หมายเลขประกาศ22030357
Auction Insights คืออะไร? ดูคู่แข่ง Google Ads ก่อนเพิ่มงบ
ข้อมูลสินค้า
ประเภทการขายขาย/ให้เช่า/บริการ
สภาพสินค้าใหม่
ราคาสอบถามรายละเอียด
ข้อมูลผู้ขาย
ชื่อผู้ขายDigitalD2M
ประเภทผู้ขายบุคคล
ประเภทสมาชิกสมาชิกที่ส่งหลักฐาน
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
บัตรประชาชน (M561684) เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569 iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177 หมายเลขโทรศัพท์0962692695 อีเมลคลิกเพื่อส่งเมล ข้อมูลติดต่อผู้ขายdigitald2mwww.facebook.com/digitald2m/https://digitald2m.com/digitald2m ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
"ถ้าค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบทันที ให้เช็กก่อนว่าสนามประมูลใน Google Ads เปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่แคมเปญเราอย่างเดียว แต่อาจมีคู่แข่งเข้ามาแย่งพื้นที่มากขึ้น"
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นว่าโฆษณาของเราแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายใดบ้างในหน้าค้นหา และ Performance ของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร
เช่น
- เรามี Impression Share เท่าไร
- คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน
- คู่แข่งอยู่เหนือเราแค่ไหน
- โฆษณาของเราขึ้นด้านบนของหน้า Google บ่อยพอหรือไม่
- เราชนะหรือแพ้คู่แข่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
หลายธุรกิจเจอสถานการณ์ว่าอยู่ดี ๆ ค่าโฆษณาแพงขึ้น Cost per Click สูงขึ้น Lead แพงขึ้น หรือยอด Conversion ลดลง
แล้วรีบสรุปว่า
- แคมเปญมีปัญหา
- Keyword ไม่ดี
- คู่แข่งบิดแพงแน่ ๆ
- ต้องเพิ่มงบทันที
- ต้องเพิ่ม Bid ให้ชนะคู่แข่ง
- ต้องไล่ตำแหน่งบนสุดทุกคำ
แต่ในความจริง ปัญหาอาจเกิดได้หลายสาเหตุ
เช่น
- มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา
- คู่แข่งเพิ่มงบ
- คู่แข่งปรับ Bid Strategy
- คู่แข่งมี Ad Rank แข็งขึ้น
- เราเสีย Impression Share เพราะงบไม่พอ
- เราเสีย Impression Share เพราะ Rank ไม่ดีพอ
- Search Terms ที่เข้ามาเริ่มกว้างเกินไป
- Landing Page หรือ Conversion Rate ของเราเริ่มอ่อนลง
Auction Insights จึงเป็นรายงานที่ช่วยให้การวิเคราะห์ Google Ads มีมุมมองด้านการแข่งขัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขของบัญชีเราอย่างเดียว
เพราะบางครั้ง CTR ลด CPC แพง หรือ Impression Share หาย อาจเกิดจากคู่แข่งในตลาดบุกหนักขึ้นจริง
ตัวอย่างเช่น
ถ้าเราเห็นว่า Overlap Rate ของคู่แข่งรายหนึ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเริ่มเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อยขึ้น
หรือถ้า Position Above Rate ของคู่แข่งสูงมาก แปลว่าเวลาทั้งเราและเขาแสดงพร้อมกัน เขามักอยู่เหนือเรา
สิ่งนี้อาจกระทบ Click, CTR, Conversion และต้นทุนต่อ Lead ของเราได้
บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Auction Insights คืออะไร ใช้ดูคู่แข่งใน Google Ads อย่างไร Metric สำคัญอย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share แปลว่าอะไร และควรใช้ข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับแคมเปญอย่างไร
สำหรับคนที่กำลังเรียน Google Ads หรือกำลังดูแลแคมเปญ Search Ads ให้ธุรกิจตัวเอง รายงานนี้เป็นหนึ่งในรายงานที่ควรรู้
เพราะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าแอดแพงขึ้นเพราะงบน้อย Quality ต่ำ หรือเพราะสนามแข่งขันเปลี่ยนจริง
สารบัญบทความ
1. Auction Insights คืออะไร
2. ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads
3. Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง
4. Impression Share คืออะไร
5. Overlap Rate คืออะไร
6. Position Above Rate คืออะไร
7. Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร
8. Outranking Share คืออะไร
9. ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร
10. คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป
11. Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights
12. คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
13. BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights
14. Routine การเช็ก Auction Insights
15. Masterclass 3 กล่อง
16. ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
17. Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย
18. Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น
19. FAQ คำถามที่พบบ่อย
20. สรุป
1. Auction Insights คืออะไร
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ใช้เปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน
พูดง่าย ๆ คือเป็นรายงานที่ช่วยให้เราเห็นว่า
"เวลาโฆษณาเราขึ้นบน Google เรากำลังแข่งกับใครอยู่"
รายงานนี้ตอบคำถามสำคัญ เช่น
- เราได้แสดงโฆษณาบ่อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับโอกาสทั้งหมด
- คู่แข่งรายไหนขึ้นร่วมกับเราบ่อย
- คู่แข่งรายไหนมักอยู่เหนือเรา
- โฆษณาเราขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
- โฆษณาเราขึ้นตำแหน่งบนสุดบ่อยแค่ไหน
- เราชนะหรือแพ้คู่แข่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
- สนามแข่งขันเปลี่ยนไปหรือไม่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
Auction Insights จึงเป็นเหมือนเรดาร์ดูสนามประมูล Google Ads
ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้แข่งอยู่คนเดียว แต่กำลังเจอใคร และตำแหน่งของเราในสนามนั้นแข็งแรงแค่ไหน
2. ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads
Google Ads ไม่ใช่ระบบที่เราจ่ายเงินแล้วโฆษณาจะแสดงแบบคงที่ตลอดเวลา
แต่เป็นระบบประมูล
โฆษณาของเราจึงแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายอื่นอยู่ตลอด
ถ้าวันหนึ่ง CPC แพงขึ้น หรือ Conversion ลดลง สาเหตุอาจไม่ได้มาจาก Keyword, Ad Copy หรือ Landing Page ของเราเพียงอย่างเดียว
แต่อาจมาจากคู่แข่งเข้ามาแข่งมากขึ้น หรือเสนอราคาสูงขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ Auction Insights ช่วยให้เห็นภาพ
- คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดและเพิ่มงบหนัก
- คู่แข่งเดิมปรับ Bid Strategy ให้ Aggressive ขึ้น
- คู่แข่งมี Quality Score หรือ Ad Rank ดีขึ้น
- ตลาดเข้าสู่ช่วง High Season ทำให้หลายแบรนด์บิดแข่งพร้อมกัน
- เราเสีย Impression Share เพราะงบไม่พอ
- เราเสีย Impression Share เพราะอันดับโฆษณาไม่แข็ง
- คู่แข่งรายหนึ่งเริ่มขึ้นเหนือเราบ่อยขึ้น
- คำที่เคยได้ Lead ถูก เริ่มแพงขึ้นเพราะการแข่งขันสูงขึ้น
Auction Insights ช่วยให้เราไม่ต้องเดาว่า “คู่แข่งมาแรงไหม”
แต่ดูจากข้อมูลได้ว่าเขาเข้ามา Overlap กับเรามากขึ้นหรือไม่ เขาอยู่เหนือเราบ่อยขึ้นหรือไม่ และเราเสียพื้นที่การแสดงผลไปมากแค่ไหน
ดังนั้นก่อนเพิ่มงบหรือปรับ Bid ควรเปิด Auction Insights ดูก่อน
เพื่อรู้ว่าปัญหาเกิดจากสนามแข่งขันจริง หรือเกิดจากโครงสร้างแคมเปญของเราเอง
3. Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง
สำหรับ Search Campaigns รายงาน Auction Insights จะมี Metric หลักหลายตัวที่ช่วยอ่านภาพการแข่งขันได้ละเอียดขึ้น
Metric ที่มักใช้วิเคราะห์ ได้แก่
Impression Share
สัดส่วนการแสดงผลที่เราได้รับจากโอกาสทั้งหมดที่มีสิทธิ์แสดง
Overlap Rate
คู่แข่งรายนั้นขึ้นพร้อมกับเราบ่อยแค่ไหน
Position Above Rate
เมื่อเรากับคู่แข่งขึ้นพร้อมกัน คู่แข่งอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
Top of Page Rate
โฆษณาขึ้นด้านบนของหน้าเหนือ Organic Results บ่อยแค่ไหน
Absolute Top of Page Rate
โฆษณาขึ้นเป็นอันดับบนสุดของหน้า Google บ่อยแค่ไหน
Outranking Share
เราชนะคู่แข่งรายหนึ่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
ประโยชน์ของรายงานนี้คือช่วยแยกแยะได้ว่า
- แคมเปญแพ้เพราะมองเห็นน้อย
- แคมเปญแพ้เพราะคู่แข่งอยู่เหนือเรา
- แคมเปญแพ้เพราะคู่แข่งเข้ามาแข่งบ่อยขึ้น
- แคมเปญแพ้เพราะเราไม่ได้ขึ้นตำแหน่งที่มีโอกาสได้คลิกมากพอ
- แคมเปญแพ้เพราะงบน้อย
- แคมเปญแพ้เพราะ Ad Rank หรือ Quality ยังไม่แข็ง
4. Impression Share คืออะไร
Impression Share คือสัดส่วนของ Impression ที่เราได้รับ เทียบกับจำนวน Impression ที่เรามีสิทธิ์ได้รับทั้งหมด
ตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย
- ถ้าเรามีสิทธิ์แสดงได้ 1,000 ครั้ง
- แต่โฆษณาเราแสดงจริง 500 ครั้ง
- Impression Share จะอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
Impression Share ต่ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- งบประมาณไม่พอ
- Bid ต่ำเกินไป
- Ad Rank ไม่ดีพอ
- Quality Score ต่ำ
- Keyword กว้างหรือแข่งขันสูง
- คู่แข่งเข้ามาแย่ง Auction มากขึ้น
- Landing Page Experience ยังไม่ดีพอ
- Ad Relevance ยังไม่ตรงกับคำค้นหา
ถ้า Impression Share ต่ำ อย่าเพิ่งเพิ่มงบอย่างเดียว
ต้องดูต่อว่าเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
และต้องดู Auction Insights ประกอบว่าคู่แข่งกดดันมากขึ้นหรือไม่
ตัวอย่างการอ่าน
ถ้า Impression Share ต่ำ แต่ Conversion Rate ดี และ Cost per Conversion ยังอยู่ในกรอบที่รับได้
อาจพิจารณาเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid เฉพาะกลุ่มคำที่ทำเงิน
แต่ถ้า Impression Share ต่ำในคำกว้างที่ไม่สร้าง Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องดันให้เห็นมากขึ้น
5. Overlap Rate คืออะไร
Overlap Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเราใน Auction เดียวกัน
ตัวอย่าง
ถ้าคู่แข่งมี Overlap Rate 70 เปอร์เซ็นต์
แปลว่าในหลายครั้งที่โฆษณาเราแสดง คู่แข่งรายนี้ก็แสดงร่วมด้วยบ่อยมาก
Overlap Rate สูงไม่ได้แปลว่าคู่แข่งชนะเราเสมอไป
แต่บอกว่าเขาเป็นคู่แข่งในสนามประมูลเดียวกับเราบ่อย
วิธีใช้ Overlap Rate
- ดูว่าคู่แข่งรายใดเข้ามาแข่งกับเราบ่อยที่สุด
- เทียบช่วงเวลา เช่น เดือนนี้เทียบเดือนก่อน
- ดูว่ามีคู่แข่งรายใหม่เริ่ม Overlap สูงขึ้นหรือไม่
- ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูว่าเขาแค่ขึ้นร่วม หรือขึ้นเหนือเราด้วย
- ดูว่า Overlap สูงในคำที่ทำเงินจริงหรือแค่คำกว้าง
ตัวอย่างการวิเคราะห์
ถ้า Overlap Rate ของคู่แข่งสูงขึ้นพร้อมกับ CPC แพงขึ้น
อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มแข่งขันหนักขึ้นจริง
แต่ถ้า Overlap Rate สูงเฉพาะคำกว้างที่ไม่สร้าง Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องตอบโต้หนัก
6. Position Above Rate คืออะไร
Position Above Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าโฆษณาของเรา เมื่อทั้งสองโฆษณาแสดงพร้อมกัน
ตัวอย่าง
- คู่แข่ง A มี Overlap Rate 60 เปอร์เซ็นต์
- และ Position Above Rate 80 เปอร์เซ็นต์
แปลว่าเขาขึ้นร่วมกับเราบ่อย และเวลาขึ้นร่วมกัน เขามักอยู่เหนือเรา
สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ต่อ
- เราแพ้เพราะ Bid ต่ำหรือไม่
- Quality Score ต่ำหรือไม่
- Ad Relevance ดีพอหรือไม่
- Landing Page Experience ดีพอหรือไม่
- Keyword นี้คุ้มพอให้ดันตำแหน่งหรือไม่
- Conversion จาก Keyword นี้ดีพอให้แข่งขันตำแหน่งบนหรือไม่
- Lead จากคำนี้มีคุณภาพจริงหรือไม่
Position Above Rate สูงไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
ถ้าเราอยู่ต่ำกว่าแต่ยังได้ Conversion คุ้มกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขึ้นที่หนึ่งทุกคำ
แต่ถ้าคำที่สำคัญมากและ Conversion คุณภาพดี การปล่อยให้คู่แข่งอยู่เหนือเราตลอดอาจทำให้เสียโอกาสได้
7. Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร
Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาของเรา หรือของคู่แข่งในแถวที่เราดู แสดงด้านบนของหน้า Google เหนือผลการค้นหาแบบ Organic
Absolute Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงเป็นตำแหน่งบนสุดอันดับแรกของหน้า Google
ตัวอย่างการอ่าน
Top of Page Rate สูง
แปลว่าโฆษณามีโอกาสอยู่บริเวณที่คนเห็นชัด
Absolute Top of Page Rate สูง
แปลว่าโฆษณามักอยู่ตำแหน่งบนสุด
ถ้าคู่แข่ง Absolute Top Rate สูงมาก
อาจแปลว่าเขาดันตำแหน่งค่อนข้าง Aggressive
แต่ตำแหน่งบนสุดไม่ใช่คำตอบเสมอไป
เพราะบาง Keyword ขึ้นอันดับบนสุดแล้ว CPC แพงเกินจนไม่คุ้ม
ดังนั้นต้องดูคู่กับ
- Conversion
- Cost per Conversion
- Lead Quality
- Conversion Rate
- ROAS
- กำไรจริง
- Search Terms ที่เกิดขึ้นจริง
ถ้าคำหนึ่งทำยอดขายจริงและกำไรดี การดัน Top of Page อาจคุ้ม
แต่ถ้าคำนั้นมีแต่คลิก ไม่มี Lead คุณภาพ การขึ้นบนสุดอาจแปลว่าเสียเงินเร็วขึ้นเท่านั้น
8. Outranking Share คืออะไร
Outranking Share คือสัดส่วนที่โฆษณาของเรามีอันดับสูงกว่าคู่แข่งรายหนึ่ง หรือโฆษณาเราขึ้นในขณะที่โฆษณาของคู่แข่งไม่ขึ้น
ใช้ทำอะไรได้บ้าง
- ดูว่าเราชนะคู่แข่งรายสำคัญบ่อยแค่ไหน
- ดูแนวโน้มว่าคู่แข่งกำลังแซงเราหรือไม่
- ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูภาพการแข่งขัน
- วิเคราะห์ว่าเราควรดันบาง Keyword หรือไม่
- ดูว่าเรายังแข็งแรงในคำสำคัญของธุรกิจหรือไม่
อย่างไรก็ตาม อย่าตั้งเป้าว่าต้อง Outrank คู่แข่งทุกครั้ง
เพราะบางครั้งการไล่ชนะคู่แข่งทุก Auction อาจทำให้ CPC สูงเกินและกำไรหาย
เป้าหมายที่ดีกว่าคือชนะในคำที่คุ้มและเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง
ไม่ใช่ชนะทุกคำแบบไม่ดูยอดขาย
9. ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร
เมื่อค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid ทันที
ให้เปิด Auction Insights เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสนามประมูล
สิ่งที่ควรเช็ก
1. Impression Share ลดลงหรือไม่
ถ้าลดลง อาจเสียโอกาสแสดงมากขึ้น
2. Overlap Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นหรือไม่
ถ้าเพิ่ม แปลว่าคู่แข่งเข้ามาชนบ่อยขึ้น
3. Position Above Rate ของคู่แข่งสูงขึ้นหรือไม่
ถ้าสูงขึ้น คู่แข่งอาจแซงตำแหน่งเราบ่อยขึ้น
4. Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่
ถ้าลด อาจทำให้ CTR ลด
5. Conversion ลดเพราะคู่แข่ง หรือเพราะ Traffic ไม่ดี
ต้องดู Search Terms และ Conversion Tracking ประกอบ
6. Lost Impression Share เกิดจาก Budget หรือ Rank
ถ้าเกิดจาก Budget และคำมี Conversion ดี อาจพิจารณาเพิ่มงบ
ถ้าเกิดจาก Rank อาจต้องปรับ Bid, Ad Quality, Landing Page หรือ Keyword Structure
ตัวอย่าง
- CPC เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์
- Overlap Rate ของคู่แข่งรายใหม่จาก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 45 เปอร์เซ็นต์
- Position Above Rate ของคู่แข่งรายนั้นสูงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
กรณีนี้อาจไม่ได้แปลว่าแคมเปญเราแย่
แต่แปลว่ามีคู่แข่งที่กำลังเข้ามาแข่งหนักขึ้น
ต้องวิเคราะห์ต่อว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Ad Copy ปรับ Landing Page หรือเลือกโฟกัสเฉพาะ Keyword ที่คุ้มกว่า
10. คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เห็นชื่อเว็บไซต์ใน Auction Insights แล้วคิดว่านั่นคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรงเสมอไป
แต่จริง ๆ คู่แข่งใน Auction Insights คือผู้ลงโฆษณาที่เข้าร่วม Auction เดียวกับเรา
ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าเหมือนเราทุกอย่าง
ตัวอย่าง
ธุรกิจรับทำเว็บไซต์
อาจเจอเว็บสอนทำเว็บไซต์
คอร์ส Google Ads
อาจเจอเว็บบทความสอนฟรี
คลินิก
อาจเจอ Marketplace ด้านสุขภาพหรือเว็บรวมรีวิว
ธุรกิจ B2B
อาจเจอแพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคา
ดังนั้นต้องแยกให้ออกว่า
- คู่แข่งรายนี้ขายสินค้า/บริการเดียวกับเราหรือไม่
- เขาแข่งขันกับเราเฉพาะบาง Keyword หรือหลายกลุ่มคำ
- เขามี Intent กลุ่มลูกค้าเหมือนเราหรือไม่
- เขาแย่งคลิกจากคำที่สร้างยอดขายจริงหรือไม่
- เขาอยู่เหนือเราในคำทำเงิน หรือแค่คำกว้าง
- ถ้าเราจะไล่แข่งกับเขา ต้นทุนคุ้มไหม
ถ้าเป็นคู่แข่งที่ชนเฉพาะคำกว้างแต่ไม่ได้แย่งคำทำเงิน อาจไม่ต้องตอบโต้หนัก
แต่ถ้าเขาแซงเราใน Keyword ที่มี Conversion ดี อาจต้องวางกลยุทธ์จริงจังขึ้น
11. Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights
Auction Insights บอกภาพการแข่งขัน
แต่ยังไม่พอสำหรับการตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid
ต้องดู Metric อื่นประกอบด้วย
Metric ที่ควรดู
Search Impression Share
เราได้พื้นที่การแสดงผลมากพอหรือไม่
Search Lost IS Budget
เสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
Search Lost IS Rank
เสีย Impression เพราะอันดับโฆษณาไม่ดีพอหรือไม่
CTR
ข้อความโฆษณาดึงดูดคลิกได้ดีหรือไม่
Quality Score
Keyword, Ad และ Landing Page เกี่ยวข้องกันพอหรือไม่
Conversion Rate
Traffic ที่ได้แปลงเป็น Lead หรือยอดขายดีหรือไม่
Cost per Conversion
ต้นทุนต่อผลลัพธ์ยังคุ้มไหม
Lead Quality
Lead ที่ได้จากคำเหล่านั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
Search Terms Report
คำค้นหาจริงที่เสียเงินยังตรงกับธุรกิจหรือไม่
Landing Page Experience
หน้าเว็บตอบโจทย์คนที่คลิกเข้ามาหรือไม่
ตัวอย่างการอ่าน
ถ้า Lost IS Budget สูงและ Conversion ดี
อาจพิจารณาเพิ่มงบ
ถ้า Lost IS Rank สูง
อาจต้องปรับ Bid, Quality Score, Ad Copy หรือ Landing Page
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือเราแต่ Cost per Conversion เรายังคุ้ม
อาจไม่ต้องไล่แข่งทุกตำแหน่ง
ถ้าคู่แข่งแซงในคำที่ไม่ทำ Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องตอบโต้
การตัดสินใจที่ดีต้องดูทั้งสนามแข่งขันและผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ไม่ใช่ดูแค่คู่แข่งแล้วรีบเพิ่มงบ
12. คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
สำหรับคนที่เรียน Google Ads เรื่อง Auction Insights เป็นหัวข้อที่ช่วยให้เข้าใจว่าการยิง Search Ads ไม่ได้มีแค่การเลือก Keyword และเขียนโฆษณา
แต่ยังมีการแข่งขันในระบบประมูลที่เปลี่ยนตลอดเวลา
คอร์ส Google Ads ที่ดีควรสอนให้เข้าใจว่า
- Auction Insights ใช้ดูใครแข่งกับเราใน Auction
- Impression Share ใช้วัดโอกาสการแสดงผลอย่างไร
- Overlap Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่ขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน
- Position Above Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่อยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
- Top of Page Rate ช่วยดูตำแหน่งโฆษณาอย่างไร
- ไม่ควรเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรง แต่ควรดูข้อมูลก่อน
- ต้องอ่าน Auction Insights คู่กับ Conversion, CPA และ Lead Quality เสมอ
- ต้องแยกให้ออกว่าคู่แข่งใน Auction กับคู่แข่งธุรกิจจริงไม่เหมือนกันเสมอไป
- ต้องดู Search Terms Report ร่วมด้วย เพราะบางครั้งคู่แข่งไม่ได้ทำให้แพง แต่คำค้นหาที่หลุดต่างหากที่กินงบ
ถ้าเรียนแบบจำปุ่มอย่างเดียว อาจรู้แค่เปิดรายงานตรงไหน
แต่ไม่รู้ว่าควรตีความอย่างไร
แต่ถ้าเข้าใจหลักการ จะวิเคราะห์ได้ว่าแคมเปญแพ้เพราะ Budget, Rank, Quality, Bid หรือเพราะคู่แข่งในตลาดเปลี่ยนจริง
13. BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights
BATTLE Framework คือกรอบคิดสำหรับวิเคราะห์ Auction Insights ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid
1. B - Budget Pressure
เราเสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- Lost IS Budget สูงไหม
- ถ้าเพิ่มงบ จะได้ Conversion เพิ่มจริงไหม
- คำที่เสีย Impression เป็นคำที่ทำเงินหรือไม่
- งบปัจจุบันหมดเร็วเกินไปหรือไม่
2. A - Auction Competitors
มีคู่แข่งรายใดเข้ามา Overlap กับเราบ่อยขึ้น
คำถามที่ควรถาม
- คู่แข่งรายไหน Overlap สูงสุด
- คู่แข่งรายไหนเพิ่งเข้ามาใหม่
- Overlap สูงในคำกว้างหรือคำทำเงิน
- คู่แข่งรายนี้เป็นคู่แข่งธุรกิจจริงหรือแค่แข่งใน Auction
3. T - Top Position
เราและคู่แข่งขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
คำถามที่ควรถาม
- Top of Page Rate ของเราลดลงไหม
- Absolute Top ของคู่แข่งสูงขึ้นหรือไม่
- คำนี้จำเป็นต้องอยู่ตำแหน่งบนหรือไม่
- ตำแหน่งบนให้ Conversion คุ้มจริงไหม
4. T - Traffic Quality
Traffic ที่ได้จากสนามนี้สร้าง Conversion คุณภาพหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- Conversion Rate ดีไหม
- Lead มีคุณภาพไหม
- Search Terms ตรง Intent ไหม
- คนคลิกเข้ามาแล้วเกิดยอดขายจริงหรือไม่
5. L - Lost Impression Share
เราเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
คำถามที่ควรถาม
- ถ้าเสียเพราะ Budget ควรเพิ่มงบไหม
- ถ้าเสียเพราะ Rank ควรปรับ Bid หรือ Quality
- Landing Page ช่วยให้ Rank ดีขึ้นได้ไหม
- Ad Copy เกี่ยวข้องกับ Keyword พอหรือไม่
6. E - Economic Decision
ถ้าจะเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid คุ้มกับ CPA, ROAS หรือกำไรจริงหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- CPA ยังอยู่ในกรอบที่รับได้ไหม
- ROAS หรือมูลค่าลูกค้าคุ้มไหม
- เพิ่มงบแล้วกำไรเพิ่มหรือแค่คลิกเพิ่ม
- ควรสู้ทุกคำหรือเลือกสู้เฉพาะคำสำคัญ
ตัวอย่างการใช้ BATTLE Framework
ถ้า Budget Pressure สูงและ Conversion ดี
อาจเพิ่มงบ
ถ้า Rank แพ้และ Keyword สำคัญมาก
อาจปรับ Ad Quality, Landing Page หรือ Bid
ถ้าคู่แข่งขึ้นเหนือเราแต่เราได้ CPA ดีกว่า
อาจไม่ต้องไล่แข่งตำแหน่ง
ถ้าตลาดแข่งหนักขึ้นแต่ Conversion ไม่คุ้ม
อาจย้ายงบไป Keyword ที่ Intent ชัดกว่า
14. Routine การเช็ก Auction Insights
Auction Insights ไม่ควรดูเฉพาะตอนมีปัญหา
แต่ควรใช้เป็น Routine ในการติดตามสนามแข่งขัน
Routine ที่แนะนำ
เช็กทุก 2-4 สัปดาห์
สำหรับแคมเปญที่ใช้งบต่อเนื่อง
เช็กหลังเพิ่มงบ
ดูว่าการเพิ่มงบทำให้ได้ Impression Share เพิ่มขึ้นหรือไม่
เช็กหลังปรับ Bid Strategy
ดูว่า Top of Page และตำแหน่งโฆษณาเปลี่ยนหรือไม่
เช็กช่วง High Season
เช่น เทศกาล โปรโมชัน หรือช่วงที่คู่แข่งลงงบหนัก
เช็กเมื่อ CPC หรือ CPA แพงขึ้นผิดปกติ
ดูว่าสนามประมูลเปลี่ยนหรือไม่
เช็กหลังเปิด Keyword กลุ่มใหม่
ดูว่ามีคู่แข่งกลุ่มไหนเข้ามาอยู่ใน Auction เดียวกัน
สิ่งที่ควรทำทุกครั้ง
1. เทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า
ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ดูแค่ช่วงเดียว
2. ดูคู่แข่งที่ Overlap สูงขึ้น
เพื่อรู้ว่าใครเข้ามาชนกับเราบ่อยขึ้น
3. ดูคู่แข่งที่ Position Above Rate สูง
เพื่อดูว่าใครอยู่เหนือเราบ่อย
4. ดู Impression Share ของเรา
เพื่อดูว่าเราได้พื้นที่พอหรือไม่
5. ดู Lost IS Budget และ Lost IS Rank
เพื่อแยกว่าเสียโอกาสเพราะงบหรืออันดับ
6. ดู Conversion, CPA และคุณภาพ Lead ประกอบ
เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจากตำแหน่งอย่างเดียว
7. ตัดสินใจว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Quality หรือเปลี่ยน Keyword Focus
15. Masterclass 3 กล่อง
Masterclass 1: คู่แข่งขึ้นเหนือเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องไล่ทันทุกคำ
แนวคิด:
Position Above Rate สูงแปลว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราเมื่อแสดงพร้อมกัน
แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องเพิ่ม Bid เพื่อแซงทุกครั้ง
เพราะบาง Keyword อาจไม่คุ้มพอให้สู้ตำแหน่งบนสุด
วิธีนำไปใช้:
แยก Keyword เป็นกลุ่มทำเงินและกลุ่มเสริม
ถ้าคำไหนมี Conversion คุณภาพและกำไรดี ค่อยพิจารณาดันตำแหน่ง
แต่ถ้าคำไหน CPA แพงหรือ Lead คุณภาพต่ำ ไม่ต้องไล่แข่งทุก Auction
ตัวอย่างธุรกิจ:
ธุรกิจคอร์ส Google Ads อาจไม่ต้องชนะทุกคำกว้าง เช่น “Google Ads คืออะไร”
แต่ควรโฟกัสคำที่มี Intent สูง เช่น “เรียน Google Ads ตัวต่อตัว” หรือ “คอร์ส Google Ads สำหรับเจ้าของธุรกิจ”
Masterclass 2: ค่าแอดแพงขึ้น ต้องแยกว่าแพงเพราะตลาดหรือแพงเพราะบัญชีเรา
แนวคิด:
CPC หรือ CPA ที่สูงขึ้นอาจเกิดจากคู่แข่งบุกหนักขึ้น
แต่ก็อาจเกิดจาก Quality Score, Ad Relevance, Landing Page หรือ Search Terms ที่ไม่ดีของเราเอง
วิธีนำไปใช้:
อ่าน Auction Insights คู่กับ Search Terms Report, Quality Score, Lost IS Rank, Lost IS Budget และ Conversion Rate
เพื่อแยกสาเหตุให้ชัดก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ
ตัวอย่างธุรกิจ:
ถ้า Auction Insights บอกว่าคู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่ CPA แพงขึ้น
อาจต้องกลับไปดู Search Terms, Landing Page หรือ Tracking แทนที่จะโทษคู่แข่งทันที
Masterclass 3: Impression Share สูงไม่สำคัญเท่ากับ Impression Share ที่สร้างยอดขาย
แนวคิด:
การได้ Impression Share สูงในคำที่ไม่สร้างยอดขายอาจไม่ช่วยธุรกิจ
แต่การได้ Impression Share มากขึ้นในกลุ่มคำที่ Intent ดีและ Conversion คุณภาพสูงอาจคุ้มกว่า
วิธีนำไปใช้:
อย่าตั้งเป้าเพิ่ม Impression Share ทั้งบัญชีแบบกว้าง ๆ
ให้เลือกเฉพาะ Campaign, Ad Group หรือ Keyword ที่สร้างยอดขายจริง
แล้วค่อยวางกลยุทธ์เพิ่ม Budget หรือปรับ Bid
ตัวอย่างธุรกิจ:
ถ้าคำว่า “รับทำ Google Ads ราคา” มี Conversion คุณภาพดี
การเพิ่ม Impression Share ในคำนี้อาจคุ้มกว่าการเพิ่มงบให้คำกว้างอย่าง “Google Ads” ที่มีคนหาข้อมูลจำนวนมากแต่ไม่พร้อมซื้อ
16. ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
ประเภทธุรกิจ: คอร์สเรียน / Training
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่ Overlap กับคำคอร์สและคำเรียนตัวต่อตัว
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันเฉพาะคำที่สมัครเรียนจริง ไม่ไล่ทุกคำกว้าง
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Cost per Lead, สมัครเรียนจริง, Close Rate
ประเภทธุรกิจ: บริการ B2B
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่อยู่เหนือในคำบริการและคำราคา
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ปรับ Ad Copy, Landing Page และ Bid ในคำที่มี Lead คุณภาพ
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Qualified Lead, Meeting Booked, CPA
ประเภทธุรกิจ: คลินิก
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่ Top of Page สูงในคำบริการและทำเล
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันคำทำเลหรือบริการที่จองจริง ไม่แข่งทุกคำรีวิว
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Cost per Booking, Show-up Rate, Revenue
ประเภทธุรกิจ: อสังหา
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำทำเล ราคา และโครงการ
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
เพิ่มงบเฉพาะโครงการที่มี Site Visit และ Booking
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Qualified Lead, Appointment, Booking
ประเภทธุรกิจ: E-commerce
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำสินค้า รุ่น ราคา และของแท้
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
เพิ่มงบเฉพาะสินค้ากำไรดีและคำที่ Purchase คุ้ม
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Purchase, ROAS, Cost per Purchase, Margin
ประเภทธุรกิจ: ร้านอาหาร / ธุรกิจท้องถิ่น
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำใกล้ฉัน เมนู จองโต๊ะ และโปรโมชัน
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันเฉพาะคำที่สร้างยอดจองหรือยอดหน้าร้านจริง
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Reservation, Call, Store Visit, Revenue per Customer
17. Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่ 1: เห็นคู่แข่งอยู่เหนือแล้วรีบเพิ่มงบทันที
การเพิ่มงบโดยไม่ดู Conversion และ CPA อาจทำให้ใช้เงินมากขึ้นแต่กำไรไม่เพิ่ม
ผลเสียคือแข่งตำแหน่งโดยไม่รู้ว่าคำเหล่านั้นคุ้มจริงหรือไม่
แนวทางคือดู Position Above Rate คู่กับ Cost per Conversion และ Lead Quality ก่อน
ข้อผิดพลาดที่ 2: ดู Auction Insights แล้วคิดว่าทุกรายคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรง
ผู้ลงโฆษณาที่ขึ้นร่วมกับเราอาจไม่ได้ขายสิ่งเดียวกันเสมอไป
ผลเสียคืออาจตีความตลาดผิด
แนวทางคือแยกคู่แข่งใน Auction กับคู่แข่งธุรกิจจริงออกจากกัน
ข้อผิดพลาดที่ 3: ดูแค่ Impression Share แต่ไม่ดู Lost IS Budget / Rank
Impression Share ต่ำบอกว่าเราได้พื้นที่น้อย แต่ไม่บอกทั้งหมดว่าทำไม
ผลเสียคืออาจเพิ่มงบทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ Rank หรือ Quality
แนวทางคือดูสาเหตุการเสีย Impression ประกอบทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไล่ Absolute Top ทุกคำ
การพยายามขึ้นอันดับบนสุดทุก Keyword อาจทำให้ CPC สูงเกินและ CPA แพงขึ้น
ผลเสียคือยอดคลิกอาจเพิ่ม แต่กำไรลด
แนวทางคือไล่ตำแหน่งเฉพาะคำที่มี Intent สูงและ Conversion คุ้ม
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่เทียบช่วงเวลา
ดู Auction Insights แค่ช่วงเดียวอาจไม่เห็นแนวโน้มว่าคู่แข่งเพิ่มหรือลดความรุนแรง
ผลเสียคือวิเคราะห์ผิดว่าตลาดนิ่ง ทั้งที่จริงเปลี่ยนแล้ว
แนวทางคือเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือนเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 6: โทษคู่แข่งทันที ทั้งที่ Search Terms หลุด
บางครั้ง CPA แพงขึ้นไม่ใช่เพราะคู่แข่ง แต่เพราะ Search Terms กว้างขึ้นและมีคำไม่เกี่ยวข้องเข้ามา
แนวทางคือดู Search Terms Report คู่กับ Auction Insights
ข้อผิดพลาดที่ 7: เพิ่มงบในคำที่ไม่ทำเงิน
ถ้าเพิ่มงบให้ Keyword ที่ Impression Share ต่ำแต่ไม่สร้าง Conversion อาจได้แค่คลิกเพิ่ม ไม่ได้ยอดขายเพิ่ม
แนวทางคือเพิ่มงบเฉพาะคำที่มีผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
18. Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น
- เปิด Auction Insights ดูแล้วหรือยัง
- รู้หรือยังว่าคู่แข่งรายใด Overlap กับเรามากที่สุด
- Position Above Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
- Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่
- Impression Share ของเราลดลงจากช่วงก่อนหรือไม่
- เสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
- Keyword ที่กำลังแพ้คู่แข่งเป็นคำที่สร้าง Conversion จริงหรือไม่
- Cost per Conversion ยังอยู่ในกรอบที่รับได้หรือไม่
- Lead ที่ได้จาก Keyword นั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
- Search Terms ของ Keyword นั้นยังตรงกลุ่มหรือไม่
- Ad Copy และ Landing Page ยังสู้คู่แข่งได้หรือไม่
- Quality Score, Ad Relevance และ Landing Page Experience ควรปรับหรือไม่
- ถ้าเพิ่มงบแล้วมีโอกาสได้ยอดขายเพิ่มจริงหรือแค่ได้คลิกเพิ่ม
- มีแผนติดตามผลหลังเพิ่มงบหรือปรับ Bid แล้วหรือยัง
- คู่แข่งที่เห็นเป็นคู่แข่งธุรกิจจริงหรือแค่คู่แข่งใน Auction
- คำที่ต้องการดันเป็นคำกว้างหรือคำทำเงิน
- มี Negative Keywords กรองคำไม่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง
- ก่อนเพิ่มงบ รู้หรือยังว่าการเพิ่มงบจะคุ้มกับ CPA, ROAS หรือกำไรจริงไหม
19. FAQ คำถามที่พบบ่อย
Auction Insights คืออะไร
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยเปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน
เช่น ดู Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate และ Top of Page Rate
Auction Insights ใช้ดูคู่แข่งได้จริงไหม
ใช้ดูผู้ลงโฆษณาที่แข่งขันใน Auction เดียวกับเราได้
แต่ต้องเข้าใจว่ารายชื่อในรายงานอาจเป็นคู่แข่งในสนามโฆษณา ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งธุรกิจโดยตรงทุกกรณี
Overlap Rate คืออะไร
Overlap Rate คือความถี่ที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเรา
ถ้าค่านี้สูง แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อย
Position Above Rate คืออะไร
Position Above Rate คือความถี่ที่คู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าเรา เมื่อโฆษณาของเราและคู่แข่งแสดงพร้อมกัน
ใช้ดูว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
Impression Share ต่ำต้องเพิ่มงบเสมอไหม
ไม่เสมอไป
ต้องดูว่าเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank และดูด้วยว่าคำที่เสีย Impression นั้นสร้าง Conversion คุณภาพจริงหรือไม่
ถ้าเป็นคำที่ไม่ทำเงิน การเพิ่มงบอาจไม่คุ้ม
คนเรียน Google Ads ควรเริ่มใช้ Auction Insights ยังไง
ควรเริ่มจากดูรายงานระดับ Campaign หรือ Keyword ที่ใช้งบเยอะ
แล้วเทียบ Impression Share, Overlap Rate และ Position Above Rate กับ Conversion, CPA และคุณภาพ Lead
เพื่อดูว่าควรเพิ่มงบ ปรับ Bid หรือปรับคุณภาพแคมเปญก่อน
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือเรา ต้องเพิ่ม Bid ทันทีไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป
ควรดูว่าคำนั้นสร้างยอดขายหรือ Lead คุณภาพจริงหรือไม่
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือในคำที่ไม่คุ้ม ไม่จำเป็นต้องไล่แข่ง
แต่ถ้าเป็นคำทำเงิน อาจพิจารณาปรับ Bid, Ad Quality หรือ Landing Page
20. สรุป: อย่าเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น ต้องดู Auction Insights ก่อนว่าสนามประมูลเปลี่ยนจริงไหม
Auction Insights คือรายงานสำคัญใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นภาพการแข่งขันในสนามประมูล
ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขในบัญชีตัวเอง
แต่ดูด้วยว่าเรากำลังแข่งกับใคร คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน และคู่แข่งอยู่เหนือเรามากเพียงใด
หัวใจสำคัญคือ ถ้าค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบทันที
ต้องเช็กก่อนว่าสนามแข่งขันเปลี่ยนจริงหรือไม่
โดยดู Metric อย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share ร่วมกับ Conversion, Cost per Conversion และ Lead Quality
Best Practice คือใช้ BATTLE Framework ตรวจ Budget Pressure, Auction Competitors, Top Position, Traffic Quality, Lost Impression Share และ Economic Decision
เพื่อให้การเพิ่มงบหรือปรับ Bid เกิดจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น
จำไว้ว่า
คู่แข่งขึ้นเหนือเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องไล่ทันทุกคำ
ค่าแอดแพงขึ้น ต้องแยกว่าแพงเพราะตลาดหรือแพงเพราะบัญชีเรา
Impression Share สูงไม่สำคัญเท่ากับ Impression Share ที่สร้างยอดขาย
และก่อนเพิ่มงบ Google Ads ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังเสียโอกาสในคำที่ทำเงินจริง หรือแค่กำลังแข่งในคำกว้างที่ไม่คุ้ม
ถ้าต้องการเรียน Google Ads แบบลงมือทำจริง เข้าใจตั้งแต่ Keyword, Bidding, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page และการอ่านผลจากยอดขายจริง ขอแนะนำคอร์ส Google Ads และบริการของ DigitalD2M ครับ
ดูรายละเอียดคอร์ส Google Ads Beginner to Expert ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
ดูบริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/
ดูคอร์สเรียนทั้งหมดได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/courses-list/
ถ้าต้องการเรียนรู้การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ Auction Insights, Keyword, Bidding, Impression Share, CPA, ROAS, Landing Page และแนวทาง Optimize สามารถดูคอร์ส AI Driven Marketing & Advertising ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/ai-course-driven-marketing-advertising/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางระบบ Google Ads, Keyword, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page, GA4 หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Auction Insights Google Ads โดย DigitalD2M - คอร์ส Google Ads สอนยิงแอด Google โฆษณาออนไลน์ เว็บไซต์ และระบบวัดผล ให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้จริง
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นว่าโฆษณาของเราแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายใดบ้างในหน้าค้นหา และ Performance ของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร
เช่น
- เรามี Impression Share เท่าไร
- คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน
- คู่แข่งอยู่เหนือเราแค่ไหน
- โฆษณาของเราขึ้นด้านบนของหน้า Google บ่อยพอหรือไม่
- เราชนะหรือแพ้คู่แข่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
หลายธุรกิจเจอสถานการณ์ว่าอยู่ดี ๆ ค่าโฆษณาแพงขึ้น Cost per Click สูงขึ้น Lead แพงขึ้น หรือยอด Conversion ลดลง
แล้วรีบสรุปว่า
- แคมเปญมีปัญหา
- Keyword ไม่ดี
- คู่แข่งบิดแพงแน่ ๆ
- ต้องเพิ่มงบทันที
- ต้องเพิ่ม Bid ให้ชนะคู่แข่ง
- ต้องไล่ตำแหน่งบนสุดทุกคำ
แต่ในความจริง ปัญหาอาจเกิดได้หลายสาเหตุ
เช่น
- มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา
- คู่แข่งเพิ่มงบ
- คู่แข่งปรับ Bid Strategy
- คู่แข่งมี Ad Rank แข็งขึ้น
- เราเสีย Impression Share เพราะงบไม่พอ
- เราเสีย Impression Share เพราะ Rank ไม่ดีพอ
- Search Terms ที่เข้ามาเริ่มกว้างเกินไป
- Landing Page หรือ Conversion Rate ของเราเริ่มอ่อนลง
Auction Insights จึงเป็นรายงานที่ช่วยให้การวิเคราะห์ Google Ads มีมุมมองด้านการแข่งขัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขของบัญชีเราอย่างเดียว
เพราะบางครั้ง CTR ลด CPC แพง หรือ Impression Share หาย อาจเกิดจากคู่แข่งในตลาดบุกหนักขึ้นจริง
ตัวอย่างเช่น
ถ้าเราเห็นว่า Overlap Rate ของคู่แข่งรายหนึ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเริ่มเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อยขึ้น
หรือถ้า Position Above Rate ของคู่แข่งสูงมาก แปลว่าเวลาทั้งเราและเขาแสดงพร้อมกัน เขามักอยู่เหนือเรา
สิ่งนี้อาจกระทบ Click, CTR, Conversion และต้นทุนต่อ Lead ของเราได้
บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Auction Insights คืออะไร ใช้ดูคู่แข่งใน Google Ads อย่างไร Metric สำคัญอย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share แปลว่าอะไร และควรใช้ข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับแคมเปญอย่างไร
สำหรับคนที่กำลังเรียน Google Ads หรือกำลังดูแลแคมเปญ Search Ads ให้ธุรกิจตัวเอง รายงานนี้เป็นหนึ่งในรายงานที่ควรรู้
เพราะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าแอดแพงขึ้นเพราะงบน้อย Quality ต่ำ หรือเพราะสนามแข่งขันเปลี่ยนจริง
สารบัญบทความ
1. Auction Insights คืออะไร
2. ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads
3. Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง
4. Impression Share คืออะไร
5. Overlap Rate คืออะไร
6. Position Above Rate คืออะไร
7. Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร
8. Outranking Share คืออะไร
9. ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร
10. คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป
11. Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights
12. คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
13. BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights
14. Routine การเช็ก Auction Insights
15. Masterclass 3 กล่อง
16. ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
17. Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย
18. Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น
19. FAQ คำถามที่พบบ่อย
20. สรุป
1. Auction Insights คืออะไร
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ใช้เปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน
พูดง่าย ๆ คือเป็นรายงานที่ช่วยให้เราเห็นว่า
"เวลาโฆษณาเราขึ้นบน Google เรากำลังแข่งกับใครอยู่"
รายงานนี้ตอบคำถามสำคัญ เช่น
- เราได้แสดงโฆษณาบ่อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับโอกาสทั้งหมด
- คู่แข่งรายไหนขึ้นร่วมกับเราบ่อย
- คู่แข่งรายไหนมักอยู่เหนือเรา
- โฆษณาเราขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
- โฆษณาเราขึ้นตำแหน่งบนสุดบ่อยแค่ไหน
- เราชนะหรือแพ้คู่แข่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
- สนามแข่งขันเปลี่ยนไปหรือไม่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
Auction Insights จึงเป็นเหมือนเรดาร์ดูสนามประมูล Google Ads
ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้แข่งอยู่คนเดียว แต่กำลังเจอใคร และตำแหน่งของเราในสนามนั้นแข็งแรงแค่ไหน
2. ทำไม Auction Insights สำคัญกับ Google Ads
Google Ads ไม่ใช่ระบบที่เราจ่ายเงินแล้วโฆษณาจะแสดงแบบคงที่ตลอดเวลา
แต่เป็นระบบประมูล
โฆษณาของเราจึงแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายอื่นอยู่ตลอด
ถ้าวันหนึ่ง CPC แพงขึ้น หรือ Conversion ลดลง สาเหตุอาจไม่ได้มาจาก Keyword, Ad Copy หรือ Landing Page ของเราเพียงอย่างเดียว
แต่อาจมาจากคู่แข่งเข้ามาแข่งมากขึ้น หรือเสนอราคาสูงขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ Auction Insights ช่วยให้เห็นภาพ
- คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดและเพิ่มงบหนัก
- คู่แข่งเดิมปรับ Bid Strategy ให้ Aggressive ขึ้น
- คู่แข่งมี Quality Score หรือ Ad Rank ดีขึ้น
- ตลาดเข้าสู่ช่วง High Season ทำให้หลายแบรนด์บิดแข่งพร้อมกัน
- เราเสีย Impression Share เพราะงบไม่พอ
- เราเสีย Impression Share เพราะอันดับโฆษณาไม่แข็ง
- คู่แข่งรายหนึ่งเริ่มขึ้นเหนือเราบ่อยขึ้น
- คำที่เคยได้ Lead ถูก เริ่มแพงขึ้นเพราะการแข่งขันสูงขึ้น
Auction Insights ช่วยให้เราไม่ต้องเดาว่า “คู่แข่งมาแรงไหม”
แต่ดูจากข้อมูลได้ว่าเขาเข้ามา Overlap กับเรามากขึ้นหรือไม่ เขาอยู่เหนือเราบ่อยขึ้นหรือไม่ และเราเสียพื้นที่การแสดงผลไปมากแค่ไหน
ดังนั้นก่อนเพิ่มงบหรือปรับ Bid ควรเปิด Auction Insights ดูก่อน
เพื่อรู้ว่าปัญหาเกิดจากสนามแข่งขันจริง หรือเกิดจากโครงสร้างแคมเปญของเราเอง
3. Auction Insights Report บอกอะไรได้บ้าง
สำหรับ Search Campaigns รายงาน Auction Insights จะมี Metric หลักหลายตัวที่ช่วยอ่านภาพการแข่งขันได้ละเอียดขึ้น
Metric ที่มักใช้วิเคราะห์ ได้แก่
Impression Share
สัดส่วนการแสดงผลที่เราได้รับจากโอกาสทั้งหมดที่มีสิทธิ์แสดง
Overlap Rate
คู่แข่งรายนั้นขึ้นพร้อมกับเราบ่อยแค่ไหน
Position Above Rate
เมื่อเรากับคู่แข่งขึ้นพร้อมกัน คู่แข่งอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
Top of Page Rate
โฆษณาขึ้นด้านบนของหน้าเหนือ Organic Results บ่อยแค่ไหน
Absolute Top of Page Rate
โฆษณาขึ้นเป็นอันดับบนสุดของหน้า Google บ่อยแค่ไหน
Outranking Share
เราชนะคู่แข่งรายหนึ่งใน Auction บ่อยแค่ไหน
ประโยชน์ของรายงานนี้คือช่วยแยกแยะได้ว่า
- แคมเปญแพ้เพราะมองเห็นน้อย
- แคมเปญแพ้เพราะคู่แข่งอยู่เหนือเรา
- แคมเปญแพ้เพราะคู่แข่งเข้ามาแข่งบ่อยขึ้น
- แคมเปญแพ้เพราะเราไม่ได้ขึ้นตำแหน่งที่มีโอกาสได้คลิกมากพอ
- แคมเปญแพ้เพราะงบน้อย
- แคมเปญแพ้เพราะ Ad Rank หรือ Quality ยังไม่แข็ง
4. Impression Share คืออะไร
Impression Share คือสัดส่วนของ Impression ที่เราได้รับ เทียบกับจำนวน Impression ที่เรามีสิทธิ์ได้รับทั้งหมด
ตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย
- ถ้าเรามีสิทธิ์แสดงได้ 1,000 ครั้ง
- แต่โฆษณาเราแสดงจริง 500 ครั้ง
- Impression Share จะอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
Impression Share ต่ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- งบประมาณไม่พอ
- Bid ต่ำเกินไป
- Ad Rank ไม่ดีพอ
- Quality Score ต่ำ
- Keyword กว้างหรือแข่งขันสูง
- คู่แข่งเข้ามาแย่ง Auction มากขึ้น
- Landing Page Experience ยังไม่ดีพอ
- Ad Relevance ยังไม่ตรงกับคำค้นหา
ถ้า Impression Share ต่ำ อย่าเพิ่งเพิ่มงบอย่างเดียว
ต้องดูต่อว่าเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
และต้องดู Auction Insights ประกอบว่าคู่แข่งกดดันมากขึ้นหรือไม่
ตัวอย่างการอ่าน
ถ้า Impression Share ต่ำ แต่ Conversion Rate ดี และ Cost per Conversion ยังอยู่ในกรอบที่รับได้
อาจพิจารณาเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid เฉพาะกลุ่มคำที่ทำเงิน
แต่ถ้า Impression Share ต่ำในคำกว้างที่ไม่สร้าง Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องดันให้เห็นมากขึ้น
5. Overlap Rate คืออะไร
Overlap Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเราใน Auction เดียวกัน
ตัวอย่าง
ถ้าคู่แข่งมี Overlap Rate 70 เปอร์เซ็นต์
แปลว่าในหลายครั้งที่โฆษณาเราแสดง คู่แข่งรายนี้ก็แสดงร่วมด้วยบ่อยมาก
Overlap Rate สูงไม่ได้แปลว่าคู่แข่งชนะเราเสมอไป
แต่บอกว่าเขาเป็นคู่แข่งในสนามประมูลเดียวกับเราบ่อย
วิธีใช้ Overlap Rate
- ดูว่าคู่แข่งรายใดเข้ามาแข่งกับเราบ่อยที่สุด
- เทียบช่วงเวลา เช่น เดือนนี้เทียบเดือนก่อน
- ดูว่ามีคู่แข่งรายใหม่เริ่ม Overlap สูงขึ้นหรือไม่
- ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูว่าเขาแค่ขึ้นร่วม หรือขึ้นเหนือเราด้วย
- ดูว่า Overlap สูงในคำที่ทำเงินจริงหรือแค่คำกว้าง
ตัวอย่างการวิเคราะห์
ถ้า Overlap Rate ของคู่แข่งสูงขึ้นพร้อมกับ CPC แพงขึ้น
อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มแข่งขันหนักขึ้นจริง
แต่ถ้า Overlap Rate สูงเฉพาะคำกว้างที่ไม่สร้าง Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องตอบโต้หนัก
6. Position Above Rate คืออะไร
Position Above Rate คือสัดส่วนที่โฆษณาของคู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าโฆษณาของเรา เมื่อทั้งสองโฆษณาแสดงพร้อมกัน
ตัวอย่าง
- คู่แข่ง A มี Overlap Rate 60 เปอร์เซ็นต์
- และ Position Above Rate 80 เปอร์เซ็นต์
แปลว่าเขาขึ้นร่วมกับเราบ่อย และเวลาขึ้นร่วมกัน เขามักอยู่เหนือเรา
สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ต่อ
- เราแพ้เพราะ Bid ต่ำหรือไม่
- Quality Score ต่ำหรือไม่
- Ad Relevance ดีพอหรือไม่
- Landing Page Experience ดีพอหรือไม่
- Keyword นี้คุ้มพอให้ดันตำแหน่งหรือไม่
- Conversion จาก Keyword นี้ดีพอให้แข่งขันตำแหน่งบนหรือไม่
- Lead จากคำนี้มีคุณภาพจริงหรือไม่
Position Above Rate สูงไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
ถ้าเราอยู่ต่ำกว่าแต่ยังได้ Conversion คุ้มกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขึ้นที่หนึ่งทุกคำ
แต่ถ้าคำที่สำคัญมากและ Conversion คุณภาพดี การปล่อยให้คู่แข่งอยู่เหนือเราตลอดอาจทำให้เสียโอกาสได้
7. Top of Page Rate และ Absolute Top of Page Rate คืออะไร
Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาของเรา หรือของคู่แข่งในแถวที่เราดู แสดงด้านบนของหน้า Google เหนือผลการค้นหาแบบ Organic
Absolute Top of Page Rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงเป็นตำแหน่งบนสุดอันดับแรกของหน้า Google
ตัวอย่างการอ่าน
Top of Page Rate สูง
แปลว่าโฆษณามีโอกาสอยู่บริเวณที่คนเห็นชัด
Absolute Top of Page Rate สูง
แปลว่าโฆษณามักอยู่ตำแหน่งบนสุด
ถ้าคู่แข่ง Absolute Top Rate สูงมาก
อาจแปลว่าเขาดันตำแหน่งค่อนข้าง Aggressive
แต่ตำแหน่งบนสุดไม่ใช่คำตอบเสมอไป
เพราะบาง Keyword ขึ้นอันดับบนสุดแล้ว CPC แพงเกินจนไม่คุ้ม
ดังนั้นต้องดูคู่กับ
- Conversion
- Cost per Conversion
- Lead Quality
- Conversion Rate
- ROAS
- กำไรจริง
- Search Terms ที่เกิดขึ้นจริง
ถ้าคำหนึ่งทำยอดขายจริงและกำไรดี การดัน Top of Page อาจคุ้ม
แต่ถ้าคำนั้นมีแต่คลิก ไม่มี Lead คุณภาพ การขึ้นบนสุดอาจแปลว่าเสียเงินเร็วขึ้นเท่านั้น
8. Outranking Share คืออะไร
Outranking Share คือสัดส่วนที่โฆษณาของเรามีอันดับสูงกว่าคู่แข่งรายหนึ่ง หรือโฆษณาเราขึ้นในขณะที่โฆษณาของคู่แข่งไม่ขึ้น
ใช้ทำอะไรได้บ้าง
- ดูว่าเราชนะคู่แข่งรายสำคัญบ่อยแค่ไหน
- ดูแนวโน้มว่าคู่แข่งกำลังแซงเราหรือไม่
- ใช้ประกอบกับ Position Above Rate เพื่อดูภาพการแข่งขัน
- วิเคราะห์ว่าเราควรดันบาง Keyword หรือไม่
- ดูว่าเรายังแข็งแรงในคำสำคัญของธุรกิจหรือไม่
อย่างไรก็ตาม อย่าตั้งเป้าว่าต้อง Outrank คู่แข่งทุกครั้ง
เพราะบางครั้งการไล่ชนะคู่แข่งทุก Auction อาจทำให้ CPC สูงเกินและกำไรหาย
เป้าหมายที่ดีกว่าคือชนะในคำที่คุ้มและเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง
ไม่ใช่ชนะทุกคำแบบไม่ดูยอดขาย
9. ค่าแอดแพงขึ้น ควรดู Auction Insights อย่างไร
เมื่อค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid ทันที
ให้เปิด Auction Insights เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสนามประมูล
สิ่งที่ควรเช็ก
1. Impression Share ลดลงหรือไม่
ถ้าลดลง อาจเสียโอกาสแสดงมากขึ้น
2. Overlap Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นหรือไม่
ถ้าเพิ่ม แปลว่าคู่แข่งเข้ามาชนบ่อยขึ้น
3. Position Above Rate ของคู่แข่งสูงขึ้นหรือไม่
ถ้าสูงขึ้น คู่แข่งอาจแซงตำแหน่งเราบ่อยขึ้น
4. Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่
ถ้าลด อาจทำให้ CTR ลด
5. Conversion ลดเพราะคู่แข่ง หรือเพราะ Traffic ไม่ดี
ต้องดู Search Terms และ Conversion Tracking ประกอบ
6. Lost Impression Share เกิดจาก Budget หรือ Rank
ถ้าเกิดจาก Budget และคำมี Conversion ดี อาจพิจารณาเพิ่มงบ
ถ้าเกิดจาก Rank อาจต้องปรับ Bid, Ad Quality, Landing Page หรือ Keyword Structure
ตัวอย่าง
- CPC เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์
- Overlap Rate ของคู่แข่งรายใหม่จาก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 45 เปอร์เซ็นต์
- Position Above Rate ของคู่แข่งรายนั้นสูงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
กรณีนี้อาจไม่ได้แปลว่าแคมเปญเราแย่
แต่แปลว่ามีคู่แข่งที่กำลังเข้ามาแข่งหนักขึ้น
ต้องวิเคราะห์ต่อว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Ad Copy ปรับ Landing Page หรือเลือกโฟกัสเฉพาะ Keyword ที่คุ้มกว่า
10. คู่แข่งใน Auction Insights อาจไม่ใช่คู่แข่งธุรกิจเสมอไป
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เห็นชื่อเว็บไซต์ใน Auction Insights แล้วคิดว่านั่นคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรงเสมอไป
แต่จริง ๆ คู่แข่งใน Auction Insights คือผู้ลงโฆษณาที่เข้าร่วม Auction เดียวกับเรา
ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าเหมือนเราทุกอย่าง
ตัวอย่าง
ธุรกิจรับทำเว็บไซต์
อาจเจอเว็บสอนทำเว็บไซต์
คอร์ส Google Ads
อาจเจอเว็บบทความสอนฟรี
คลินิก
อาจเจอ Marketplace ด้านสุขภาพหรือเว็บรวมรีวิว
ธุรกิจ B2B
อาจเจอแพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคา
ดังนั้นต้องแยกให้ออกว่า
- คู่แข่งรายนี้ขายสินค้า/บริการเดียวกับเราหรือไม่
- เขาแข่งขันกับเราเฉพาะบาง Keyword หรือหลายกลุ่มคำ
- เขามี Intent กลุ่มลูกค้าเหมือนเราหรือไม่
- เขาแย่งคลิกจากคำที่สร้างยอดขายจริงหรือไม่
- เขาอยู่เหนือเราในคำทำเงิน หรือแค่คำกว้าง
- ถ้าเราจะไล่แข่งกับเขา ต้นทุนคุ้มไหม
ถ้าเป็นคู่แข่งที่ชนเฉพาะคำกว้างแต่ไม่ได้แย่งคำทำเงิน อาจไม่ต้องตอบโต้หนัก
แต่ถ้าเขาแซงเราใน Keyword ที่มี Conversion ดี อาจต้องวางกลยุทธ์จริงจังขึ้น
11. Metric ที่ควรดูคู่กับ Auction Insights
Auction Insights บอกภาพการแข่งขัน
แต่ยังไม่พอสำหรับการตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid
ต้องดู Metric อื่นประกอบด้วย
Metric ที่ควรดู
Search Impression Share
เราได้พื้นที่การแสดงผลมากพอหรือไม่
Search Lost IS Budget
เสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
Search Lost IS Rank
เสีย Impression เพราะอันดับโฆษณาไม่ดีพอหรือไม่
CTR
ข้อความโฆษณาดึงดูดคลิกได้ดีหรือไม่
Quality Score
Keyword, Ad และ Landing Page เกี่ยวข้องกันพอหรือไม่
Conversion Rate
Traffic ที่ได้แปลงเป็น Lead หรือยอดขายดีหรือไม่
Cost per Conversion
ต้นทุนต่อผลลัพธ์ยังคุ้มไหม
Lead Quality
Lead ที่ได้จากคำเหล่านั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
Search Terms Report
คำค้นหาจริงที่เสียเงินยังตรงกับธุรกิจหรือไม่
Landing Page Experience
หน้าเว็บตอบโจทย์คนที่คลิกเข้ามาหรือไม่
ตัวอย่างการอ่าน
ถ้า Lost IS Budget สูงและ Conversion ดี
อาจพิจารณาเพิ่มงบ
ถ้า Lost IS Rank สูง
อาจต้องปรับ Bid, Quality Score, Ad Copy หรือ Landing Page
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือเราแต่ Cost per Conversion เรายังคุ้ม
อาจไม่ต้องไล่แข่งทุกตำแหน่ง
ถ้าคู่แข่งแซงในคำที่ไม่ทำ Conversion
อาจไม่จำเป็นต้องตอบโต้
การตัดสินใจที่ดีต้องดูทั้งสนามแข่งขันและผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ไม่ใช่ดูแค่คู่แข่งแล้วรีบเพิ่มงบ
12. คนเรียน Google Ads ควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร
สำหรับคนที่เรียน Google Ads เรื่อง Auction Insights เป็นหัวข้อที่ช่วยให้เข้าใจว่าการยิง Search Ads ไม่ได้มีแค่การเลือก Keyword และเขียนโฆษณา
แต่ยังมีการแข่งขันในระบบประมูลที่เปลี่ยนตลอดเวลา
คอร์ส Google Ads ที่ดีควรสอนให้เข้าใจว่า
- Auction Insights ใช้ดูใครแข่งกับเราใน Auction
- Impression Share ใช้วัดโอกาสการแสดงผลอย่างไร
- Overlap Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่ขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน
- Position Above Rate ช่วยบอกคู่แข่งที่อยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
- Top of Page Rate ช่วยดูตำแหน่งโฆษณาอย่างไร
- ไม่ควรเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรง แต่ควรดูข้อมูลก่อน
- ต้องอ่าน Auction Insights คู่กับ Conversion, CPA และ Lead Quality เสมอ
- ต้องแยกให้ออกว่าคู่แข่งใน Auction กับคู่แข่งธุรกิจจริงไม่เหมือนกันเสมอไป
- ต้องดู Search Terms Report ร่วมด้วย เพราะบางครั้งคู่แข่งไม่ได้ทำให้แพง แต่คำค้นหาที่หลุดต่างหากที่กินงบ
ถ้าเรียนแบบจำปุ่มอย่างเดียว อาจรู้แค่เปิดรายงานตรงไหน
แต่ไม่รู้ว่าควรตีความอย่างไร
แต่ถ้าเข้าใจหลักการ จะวิเคราะห์ได้ว่าแคมเปญแพ้เพราะ Budget, Rank, Quality, Bid หรือเพราะคู่แข่งในตลาดเปลี่ยนจริง
13. BATTLE Framework สำหรับอ่าน Auction Insights
BATTLE Framework คือกรอบคิดสำหรับวิเคราะห์ Auction Insights ก่อนตัดสินใจเพิ่มงบหรือปรับ Bid
1. B - Budget Pressure
เราเสีย Impression เพราะงบไม่พอหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- Lost IS Budget สูงไหม
- ถ้าเพิ่มงบ จะได้ Conversion เพิ่มจริงไหม
- คำที่เสีย Impression เป็นคำที่ทำเงินหรือไม่
- งบปัจจุบันหมดเร็วเกินไปหรือไม่
2. A - Auction Competitors
มีคู่แข่งรายใดเข้ามา Overlap กับเราบ่อยขึ้น
คำถามที่ควรถาม
- คู่แข่งรายไหน Overlap สูงสุด
- คู่แข่งรายไหนเพิ่งเข้ามาใหม่
- Overlap สูงในคำกว้างหรือคำทำเงิน
- คู่แข่งรายนี้เป็นคู่แข่งธุรกิจจริงหรือแค่แข่งใน Auction
3. T - Top Position
เราและคู่แข่งขึ้น Top of Page บ่อยแค่ไหน
คำถามที่ควรถาม
- Top of Page Rate ของเราลดลงไหม
- Absolute Top ของคู่แข่งสูงขึ้นหรือไม่
- คำนี้จำเป็นต้องอยู่ตำแหน่งบนหรือไม่
- ตำแหน่งบนให้ Conversion คุ้มจริงไหม
4. T - Traffic Quality
Traffic ที่ได้จากสนามนี้สร้าง Conversion คุณภาพหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- Conversion Rate ดีไหม
- Lead มีคุณภาพไหม
- Search Terms ตรง Intent ไหม
- คนคลิกเข้ามาแล้วเกิดยอดขายจริงหรือไม่
5. L - Lost Impression Share
เราเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
คำถามที่ควรถาม
- ถ้าเสียเพราะ Budget ควรเพิ่มงบไหม
- ถ้าเสียเพราะ Rank ควรปรับ Bid หรือ Quality
- Landing Page ช่วยให้ Rank ดีขึ้นได้ไหม
- Ad Copy เกี่ยวข้องกับ Keyword พอหรือไม่
6. E - Economic Decision
ถ้าจะเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid คุ้มกับ CPA, ROAS หรือกำไรจริงหรือไม่
คำถามที่ควรถาม
- CPA ยังอยู่ในกรอบที่รับได้ไหม
- ROAS หรือมูลค่าลูกค้าคุ้มไหม
- เพิ่มงบแล้วกำไรเพิ่มหรือแค่คลิกเพิ่ม
- ควรสู้ทุกคำหรือเลือกสู้เฉพาะคำสำคัญ
ตัวอย่างการใช้ BATTLE Framework
ถ้า Budget Pressure สูงและ Conversion ดี
อาจเพิ่มงบ
ถ้า Rank แพ้และ Keyword สำคัญมาก
อาจปรับ Ad Quality, Landing Page หรือ Bid
ถ้าคู่แข่งขึ้นเหนือเราแต่เราได้ CPA ดีกว่า
อาจไม่ต้องไล่แข่งตำแหน่ง
ถ้าตลาดแข่งหนักขึ้นแต่ Conversion ไม่คุ้ม
อาจย้ายงบไป Keyword ที่ Intent ชัดกว่า
14. Routine การเช็ก Auction Insights
Auction Insights ไม่ควรดูเฉพาะตอนมีปัญหา
แต่ควรใช้เป็น Routine ในการติดตามสนามแข่งขัน
Routine ที่แนะนำ
เช็กทุก 2-4 สัปดาห์
สำหรับแคมเปญที่ใช้งบต่อเนื่อง
เช็กหลังเพิ่มงบ
ดูว่าการเพิ่มงบทำให้ได้ Impression Share เพิ่มขึ้นหรือไม่
เช็กหลังปรับ Bid Strategy
ดูว่า Top of Page และตำแหน่งโฆษณาเปลี่ยนหรือไม่
เช็กช่วง High Season
เช่น เทศกาล โปรโมชัน หรือช่วงที่คู่แข่งลงงบหนัก
เช็กเมื่อ CPC หรือ CPA แพงขึ้นผิดปกติ
ดูว่าสนามประมูลเปลี่ยนหรือไม่
เช็กหลังเปิด Keyword กลุ่มใหม่
ดูว่ามีคู่แข่งกลุ่มไหนเข้ามาอยู่ใน Auction เดียวกัน
สิ่งที่ควรทำทุกครั้ง
1. เทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า
ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ดูแค่ช่วงเดียว
2. ดูคู่แข่งที่ Overlap สูงขึ้น
เพื่อรู้ว่าใครเข้ามาชนกับเราบ่อยขึ้น
3. ดูคู่แข่งที่ Position Above Rate สูง
เพื่อดูว่าใครอยู่เหนือเราบ่อย
4. ดู Impression Share ของเรา
เพื่อดูว่าเราได้พื้นที่พอหรือไม่
5. ดู Lost IS Budget และ Lost IS Rank
เพื่อแยกว่าเสียโอกาสเพราะงบหรืออันดับ
6. ดู Conversion, CPA และคุณภาพ Lead ประกอบ
เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจากตำแหน่งอย่างเดียว
7. ตัดสินใจว่าจะเพิ่มงบ ปรับ Bid ปรับ Quality หรือเปลี่ยน Keyword Focus
15. Masterclass 3 กล่อง
Masterclass 1: คู่แข่งขึ้นเหนือเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องไล่ทันทุกคำ
แนวคิด:
Position Above Rate สูงแปลว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราเมื่อแสดงพร้อมกัน
แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องเพิ่ม Bid เพื่อแซงทุกครั้ง
เพราะบาง Keyword อาจไม่คุ้มพอให้สู้ตำแหน่งบนสุด
วิธีนำไปใช้:
แยก Keyword เป็นกลุ่มทำเงินและกลุ่มเสริม
ถ้าคำไหนมี Conversion คุณภาพและกำไรดี ค่อยพิจารณาดันตำแหน่ง
แต่ถ้าคำไหน CPA แพงหรือ Lead คุณภาพต่ำ ไม่ต้องไล่แข่งทุก Auction
ตัวอย่างธุรกิจ:
ธุรกิจคอร์ส Google Ads อาจไม่ต้องชนะทุกคำกว้าง เช่น “Google Ads คืออะไร”
แต่ควรโฟกัสคำที่มี Intent สูง เช่น “เรียน Google Ads ตัวต่อตัว” หรือ “คอร์ส Google Ads สำหรับเจ้าของธุรกิจ”
Masterclass 2: ค่าแอดแพงขึ้น ต้องแยกว่าแพงเพราะตลาดหรือแพงเพราะบัญชีเรา
แนวคิด:
CPC หรือ CPA ที่สูงขึ้นอาจเกิดจากคู่แข่งบุกหนักขึ้น
แต่ก็อาจเกิดจาก Quality Score, Ad Relevance, Landing Page หรือ Search Terms ที่ไม่ดีของเราเอง
วิธีนำไปใช้:
อ่าน Auction Insights คู่กับ Search Terms Report, Quality Score, Lost IS Rank, Lost IS Budget และ Conversion Rate
เพื่อแยกสาเหตุให้ชัดก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ
ตัวอย่างธุรกิจ:
ถ้า Auction Insights บอกว่าคู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่ CPA แพงขึ้น
อาจต้องกลับไปดู Search Terms, Landing Page หรือ Tracking แทนที่จะโทษคู่แข่งทันที
Masterclass 3: Impression Share สูงไม่สำคัญเท่ากับ Impression Share ที่สร้างยอดขาย
แนวคิด:
การได้ Impression Share สูงในคำที่ไม่สร้างยอดขายอาจไม่ช่วยธุรกิจ
แต่การได้ Impression Share มากขึ้นในกลุ่มคำที่ Intent ดีและ Conversion คุณภาพสูงอาจคุ้มกว่า
วิธีนำไปใช้:
อย่าตั้งเป้าเพิ่ม Impression Share ทั้งบัญชีแบบกว้าง ๆ
ให้เลือกเฉพาะ Campaign, Ad Group หรือ Keyword ที่สร้างยอดขายจริง
แล้วค่อยวางกลยุทธ์เพิ่ม Budget หรือปรับ Bid
ตัวอย่างธุรกิจ:
ถ้าคำว่า “รับทำ Google Ads ราคา” มี Conversion คุณภาพดี
การเพิ่ม Impression Share ในคำนี้อาจคุ้มกว่าการเพิ่มงบให้คำกว้างอย่าง “Google Ads” ที่มีคนหาข้อมูลจำนวนมากแต่ไม่พร้อมซื้อ
16. ตาราง Use Case สำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
ประเภทธุรกิจ: คอร์สเรียน / Training
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่ Overlap กับคำคอร์สและคำเรียนตัวต่อตัว
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันเฉพาะคำที่สมัครเรียนจริง ไม่ไล่ทุกคำกว้าง
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Cost per Lead, สมัครเรียนจริง, Close Rate
ประเภทธุรกิจ: บริการ B2B
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่อยู่เหนือในคำบริการและคำราคา
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ปรับ Ad Copy, Landing Page และ Bid ในคำที่มี Lead คุณภาพ
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Qualified Lead, Meeting Booked, CPA
ประเภทธุรกิจ: คลินิก
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งที่ Top of Page สูงในคำบริการและทำเล
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันคำทำเลหรือบริการที่จองจริง ไม่แข่งทุกคำรีวิว
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Cost per Booking, Show-up Rate, Revenue
ประเภทธุรกิจ: อสังหา
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำทำเล ราคา และโครงการ
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
เพิ่มงบเฉพาะโครงการที่มี Site Visit และ Booking
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Qualified Lead, Appointment, Booking
ประเภทธุรกิจ: E-commerce
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำสินค้า รุ่น ราคา และของแท้
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
เพิ่มงบเฉพาะสินค้ากำไรดีและคำที่ Purchase คุ้ม
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Purchase, ROAS, Cost per Purchase, Margin
ประเภทธุรกิจ: ร้านอาหาร / ธุรกิจท้องถิ่น
สิ่งที่ควรดูใน Auction Insights:
คู่แข่งในคำใกล้ฉัน เมนู จองโต๊ะ และโปรโมชัน
การตัดสินใจที่เป็นไปได้:
ดันเฉพาะคำที่สร้างยอดจองหรือยอดหน้าร้านจริง
Metric ที่ต้องดูคู่กัน:
Reservation, Call, Store Visit, Revenue per Customer
17. Danger Zone จุดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่ 1: เห็นคู่แข่งอยู่เหนือแล้วรีบเพิ่มงบทันที
การเพิ่มงบโดยไม่ดู Conversion และ CPA อาจทำให้ใช้เงินมากขึ้นแต่กำไรไม่เพิ่ม
ผลเสียคือแข่งตำแหน่งโดยไม่รู้ว่าคำเหล่านั้นคุ้มจริงหรือไม่
แนวทางคือดู Position Above Rate คู่กับ Cost per Conversion และ Lead Quality ก่อน
ข้อผิดพลาดที่ 2: ดู Auction Insights แล้วคิดว่าทุกรายคือคู่แข่งธุรกิจโดยตรง
ผู้ลงโฆษณาที่ขึ้นร่วมกับเราอาจไม่ได้ขายสิ่งเดียวกันเสมอไป
ผลเสียคืออาจตีความตลาดผิด
แนวทางคือแยกคู่แข่งใน Auction กับคู่แข่งธุรกิจจริงออกจากกัน
ข้อผิดพลาดที่ 3: ดูแค่ Impression Share แต่ไม่ดู Lost IS Budget / Rank
Impression Share ต่ำบอกว่าเราได้พื้นที่น้อย แต่ไม่บอกทั้งหมดว่าทำไม
ผลเสียคืออาจเพิ่มงบทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ Rank หรือ Quality
แนวทางคือดูสาเหตุการเสีย Impression ประกอบทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไล่ Absolute Top ทุกคำ
การพยายามขึ้นอันดับบนสุดทุก Keyword อาจทำให้ CPC สูงเกินและ CPA แพงขึ้น
ผลเสียคือยอดคลิกอาจเพิ่ม แต่กำไรลด
แนวทางคือไล่ตำแหน่งเฉพาะคำที่มี Intent สูงและ Conversion คุ้ม
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่เทียบช่วงเวลา
ดู Auction Insights แค่ช่วงเดียวอาจไม่เห็นแนวโน้มว่าคู่แข่งเพิ่มหรือลดความรุนแรง
ผลเสียคือวิเคราะห์ผิดว่าตลาดนิ่ง ทั้งที่จริงเปลี่ยนแล้ว
แนวทางคือเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือนเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 6: โทษคู่แข่งทันที ทั้งที่ Search Terms หลุด
บางครั้ง CPA แพงขึ้นไม่ใช่เพราะคู่แข่ง แต่เพราะ Search Terms กว้างขึ้นและมีคำไม่เกี่ยวข้องเข้ามา
แนวทางคือดู Search Terms Report คู่กับ Auction Insights
ข้อผิดพลาดที่ 7: เพิ่มงบในคำที่ไม่ทำเงิน
ถ้าเพิ่มงบให้ Keyword ที่ Impression Share ต่ำแต่ไม่สร้าง Conversion อาจได้แค่คลิกเพิ่ม ไม่ได้ยอดขายเพิ่ม
แนวทางคือเพิ่มงบเฉพาะคำที่มีผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
18. Checklist ก่อนเพิ่มงบเพราะคิดว่าคู่แข่งแรงขึ้น
- เปิด Auction Insights ดูแล้วหรือยัง
- รู้หรือยังว่าคู่แข่งรายใด Overlap กับเรามากที่สุด
- Position Above Rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
- Top of Page Rate ของเราลดลงหรือไม่
- Impression Share ของเราลดลงจากช่วงก่อนหรือไม่
- เสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank
- Keyword ที่กำลังแพ้คู่แข่งเป็นคำที่สร้าง Conversion จริงหรือไม่
- Cost per Conversion ยังอยู่ในกรอบที่รับได้หรือไม่
- Lead ที่ได้จาก Keyword นั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
- Search Terms ของ Keyword นั้นยังตรงกลุ่มหรือไม่
- Ad Copy และ Landing Page ยังสู้คู่แข่งได้หรือไม่
- Quality Score, Ad Relevance และ Landing Page Experience ควรปรับหรือไม่
- ถ้าเพิ่มงบแล้วมีโอกาสได้ยอดขายเพิ่มจริงหรือแค่ได้คลิกเพิ่ม
- มีแผนติดตามผลหลังเพิ่มงบหรือปรับ Bid แล้วหรือยัง
- คู่แข่งที่เห็นเป็นคู่แข่งธุรกิจจริงหรือแค่คู่แข่งใน Auction
- คำที่ต้องการดันเป็นคำกว้างหรือคำทำเงิน
- มี Negative Keywords กรองคำไม่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง
- ก่อนเพิ่มงบ รู้หรือยังว่าการเพิ่มงบจะคุ้มกับ CPA, ROAS หรือกำไรจริงไหม
19. FAQ คำถามที่พบบ่อย
Auction Insights คืออะไร
Auction Insights คือรายงานใน Google Ads ที่ช่วยเปรียบเทียบ Performance ของโฆษณาเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกัน
เช่น ดู Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate และ Top of Page Rate
Auction Insights ใช้ดูคู่แข่งได้จริงไหม
ใช้ดูผู้ลงโฆษณาที่แข่งขันใน Auction เดียวกับเราได้
แต่ต้องเข้าใจว่ารายชื่อในรายงานอาจเป็นคู่แข่งในสนามโฆษณา ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งธุรกิจโดยตรงทุกกรณี
Overlap Rate คืออะไร
Overlap Rate คือความถี่ที่โฆษณาของคู่แข่งรายหนึ่งแสดงพร้อมกับโฆษณาของเรา
ถ้าค่านี้สูง แปลว่าคู่แข่งรายนั้นเข้ามาอยู่ในการประมูลเดียวกับเราบ่อย
Position Above Rate คืออะไร
Position Above Rate คือความถี่ที่คู่แข่งแสดงอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าเรา เมื่อโฆษณาของเราและคู่แข่งแสดงพร้อมกัน
ใช้ดูว่าคู่แข่งมักอยู่เหนือเราบ่อยแค่ไหน
Impression Share ต่ำต้องเพิ่มงบเสมอไหม
ไม่เสมอไป
ต้องดูว่าเสีย Impression เพราะ Budget หรือ Rank และดูด้วยว่าคำที่เสีย Impression นั้นสร้าง Conversion คุณภาพจริงหรือไม่
ถ้าเป็นคำที่ไม่ทำเงิน การเพิ่มงบอาจไม่คุ้ม
คนเรียน Google Ads ควรเริ่มใช้ Auction Insights ยังไง
ควรเริ่มจากดูรายงานระดับ Campaign หรือ Keyword ที่ใช้งบเยอะ
แล้วเทียบ Impression Share, Overlap Rate และ Position Above Rate กับ Conversion, CPA และคุณภาพ Lead
เพื่อดูว่าควรเพิ่มงบ ปรับ Bid หรือปรับคุณภาพแคมเปญก่อน
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือเรา ต้องเพิ่ม Bid ทันทีไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป
ควรดูว่าคำนั้นสร้างยอดขายหรือ Lead คุณภาพจริงหรือไม่
ถ้าคู่แข่งอยู่เหนือในคำที่ไม่คุ้ม ไม่จำเป็นต้องไล่แข่ง
แต่ถ้าเป็นคำทำเงิน อาจพิจารณาปรับ Bid, Ad Quality หรือ Landing Page
20. สรุป: อย่าเพิ่มงบเพราะรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น ต้องดู Auction Insights ก่อนว่าสนามประมูลเปลี่ยนจริงไหม
Auction Insights คือรายงานสำคัญใน Google Ads ที่ช่วยให้เราเห็นภาพการแข่งขันในสนามประมูล
ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขในบัญชีตัวเอง
แต่ดูด้วยว่าเรากำลังแข่งกับใคร คู่แข่งขึ้นร่วมกับเราบ่อยแค่ไหน และคู่แข่งอยู่เหนือเรามากเพียงใด
หัวใจสำคัญคือ ถ้าค่าแอดแพงขึ้น อย่าเพิ่งเพิ่มงบทันที
ต้องเช็กก่อนว่าสนามแข่งขันเปลี่ยนจริงหรือไม่
โดยดู Metric อย่าง Impression Share, Overlap Rate, Position Above Rate, Top of Page Rate และ Outranking Share ร่วมกับ Conversion, Cost per Conversion และ Lead Quality
Best Practice คือใช้ BATTLE Framework ตรวจ Budget Pressure, Auction Competitors, Top Position, Traffic Quality, Lost Impression Share และ Economic Decision
เพื่อให้การเพิ่มงบหรือปรับ Bid เกิดจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าคู่แข่งแรงขึ้น
จำไว้ว่า
คู่แข่งขึ้นเหนือเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องไล่ทันทุกคำ
ค่าแอดแพงขึ้น ต้องแยกว่าแพงเพราะตลาดหรือแพงเพราะบัญชีเรา
Impression Share สูงไม่สำคัญเท่ากับ Impression Share ที่สร้างยอดขาย
และก่อนเพิ่มงบ Google Ads ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังเสียโอกาสในคำที่ทำเงินจริง หรือแค่กำลังแข่งในคำกว้างที่ไม่คุ้ม
ถ้าต้องการเรียน Google Ads แบบลงมือทำจริง เข้าใจตั้งแต่ Keyword, Bidding, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page และการอ่านผลจากยอดขายจริง ขอแนะนำคอร์ส Google Ads และบริการของ DigitalD2M ครับ
ดูรายละเอียดคอร์ส Google Ads Beginner to Expert ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
ดูบริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/
ดูคอร์สเรียนทั้งหมดได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/courses-list/
ถ้าต้องการเรียนรู้การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ Auction Insights, Keyword, Bidding, Impression Share, CPA, ROAS, Landing Page และแนวทาง Optimize สามารถดูคอร์ส AI Driven Marketing & Advertising ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/ai-course-driven-marketing-advertising/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางระบบ Google Ads, Keyword, Auction Insights, Search Terms Report, Negative Keywords, Conversion Tracking, Landing Page, GA4 หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Auction Insights Google Ads โดย DigitalD2M - คอร์ส Google Ads สอนยิงแอด Google โฆษณาออนไลน์ เว็บไซต์ และระบบวัดผล ให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้จริง
ประกาศอื่นของผู้ขาย
รูปภาพรายละเอียดราคา
-
Sensitive Content คืออะไร? กันแบรนด์เสียภาพลักษณ์เวลายิง Google Ads
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220245244 มิ.ย. 2569, 07:39:00 -
คีย์เวิร์ดเนื้อหาที่ไม่รวม คืออะไร? ใช้ผิดช่องอาจกันแอดผิดทาง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252625 มิ.ย. 2569, 07:13:49 -
Inventory Type คืออะไร? เลือกพื้นที่โฆษณาให้คุ้ม ไม่ใช่แค่เลือกให้ปลอดภัยที่สุด
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252635 มิ.ย. 2569, 07:14:41 -
Digital Content Labels คืออะไร? กัน Reach หาย เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอายุคนดู
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252645 มิ.ย. 2569, 07:15:09 -
Placement Exclusion คืออะไร? กันเว็บ แอป ช่อง หรือวิดีโอที่ไม่คุ้มใน Google Ads
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252655 มิ.ย. 2569, 07:16:01 -
Google Ads Data Manager คืออะไร? เชื่อมข้อมูลให้แอดฉลาดขึ้นด้วย First-party Data
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252665 มิ.ย. 2569, 07:16:43 -
Policy Manager คืออะไร? แก้โฆษณาไม่อนุมัติให้แม่นก่อนกด Appeal
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220252675 มิ.ย. 2569, 07:17:16 -
การปรับปรุง Google Ads คืออะไร? ใช้ช่วงโปรโมชันให้คุ้ม ไม่ใช่เร่งบิดมั่ว ๆ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258606 มิ.ย. 2569, 07:31:05 -
Portfolio Bid Strategy คืออะไร? รวมแคมเปญให้ Smart Bidding เรียนรู้ ไม่ใช่รวมมั่วให้ AI แก้แทน
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258616 มิ.ย. 2569, 07:31:54 -
Shared Budget คืออะไร? แชร์งบ Google Ads ให้คุ้ม ไม่ใช่แบ่งเงินเท่ากันทุกแคมเปญ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258626 มิ.ย. 2569, 07:32:31 -
All Bulk Actions คืออะไร? เช็กใครแก้บัญชี Google Ads ก่อนโทษระบบ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258636 มิ.ย. 2569, 07:34:14 -
Ad Preview and Diagnosis คืออะไร? เช็กแอดไม่แสดงให้แม่นก่อนตกใจ
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258646 มิ.ย. 2569, 07:34:51 -
Automated Rules คืออะไร? ตั้งกฎคุมงบ Google Ads ให้ปลอดภัยกว่าเดิม
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220258656 มิ.ย. 2569, 07:37:48 -
Frequency Facebook Ads คืออะไร? 7 สัญญาณแอดล้าจนค่าแชทแพงขึ้น
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220267868 มิ.ย. 2569, 05:52:40 -
Learning Phase Facebook Ads คืออะไร? ทำไมแก้แอดบ่อยแล้วค่าแชทแพงขึ้น
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263527 มิ.ย. 2569, 06:40:43 -
Quality Ranking Facebook Ads คืออะไร? แก้แอดแพงให้ตรงจุด ก่อนโทษกลุ่มเป้าหมาย
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263537 มิ.ย. 2569, 06:41:22 -
Attribution Setting Facebook Ads คืออะไร? ทำไมยอด Conversion ไม่ตรง GA4
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263547 มิ.ย. 2569, 06:42:06 -
Breakdown Facebook Ads คืออะไร? อ่าน Placement ให้แม่นก่อนปิดผิดตำแหน่ง
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263557 มิ.ย. 2569, 06:42:47 -
Custom Metrics Facebook Ads คืออะไร? 5 สูตรวัดกำไรจริง ไม่ใช่ดูแค่ ROAS
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263567 มิ.ย. 2569, 06:43:32 -
Messaging Metrics Facebook Ads คืออะไร? วัดแชทให้คุ้ม ไม่ใช่ดูแค่ค่าแชทถูก
ติดต่อDigitalD2M, 0962692695 Click Emailสอบถามรายละเอียด
ID: 220263577 มิ.ย. 2569, 06:44:03































