ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21997306

ทำไมลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ? เจาะลึกความลับ Customer Journey

จัดให้ตามคำขอครับ! ผมได้ทำการถอดรหัส HTML ออกทั้งหมด พร้อมกับปรับโครงสร้างประโยคและ Spin คำในเนื้อหาให้มีความสดใหม่ อ่านง่ายเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการนำไปตั้งกระทู้บนเว็บบอร์ด Pantip Market

และที่สำคัญที่สุด ผมได้ ตรวจสอบและสแกนลบอีโมจิออกจากทุกส่วนของข้อความ 100% ตามที่คุณเน้นย้ำมาเรียบร้อยแล้วครับ โดยยังคงคีย์เวิร์ดสำคัญไว้อย่างครบถ้วน

สามารถคัดลอกข้อมูลด้านล่างนี้ไปใช้งานได้เลยครับ

ส่วนที่ 1: ข้อมูลสำหรับตั้งค่า SEO (สามารถคัดลอกไปวางได้เลย)

Focus Keyword: ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ, ทำไมยังไม่ซื้อ, Customer Journey, การตลาดออนไลน์, เพิ่มยอดขาย
SEO Title: ทำไมลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ
Permalink (Slug): why-customers-see-ads-multiple-times-but-no-sale
Description: ทำไม ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ แต่ยังไม่ซื้อ? เจาะลึกความลับของ Customer Journey และวิธีสร้างความเชื่อใจ เพื่อสเกล การตลาดออนไลน์ และ เพิ่มยอดขาย ให้ธุรกิจคุณ
Tags: ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ, ทำไมยังไม่ซื้อ, Customer Journey, การตลาดออนไลน์, เพิ่มยอดขาย, Retargeting, สร้างความเชื่อใจ, สอนยิงแอด, DigitalD2M

ส่วนที่ 2: บทความ (ฉบับตั้งกระทู้ Pantip Market)

หัวข้อกระทู้: ทำไมลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ? เจาะลึกความลับ Customer Journey

เนื้อหากระทู้:

"อุตส่าห์ทุ่มงบยิงโฆษณาไปสารพัดช่องทาง ทั้งบน Facebook, TikTok, ลากยาวไปจนถึง Google แอดมินเข้าไปเช็กดูสถิติหลังบ้านก็พบว่าค่าความถี่ (Frequency) พุ่งสูงปรี๊ด มีคนเห็นแอดของเราซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบๆ รอบ แต่ ทำไมยังไม่ซื้อ ยอดสั่งซื้อถึงยังคงนิ่งเงียบกริบ? สรุปแล้วสินค้าของเรามันห่วย หรือว่าคนในยุคนี้เขาไม่มีกำลังซื้อกันแน่?"

ถ้าหากแบรนด์ของคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ ผมขอให้คุณสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหยุดโทษตัวสินค้าของคุณเอาไว้ก่อนเลยครับ!

ความจริงที่แสนโหดร้ายก็คือ ในโลกของการทำ การตลาดออนไลน์ ทฤษฎีเก่ากึกที่มักจะสอนกันมาว่า "แค่พยายามทำให้คนเห็นแอดบ่อยๆ เดี๋ยวยังไงเขาก็ยอมใจอ่อนซื้อเองแหละ" (The Rule of 7) ทฤษฎีนี้มันไม่สามารถนำมาใช้ให้ได้ผลลัพธ์แบบ 100% ได้อีกต่อไปแล้วครับ ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกโผล่ขึ้นมาเต็มหน้าฟีดไปหมด

การที่ ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ แต่เขาก็ยังไม่ยอมกดโอนเงินให้กับคุณสักที มันไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีเงินหรอกนะครับ แต่มันแปลว่า "เขายังไม่มีความเชื่อใจในแบรนด์ของคุณมากพอ" หรือ "จังหวะเวลามันอาจจะยังไม่ใช่" ต่างหากล่ะครับ!

วันนี้ผู้เชี่ยวชาญจากทีมงาน DigitalD2M จะพาทุกท่านมาผ่าตัดระบบกระบวนการความคิดของผู้บริโภค เราจะมาเจาะลึกในเรื่องของ Customer Journey (เส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้า) กันครับว่า ในแต่ละจุดสัมผัส (Touchpoint) ลูกค้าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว? และเราจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไรเพื่อเป็นการอุดรอยรั่ว และช่วย เพิ่มยอดขาย ให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงที่สุด? ไปเจาะลึกพร้อมๆ กันเลยครับ!

1. เมื่อ ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ ทำไมถึงยังไม่ยอมควักเงินจ่าย?
เพื่อที่จะตอบคำถามข้อนี้ให้มีความชัดเจนมากที่สุด เราจำเป็นจะต้องอ้างอิงจากข้อมูลการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคของทาง Think with Google ครับ ซึ่งได้มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนเลยว่า เส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในยุคดิจิทัลนั้น มันมีความซับซ้อนและมีความยุ่งเหยิง (Messy Middle) มากกว่าในอดีตอย่างมหาศาล

ลองสมมติสถานการณ์ดูนะครับว่า คุณกำลังขาย "หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ ในราคา 15,000 บาท" เมื่อลูกค้าเลื่อนฟีดมาเจอโฆษณาของคุณเป็นครั้งแรก เขาอาจจะแค่มีความรู้สึกแวบขึ้นมาในหัวว่า "อืม สินค้าตัวนี้ก็น่าสนใจดีนะ" แต่เชื่อผมเถอะครับว่า เขาจะยังไม่กล้ากดโอนเงินหลักหมื่นให้กับแบรนด์ที่เขาเพิ่งจะเคยเห็นหน้าค่าตาเป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน!

สิ่งที่เขาจะทำต่อไปก็คือ เขาจะเริ่มก้าวเข้าสู่กระบวนการค้นหาข้อมูล (Research) เขาจะนำเอาชื่อแบรนด์ของคุณไปเสิร์ชหาข้อมูลใน Google, ไปตามหาดูคลิปรีวิวการใช้งานจริงใน YouTube, หรือไม่ก็เข้าไปกดเปรียบเทียบราคากับแบรนด์คู่แข่งเจ้าอื่นๆ ในแอปพลิเคชันส้มหรือแอปพลิเคชันน้ำเงิน

การที่เขามองเห็นโฆษณาของคุณซ้ำๆ แต่ยังไม่ยอมซื้อ ก็เป็นเพราะว่าตัวเขากำลังอยู่ในช่วงของการ "เก็บรวบรวมข้อมูล" เพื่อนำมาใช้สร้างความมั่นใจให้กับการตัดสินใจของตัวเองอยู่นั่นเองครับ!

2. เจาะลึกทำความเข้าใจ Customer Journey ใน 3 ระยะ
หากคุณมีความต้องการที่จะอุดรอยรั่วนี้ คุณก็จะต้องเลิกพฤติกรรมการยิงโฆษณาแบบยัดเยียดขายของ (Hard Sell) ใส่กลุ่มคนที่เขายังไม่มีความพร้อมที่จะซื้อ แต่คุณจะต้องรู้จักส่งมอบเนื้อหาคอนเทนต์ให้มีความตรงกันกับระยะความต้องการของลูกค้า (Customer Journey) ทีมงาน DigitalD2M ขอสรุป 3 ระยะสำคัญที่คุณจำเป็นจะต้องรับมือให้เป็น ดังนี้ครับ:

ระยะที่ 1: ระยะทำความรู้จัก (Awareness) - แค่รู้ว่ามีแบรนด์นี้อยู่ แต่ยังไม่ได้แคร์อะไร

สิ่งที่ลูกค้ากำลังคิด: "แบรนด์นี้คือแบรนด์อะไรหว่า? เขากำลังขายอะไร? เออแฮะ ฉันเองก็กำลังมีปัญหานี้อยู่พอดีเลย"

สิ่งที่คุณสมควรทำ: ในช่วงระยะนี้ คุณห้ามทำการยัดเยียดโปรโมชันใส่หน้าลูกค้าโดยเด็ดขาด! แต่สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือการส่งโฆษณาในรูปแบบ "ดึงดูดความสนใจและมอบให้ความรู้" (Educate) นำเสนอปัญหา (Pain Point) ที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่ แล้วค่อยบอกกับพวกเขาว่าสินค้าของคุณคือทางออกที่ดีที่สุด (Solution) เป้าหมายหลักของระยะนี้ก็คือการพยายามทำให้ลูกค้าสามารถจดจำชื่อแบรนด์ของคุณได้ และยอมหยุดดูโฆษณาของคุณให้ได้นานที่สุดครับ

ระยะที่ 2: ระยะเกิดความลังเลและการเปรียบเทียบ (Consideration) - ขอเวลาไปเช็กคู่แข่งดูก่อน

สิ่งที่ลูกค้ากำลังคิด: "แบรนด์นี้ก็น่าสนใจดีนะ แต่ขอไปตามหาดูรีวิวก่อนดีกว่า แล้วเจ้าอื่นเขามีของแบบนี้ขายไหมเนี่ย? ราคาจะถูกกว่าของเจ้านี้หรือเปล่า?"

สิ่งที่คุณสมควรทำ: ขอบอกเลยครับว่านี่คือระยะชี้เป็นชี้ตาย! คุณจำเป็นจะต้องทำโฆษณาในรูปแบบ Retargeting เพื่อตามหลอกหลอนกลุ่มคนที่เคยดูคลิปของคุณ
แต่เนื้อหาของตัวโฆษณามันจะต้องถูกเปลี่ยนไปเป็น "การสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust & Social Proof)" คุณจะต้องส่งคลิปรีวิวจากผู้ที่เคยใช้งานจริง ส่งรูปภาพเปรียบเทียบ Before/After หรือส่งตารางเปรียบเทียบจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งไปให้เขาดู เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่า "ตัดสินใจเลือกแบรนด์นี้แหละ คุ้มค่าเงินและไม่โดนหลอกอย่างแน่นอน"

ระยะที่ 3: ระยะตัดสินใจซื้อ (Decision) - รอคอยจังหวะเวลาที่ใช่

สิ่งที่ลูกค้ากำลังคิด: "โอเค ฉันพร้อมที่จะซื้อแล้วล่ะ แต่ขอรอดูโปรโมชันของเดือนหน้าก่อนดีกว่า เผื่อว่าทางแบรนด์จะมีการจัดลดราคา"

สิ่งที่คุณสมควรทำ: ในระยะนี้ลูกค้าเขามีความเชื่อใจในแบรนด์ของคุณเต็มที่แล้วครับ แต่เขายังขาด "แรงกระตุ้น (Urgency)" สิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อปิดจ๊อบก็คือการยื่น "ข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้ (Irresistible Offer)" ไปให้เขา
ตัวอย่างเช่น "รับโค้ดส่วนลดพิเศษทันที 30% เฉพาะลูกค้าที่เห็นโฆษณาตัวนี้และกดสั่งซื้อภายใน 24 ชม. เท่านั้น!" หรืออาจจะใช้โปรโมชันแจกของแถมที่มีจำนวนจำกัด การสร้างความรู้สึกให้ลูกค้ากลัวที่จะพลาดโอกาสทอง (FOMO) มันจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่จะทำให้ลูกค้ายอมกดโอนเงินให้กับคุณในทันทีครับ!

3. เขตอันตราย ข้อควรระวัง! โฆษณาที่ซ้ำซากจำเจจนนำไปสู่ความน่ารำคาญ
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด เมื่อมีความพยายามที่จะสร้างความคุ้นเคยให้กับแบรนด์ ก็คือการปล่อยให้เกิดสภาวะ "ความเหนื่อยล้าจากโฆษณา (Ad Fatigue)" ครับ!

ถ้าหากคุณดันทุรังใช้แต่รูปภาพเดิมๆ ใช้วิดีโอตัวเดิม และใช้แคปชันอันเดิม นำไปยิงโฆษณาอัดใส่หน้าลูกค้าคนเดิมซ้ำๆ ถึง 20 รอบภายใน 1 สัปดาห์ แทนที่ลูกค้าเขาจะเกิดความเชื่อใจ มันกลับจะทำให้เขาเกิดความรู้สึก "รำคาญและกลายเป็นเกลียดชังแบรนด์ของคุณ (Brand Aversion)" แทนซะมากกว่าครับ! ซึ่งมันอาจจะส่งผลร้ายแรงไปจนถึงขั้นที่ลูกค้าตัดสินใจกดปุ่ม Hide Ad หรือ Report โฆษณาของคุณทิ้งไปเลยทีเดียว!

กฎเหล็กที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ: หากค่าความถี่ (Frequency) ต่อสัปดาห์เริ่มพุ่งสูงเกิน 3-5 ครั้ง คุณก็จะต้องรีบทำการ Refresh Creative (ปรับเปลี่ยนรูปภาพหรือทำวิดีโอตัวใหม่) แต่ยังคงเป็นการขายสินค้าตัวเดิม เพื่อเป็นการทำให้ลูกค้ายังคงรู้สึกถึงความแปลกใหม่และไม่น่าเบื่อจนเกินไปครับ

บทสรุป ความเชื่อใจ เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสร้างอยู่เสมอ
มาถึงบรรทัดนี้ คุณก็คงจะมีความเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหาอย่างถ่องแท้แล้วนะครับว่า การที่ ลูกค้าเห็นโฆษณาหลายรอบ มันไม่ได้เป็นตัวการันตีเลยว่าจะต้องเกิดยอดขายตามมาเสมอไป หากคุณจัดวางเนื้อหาของโฆษณาไม่ตรงกับจังหวะความต้องการของลูกค้า

การทำการตลาดที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น มันไม่ใช่การดันทุรังเอาแต่ตะโกนขายของใส่หน้าผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่มันคือศิลปะของการประคับประคองและคอยนำทางพวกเขา (Lead Nurturing) ให้เดินไปตามเส้นทาง Customer Journey อย่างชำนาญ

เริ่มต้นปูทางตั้งแต่การทำให้รู้จักแบรนด์ สร้างความประทับใจที่ดี พิสูจน์ความน่าเชื่อถือให้ประจักษ์ และปิดท้ายด้วยการมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ทันทีที่คุณสามารถออกแบบกรวยการขายนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ การ เพิ่มยอดขาย แบบก้าวกระโดดและการสร้างฐานลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ มันก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของธุรกิจคุณอย่างแน่นอนครับ!

ยิงแอดซ้ำๆ แล้วยอดขายยังไม่มา? ให้ทีมงานของเราช่วยวางกลยุทธ์ Customer Journey ให้คุณ!

หยุดนำเอาเงินค่าโฆษณาไปผลาญทิ้งกับการสร้างความน่ารำคาญให้กับลูกค้าได้แล้วครับ!

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการอยากให้ทีมงาน DigitalD2M เข้าไป บริการรับทำโฆษณา เพื่อช่วยวางระบบ Retargeting นำส่งคอนเทนต์ไปเสิร์ฟให้ถูกที่ถูกเวลา

หรือต้องการให้เรา บริการรับทำเว็บไซต์ เพื่อเนรมิตเซลส์เพจที่อัดแน่นไปด้วยความน่าเชื่อถือคอยเอาไว้รองรับลูกค้าในระยะที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ

หรือต้องการ ที่ปรึกษาด้านการตลาด เพื่อเข้าไป Audit รื้อโครงสร้างกรวยการขาย (Funnel) ใหม่แบบยกแผงทั้งระบบ คลิกติดต่อเราผ่านลิงก์บริการด้านล่างนี้ได้เลยครับ ทีมงานระดับโปรของเราพร้อมที่จะช่วยดันยอดให้คุณเติบโตอย่างมั่นคง!

บริการรับทำโฆษณา (วางระบบ Retargeting): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการสร้างเว็บไซต์ & เซลส์เพจสร้าง Trust: https://digitald2m.com/รับทำเว็บไซต์บริษัท/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางกลยุทธ์ Customer Journey: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass เจาะลึกธุรกิจ โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา