ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21998044

วิธีจัด โครงสร้างบัญชี Google Ads ให้บริหารง่าย วัดผลเป๊ะ ฉบับมืออาชีพ

ทำไมเวลาที่เราล็อกอินเข้าไปดูบัญชีโฆษณาของตัวเองทีไร มันถึงได้ดูยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด? สร้างเอาไว้แค่แคมเปญเดียวแต่ดันยัดคีย์เวิร์ดเอาไว้เป็นร้อยๆ คำ โฆษณาตัวไหนทำเงิน โฆษณาตัวไหนทำขาดทุนก็ดูไม่ออก พอมีความคิดอยากจะเพิ่มงบให้กับสินค้าตัวที่ขายดี ก็ดันไปส่งผลกระทบกับสินค้าตัวอื่นๆ จนแอดพังรวนไปทั้งระบบ สรุปว่าเรายัง ยิงแอด Google ไม่เป็น หรือว่าระบบมันดูยากกันแน่?"

ถ้าหากบัญชีโฆษณาของคุณกำลังตกอยู่ในสภาพ "รังหนู" ที่พันกันยุ่งเหยิงแบบนี้ ผมขอแนะนำให้คุณหยุดเผาเงินทิ้ง แล้วรีบหันมาจัดระเบียบหลังบ้านกันแบบด่วนๆ เลยครับ!

ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดระหว่างบรรดามือใหม่หัดยิงแอด กับเหล่าเอเจนซี่ในระดับมืออาชีพ มันไม่ใช่เรื่องของเงินทุนที่หนากว่าหรอกนะครับ แต่มันคือความลับในการจัด โครงสร้างบัญชี Google Ads อย่างเป็นระบบระเบียบนั่นเองครับ!

การจัดโครงสร้างบัญชีที่ดี มันก็เปรียบเสมือนกับการสร้างตู้เสื้อผ้าที่มีลิ้นชักแยกหมวดหมู่เอาไว้อย่างชัดเจน เวลาที่คุณอยากจะหยิบเสื้อเชิ้ต คุณก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเปิดลิ้นชักไหน เวลาที่โฆษณาตัวไหนมีปัญหา คุณก็สามารถที่จะกดเข้าไปปิดสวิตช์ได้ในทันทีโดยที่ไม่ไปกระทบกระเทือนกับแคมเปญอื่นๆ!

วันนี้ผู้เชี่ยวชาญจากทีมงาน DigitalD2M จะพาทุกท่านมาผ่าตัดระบบหลังบ้าน ชี้เป้าวิธีการจัดกลุ่มแคมเปญเพื่อสเกล การตลาดออนไลน์ ให้สามารถบริหารได้ง่าย วัดผลโฆษณา ได้เป๊ะ และช่วย เพิ่มยอดขาย ได้อย่างยั่งยืน ไปเจาะลึกพร้อมๆ กันเลยครับ!

1. ทำไม โครงสร้างบัญชี Google Ads ถึงเป็นความลับของมืออาชีพ?
เพื่อเป็นการทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน เราจำเป็นจะต้องอ้างอิงจากคำแนะนำโครงสร้างองค์ประกอบของ Google Ads ครับ ซึ่งทางกูเกิลได้แบ่งลำดับชั้น (Hierarchy) ออกเป็น 3 ระดับหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่: แคมเปญ (Campaign) > กลุ่มโฆษณา (Ad Group) > คีย์เวิร์ดและตัวโฆษณา (Keywords & Ads)

ทำไมการจัดลำดับชั้นเหล่านี้ถึงได้มีความสำคัญมากนัก? คำตอบก็คือ "งบประมาณ (Budget)" มันจะถูกตั้งค่าได้ที่ระดับ แคมเปญ เพียงเท่านั้นครับ!

ลองสมมติดูนะครับว่า คุณกำลังขายสินค้าทั้ง "ทีวี" และ "เคสโทรศัพท์มือถือ" แล้วคุณดันเอาสินค้าทั้งสองตัวนี้ไปยัดรวมกันเอาไว้ในแคมเปญเดียวกัน โดยตั้งงบประมาณรายวันเอาไว้ที่วันละ 1,000 บาท

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ คีย์เวิร์ดที่มีคนพิมพ์ค้นหาเยอะกว่า (อย่างเช่น เคสโทรศัพท์มือถือ) มันจะสูบดูดเงินงบประมาณ 1,000 บาทของคุณไปจนเกลี้ยง! ทำให้ทีวีซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถทำกำไรให้กับคุณได้มากกว่า กลับไม่มีโอกาสได้แสดงผลโชว์ให้ลูกค้าเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

การจัดโครงสร้างบัญชีที่ดี จึงเปรียบเสมือนกับการ "ปกป้องงบประมาณ" ไม่ให้รั่วไหลไปกับกลุ่มสินค้าที่คุณไม่ได้มีความต้องการอยากจะดันยอดขายนั่นเองครับ

2. 3 เทคนิคจัดระเบียบบัญชีให้อ่านง่าย สเกลได้สบาย
หากบัญชีโฆษณาของคุณเริ่มมีคีย์เวิร์ดสะสมเกิน 50 คำ ทีมงาน DigitalD2M ขอแนะนำให้คุณลงมือรื้อโครงสร้างใหม่ โดยอิงตาม 3 เทคนิคในฉบับของมือโปรดังต่อไปนี้ครับ:

เทคนิคที่ 1: การแยกแคมเปญตาม "หมวดหมู่สินค้า" และ "ผลกำไร"

แนวคิด: สินค้าในแต่ละชนิด ย่อมมีสัดส่วนของผลกำไรและมีกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณจึงห้ามเอามายำรวมกันโดยเด็ดขาด!

วิธีการนำไปปรับใช้: ถ้าหากธุรกิจของคุณคือคลินิกเสริมความงาม คุณก็ควรที่จะสร้างแคมเปญแยกออกจากกันอย่างชัดเจนไปเลยครับ เช่น แคมเปญรักษาสิว, แคมเปญฉีดโบท็อกซ์, และแคมเปญศัลยกรรมเสริมจมูก
การแยกแคมเปญในลักษณะนี้ จะทำให้คุณสามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ในเดือนนี้คุณมีความต้องการอยากจะเน้นโปรโมตโบท็อกซ์ คุณก็สามารถอัดงบรายวันไปที่แคมเปญโบท็อกซ์แบบเน้นๆ ได้เลย โดยที่มันจะไม่ไปกระทบกับงบประมาณของแคมเปญรักษาสิวครับ!

เทคนิคที่ 2: กฎเหล็ก แยก Brand Keywords กับ Non-Brand Keywords ออกจากกันเสมอ!

แนวคิด: นี่คือความลับที่บรรดาเอเจนซี่มักจะชอบนำมาใช้เพื่อปั่นตัวเลขหลอกลูกค้า! คำว่า "แบรนด์คีย์เวิร์ด (กลุ่มคนที่พิมพ์ค้นหาด้วยชื่อร้านของคุณตรงๆ)" มักจะมีค่าคลิกที่มีราคาถูกมากๆ และมักจะสามารถปิดการขายได้เกือบ 100%

วิธีการนำไปปรับใช้: คุณจำเป็นจะต้องสร้างแคมเปญขึ้นมา 1 แคมเปญ ที่ใส่เอาไว้เฉพาะชื่อแบรนด์ของคุณเพียงเท่านั้น (Brand Campaign) และทำการสร้างอีกแคมเปญแยกเอาไว้สำหรับคำค้นหาในแบบทั่วไป (Non-Brand Campaign) ตัวอย่างเช่น คำว่า "รับทำเว็บไซต์"
การจัดหมวดหมู่แยกแบบนี้ จะทำให้คุณสามารถวัดผลได้อย่างโปร่งใสเลยว่า ค่าใช้จ่ายในการตามหาลูกค้ารายใหม่ (Acquisition) จริงๆ แล้วมันมีต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่ โดยที่ไม่ถูกตัวเลขสถิติสวยๆ ของฐานลูกค้าเก่าเข้ามาช่วยบิดเบือนครับ

เทคนิคที่ 3: จัดกลุ่ม Ad Group ตาม "เจตนาการค้นหา (Search Intent)"

แนวคิด: ภายใต้ 1 แคมเปญ คุณสามารถที่จะซอยย่อยออกมาเป็นกลุ่มโฆษณา (Ad Group) ได้ เพื่อให้ข้อความพาดหัวโฆษณาของคุณ มีความตรงกันกับสิ่งที่ลูกค้าพิมพ์ค้นหามากที่สุด (Message Match)

วิธีการนำไปปรับใช้: สมมติว่าภายในแคมเปญ "โปรแกรมบัญชี" คุณก็ควรที่จะแยก Ad Group ออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ กลุ่ม "โปรแกรมบัญชี ราคาถูก" และ กลุ่ม "โปรแกรมบัญชี ออนไลน์"
เวลาที่มีคนพิมพ์เสิร์ชหาของที่มีราคาถูก โฆษณาที่เด้งขึ้นมาก็จะเป็นป้ายที่เขียนพาดหัวเอาไว้ว่า "โปรแกรมบัญชี ราคาถูกที่สุด" การที่พาดหัวโฆษณามันโดนใจลูกค้าแบบเป๊ะๆ จะเข้าไปช่วยดันคะแนน Quality Score ให้เต็ม 10 และสามารถช่วยลดต้นทุนค่าคลิกโฆษณาลงไปได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยล่ะครับ!

3. เขตอันตราย สัญญาณเตือนว่าบัญชีของคุณเริ่ม "พังและรก"
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวัง หากคุณเป็นคนที่ดูแลบัญชีโฆษณามาเป็นระยะเวลานาน ก็คืออาการที่เรียกกันว่า "ขยะล้นบัญชี (Account Bloat)" ครับ!

นี่คือ 3 สัญญาณอันตรายที่คุณจะต้องรีบเข้าไปเคลียร์หลังบ้านแบบด่วนๆ:

มีคีย์เวิร์ดเกิน 20-30 คำ อัดแน่นอยู่ใน Ad Group เดียวกัน: ถ้าหากคุณพยายามยัดคีย์เวิร์ดเข้าไปเยอะจนเกินไป คุณจะไม่มีทางเขียนข้อความโฆษณาแค่เพียง 1 ชิ้น ให้สามารถครอบคลุมคีย์เวิร์ดทั้ง 30 คำได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน

เกิดปัญหาคีย์เวิร์ดแย่งชิงกันเอง (Keyword Cannibalization): การที่คุณเข้าไปซื้อคีย์เวิร์ดคำเดียวกันเป๊ะๆ แต่ดันเอาไปวางไว้คนละแคมเปญ มันจะส่งผลทำให้โฆษณาของคุณต้องมาเปิดศึกประมูลแข่งขันกันเอง และจะเป็นการดันราคาค่าคลิกให้แพงขึ้นโดยใช่เหตุ

มีข้อความแจ้งเตือน "Limited by Budget" โชว์ขึ้นมาเต็มไปหมด: สิ่งนี้เป็นตัวแสดงให้เห็นว่า คุณทำการซอยแคมเปญเยอะมากจนเกินไป จนทำให้งบประมาณรายวันของคุณแตกกระจาย และมีเม็ดเงินไม่เพียงพอที่จะให้ AI นำไปใช้ในการเรียนรู้ (Learning Phase)

บทสรุป บัญชีที่ดี ไม่ใช่บัญชีที่มีแคมเปญเยอะ แต่ต้องเป็นบัญชีที่สามารถจัดการได้
อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หวังว่าทุกท่านคงจะพอมองเห็นภาพความสำคัญของ โครงสร้างบัญชี Google Ads กันแล้วนะครับว่า สิ่งนี้แหละคือรากฐานของผลกำไรทั้งหมดของคุณ

การจัดทำ การตลาดออนไลน์ ในระดับองค์กร มันไม่ใช่แค่การเข้ามากดเปิดแคมเปญโฆษณาแล้วนั่งรอคอยโชคชะตา แต่มันคือการออกแบบ "สถาปัตยกรรมด้านข้อมูล" ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้เราสามารถใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์ (Analytics) ในการตรวจจับหารอยรั่วได้อย่างแม่นยำ

ทันทีที่คุณสามารถจัดระเบียบหลังบ้านให้สะอาดสะอ้านและเป็นหมวดหมู่ คุณก็จะสามารถลดความสูญเปล่าของงบประมาณโฆษณา และสามารถ เพิ่มยอดขาย ให้กับธุรกิจของคุณติดปีกบินได้อย่างมั่นคงและเป็นระบบมากที่สุดครับ!

บัญชีรกรุงรัง วัดผลอะไรไม่ได้เลย? มาเรียนรู้วิธีรื้อโครงสร้างบัญชีด้วยตัวเอง หรือให้ทีม Specialist ของเราช่วยจัดการให้!

หยุดเผาเงินทิ้งไปกับโครงสร้างแคมเปญที่มีความผิดพลาดได้แล้วครับ!

หากคุณต้องการเรียนรู้เคล็ดลับการจัดโครงสร้างบัญชีระดับเอเจนซี่ เพื่อนำไปต่อยอดสเกลธุรกิจด้วยตัวเอง ขอแนะนำ คอร์สเรียน Google Ads (Beginner to Expert) จาก DigitalD2M ที่จะสอนคุณเจาะลึกตั้งแต่การปูพื้นฐาน ไปจนถึงการจัดโครงสร้างบัญชีแบบมืออาชีพ!
สนใจอัปสกิลการยิงแอดให้เฉียบคม คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ: https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเราจะมุ่งเน้นไปที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยจะไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะ หรือ Certificate ให้นะครับ)

หรือถ้าหากคุณไม่มีเวลาที่จะลงมือทำด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงาน Specialist ของเราคอยดูแลให้:

บริการรับทำโฆษณา (จัดโครงสร้างบัญชีใหม่): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการสร้างเว็บไซต์ & เซลส์เพจเฉพาะกลุ่ม: https://digitald2m.com/รับทำเว็บไซต์บริษัท/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางแผนการวัดผล: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass วางระบบโฆษณาขั้นสูง โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา