หมายเลขประกาศ22011697
Account-Level Negative Keywords: คุมคำเสียทั้งบัญชี คำค้นเสียเกิดซ้ำทั้งบัญชี ควรตัดตั้งแต่ระดับบัญชีเพื่อคุมงบ Google Ads ให้แม่นขึ้น
ข้อมูลสินค้า
ประเภทการขายขาย/ให้เช่า/บริการ
สภาพสินค้าใหม่
ราคาสอบถามรายละเอียด
ข้อมูลผู้ขาย
ชื่อผู้ขายDigitalD2M
ประเภทผู้ขายบุคคล
ประเภทสมาชิกสมาชิกที่ส่งหลักฐาน
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
"ถ้าคำค้นเสียเกิดซ้ำทั้งบัญชี การไล่ใส่ Negative Keywords ทีละแคมเปญอาจไม่ใช่วิธีที่ฉลาดที่สุด เพราะบางคำควรถูกตัดตั้งแต่ระดับบัญชี"
Account-Level Negative Keywords คือฟีเจอร์ใน Google Ads ที่ช่วยให้เราตัดคำค้นที่ไม่ต้องการออกจากหลายแคมเปญในระดับบัญชี โดยไม่ต้องไล่ใส่ Negative Keywords ซ้ำ ๆ ทีละแคมเปญ เหมาะมากกับบัญชีที่มีหลายแคมเปญ เช่น Search, Shopping, Performance Max หรือ PMax แล้วเจอคำค้นเสียประเภทเดิมวนกลับมาเรื่อย ๆ
ปัญหาที่หลายบัญชีเจอคือ ทีมยิงแอดคุมคำค้นใน Search Campaign ได้ดีระดับหนึ่ง แต่พอมี Shopping หรือ Performance Max เพิ่มเข้ามา บางคำที่ไม่เกี่ยวข้องยังคงกินงบอยู่ เช่น “ฟรี”, “สมัครงาน”, “มือสอง”, “รีวิว”, “ไฟล์”, “ตัวอย่าง”, “งาน”, “รับสมัคร” หรือคำอื่นที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการขาย
ถ้าเป็นบัญชีเล็กที่มีแคมเปญไม่กี่ตัว การใส่ Negative Keywords ระดับแคมเปญอาจยังพอจัดการได้ แต่เมื่อบัญชีเริ่มมีหลายแคมเปญ หลายหมวดสินค้า หลายบริการ และหลาย Funnel การจัดการทีละแคมเปญจะเริ่มช้า ซ้ำซ้อน และเสี่ยงหลุดคำเสียบางคำได้ง่าย
Google ระบุว่า Account-level negative keywords ช่วย exclude search terms จากแคมเปญที่เสิร์ฟบน Search และ Shopping inventory เพื่อให้โฆษณาโฟกัสกับคำที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ามากขึ้น โดยรายการระดับบัญชีนี้จะ apply กับ Search และ Shopping inventory ในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง รวมถึง Performance Max ด้วย
บทความนี้จะพาเข้าใจ Account-Level Negative Keywords แบบใช้งานจริง ว่าคืออะไร ต่างจาก Negative Keyword List และ Campaign-level Negative Keywords อย่างไร ควรใช้ตอนไหน ต้องระวังอะไร และจะวางระบบตัดคำค้นเสียทั้งบัญชีอย่างไรให้คุมงบ Google Ads ได้ดีขึ้น โดยไม่ตัดคำดีทิ้งแบบไม่รู้ตัว
สารบัญบทความ
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
2. ทำไมบัญชีที่มีหลายแคมเปญควรใช้
3. Account-Level Negative Keywords ทำงานอย่างไร
4. ต่างจาก Campaign-Level Negative Keywords อย่างไร
5. ใช้กับ Performance Max และ Shopping อย่างไร
6. คำแบบไหนควรใส่ระดับบัญชี
7. Workflow จาก Search Terms สู่ Negative Keywords
8. Framework CLEAN สำหรับคุมคำเสียทั้งบัญชี
9. Masterclass: วิธีใช้ในธุรกิจจริง
10. Danger Zone: จุดพลาดที่ต้องระวัง
11. Checklist ก่อนเพิ่มคำระดับบัญชี
12. FAQ คำถามที่พบบ่อย
13. สรุปแนวคิดสำคัญ
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
Account-Level Negative Keywords คือการใส่ Negative Keywords ในระดับบัญชี Google Ads เพื่อกันไม่ให้โฆษณาแสดงกับ search terms ที่ไม่ต้องการในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องใส่ซ้ำทีละแคมเปญ
ถ้าพูดให้ง่ายขึ้น Campaign-level negative keywords คือการตัดคำเสียเฉพาะแคมเปญหนึ่ง แต่ Account-level negative keywords คือการตัดคำเสียที่ควรถูกกันออกทั้งบัญชี เช่น คำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแน่นอน คำที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขาย หรือคำที่ทำให้ระบบใช้เงินผิดกลุ่มเป้าหมาย
Google อธิบายว่า Account-level negative keywords ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสร้างรายการระดับบัญชีเพียงชุดเดียว และรายการนี้จะ apply กับ Search และ Shopping inventory ใน campaign types ที่เกี่ยวข้อง ทำให้โฆษณาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกับลูกค้ามากขึ้น
สำหรับคนทำ Google Ads จุดสำคัญคืออย่ามอง Negative Keywords เป็นแค่การตัดคำเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ให้มองเป็นระบบควบคุมคุณภาพ Traffic ทั้งบัญชี เพราะคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้อง หากปล่อยให้กินงบซ้ำ ๆ จะทำให้ CPA สูงขึ้นและทำให้การวัดผลแคมเปญเพี้ยนได้ง่าย
2. ทำไมบัญชีที่มีหลายแคมเปญควรใช้
เมื่อบัญชี Google Ads เริ่มมีหลายแคมเปญ ปัญหาคำค้นเสียมักไม่ได้เกิดแค่แคมเปญเดียว แต่เกิดซ้ำข้ามแคมเปญ เช่น Search Campaign เจอคำว่า “สมัครงาน” Shopping Campaign เจอคำว่า “มือสอง” และ PMax เจอคำว่า “ฟรี” หรือ “ตัวอย่าง” ซ้ำ ๆ
ถ้าทีมต้องไล่ใส่คำเหล่านี้ทีละแคมเปญ จะเกิดงานซ้ำซ้อนและเสี่ยงลืมบางแคมเปญ โดยเฉพาะบัญชีที่มีการเปิดแคมเปญใหม่ตลอดเวลา เช่น แคมเปญสินค้าใหม่ แคมเปญโปรโมชัน แคมเปญตามหมวดสินค้า หรือแคมเปญแยกพื้นที่
Account-Level Negative Keywords จึงช่วยเป็นชั้นควบคุมพื้นฐานของบัญชี คล้ายการตั้งกฎว่า “คำเหล่านี้ไม่ควรให้บัญชีนี้ไปแสดงเลย” ไม่ว่าแคมเปญใดจะถูกสร้างขึ้นภายหลัง ถ้าเข้าข่าย inventory ที่รองรับ ก็จะถูกกันตามรายการระดับบัญชี
สำหรับทีมที่ดูแลหลายบัญชีหรือเอเจนซีที่ต้องคุมคุณภาพให้ลูกค้าหลายราย ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ระบบการ Optimize สะอาดขึ้น เพราะมีแกนกลางในการตัดคำเสียที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแน่ ๆ
3. Account-Level Negative Keywords ทำงานอย่างไร
เมื่อคุณสร้างรายการ Account-Level Negative Keywords ใน Account Settings ของ Google Ads คำเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อ exclude search terms จาก Search และ Shopping inventory ใน campaign types ที่เกี่ยวข้อง เช่น Search, Performance Max, App, Shopping, Smart และ Local campaigns ตามที่ Google ระบุไว้
แนวคิดคือแทนที่จะใส่คำว่า “ฟรี” หรือ “สมัครงาน” ซ้ำในทุกแคมเปญ คุณสามารถนำคำที่มั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งบัญชีมาใส่ไว้ที่ระดับบัญชีได้ เพื่อให้ระบบกันคำเหล่านี้ออกในวงกว้างกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การใช้ระดับบัญชีต้องระวังมากกว่าระดับแคมเปญ เพราะถ้าใส่คำผิดหรือใส่คำกว้างเกินไป อาจทำให้แคมเปญหลายตัวเสียโอกาสพร้อมกัน ดังนั้นไม่ควรใช้ Account-Level Negative Keywords กับคำที่ยังไม่มั่นใจ หรือคำที่อาจมีความหมายดีในบางแคมเปญ
Google ระบุว่ามีลิมิต 1,000 negative keywords ในระดับ account-level ดังนั้นควรใช้พื้นที่นี้กับคำที่สำคัญจริง ไม่ใช่ใส่ทุกคำที่เจอแบบไม่มีระบบ เพราะถ้ารายการรกเกินไปจะตรวจสอบยากและเสี่ยงตัด traffic ดีทิ้ง
4. ต่างจาก Campaign-Level Negative Keywords อย่างไร
Campaign-Level Negative Keywords เหมาะกับคำที่ต้องการตัดเฉพาะแคมเปญใดแคมเปญหนึ่ง เช่น แคมเปญ “คอร์ส Google Ads” อาจต้องตัดคำว่า “ฟรี” หรือ “PDF” แต่แคมเปญ “บทความให้ความรู้” อาจไม่จำเป็นต้องตัดคำเหล่านี้เสมอไป
Account-Level Negative Keywords เหมาะกับคำที่มั่นใจว่าไม่ควรให้บัญชีนี้แสดงในทุกกรณี เช่น ธุรกิจไม่ได้รับสมัครงาน แต่เจอคำว่า “งาน”, “สมัครงาน”, “เงินเดือน” ซ้ำ ๆ หรือร้านขายสินค้าใหม่ไม่ต้องการคำว่า “มือสอง” ในทุกแคมเปญ
ความต่างที่สำคัญคือระดับผลกระทบ ถ้าใส่ผิดในระดับแคมเปญ ผลกระทบจะจำกัดในแคมเปญนั้น แต่ถ้าใส่ผิดในระดับบัญชี ผลกระทบอาจกระทบหลายแคมเปญพร้อมกัน ดังนั้นระดับบัญชีควรใช้กับคำที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าควรตัดจริงทั้งบัญชี
ในเชิงกลยุทธ์ บัญชีที่ดีมักใช้ทั้ง 2 ระดับร่วมกัน โดยใช้ Account-level สำหรับคำเสียถาวรทั้งบัญชี และใช้ Campaign-level สำหรับคำที่ต้องตัดเฉพาะแคมเปญ เฉพาะหมวดสินค้า หรือเฉพาะ Funnel
5. ใช้กับ Performance Max และ Shopping อย่างไร
หนึ่งในเหตุผลที่ Account-Level Negative Keywords สำคัญขึ้น คือการใช้งาน Performance Max และ Shopping ที่ไม่สามารถจัดการคำค้นแบบเดียวกับ Search Campaign ดั้งเดิมได้ทุกมิติ
Google ระบุว่า Account-level negative keywords จะ apply กับ Search และ Shopping inventory รวมถึงใน Performance Max campaigns ด้วย นั่นแปลว่าถ้าคุณใส่คำที่ไม่เหมาะกับแบรนด์หรือไม่เกี่ยวกับธุรกิจในระดับบัญชี คำเหล่านี้จะช่วยกันการแสดงผลในส่วน Search/Shopping inventory ของ PMax ได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ใหม่ไม่ต้องการให้แอดไปแสดงกับคำว่า “มือสอง”, “ซ่อม”, “รับบริจาค” หรือ “ฟรี” หากคำเหล่านี้เกิดซ้ำทั้ง Search, Shopping และ PMax การใส่ระดับบัญชีจะช่วยคุมพื้นฐานได้ดีกว่าการไล่แก้ทีละแคมเปญ
แต่ต้องจำไว้ว่า Account-level negative keywords ไม่ใช่เครื่องมือแก้ทุกปัญหาของ PMax เพราะ PMax ยังเกี่ยวข้องกับ Asset Group, Feed, Final URL Expansion, Audience Signals, Conversion Goals และ Product Data ด้วย ดังนั้นควรใช้ร่วมกับการวางโครงสร้างแคมเปญที่ดี ไม่ใช่หวังพึ่ง negative keywords อย่างเดียว
6. คำแบบไหนควรใส่ระดับบัญชี
คำที่เหมาะกับ Account-Level Negative Keywords ควรเป็นคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างชัดเจน และมีโอกาสทำให้บัญชีเสียเงินโดยไม่สร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่คำที่แค่ performance ต่ำชั่วคราวหรือยังตีความไม่ได้
- คำหางาน: สมัครงาน, งาน, เงินเดือน, ฝึกงาน, job, career
- คำของฟรี: ฟรี, free, ดาวน์โหลด, PDF, template, ตัวอย่าง
- คำมือสอง: มือสอง, used, second hand, ของเก่า หากธุรกิจขายของใหม่เท่านั้น
- คำซ่อม: ซ่อม, repair, อะไหล่ หากธุรกิจไม่ได้ให้บริการซ่อมหรือขายอะไหล่
- คำไม่ตรงกลุ่ม: นักเรียน, รายงาน, วิจัย, meaning, คืออะไร หากแคมเปญเน้นขายและคำเหล่านี้ไม่เคยสร้าง lead คุณภาพ
- คำพื้นที่ที่ไม่รับบริการ: จังหวัดหรือประเทศที่ธุรกิจไม่ได้ให้บริการ หากมั่นใจว่าไม่ต้องการ traffic จากพื้นที่นั้น
แต่บางคำต้องระวัง เช่น “รีวิว” อาจเป็นคำเสียสำหรับบางธุรกิจ แต่เป็นคำดีสำหรับสินค้าที่ลูกค้ามักค้นหาก่อนซื้อ หรือคำว่า “ราคา” อาจไม่ควรถูกตัด เพราะคนที่ค้นหาราคาอาจมี intent สูงมาก ดังนั้นห้ามใส่ negative ระดับบัญชีจากความรู้สึกอย่างเดียว ต้องดูข้อมูลจริงประกอบเสมอ
7. Workflow จาก Search Terms สู่ Negative Keywords
การทำ Negative Keywords ที่ดีไม่ควรเริ่มจากการเดา แต่ควรเริ่มจาก Search Terms Report และข้อมูล conversion จริง เพื่อแยกว่าคำไหนควรถูกตัดระดับบัญชี คำไหนควรถูกตัดระดับแคมเปญ และคำไหนควรเก็บไว้แม้ดูไม่สวยในตอนแรก
Workflow ที่แนะนำคือ เริ่มจากดึง Search Terms ในช่วง 14 ถึง 30 วันล่าสุด จากนั้นจัดกลุ่มคำค้นเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ “ตัดทั้งบัญชี”, “ตัดเฉพาะแคมเปญ” และ “เฝ้าดูต่อ”
คำที่ควรตัดทั้งบัญชีคือคำที่ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เช่น สมัครงาน มือสอง ฟรี ซ่อม หรือคำที่ธุรกิจไม่ได้ให้บริการเลย ส่วนคำที่ควรตัดเฉพาะแคมเปญคือคำที่อาจไม่เหมาะกับแคมเปญหนึ่ง แต่ยังอาจเหมาะกับอีกแคมเปญ เช่น คำว่า “ราคา”, “เปรียบเทียบ”, “รีวิว” หรือ “ใกล้ฉัน”
สำหรับคำที่ควรเฝ้าดูต่อ คือคำที่ยังมีข้อมูลไม่พอ เช่น มีคลิกบ้างแต่ยังไม่มี Conversion หรือมี Cost ไม่มากพอให้ตัดสินใจ คำกลุ่มนี้ไม่ควรถูกตัดทันที โดยเฉพาะถ้าเป็นคำที่อยู่กลาง Funnel และอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อในภายหลัง
8. Framework CLEAN สำหรับคุมคำเสียทั้งบัญชี
เพื่อให้ใช้ Account-Level Negative Keywords ได้เป็นระบบ ลองใช้ Framework CLEAN ก่อนเพิ่มคำเข้าไปในระดับบัญชี
1. C - Collect Search Terms
ดึง Search Terms จาก Search, Shopping และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ PMax เพื่อดูคำค้นจริง ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก
2. L - Label Intent
จัดกลุ่มเจตนาของคำค้น เช่น หางาน หาของฟรี หาข้อมูล หาซื้อ หาซ่อม หรือหาแบรนด์
3. E - Evaluate Business Fit
ประเมินว่าคำนั้นไม่เหมาะกับธุรกิจทั้งบัญชีจริงหรือไม่ หรือแค่ไม่เหมาะกับบางแคมเปญ
4. A - Add at the Right Level
เลือกระดับให้ถูก ถ้าไม่เกี่ยวทั้งบัญชีให้ใส่ account-level ถ้าไม่เกี่ยวเฉพาะแคมเปญให้ใส่ campaign-level
5. N - Notice Impact
ติดตามผลหลังใส่ เช่น Impression, Click, Conversion, CPA และ Search Terms ว่าคุณตัดงบเสียได้จริงหรือเผลอตัดโอกาสดีออกไป
วิธีนำไปใช้จริงคือ ทุกสัปดาห์ให้ทีมดึงคำค้นที่ใช้เงินแต่ไม่สร้างผลลัพธ์ แล้วนำมาจัดหมวดด้วย CLEAN Framework ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรโยนทุกคำที่ไม่ชอบเข้า account-level ทันที เพราะคำที่ดูไม่ดีในวันนี้ อาจเป็นคำที่ช่วยเปิด Funnel ในบางแคมเปญได้
9. Masterclass: วิธีใช้ Account-Level Negative Keywords ในธุรกิจจริง
Masterclass 1: ตัดคำหางานออกจากบัญชีธุรกิจบริการ
แนวคิด:
ธุรกิจบริการจำนวนมากเจอ traffic จากคนหางาน เช่น “สมัครงาน”, “เงินเดือน”, “ตำแหน่งงาน”, “ฝึกงาน” ทั้งที่บัญชีนั้นต้องการลูกค้า ไม่ใช่ผู้สมัครงาน
วิธีการนำไปปรับใช้:
ถ้าธุรกิจไม่ได้ใช้บัญชีนี้เพื่อรับสมัครงาน ให้รวบรวมคำกลุ่ม employment intent แล้วใส่เป็น Account-Level Negative Keywords เช่น สมัครงาน, งาน, job, career, salary, ฝึกงาน
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
เอเจนซีรับทำโฆษณาอาจยิงคำว่า “บริษัทยิงแอด” แล้วเจอคำค้น “งานยิงแอด”, “สมัครงานยิงแอด”, “เงินเดือน media buyer” ถ้าคำเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของบัญชี ควรตัดระดับบัญชีเพื่อกันงบไหลซ้ำ
Masterclass 2: คุมคำฟรีและคำดาวน์โหลดในบัญชีคอร์สเรียน
แนวคิด:
ธุรกิจคอร์สเรียนมักเจอคนค้นหาของฟรี เช่น “เรียนฟรี”, “PDF”, “ดาวน์โหลด”, “template”, “ตัวอย่าง” ซึ่งบางคำอาจเหมาะกับ Lead Magnet แต่ไม่เหมาะกับแคมเปญขายคอร์สโดยตรง
วิธีการนำไปปรับใช้:
แยกให้ชัดก่อนว่าบัญชีนี้ต้องการขายคอร์สหรือเก็บ lead จากของฟรี ถ้าไม่ต้องการ traffic ฟรีทั้งบัญชี จึงค่อยใส่ account-level แต่ถ้าบางแคมเปญมี Lead Magnet ฟรี ควรใช้ campaign-level แทน
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
ถ้าคุณยิงคอร์ส Google Ads แบบเสียเงิน คำว่า “เรียน Google Ads ฟรี” อาจทำให้ CPA สูงและ lead คุณภาพต่ำ แต่ถ้าคุณมีบทเรียนฟรีเป็น Funnel อาจไม่ควรตัดทั้งบัญชี ดังนั้นต้องเลือกเลเวลให้ถูก
Masterclass 3: ตัดคำมือสองในบัญชี E-commerce ที่ขายของใหม่เท่านั้น
แนวคิด:
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าใหม่เท่านั้น มักไม่ควรเสียเงินกับคนที่ค้นหาสินค้ามือสอง เพราะเจตนา ราคา และความคาดหวังไม่ตรงกับข้อเสนอของร้าน
วิธีการนำไปปรับใช้:
ถ้าพบคำว่า มือสอง, used, second hand, refurbished หรือคำใกล้เคียงซ้ำ ๆ และไม่เคยสร้างยอดขายคุณภาพ ให้พิจารณาใส่ระดับบัญชีเพื่อกันออกจาก Search/Shopping/PMax inventory ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
ร้านขายเครื่องครัวใหม่ เช่น เตา ฮู้ด ซิงก์ หรืออุปกรณ์ครัว อาจไม่ต้องการคำว่า “มือสอง” หรือ “ซ่อม” เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มักมี intent ต่างจากคนที่พร้อมซื้อสินค้าใหม่
10. Danger Zone: จุดพลาดที่ต้องระวัง
ข้อผิดพลาดที่ 1: ใส่คำกว้างเกินไปในระดับบัญชี
คำที่กว้างเกินไปอาจตัด traffic ดีออกจากหลายแคมเปญพร้อมกัน ผลเสียคือ Impression และ Conversion ลดลงโดยไม่รู้สาเหตุ แนวทางหลีกเลี่ยงคือใช้ account-level เฉพาะคำที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจทั้งบัญชีจริง ๆ
ข้อผิดพลาดที่ 2: ตัดคำจากความรู้สึก ไม่ดู Search Terms
บางคำดูเหมือนไม่ดี แต่จริง ๆ อาจสร้าง lead คุณภาพในบางบริบท ผลเสียคือเสียโอกาสจากคำที่มี intent ดี แนวทางคือดูข้อมูล Search Terms, Conversion, CPA และ Lead Quality ก่อนตัด
ข้อผิดพลาดที่ 3: ใช้ account-level แทน campaign-level ทุกอย่าง
ไม่ใช่ทุกคำควรถูกตัดทั้งบัญชี บางคำควรถูกตัดแค่บางแคมเปญ ผลเสียคือแคมเปญอื่นที่ยังต้องการคำนั้นอาจเสีย performance แนวทางคือแยกให้ชัดว่าคำนี้ไม่เหมาะทั้งบัญชีหรือเฉพาะแคมเปญ
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่ตรวจผลหลังเพิ่ม Negative Keywords
หลายคนใส่คำแล้วจบ แต่ไม่ดูว่า traffic และ conversion เปลี่ยนอย่างไร ผลเสียคือไม่รู้ว่าตัดคำเสียจริงหรือตัดคำดีไปด้วย แนวทางคือเทียบผลก่อนและหลัง 7 ถึง 14 วัน หรือรอบข้อมูลที่เหมาะสม
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่จัดหมวดรายการคำเชิงลบ
ถ้ารายการ negative keyword เต็มไปด้วยคำปนกัน เช่น ฟรี งาน มือสอง ซ่อม รีวิว ราคา โดยไม่จัดหมวด ทีมจะตรวจสอบยาก ผลเสียคือบัญชีรกและแก้ปัญหาช้า แนวทางคือจัดหมวดตาม intent เช่น Employment, Freebie, Repair, Used, Research
11. Checklist ก่อนเพิ่มคำระดับบัญชี
- ดึง Search Terms อย่างน้อย 14 ถึง 30 วันก่อนตัดสินใจแล้วหรือยัง
- ตรวจแล้วหรือยังว่าคำนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจทั้งบัญชีจริง ๆ
- แยกคำที่ควรตัดระดับบัญชีออกจากคำที่ควรตัดเฉพาะแคมเปญแล้วหรือยัง
- เช็กแล้วหรือยังว่าคำนั้นไม่สร้าง Conversion หรือ Lead คุณภาพในแคมเปญอื่น
- ตรวจ match type ก่อนเพิ่มคำเชิงลบแล้วหรือไม่
- ไม่ใส่คำที่กว้างเกินไปจนเสี่ยงตัด traffic ดีใช่หรือไม่
- จัดหมวดคำเชิงลบ เช่น งาน ฟรี มือสอง ซ่อม หรือวิจัย แล้วหรือยัง
- ตรวจผลกระทบกับ Search, Shopping และ Performance Max หลังเพิ่มแล้วหรือยัง
- บันทึกเหตุผลว่าทำไมคำนี้ถูกใส่ระดับบัญชีไว้ในเอกสารกลางหรือไม่
- มีรอบรีวิว Account-Level Negative Keywords อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือไม่
12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Account-Level Negative Keywords
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
Account-Level Negative Keywords คือรายการคำเชิงลบระดับบัญชีใน Google Ads ที่ใช้กัน search terms ที่ไม่ต้องการออกจาก Search และ Shopping inventory ในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องใส่ซ้ำทีละแคมเปญ
2. ใช้กับ Performance Max ได้ไหม
ใช้ได้ในส่วน Search และ Shopping inventory ที่เกี่ยวข้องกับ Performance Max ตามเอกสารของ Google แต่ควรเข้าใจว่าไม่ได้แก้ทุกปัญหาของ PMax ต้องใช้ร่วมกับ feed, asset group, conversion goal และโครงสร้างแคมเปญที่ดี
3. ใส่ได้กี่คำในระดับบัญชี
Google ระบุว่ามีลิมิต 1,000 negative keywords ในระดับบัญชี ดังนั้นควรใช้กับคำที่สำคัญจริง และไม่ควรใส่ทุกคำที่เจอแบบไม่มีการคัดกรอง
4. ต่างจาก Negative Keyword List อย่างไร
Negative Keyword List มักสร้างเป็นรายการใน Shared Library แล้วนำไป apply กับแคมเปญที่เลือก ส่วน Account-Level Negative Keywords apply ในระดับบัญชีกับ inventory ที่เกี่ยวข้อง เหมาะกับคำที่ต้องการกันออกทั้งบัญชีจริง ๆ
5. ควรรีวิว Account-Level Negative Keywords บ่อยแค่ไหน
ควรรีวิวอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสินค้า บริการ Funnel หรือเปิดแคมเปญใหม่ เพราะคำที่เคยควรตัดในอดีต อาจไม่เหมาะกับกลยุทธ์ใหม่เสมอไป
13. สรุป: คำค้นเสียซ้ำทั้งบัญชี ควรถูกจัดการตั้งแต่ระดับบัญชี
Account-Level Negative Keywords เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Google Ads Account สะอาดขึ้น โดยเฉพาะบัญชีที่มีหลายแคมเปญและเจอคำค้นเสียประเภทเดิมซ้ำ ๆ ใน Search, Shopping หรือ Performance Max
ข้อดีคือช่วยลดงานซ้ำ ไม่ต้องไล่ใส่คำเชิงลบทีละแคมเปญ และช่วยตั้งกฎพื้นฐานให้บัญชีไม่แสดงกับคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง ๆ เช่น คำหางาน คำของฟรี คำมือสอง หรือคำซ่อม หากธุรกิจไม่ได้ต้องการ traffic เหล่านั้น
แต่ข้อควรระวังคือระดับบัญชีมีผลกว้างมาก ถ้าใส่คำผิดหรือกว้างเกินไป อาจกระทบหลายแคมเปญพร้อมกัน ดังนั้นต้องใช้ข้อมูล Search Terms, Conversion, Lead Quality และบริบทแคมเปญประกอบเสมอ
ธุรกิจที่ใช้ Account-Level Negative Keywords ได้ดี จะไม่ได้แค่ลดงบเสีย แต่ยังทำให้การวิเคราะห์ Google Ads ชัดขึ้น เพราะรู้ว่าบัญชีถูกกรองคำที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้ว และงบที่เหลือถูกใช้กับคำค้นที่มีโอกาสสร้างผลลัพธ์จริงมากขึ้น
อย่าปล่อยให้คำค้นเสียเดิม ๆ กินงบซ้ำทุกแคมเปญ
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการใช้ Account-Level Negative Keywords, Search Terms, Negative Keywords, Performance Max, Search Ads และ Shopping Ads เพื่อคุมคำค้นเสียทั้งบัญชี Google Ads ให้แม่นขึ้น ขอแนะนำ คอร์สเรียน Google Ads จาก DigitalD2M ครับ
คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจการวางระบบ Google Ads ตั้งแต่ Search Terms, Negative Keywords, Account-Level Negative Keywords, Campaign-Level Negative Keywords, Performance Max, Shopping Ads และการวิเคราะห์คำค้นให้เชื่อมกับยอดขายจริง สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที
คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยตรวจ Search Terms, วางระบบ Negative Keywords, แยก Search / Shopping / PMax, ปรับโครงสร้างบัญชี Google Ads หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Account-Level Negative Keywords คุมคำเสียทั้งบัญชี Google Ads โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ
Account-Level Negative Keywords คือฟีเจอร์ใน Google Ads ที่ช่วยให้เราตัดคำค้นที่ไม่ต้องการออกจากหลายแคมเปญในระดับบัญชี โดยไม่ต้องไล่ใส่ Negative Keywords ซ้ำ ๆ ทีละแคมเปญ เหมาะมากกับบัญชีที่มีหลายแคมเปญ เช่น Search, Shopping, Performance Max หรือ PMax แล้วเจอคำค้นเสียประเภทเดิมวนกลับมาเรื่อย ๆ
ปัญหาที่หลายบัญชีเจอคือ ทีมยิงแอดคุมคำค้นใน Search Campaign ได้ดีระดับหนึ่ง แต่พอมี Shopping หรือ Performance Max เพิ่มเข้ามา บางคำที่ไม่เกี่ยวข้องยังคงกินงบอยู่ เช่น “ฟรี”, “สมัครงาน”, “มือสอง”, “รีวิว”, “ไฟล์”, “ตัวอย่าง”, “งาน”, “รับสมัคร” หรือคำอื่นที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการขาย
ถ้าเป็นบัญชีเล็กที่มีแคมเปญไม่กี่ตัว การใส่ Negative Keywords ระดับแคมเปญอาจยังพอจัดการได้ แต่เมื่อบัญชีเริ่มมีหลายแคมเปญ หลายหมวดสินค้า หลายบริการ และหลาย Funnel การจัดการทีละแคมเปญจะเริ่มช้า ซ้ำซ้อน และเสี่ยงหลุดคำเสียบางคำได้ง่าย
Google ระบุว่า Account-level negative keywords ช่วย exclude search terms จากแคมเปญที่เสิร์ฟบน Search และ Shopping inventory เพื่อให้โฆษณาโฟกัสกับคำที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ามากขึ้น โดยรายการระดับบัญชีนี้จะ apply กับ Search และ Shopping inventory ในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง รวมถึง Performance Max ด้วย
บทความนี้จะพาเข้าใจ Account-Level Negative Keywords แบบใช้งานจริง ว่าคืออะไร ต่างจาก Negative Keyword List และ Campaign-level Negative Keywords อย่างไร ควรใช้ตอนไหน ต้องระวังอะไร และจะวางระบบตัดคำค้นเสียทั้งบัญชีอย่างไรให้คุมงบ Google Ads ได้ดีขึ้น โดยไม่ตัดคำดีทิ้งแบบไม่รู้ตัว
สารบัญบทความ
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
2. ทำไมบัญชีที่มีหลายแคมเปญควรใช้
3. Account-Level Negative Keywords ทำงานอย่างไร
4. ต่างจาก Campaign-Level Negative Keywords อย่างไร
5. ใช้กับ Performance Max และ Shopping อย่างไร
6. คำแบบไหนควรใส่ระดับบัญชี
7. Workflow จาก Search Terms สู่ Negative Keywords
8. Framework CLEAN สำหรับคุมคำเสียทั้งบัญชี
9. Masterclass: วิธีใช้ในธุรกิจจริง
10. Danger Zone: จุดพลาดที่ต้องระวัง
11. Checklist ก่อนเพิ่มคำระดับบัญชี
12. FAQ คำถามที่พบบ่อย
13. สรุปแนวคิดสำคัญ
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
Account-Level Negative Keywords คือการใส่ Negative Keywords ในระดับบัญชี Google Ads เพื่อกันไม่ให้โฆษณาแสดงกับ search terms ที่ไม่ต้องการในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องใส่ซ้ำทีละแคมเปญ
ถ้าพูดให้ง่ายขึ้น Campaign-level negative keywords คือการตัดคำเสียเฉพาะแคมเปญหนึ่ง แต่ Account-level negative keywords คือการตัดคำเสียที่ควรถูกกันออกทั้งบัญชี เช่น คำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแน่นอน คำที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขาย หรือคำที่ทำให้ระบบใช้เงินผิดกลุ่มเป้าหมาย
Google อธิบายว่า Account-level negative keywords ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสร้างรายการระดับบัญชีเพียงชุดเดียว และรายการนี้จะ apply กับ Search และ Shopping inventory ใน campaign types ที่เกี่ยวข้อง ทำให้โฆษณาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกับลูกค้ามากขึ้น
สำหรับคนทำ Google Ads จุดสำคัญคืออย่ามอง Negative Keywords เป็นแค่การตัดคำเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ให้มองเป็นระบบควบคุมคุณภาพ Traffic ทั้งบัญชี เพราะคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้อง หากปล่อยให้กินงบซ้ำ ๆ จะทำให้ CPA สูงขึ้นและทำให้การวัดผลแคมเปญเพี้ยนได้ง่าย
2. ทำไมบัญชีที่มีหลายแคมเปญควรใช้
เมื่อบัญชี Google Ads เริ่มมีหลายแคมเปญ ปัญหาคำค้นเสียมักไม่ได้เกิดแค่แคมเปญเดียว แต่เกิดซ้ำข้ามแคมเปญ เช่น Search Campaign เจอคำว่า “สมัครงาน” Shopping Campaign เจอคำว่า “มือสอง” และ PMax เจอคำว่า “ฟรี” หรือ “ตัวอย่าง” ซ้ำ ๆ
ถ้าทีมต้องไล่ใส่คำเหล่านี้ทีละแคมเปญ จะเกิดงานซ้ำซ้อนและเสี่ยงลืมบางแคมเปญ โดยเฉพาะบัญชีที่มีการเปิดแคมเปญใหม่ตลอดเวลา เช่น แคมเปญสินค้าใหม่ แคมเปญโปรโมชัน แคมเปญตามหมวดสินค้า หรือแคมเปญแยกพื้นที่
Account-Level Negative Keywords จึงช่วยเป็นชั้นควบคุมพื้นฐานของบัญชี คล้ายการตั้งกฎว่า “คำเหล่านี้ไม่ควรให้บัญชีนี้ไปแสดงเลย” ไม่ว่าแคมเปญใดจะถูกสร้างขึ้นภายหลัง ถ้าเข้าข่าย inventory ที่รองรับ ก็จะถูกกันตามรายการระดับบัญชี
สำหรับทีมที่ดูแลหลายบัญชีหรือเอเจนซีที่ต้องคุมคุณภาพให้ลูกค้าหลายราย ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ระบบการ Optimize สะอาดขึ้น เพราะมีแกนกลางในการตัดคำเสียที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแน่ ๆ
3. Account-Level Negative Keywords ทำงานอย่างไร
เมื่อคุณสร้างรายการ Account-Level Negative Keywords ใน Account Settings ของ Google Ads คำเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อ exclude search terms จาก Search และ Shopping inventory ใน campaign types ที่เกี่ยวข้อง เช่น Search, Performance Max, App, Shopping, Smart และ Local campaigns ตามที่ Google ระบุไว้
แนวคิดคือแทนที่จะใส่คำว่า “ฟรี” หรือ “สมัครงาน” ซ้ำในทุกแคมเปญ คุณสามารถนำคำที่มั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งบัญชีมาใส่ไว้ที่ระดับบัญชีได้ เพื่อให้ระบบกันคำเหล่านี้ออกในวงกว้างกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การใช้ระดับบัญชีต้องระวังมากกว่าระดับแคมเปญ เพราะถ้าใส่คำผิดหรือใส่คำกว้างเกินไป อาจทำให้แคมเปญหลายตัวเสียโอกาสพร้อมกัน ดังนั้นไม่ควรใช้ Account-Level Negative Keywords กับคำที่ยังไม่มั่นใจ หรือคำที่อาจมีความหมายดีในบางแคมเปญ
Google ระบุว่ามีลิมิต 1,000 negative keywords ในระดับ account-level ดังนั้นควรใช้พื้นที่นี้กับคำที่สำคัญจริง ไม่ใช่ใส่ทุกคำที่เจอแบบไม่มีระบบ เพราะถ้ารายการรกเกินไปจะตรวจสอบยากและเสี่ยงตัด traffic ดีทิ้ง
4. ต่างจาก Campaign-Level Negative Keywords อย่างไร
Campaign-Level Negative Keywords เหมาะกับคำที่ต้องการตัดเฉพาะแคมเปญใดแคมเปญหนึ่ง เช่น แคมเปญ “คอร์ส Google Ads” อาจต้องตัดคำว่า “ฟรี” หรือ “PDF” แต่แคมเปญ “บทความให้ความรู้” อาจไม่จำเป็นต้องตัดคำเหล่านี้เสมอไป
Account-Level Negative Keywords เหมาะกับคำที่มั่นใจว่าไม่ควรให้บัญชีนี้แสดงในทุกกรณี เช่น ธุรกิจไม่ได้รับสมัครงาน แต่เจอคำว่า “งาน”, “สมัครงาน”, “เงินเดือน” ซ้ำ ๆ หรือร้านขายสินค้าใหม่ไม่ต้องการคำว่า “มือสอง” ในทุกแคมเปญ
ความต่างที่สำคัญคือระดับผลกระทบ ถ้าใส่ผิดในระดับแคมเปญ ผลกระทบจะจำกัดในแคมเปญนั้น แต่ถ้าใส่ผิดในระดับบัญชี ผลกระทบอาจกระทบหลายแคมเปญพร้อมกัน ดังนั้นระดับบัญชีควรใช้กับคำที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าควรตัดจริงทั้งบัญชี
ในเชิงกลยุทธ์ บัญชีที่ดีมักใช้ทั้ง 2 ระดับร่วมกัน โดยใช้ Account-level สำหรับคำเสียถาวรทั้งบัญชี และใช้ Campaign-level สำหรับคำที่ต้องตัดเฉพาะแคมเปญ เฉพาะหมวดสินค้า หรือเฉพาะ Funnel
5. ใช้กับ Performance Max และ Shopping อย่างไร
หนึ่งในเหตุผลที่ Account-Level Negative Keywords สำคัญขึ้น คือการใช้งาน Performance Max และ Shopping ที่ไม่สามารถจัดการคำค้นแบบเดียวกับ Search Campaign ดั้งเดิมได้ทุกมิติ
Google ระบุว่า Account-level negative keywords จะ apply กับ Search และ Shopping inventory รวมถึงใน Performance Max campaigns ด้วย นั่นแปลว่าถ้าคุณใส่คำที่ไม่เหมาะกับแบรนด์หรือไม่เกี่ยวกับธุรกิจในระดับบัญชี คำเหล่านี้จะช่วยกันการแสดงผลในส่วน Search/Shopping inventory ของ PMax ได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ใหม่ไม่ต้องการให้แอดไปแสดงกับคำว่า “มือสอง”, “ซ่อม”, “รับบริจาค” หรือ “ฟรี” หากคำเหล่านี้เกิดซ้ำทั้ง Search, Shopping และ PMax การใส่ระดับบัญชีจะช่วยคุมพื้นฐานได้ดีกว่าการไล่แก้ทีละแคมเปญ
แต่ต้องจำไว้ว่า Account-level negative keywords ไม่ใช่เครื่องมือแก้ทุกปัญหาของ PMax เพราะ PMax ยังเกี่ยวข้องกับ Asset Group, Feed, Final URL Expansion, Audience Signals, Conversion Goals และ Product Data ด้วย ดังนั้นควรใช้ร่วมกับการวางโครงสร้างแคมเปญที่ดี ไม่ใช่หวังพึ่ง negative keywords อย่างเดียว
6. คำแบบไหนควรใส่ระดับบัญชี
คำที่เหมาะกับ Account-Level Negative Keywords ควรเป็นคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างชัดเจน และมีโอกาสทำให้บัญชีเสียเงินโดยไม่สร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่คำที่แค่ performance ต่ำชั่วคราวหรือยังตีความไม่ได้
- คำหางาน: สมัครงาน, งาน, เงินเดือน, ฝึกงาน, job, career
- คำของฟรี: ฟรี, free, ดาวน์โหลด, PDF, template, ตัวอย่าง
- คำมือสอง: มือสอง, used, second hand, ของเก่า หากธุรกิจขายของใหม่เท่านั้น
- คำซ่อม: ซ่อม, repair, อะไหล่ หากธุรกิจไม่ได้ให้บริการซ่อมหรือขายอะไหล่
- คำไม่ตรงกลุ่ม: นักเรียน, รายงาน, วิจัย, meaning, คืออะไร หากแคมเปญเน้นขายและคำเหล่านี้ไม่เคยสร้าง lead คุณภาพ
- คำพื้นที่ที่ไม่รับบริการ: จังหวัดหรือประเทศที่ธุรกิจไม่ได้ให้บริการ หากมั่นใจว่าไม่ต้องการ traffic จากพื้นที่นั้น
แต่บางคำต้องระวัง เช่น “รีวิว” อาจเป็นคำเสียสำหรับบางธุรกิจ แต่เป็นคำดีสำหรับสินค้าที่ลูกค้ามักค้นหาก่อนซื้อ หรือคำว่า “ราคา” อาจไม่ควรถูกตัด เพราะคนที่ค้นหาราคาอาจมี intent สูงมาก ดังนั้นห้ามใส่ negative ระดับบัญชีจากความรู้สึกอย่างเดียว ต้องดูข้อมูลจริงประกอบเสมอ
7. Workflow จาก Search Terms สู่ Negative Keywords
การทำ Negative Keywords ที่ดีไม่ควรเริ่มจากการเดา แต่ควรเริ่มจาก Search Terms Report และข้อมูล conversion จริง เพื่อแยกว่าคำไหนควรถูกตัดระดับบัญชี คำไหนควรถูกตัดระดับแคมเปญ และคำไหนควรเก็บไว้แม้ดูไม่สวยในตอนแรก
Workflow ที่แนะนำคือ เริ่มจากดึง Search Terms ในช่วง 14 ถึง 30 วันล่าสุด จากนั้นจัดกลุ่มคำค้นเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ “ตัดทั้งบัญชี”, “ตัดเฉพาะแคมเปญ” และ “เฝ้าดูต่อ”
คำที่ควรตัดทั้งบัญชีคือคำที่ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เช่น สมัครงาน มือสอง ฟรี ซ่อม หรือคำที่ธุรกิจไม่ได้ให้บริการเลย ส่วนคำที่ควรตัดเฉพาะแคมเปญคือคำที่อาจไม่เหมาะกับแคมเปญหนึ่ง แต่ยังอาจเหมาะกับอีกแคมเปญ เช่น คำว่า “ราคา”, “เปรียบเทียบ”, “รีวิว” หรือ “ใกล้ฉัน”
สำหรับคำที่ควรเฝ้าดูต่อ คือคำที่ยังมีข้อมูลไม่พอ เช่น มีคลิกบ้างแต่ยังไม่มี Conversion หรือมี Cost ไม่มากพอให้ตัดสินใจ คำกลุ่มนี้ไม่ควรถูกตัดทันที โดยเฉพาะถ้าเป็นคำที่อยู่กลาง Funnel และอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อในภายหลัง
8. Framework CLEAN สำหรับคุมคำเสียทั้งบัญชี
เพื่อให้ใช้ Account-Level Negative Keywords ได้เป็นระบบ ลองใช้ Framework CLEAN ก่อนเพิ่มคำเข้าไปในระดับบัญชี
1. C - Collect Search Terms
ดึง Search Terms จาก Search, Shopping และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ PMax เพื่อดูคำค้นจริง ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก
2. L - Label Intent
จัดกลุ่มเจตนาของคำค้น เช่น หางาน หาของฟรี หาข้อมูล หาซื้อ หาซ่อม หรือหาแบรนด์
3. E - Evaluate Business Fit
ประเมินว่าคำนั้นไม่เหมาะกับธุรกิจทั้งบัญชีจริงหรือไม่ หรือแค่ไม่เหมาะกับบางแคมเปญ
4. A - Add at the Right Level
เลือกระดับให้ถูก ถ้าไม่เกี่ยวทั้งบัญชีให้ใส่ account-level ถ้าไม่เกี่ยวเฉพาะแคมเปญให้ใส่ campaign-level
5. N - Notice Impact
ติดตามผลหลังใส่ เช่น Impression, Click, Conversion, CPA และ Search Terms ว่าคุณตัดงบเสียได้จริงหรือเผลอตัดโอกาสดีออกไป
วิธีนำไปใช้จริงคือ ทุกสัปดาห์ให้ทีมดึงคำค้นที่ใช้เงินแต่ไม่สร้างผลลัพธ์ แล้วนำมาจัดหมวดด้วย CLEAN Framework ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรโยนทุกคำที่ไม่ชอบเข้า account-level ทันที เพราะคำที่ดูไม่ดีในวันนี้ อาจเป็นคำที่ช่วยเปิด Funnel ในบางแคมเปญได้
9. Masterclass: วิธีใช้ Account-Level Negative Keywords ในธุรกิจจริง
Masterclass 1: ตัดคำหางานออกจากบัญชีธุรกิจบริการ
แนวคิด:
ธุรกิจบริการจำนวนมากเจอ traffic จากคนหางาน เช่น “สมัครงาน”, “เงินเดือน”, “ตำแหน่งงาน”, “ฝึกงาน” ทั้งที่บัญชีนั้นต้องการลูกค้า ไม่ใช่ผู้สมัครงาน
วิธีการนำไปปรับใช้:
ถ้าธุรกิจไม่ได้ใช้บัญชีนี้เพื่อรับสมัครงาน ให้รวบรวมคำกลุ่ม employment intent แล้วใส่เป็น Account-Level Negative Keywords เช่น สมัครงาน, งาน, job, career, salary, ฝึกงาน
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
เอเจนซีรับทำโฆษณาอาจยิงคำว่า “บริษัทยิงแอด” แล้วเจอคำค้น “งานยิงแอด”, “สมัครงานยิงแอด”, “เงินเดือน media buyer” ถ้าคำเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของบัญชี ควรตัดระดับบัญชีเพื่อกันงบไหลซ้ำ
Masterclass 2: คุมคำฟรีและคำดาวน์โหลดในบัญชีคอร์สเรียน
แนวคิด:
ธุรกิจคอร์สเรียนมักเจอคนค้นหาของฟรี เช่น “เรียนฟรี”, “PDF”, “ดาวน์โหลด”, “template”, “ตัวอย่าง” ซึ่งบางคำอาจเหมาะกับ Lead Magnet แต่ไม่เหมาะกับแคมเปญขายคอร์สโดยตรง
วิธีการนำไปปรับใช้:
แยกให้ชัดก่อนว่าบัญชีนี้ต้องการขายคอร์สหรือเก็บ lead จากของฟรี ถ้าไม่ต้องการ traffic ฟรีทั้งบัญชี จึงค่อยใส่ account-level แต่ถ้าบางแคมเปญมี Lead Magnet ฟรี ควรใช้ campaign-level แทน
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
ถ้าคุณยิงคอร์ส Google Ads แบบเสียเงิน คำว่า “เรียน Google Ads ฟรี” อาจทำให้ CPA สูงและ lead คุณภาพต่ำ แต่ถ้าคุณมีบทเรียนฟรีเป็น Funnel อาจไม่ควรตัดทั้งบัญชี ดังนั้นต้องเลือกเลเวลให้ถูก
Masterclass 3: ตัดคำมือสองในบัญชี E-commerce ที่ขายของใหม่เท่านั้น
แนวคิด:
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าใหม่เท่านั้น มักไม่ควรเสียเงินกับคนที่ค้นหาสินค้ามือสอง เพราะเจตนา ราคา และความคาดหวังไม่ตรงกับข้อเสนอของร้าน
วิธีการนำไปปรับใช้:
ถ้าพบคำว่า มือสอง, used, second hand, refurbished หรือคำใกล้เคียงซ้ำ ๆ และไม่เคยสร้างยอดขายคุณภาพ ให้พิจารณาใส่ระดับบัญชีเพื่อกันออกจาก Search/Shopping/PMax inventory ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ:
ร้านขายเครื่องครัวใหม่ เช่น เตา ฮู้ด ซิงก์ หรืออุปกรณ์ครัว อาจไม่ต้องการคำว่า “มือสอง” หรือ “ซ่อม” เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มักมี intent ต่างจากคนที่พร้อมซื้อสินค้าใหม่
10. Danger Zone: จุดพลาดที่ต้องระวัง
ข้อผิดพลาดที่ 1: ใส่คำกว้างเกินไปในระดับบัญชี
คำที่กว้างเกินไปอาจตัด traffic ดีออกจากหลายแคมเปญพร้อมกัน ผลเสียคือ Impression และ Conversion ลดลงโดยไม่รู้สาเหตุ แนวทางหลีกเลี่ยงคือใช้ account-level เฉพาะคำที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจทั้งบัญชีจริง ๆ
ข้อผิดพลาดที่ 2: ตัดคำจากความรู้สึก ไม่ดู Search Terms
บางคำดูเหมือนไม่ดี แต่จริง ๆ อาจสร้าง lead คุณภาพในบางบริบท ผลเสียคือเสียโอกาสจากคำที่มี intent ดี แนวทางคือดูข้อมูล Search Terms, Conversion, CPA และ Lead Quality ก่อนตัด
ข้อผิดพลาดที่ 3: ใช้ account-level แทน campaign-level ทุกอย่าง
ไม่ใช่ทุกคำควรถูกตัดทั้งบัญชี บางคำควรถูกตัดแค่บางแคมเปญ ผลเสียคือแคมเปญอื่นที่ยังต้องการคำนั้นอาจเสีย performance แนวทางคือแยกให้ชัดว่าคำนี้ไม่เหมาะทั้งบัญชีหรือเฉพาะแคมเปญ
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่ตรวจผลหลังเพิ่ม Negative Keywords
หลายคนใส่คำแล้วจบ แต่ไม่ดูว่า traffic และ conversion เปลี่ยนอย่างไร ผลเสียคือไม่รู้ว่าตัดคำเสียจริงหรือตัดคำดีไปด้วย แนวทางคือเทียบผลก่อนและหลัง 7 ถึง 14 วัน หรือรอบข้อมูลที่เหมาะสม
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่จัดหมวดรายการคำเชิงลบ
ถ้ารายการ negative keyword เต็มไปด้วยคำปนกัน เช่น ฟรี งาน มือสอง ซ่อม รีวิว ราคา โดยไม่จัดหมวด ทีมจะตรวจสอบยาก ผลเสียคือบัญชีรกและแก้ปัญหาช้า แนวทางคือจัดหมวดตาม intent เช่น Employment, Freebie, Repair, Used, Research
11. Checklist ก่อนเพิ่มคำระดับบัญชี
- ดึง Search Terms อย่างน้อย 14 ถึง 30 วันก่อนตัดสินใจแล้วหรือยัง
- ตรวจแล้วหรือยังว่าคำนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจทั้งบัญชีจริง ๆ
- แยกคำที่ควรตัดระดับบัญชีออกจากคำที่ควรตัดเฉพาะแคมเปญแล้วหรือยัง
- เช็กแล้วหรือยังว่าคำนั้นไม่สร้าง Conversion หรือ Lead คุณภาพในแคมเปญอื่น
- ตรวจ match type ก่อนเพิ่มคำเชิงลบแล้วหรือไม่
- ไม่ใส่คำที่กว้างเกินไปจนเสี่ยงตัด traffic ดีใช่หรือไม่
- จัดหมวดคำเชิงลบ เช่น งาน ฟรี มือสอง ซ่อม หรือวิจัย แล้วหรือยัง
- ตรวจผลกระทบกับ Search, Shopping และ Performance Max หลังเพิ่มแล้วหรือยัง
- บันทึกเหตุผลว่าทำไมคำนี้ถูกใส่ระดับบัญชีไว้ในเอกสารกลางหรือไม่
- มีรอบรีวิว Account-Level Negative Keywords อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือไม่
12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Account-Level Negative Keywords
1. Account-Level Negative Keywords คืออะไร
Account-Level Negative Keywords คือรายการคำเชิงลบระดับบัญชีใน Google Ads ที่ใช้กัน search terms ที่ไม่ต้องการออกจาก Search และ Shopping inventory ในแคมเปญที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องใส่ซ้ำทีละแคมเปญ
2. ใช้กับ Performance Max ได้ไหม
ใช้ได้ในส่วน Search และ Shopping inventory ที่เกี่ยวข้องกับ Performance Max ตามเอกสารของ Google แต่ควรเข้าใจว่าไม่ได้แก้ทุกปัญหาของ PMax ต้องใช้ร่วมกับ feed, asset group, conversion goal และโครงสร้างแคมเปญที่ดี
3. ใส่ได้กี่คำในระดับบัญชี
Google ระบุว่ามีลิมิต 1,000 negative keywords ในระดับบัญชี ดังนั้นควรใช้กับคำที่สำคัญจริง และไม่ควรใส่ทุกคำที่เจอแบบไม่มีการคัดกรอง
4. ต่างจาก Negative Keyword List อย่างไร
Negative Keyword List มักสร้างเป็นรายการใน Shared Library แล้วนำไป apply กับแคมเปญที่เลือก ส่วน Account-Level Negative Keywords apply ในระดับบัญชีกับ inventory ที่เกี่ยวข้อง เหมาะกับคำที่ต้องการกันออกทั้งบัญชีจริง ๆ
5. ควรรีวิว Account-Level Negative Keywords บ่อยแค่ไหน
ควรรีวิวอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสินค้า บริการ Funnel หรือเปิดแคมเปญใหม่ เพราะคำที่เคยควรตัดในอดีต อาจไม่เหมาะกับกลยุทธ์ใหม่เสมอไป
13. สรุป: คำค้นเสียซ้ำทั้งบัญชี ควรถูกจัดการตั้งแต่ระดับบัญชี
Account-Level Negative Keywords เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Google Ads Account สะอาดขึ้น โดยเฉพาะบัญชีที่มีหลายแคมเปญและเจอคำค้นเสียประเภทเดิมซ้ำ ๆ ใน Search, Shopping หรือ Performance Max
ข้อดีคือช่วยลดงานซ้ำ ไม่ต้องไล่ใส่คำเชิงลบทีละแคมเปญ และช่วยตั้งกฎพื้นฐานให้บัญชีไม่แสดงกับคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง ๆ เช่น คำหางาน คำของฟรี คำมือสอง หรือคำซ่อม หากธุรกิจไม่ได้ต้องการ traffic เหล่านั้น
แต่ข้อควรระวังคือระดับบัญชีมีผลกว้างมาก ถ้าใส่คำผิดหรือกว้างเกินไป อาจกระทบหลายแคมเปญพร้อมกัน ดังนั้นต้องใช้ข้อมูล Search Terms, Conversion, Lead Quality และบริบทแคมเปญประกอบเสมอ
ธุรกิจที่ใช้ Account-Level Negative Keywords ได้ดี จะไม่ได้แค่ลดงบเสีย แต่ยังทำให้การวิเคราะห์ Google Ads ชัดขึ้น เพราะรู้ว่าบัญชีถูกกรองคำที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้ว และงบที่เหลือถูกใช้กับคำค้นที่มีโอกาสสร้างผลลัพธ์จริงมากขึ้น
อย่าปล่อยให้คำค้นเสียเดิม ๆ กินงบซ้ำทุกแคมเปญ
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการใช้ Account-Level Negative Keywords, Search Terms, Negative Keywords, Performance Max, Search Ads และ Shopping Ads เพื่อคุมคำค้นเสียทั้งบัญชี Google Ads ให้แม่นขึ้น ขอแนะนำ คอร์สเรียน Google Ads จาก DigitalD2M ครับ
คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจการวางระบบ Google Ads ตั้งแต่ Search Terms, Negative Keywords, Account-Level Negative Keywords, Campaign-Level Negative Keywords, Performance Max, Shopping Ads และการวิเคราะห์คำค้นให้เชื่อมกับยอดขายจริง สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที
คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยตรวจ Search Terms, วางระบบ Negative Keywords, แยก Search / Shopping / PMax, ปรับโครงสร้างบัญชี Google Ads หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Account-Level Negative Keywords คุมคำเสียทั้งบัญชี Google Ads โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ
ประกาศอื่นของผู้ขาย
รูปภาพรายละเอียดราคา
-
วิเคราะห์แอด เลิกดูยอดไลก์ด้วย 4 ทริควัดผลทำกำไร
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219924948 เม.ย. 2569, 05:34:34 -
วิเคราะห์แอด สเกลกำไรด้วย 4 ทริควัดผล MER และ POAS
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219924968 เม.ย. 2569, 05:39:46 -
วิเคราะห์แอด แฉ 4 ทริคแก้ทาง Facebook ตีกินยอดขาย
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219924988 เม.ย. 2569, 05:42:09 -
ค่าวัด GA4 เจาะลึก 4 ทริค Engagement Rate ดันยอดขายพุ่ง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931649 เม.ย. 2569, 09:21:57 -
ยิงแอด Google ค่าคลิกแพง? แฮ็ก 4 ทริค Quality Score
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931679 เม.ย. 2569, 09:27:00 -
ค่าวัด GA4 เจาะลึก 4 ทริค Data-Driven ดันยอดขายพุ่ง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931739 เม.ย. 2569, 09:31:21 -
รับทำ SEO ติดหน้าแรกแต่คนไม่คลิก? แก้ด้วย 4 ทริค GSC
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931769 เม.ย. 2569, 09:35:03 -
ค่าวัด GA4 แฉ 4 ทริคแก้ปัญหาตัวเลขไม่ตรง Google Ads
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931789 เม.ย. 2569, 09:36:32 -
ยิงแอด Google แฮ็ก 4 ทริคสู้แบรนด์ใหญ่ด้วย Data
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 219931799 เม.ย. 2569, 09:37:59 -
Virtual Influencer: อินฟลูเอนเซอร์ AI อนาคตของการสร้างแบรนด์
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376310 เม.ย. 2569, 07:51:50 -
การตลาดออนไลน์ ยุคใหม่ ดันยอดด้วย Hyper-Personalization
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376410 เม.ย. 2569, 07:53:22 -
การตลาดออนไลน์ ยุคใหม่ เจาะลึก 4 ทริค Sonic Branding
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376510 เม.ย. 2569, 07:55:59 -
การตลาดออนไลน์ ผสานหน้าร้านด้วย 4 ทริค Phygital
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376610 เม.ย. 2569, 07:57:34 -
การตลาดออนไลน์ โตด้วยด้อม! แฮ็ก 4 ทริค สร้าง Community
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376710 เม.ย. 2569, 07:59:21 -
การตลาดออนไลน์ 4 ทริคปั้น UGC เปลี่ยนลูกค้าเป็นนักขาย
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199376810 เม.ย. 2569, 08:03:11 -
จิตวิทยาการขาย แฮ็กสมองด้วย The Decoy Effect ดันยอดขาย
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199456511 เม.ย. 2569, 14:27:56 -
จิตวิทยาการขาย แฮ็กใจด้วย The Pratfall Effect โชว์จุดอ่อน
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199456711 เม.ย. 2569, 14:29:38 -
จิตวิทยาการขาย แฮ็กสมองด้วย Endowment Effect ทวีคูณยอด
ติดต่อDigital D2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199456811 เม.ย. 2569, 14:31:00 -
จิตวิทยาการขาย แฮ็กสมองด้วย Anchoring Effect ตั้งราคา
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199456911 เม.ย. 2569, 14:32:19 -
จิตวิทยาการขาย ดับความเสียดายเงิน ดันยอดซื้อซ้ำกระฉูด
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 2199457011 เม.ย. 2569, 14:33:53



























