข้อควรระวัง:
ต้องแยกบัญชีเป้าหมายออกจาก Traffic ทั่วไป

9.2 Qualified Meetings

ใช้ดูอะไร:
มีการนัดคุยกับลูกค้าที่ตรงกลุ่มจริงกี่ครั้ง

ข้อควรระวัง:
อย่านับแค่จำนวนประชุม ต้องดูคุณภาพด้วย

9.3 Pipeline Value

ใช้ดูอะไร:
มูลค่าโอกาสทางการขายที่เกิดจากบัญชีเป้าหมาย

ข้อควรระวัง:
ดีลใหญ่บางดีลอาจใช้เวลานาน ต้องดูระยะยาว

9.4 Win Rate

ใช้ดูอะไร:
อัตราปิดการขายของบัญชีเป้าหมาย

ข้อควรระวัง:
ต้องดูคู่กับเหตุผลที่แพ้ดีลด้วย

9.5 Average Deal Size

ใช้ดูอะไร:
มูลค่าต่อดีลของลูกค้าที่มาจาก ABM

ข้อควรระวัง:
ควรเทียบกับ Lead Generation ทั่วไป

ถ้า ABM ทำงานดี ธุรกิจอาจไม่ได้เห็น Lead เพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่จะเห็น Lead คุณภาพสูงขึ้น นัดคุยตรงกลุ่มขึ้น ดีลมีมูลค่ามากขึ้น และทีมขายใช้เวลากับลูกค้าที่มีโอกาสปิดจริงมากขึ้น

10. Framework ACCOUNT สำหรับทำ ABM

ก่อนเริ่มทำ Account-Based Marketing ลองใช้ Framework ACCOUNT เพื่อวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกบัญชีเป้าหมายไปจนถึงการวัดผล

1. A - Account List

เลือกรายชื่อบริษัทหรือกลุ่มบัญชีเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง

2. C - Customer Pain

วิเคราะห์ปัญหาเฉพาะของบัญชีหรืออุตสาหกรรมนั้น

3. C - Content Match

ทำคอนเทนต์ให้ตรงกับปัญหาและบริบทของบัญชีเป้าหมาย

4. O - Outreach Channel

เลือกช่องทางเข้าถึง เช่น Google, LinkedIn, Email, Ads หรือ Landing Page

5. U - Unique Offer

ออกแบบข้อเสนอที่เหมาะกับบัญชีเป้าหมาย ไม่ใช่ข้อเสนอกว้าง ๆ

6. N - Nurture

ดูแลต่อเนื่องด้วยคอนเทนต์ Case Study, FAQ และ Follow-up

7. T - Track

วัดผล Account Engagement, Pipeline, Deal Value และ Win Rate

ตัวอย่างการใช้ Framework ACCOUNT กับบริการรับทำโฆษณา:

- Account List: เลือกกลุ่มคลินิกที่มีบริการมูลค่าสูง
- Customer Pain: Lead เยอะแต่จองจริงน้อย วัดผลไม่ได้ และทีมขายตอบแชทไม่ทัน
- Content Match: ทำบทความ “ยิงแอดคลินิกอย่างไรให้ได้ Lead คุณภาพ ไม่ใช่แค่คนถามราคา”
- Outreach Channel: ใช้ Google Ads, SEO และ Remarketing
- Unique Offer: เสนอ Audit Funnel และวิเคราะห์คุณภาพ Lead เบื้องต้น
- Nurture: ส่ง Case Study และ FAQ เรื่องการวัดผล
- Track: วัดจำนวน Qualified Meetings และ Pipeline Value

11. Masterclass: วิธีใช้ Account-Based Marketing แบบมืออาชีพ

Masterclass 1: ทำ ABM จากกลุ่มอุตสาหกรรมก่อน ไม่จำเป็นต้องเจาะรายบริษัททันที

แนวคิด:
ธุรกิจ SME อาจยังไม่มีข้อมูลพอจะเจาะรายบริษัทแบบองค์กรใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากการเจาะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมก่อน เช่น คลินิก อสังหา โรงเรียน หรือ E-commerce

วิธีการนำไปปรับใช้:
เลือก 1–2 อุตสาหกรรมที่มีโอกาสปิดการขายสูง แล้วทำบทความ Ads Copy และ Landing Page เฉพาะกลุ่มนั้น เพื่อดูว่ากลุ่มไหนตอบสนองดีที่สุด

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
DigitalD2M อาจทำ Landing Page แยกสำหรับ “รับทำโฆษณาคลินิก”, “รับทำโฆษณาคอร์สเรียน” หรือ “รับทำเว็บไซต์บริษัท B2B” เพื่อให้ข้อความตรงกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น

Masterclass 2: ให้ทีมขายและทีมการตลาดใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

แนวคิด:
ABM จะทำงานได้ดีเมื่อทีมการตลาดรู้ว่าทีมขายต้องการลูกค้าแบบไหน และทีมขายรู้ว่าการตลาดกำลังสื่อสารกับบัญชีเป้าหมายกลุ่มใด

วิธีการนำไปปรับใช้:
สร้างรายการบัญชีเป้าหมายร่วมกัน พร้อมข้อมูลอุตสาหกรรม ปัญหา งบประมาณโดยประมาณ ผู้ตัดสินใจ และสถานะการติดต่อ เพื่อให้ทีมทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
ถ้าทีมขายพบว่า Lead จากธุรกิจคลินิกปิดดีและมีงบต่อเนื่อง ทีมการตลาดควรนำ Insight นี้ไปทำคอนเทนต์ โฆษณา และหน้าเว็บเฉพาะคลินิกมากขึ้น

Masterclass 3: ใช้ ABM กับ Remarketing เพื่ออุ่นบัญชีเป้าหมายก่อนขาย

แนวคิด:
ลูกค้าองค์กรอาจไม่ตัดสินใจจากการเห็นโฆษณาครั้งเดียว แต่ถ้าเห็นคอนเทนต์ที่ตรงกับปัญหาหลายครั้ง ความเชื่อมั่นจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

วิธีการนำไปปรับใช้:
คนที่เข้า Landing Page เฉพาะอุตสาหกรรม ควรถูก Remarketing ด้วย Case Study, FAQ, รีวิว, คอนเทนต์เปรียบเทียบ และข้อเสนอที่เหมาะกับอุตสาหกรรมนั้น

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
คนที่เข้าอ่านบทความเกี่ยวกับบริการรับทำโฆษณา อาจถูก Remarketing ด้วยคอนเทนต์เรื่องการวัดคุณภาพ Lead, Conversion Tracking และตัวอย่างการอ่าน Report เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนติดต่อ

12. Danger Zone: จุดพลาดในการทำ ABM

ข้อผิดพลาดที่ 1: เลือกบัญชีเป้าหมายจากความอยากได้ แต่ไม่ดูความเป็นไปได้

คำอธิบายคือบางธุรกิจเลือกบริษัทใหญ่เพราะอยากได้ชื่อเสียง แต่ไม่ได้ดูว่าเข้าถึงได้ไหม มีงบไหม หรือมีปัญหาที่เราแก้ได้จริงหรือไม่ ผลเสียคือใช้เวลาเยอะแต่ไม่เกิดดีล แนวทางคือเลือกบัญชีจากมูลค่า ความพร้อม และโอกาสเข้าถึงจริง

ข้อผิดพลาดที่ 2: ใช้ข้อความกว้างเหมือน Lead Generation ทั่วไป

คำอธิบายคือถ้าทำ ABM แต่ยังใช้ข้อความแบบเดียวกับทุกคน ลูกค้าองค์กรจะไม่รู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจปัญหาของเขา ผลเสียคือเสียความเฉพาะเจาะจงของ ABM แนวทางคือปรับ Message ตามอุตสาหกรรม ปัญหา และผู้ตัดสินใจ

ข้อผิดพลาดที่ 3: วัดผลจากจำนวน Lead อย่างเดียว

คำอธิบายคือ ABM อาจได้ Lead น้อยกว่าแคมเปญกว้าง แต่ Lead มีคุณภาพและมูลค่าสูงกว่า ผลเสียคือธุรกิจอาจตัดสินว่า ABM ไม่คุ้มเร็วเกินไป แนวทางคือดู Qualified Meetings, Pipeline Value, Win Rate และ Deal Size ร่วมด้วย

ข้อผิดพลาดที่ 4: ทีมขายกับทีมการตลาดไม่คุยกัน

คำอธิบายคือถ้าการตลาดดึงบัญชีหนึ่ง แต่ทีมขายไม่รู้บริบทหรือไม่มีสคริปต์ต่อยอด ดีลอาจหลุดได้ ผลเสียคือ Journey ไม่ต่อเนื่อง แนวทางคือแชร์ Account List, Insight, Content และสถานะดีลร่วมกัน

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่มีระบบ Nurture ลูกค้าองค์กร

คำอธิบายคือลูกค้าองค์กรใช้เวลาตัดสินใจนาน ถ้าติดต่อครั้งเดียวแล้วหาย อาจเสียโอกาส ผลเสียคือบัญชีที่มีโอกาสซื้อไม่ถูกดูแลต่อ แนวทางคือมี Follow-up Content, Remarketing, Email และ Case Study ช่วยอุ่นลูกค้าต่อเนื่อง

13. Checklist ก่อนเริ่มทำ Account-Based Marketing

- รู้หรือยังว่าลูกค้าองค์กรหรือบัญชีเป้าหมายที่อยากได้คือใคร
- บัญชีเป้าหมายมีมูลค่าดีลสูงพอให้ทำ ABM หรือไม่
- รู้หรือยังว่าปัญหาหลักของบัญชีหรืออุตสาหกรรมนั้นคืออะไร
- รู้หรือยังว่าใครคือผู้ตัดสินใจและผู้มีอิทธิพลในดีล
- มีคอนเทนต์เฉพาะอุตสาหกรรมหรือเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหรือยัง
- มี Landing Page ที่พูดกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะหรือไม่
- มี Proof, Case Study หรือรีวิวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายหรือยัง
- ทีมขายและทีมการตลาดใช้ Account List ชุดเดียวกันหรือไม่
- มีช่องทาง Nurture เช่น Remarketing, Email หรือ LINE OA หรือไม่
- มีระบบวัดผลมากกว่าแค่จำนวน Lead หรือไม่
- ดู Pipeline Value, Win Rate และ Average Deal Size หรือยัง
- มีแผน Follow-up สำหรับดีลที่ยังไม่พร้อมตัดสินใจหรือไม่

14. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Account-Based Marketing

14.1 Account-Based Marketing คืออะไรแบบสั้น ๆ

Account-Based Marketing คือการตลาดแบบเจาะบัญชีลูกค้าเป้าหมาย โดยเลือกบริษัทหรือกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่าสูง แล้วทำคอนเทนต์ โฆษณา และข้อเสนอให้ตรงกับกลุ่มนั้นโดยเฉพาะ

14.2 ABM เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับธุรกิจ B2B งานองค์กร Consulting, Agency, Software, อสังหา บริการราคาสูง หรือธุรกิจที่ลูกค้าหนึ่งรายมีมูลค่าสูงและต้องใช้เวลาตัดสินใจนาน

14.3 ABM ต่างจากยิงแอดเก็บ Lead ทั่วไปอย่างไร

การยิงแอดเก็บ Lead ทั่วไปมักเน้นจำนวน Lead ก่อนแล้วค่อยคัดกรอง ส่วน ABM เริ่มจากการเลือกบัญชีเป้าหมายคุณภาพก่อน แล้วสื่อสารกับกลุ่มนั้นให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

14.4 ธุรกิจเล็กทำ Account-Based Marketing ได้ไหม

ทำได้ โดยเริ่มจากการเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมก่อน เช่น คลินิก โรงเรียน อสังหา หรือ E-commerce แทนการเจาะรายบริษัทแบบองค์กรใหญ่ จากนั้นทำคอนเทนต์และ Landing Page เฉพาะกลุ่มนั้น

14.5 ABM วัดผลจากอะไร

ควรวัดจากคุณภาพของบัญชีเป้าหมาย เช่น Account Engagement, Qualified Meetings, Pipeline Value, Win Rate, Average Deal Size และยอดขายจริง ไม่ใช่ดูแค่จำนวน Lead อย่างเดียว

15. สรุป: สำหรับงานมูลค่าสูง Lead น้อยแต่ตรงกลุ่ม อาจดีกว่า Lead เยอะแต่ปิดไม่ได้

Account-Based Marketing คือกลยุทธ์การตลาดแบบเจาะบัญชีลูกค้าเป้าหมาย เหมาะกับธุรกิจ B2B งานองค์กร Consulting, Agency, Software, อสังหา และบริการมูลค่าสูงที่ต้องการ Lead คุณภาพมากกว่าจำนวน Lead จำนวนมาก

จุดสำคัญของ ABM คือการเลือกบัญชีเป้าหมายให้ชัด วิเคราะห์ปัญหาเฉพาะของกลุ่มนั้น ทำคอนเทนต์และ Landing Page ที่ตรงบริบท แล้วใช้ช่องทางอย่าง Google Ads, SEO, LinkedIn, Email, Remarketing หรือเว็บไซต์ เพื่อดูแลบัญชีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ABM ไม่ได้เหมาะกับทุกธุรกิจ แต่เหมาะมากกับธุรกิจที่ลูกค้าหนึ่งรายมีมูลค่าสูง ใช้เวลาตัดสินใจนาน และต้องการความน่าเชื่อถือก่อนซื้อ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มักไม่ตัดสินใจจากโฆษณากว้าง ๆ เพียงครั้งเดียว

หัวใจสำคัญคือ สำหรับสินค้าหรือบริการมูลค่าสูง ธุรกิจไม่จำเป็นต้องชนะด้วยจำนวน Lead เสมอไป แต่ต้องชนะด้วยการเลือกบัญชีที่ใช่ พูดกับปัญหาที่ใช่ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ตัดสินใจเห็นว่าธุรกิจของเราช่วยแก้โจทย์ของเขาได้จริง

อย่าวัดความสำเร็จจาก Lead เยอะอย่างเดียว โดยเฉพาะถ้าธุรกิจของคุณต้องการลูกค้ามูลค่าสูงที่ปิดการขายได้จริง

หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการวาง B2B Marketing, Lead Generation, Account-Based Marketing, Google Ads, Facebook Ads, Landing Page และระบบวัดผล Lead คุณภาพ ขอแนะนำ คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ จาก DigitalD2M ครับ

คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจวิธีเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ วางข้อความให้ตรงกับ Pain Point ของลูกค้าองค์กร ทำคอนเทนต์และหน้าเว็บให้รองรับ Lead คุณภาพ และวัดผลให้เห็นว่าช่องทางไหนสร้างโอกาสทางธุรกิจจริง สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที

คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/

(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)

หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวิเคราะห์ Target Account, Content Strategy, Google Ads, Landing Page, Lead Quality, ระบบวัดผล หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ

ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:

- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass Account-Based Marketing คืออะไร โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา