แม้ว่าการดื่มชาจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก แต่ผลผลิตชาส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ด้วยเหตุที่พื้นที่บริเวณนี้อยู่ในเขตมรสุม มีอากาศอบอุ่น ปริมาณน้ำฝนมาก เหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นชา
เราแบ่งชาตามกรรมวิธีผลิตได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ชาเขียว ( Green tea) เป็นชาที่ได้จากยอดใบชา รู้จักดีในชื่อของชาญี่ปุ่น เป็นชาที่ผ่านการอบแห้งโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการหมัก ทำให้ได้ใบชาที่ยังคงสีเขียวอยู่
ชาจีน ( Red tea ; Oolong tea) เป็นชาที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด ผ่านกระบวนการหมักในระยะสั้น ๆ มีรสจัดกว่าชาเขียว น้ำชามีสีแดงเข้ม ชาจีนที่ดีควรเป็นชาที่เก็บจากภูเขาสูงและเป็นชาที่เก็บในช่วงฤดูหนาว เชื่อกันว่าเป็นชาชั้นยอดและมีกลิ่นหอมพิเศษ , ชาหมักหรือชาฝรั่ง ( Black tea) เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างเต็มที่ รสชาติชาที่ได้เข้มข้นมาก นอกจากนี้ยังนิยมนำชาชนิดนี้แต่งกลิ่นแต่งรส ทำให้ได้รสชาติที่หลากหลายมากขึ้น ชาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป
ในใบชามีสารกาเฟอีน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทกลางและระบบหมุนเวียนโลหิต มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายในร่างกาย ใช้ผสมยาแก้ปวด รักษาโรคไมเกรน เพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการรักษาและให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น สารกลุ่มแซนธีนในใบชา มีผลต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน
ในประเทศจีนรู้กันมานานแล้วว่าชาจีนสามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ดี มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ สมานแผล ขับและชำระสารพิษในร่างกาย เพราะในใบชามีสารพอลิฟีนอล สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้ ในส่วนฤทธิ์การต้านการอักเสบเชื่อว่าชาสามารถป้องกันโรคที่ก่อการอักเสบเรื้อรัง เช่นข้ออักเสบรูมาตอยด์
คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาเขียว มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะชาเขียวมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เส้นเลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธนิกในชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี 1 ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี 2 ช่วยลดการอักเสบ
ในช่วงอากาศร้อนการดื่มชาจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น เนื่องจากในใบชามีสารพอลิฟีนอล คาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบ เมื่อสารเหล่านี้เกิดปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกาย ชายังให้สารไอโอดีน และฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ซึ่งฟลูออไรด์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการจะช่วยป้องกันฟันผุและเสริมมวลกระดูก
แม้เครื่องดื่มชาจะมีประโยชน์มากมาย แต่โทษที่อยู่ในใบชาก็มีไม่น้อย ใบชามีกรดแทนนิกอยู่มาก โดยเฉพาะชาหมักมีกรดแทนนิก มากกว่าชาเขียว
ใบชาที่คุณภาพต่ำจะมีกรดแทนนิกอยู่มาก มีผลต่อ trace element ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ส่งผลให้ดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยอาการขาดธาตุเหล็กในเลือด เมื่อแทนนิกรวมตัวกับโปรตีนจะทำให้ย่อยโปรตีนยากขึ้น
” เภสัชกรหญิง เรืออากาศโทหญิง วิภาพร เสรีเด่นชัย กลุ่มวิชาเภสัชเวช คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ระบุ.
|