ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21997304

วิธีทำคอนเทนต์ขายของแบบไม่ยัดเยียด ปิดการขายเนียนๆ

"อุตส่าห์ตั้งใจโพสต์ให้ความรู้ โพสต์แจกมีมตลกๆ คนก็พากันมากดไลก์เป็นพัน กดแชร์กันเป็นร้อย! แต่พอถึงจังหวะที่โพสต์รูปสินค้าพร้อมกับแปะราคาเท่านั้นแหละ... ยอดไลก์ร่วงหล่นเหลือแค่ 10 คน แถมยังไม่มีใครทักเข้ามาซื้อเลยสักคน สรุปว่าเฟซบุ๊กมันปรับลดการมองเห็น หรือว่าคนเขาไม่อยากจะซื้อของจากร้านเรากันแน่?"

ถ้าหากเพจธุรกิจของคุณกำลังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ "โพสต์ขายเมื่อไหร่ ยอดก็ร่วงเมื่อนั้น" ผมขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ความเป็นจริงของโลกโซเชียลมีเดียครับ!

กฎเหล็กทางจิตวิทยาที่คุณจำเป็นจะต้องท่องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยก็คือ "มนุษย์ทุกคนชื่นชอบการช้อปปิ้ง แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ชอบถูกยัดเยียดให้ซื้อของ!" เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพยายามทำตัวเป็นเซลส์แมนที่เอาแต่ยัดเยียดโปรโมชันใส่หน้าลูกค้า พวกเขาก็จะรีบสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง และพร้อมที่จะไถหน้าจอหนีคุณไปภายในเวลาแค่เสี้ยววินาที!

แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้างล่ะ เพื่อให้ยอดขายเติบโต โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกรำคาญ? วันนี้ผู้เชี่ยวชาญจากทีมงาน DigitalD2M จะพาทุกท่านมาปลดล็อกศิลปะขั้นสูงของการทำ การตลาดออนไลน์ สายคอนเทนต์ครับ

เราจะมาเจาะลึก วิธีทำคอนเทนต์ขายของแบบไม่ยัดเยียด เพื่อที่จะได้เปลี่ยน "ผู้ติดตามที่แค่แวะเข้ามาดูฟรีๆ" ให้กลายมาเป็น "ลูกค้าที่พร้อมจะโอนเงิน" แบบเนียนตาที่สุด เพื่อเป็นการ เพิ่มยอดขาย ให้กับธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไปเจาะลึกพร้อมๆ กันเลยครับ!

1. หมดยุคของการ Hard Sell! ทำไมคอนเทนต์ฮาร์ดเซลถึงทำให้เพจพัง?
ก่อนที่เราจะไปลงลึกถึงเรื่องของเทคนิค เรามีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลกันซะก่อนครับ

อ้างอิงจากหลักการ Inbound Marketing ของ HubSpot ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนี้เขามีตัวเลือกในท้องตลาดอย่างมหาศาล และพวกเขาคือผู้ที่กุมอำนาจในการตัดสินใจเอาไว้แบบเบ็ดเสร็จ (Empowered Consumers)

ถ้าหากคุณอุตส่าห์เปิดเพจเฟซบุ๊กหรือเปิดช่อง TikTok ขึ้นมา แต่กลับเอาแต่โพสต์รูปสินค้า แปะราคา แล้วก็เขียนแคปชันซ้ำๆ ว่า "ซื้อเลย! ลดราคา 50% วันนี้วันสุดท้าย!" แบบนี้อยู่ทุกวี่ทุกวัน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ระบบอัลกอริทึมมันจะประมวลผลว่า "โพสต์ประเภทนี้ไม่มีใครอยากอ่าน ไม่มีคนเข้ามากดไลก์ ไม่มีคนกดแชร์" ท้ายที่สุดแล้วแพลตฟอร์มก็จะทำการปรับลดค่าการเข้าถึง (Reach) ของคุณลงจนแทบจะเหลือศูนย์!

และสิ่งที่ย่ำแย่ไปกว่านั้นก็คือ ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกว่าแบรนด์ของคุณหน้าเลือดและหิวเงินมากจนเกินไป จนนำไปสู่การกดยกเลิกการติดตาม (Unfollow) และหนีหายไปในที่สุดครับ!

2. วิธีทำคอนเทนต์ขายของแบบไม่ยัดเยียด (ใช้กฎ 80/20)
เคล็ดลับลับระดับปรมาจารย์ของบรรดานัก ทำคอนเทนต์ขายของ ระดับท็อป ก็คือการเลือกใช้งาน "กฎ 80/20 (Pareto Principle)" ครับ!

นั่นก็คือการมุ่งเน้นทำคอนเทนต์ที่เป็นการมอบมอบคุณค่า (Value) 80% และทำคอนเทนต์เพื่อปิดการขาย (Sales) แค่เพียง 20% เท่านั้น ทีมงาน DigitalD2M ขอเปิดเผย 3 โครงสร้างคอนเทนต์ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ที่จะเข้ามาช่วยทำให้คุณขายดีได้แบบที่ไม่ต้องออกแรงเชียร์ ดังนี้ครับ:

โครงสร้างที่ 1: คอนเทนต์เน้นให้ความรู้ (Educate & Solve Problems)

แนวคิด: ลูกค้าเขาไม่ได้มีความอยากที่จะซื้อสินค้าของคุณหรอกนะครับ แต่เขามีความอยากที่จะซื้อ "ทางออกของปัญหา" ต่างหากล่ะ!

วิธีการนำไปปรับใช้: สมมติว่าคุณกำลังขาย "เซรั่มลดสิว" แทนที่คุณจะไปตั้งหน้าตั้งตาโพสต์ว่าเซรั่มตัวนี้ราคาขวดละเท่าไหร่ ให้คุณเปลี่ยนมาทำคอนเทนต์ในหัวข้อ "3 พฤติกรรมก่อนนอน ที่อาจจะเป็นตัวการทำให้สิวเห่อโดยที่คุณไม่รู้ตัว!" เป็นการให้ความรู้กับเขาอย่างจริงใจ
และในตอนท้ายของโพสต์ คุณค่อยแอบแนบเนียนในการขายของว่า "แต่ถ้าหากใครที่เป็นสิวหนักจนเกินเยียวยาแล้ว ลองเปิดใจใช้เซรั่มตัวนี้ที่มีสารสกัด X คอยช่วยปลอบประโลมผิวดูนะ" ด้วยวิธีการนี้ ลูกค้าเขาจะเกิดความรู้สึกขอบคุณที่คุณมอบความรู้ดีๆ ให้ และเขาก็จะยินยอมเปิดใจที่จะซื้อสินค้าของคุณในที่สุดครับ!

โครงสร้างที่ 2: คอนเทนต์เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling & Behind the Scenes)

แนวคิด: มนุษย์อย่างพวกเรามักจะถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยเรื่องราว (Stories) ไม่ใช่เชื่อมโยงกันด้วยคุณสมบัติของตัวสินค้า (Features)!

วิธีการนำไปปรับใช้: ให้คุณลองนำเอาเรื่องราวความยากลำบากต่างๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของการทำธุรกิจ หรือเบื้องหลังของกระบวนการผลิตสินค้ามาบอกเล่าให้ลูกค้าฟังครับ
ตัวอย่างเช่น "กว่าที่เราจะได้คุกกี้สูตรคลีนกล่องนี้ออกมา เราต้องยอมทิ้งแป้งที่ไม่ได้มาตรฐานไปตั้งกี่สิบกิโลฯ" หรือ "ทำไม CEO ของเราถึงยอมที่จะขาดทุนเพื่อเปลี่ยนมาใช้งานแพ็กเกจจิงแบบรักษ์โลก"
การเลือกเล่าเรื่องราวในลักษณะนี้ มันจะเข้าไปช่วยสร้างความผูกพันทางด้านอารมณ์ (Emotional Connection) ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกรักและอินไปกับตัวตนของแบรนด์ และเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนอุดหนุนคุณด้วยความเต็มใจครับ!

โครงสร้างที่ 3: คอนเทนต์ที่มาจากผู้ใช้งานจริง (User Generated Content หรือ UGC)

แนวคิด: ลูกค้าเขาไม่มีทางเชื่อในสิ่งที่แบรนด์พยายามจะพูดอวยตัวเองหรอกครับ แต่เขาจะยอมเชื่อในคำพูดของ "คนที่เป็นลูกค้าด้วยกันเอง" แบบ 100%

วิธีการนำไปปรับใช้: คุณสามารถใช้วิธีแคปหน้าจอแชตที่ลูกค้าทักเข้ามาชมเชย หรือทักไปขออนุญาตลูกค้านำเอาคลิปรีวิวจากการใช้งานจริงมาโพสต์ลงในเพจ
การหยิบยกเอาเสียงของบุคคลที่สาม (Social Proof) มาใช้เป็นเครื่องมือในการการันตีคุณภาพ มันจะเข้าไปช่วยลดความหวาดระแวง และช่วยกระตุ้นความอยากได้ (FOMO) ได้ดีกว่าการที่คุณยอมควักเงินก้อนโตเพื่อไปจ้างดาราดังๆ มารับบทถือสินค้าเสียอีกนะครับ!

3. เขตอันตราย ข้อควรระวัง! เล่าเพลินจนลืมปิดการขาย (No CTA)
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด เมื่อคุณมีความพยายามที่จะทำคอนเทนต์ในสายของการให้คุณค่า (Value Content) ก็คือความรู้สึกกลัวการขาย จนมันส่งผลทำให้คุณ "ลืมปิดยอดขาย (Missing Call to Action)" ครับ!

มีเจ้าของแบรนด์หลายต่อหลายคนที่สามารถทำคลิปให้ความรู้ได้ดีมากๆ เล่าเรื่องราวได้สนุกสุดๆ จนมียอดแชร์ถล่มทลาย... แต่พอลูกค้าดูคลิปจนจบ กลับเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "อ้าว แล้วยังไงต่อล่ะ? จะไปหาซื้อของได้ที่ไหน? ต้องทักแชต หรือต้องกดตะกร้าตรงไหน?" ถ้าหากคุณไม่ยอมบอกทางไปต่อให้กับพวกเขา ลูกค้าเขาก็จะกดไถฟีดผ่านหน้าคุณไปในทันที!

กฎเหล็กก็คือ: ไม่ว่าเนื้อหาคอนเทนต์ของคุณมันจะดูซอฟต์และเนียนตามากแค่ไหน แต่ใน 3 บรรทัดสุดท้ายของตัวแคปชัน หรือในช่วง 5 วินาทีสุดท้ายของคลิปวิดีโอ คุณจำเป็นจะต้องมี Call to Action (CTA) หรือคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ชัดเจนอยู่เสมอ!

ตัวอย่างเช่น "หากมีความสนใจอยากรับคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถทักแชตเข้ามาหาทีมงานของเราได้เลยครับ" หรือ "กดคลิกลิงก์ด้านล่างนี้เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดของตัวสินค้าเพิ่มเติมได้เลย" จงอย่าปล่อยให้ลูกค้าจะต้องเป็นคนงมหาหนทางเพื่อมาเสียเงินให้กับคุณด้วยตัวเองครับ!

บทสรุป คุณค่าที่แท้จริง จะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าตัวจริง
มาถึงบทสรุปตรงนี้ หวังว่าทุกท่านคงจะสามารถมองเห็นภาพรวมของ วิธีทำคอนเทนต์ขายของแบบไม่ยัดเยียด ได้อย่างแจ่มแจ้งกันแล้วนะครับ

การสร้างสรรค์คอนเทนต์ในยุคปัจจุบันนี้ มันไม่ใช่การตั้งหน้าตั้งตาตะโกนป่าวประกาศขายของใส่โทรโข่ง แต่มันคือศิลปะของการ "เป็นผู้ให้ก่อนที่จะเป็นผู้รับ"

การส่งมอบความรู้ดีๆ มอบความบันเทิง และมอบความจริงใจ เพื่อก้าวเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของลูกค้า ทันทีที่คุณสามารถปรับเปลี่ยนสถานะจาก "แม่ค้าที่แสนน่ารำคาญ" ให้กลายมาเป็น "ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถพึ่งพาได้" การ เพิ่มยอดขาย และความจงรักภักดีที่มีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) มันก็จะตามมาอย่างแน่นอน และที่สำคัญมันจะเป็นยอดขายที่มีความมั่นคงและยั่งยืนมากที่สุดด้วยครับ!

ไอเดียคอนเทนต์ตัน คิดอะไรไม่ออก ยิงแอดก็ไม่ปัง? ให้ทีมงานของเราเข้าไปดูแลแบรนด์ให้กับคุณ!

เลิกปวดหัวกับการนั่งคิดคอนเทนต์ที่โพสต์ไปแล้วก็ไม่มีคนเข้ามากดไลก์ได้แล้วครับ!

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการอยากให้ทีมงานระดับท็อปจาก DigitalD2M เข้าไป บริการรับทำโฆษณา เพื่อช่วยนำเอาคอนเทนต์ดีๆ ไปเสิร์ฟให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ

ต้องการให้เรา บริการรับทำเว็บไซต์ เพื่อเนรมิตให้เป็นหน้าร้านสุดพรีเมียมคอยเอาไว้รองรับลูกค้า

หรือมีความต้องการ ที่ปรึกษาด้านการตลาด เพื่อเข้าไปช่วยวางแผนกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ในระยะยาว (Content Strategy) คลิกติดต่อเราผ่านลิงก์บริการด้านล่างนี้ได้เลยครับ ทีมงานของเราพร้อมที่จะช่วยดันยอดให้คุณพุ่งทะยาน!

บริการรับทำโฆษณา (ดันคอนเทนต์ให้ปัง): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการสร้างเว็บไซต์ & เซลส์เพจแบรนดิ้ง: https://digitald2m.com/รับทำเว็บไซต์บริษัท/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางกลยุทธ์ระยะยาว: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass เจาะลึกธุรกิจ โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา