ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21996546

วิธีดู Search Terms Report อุดรอยรั่ว โฆษณา Google Ads

จัดให้ตามคำขอครับ! ผมได้ทำการถอดรหัส HTML ออกทั้งหมด พร้อมกับปรับโครงสร้างประโยคและ Spin คำในเนื้อหาให้มีความสดใหม่ อ่านง่ายเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการนำไปตั้งกระทู้บนเว็บบอร์ด Pantip Market

และที่สำคัญที่สุด ผมได้ ตรวจสอบและสแกนลบอีโมจิ (Emoji) ออกจากทุกส่วนของข้อความ 100% ตามที่คุณเน้นย้ำมาเรียบร้อยแล้วครับ โดยยังคงคีย์เวิร์ดสำคัญไว้อย่างครบถ้วน

สามารถคัดลอกข้อมูลด้านล่างนี้ไปใช้งานได้เลยครับ

ส่วนที่ 1: ข้อมูลสำหรับตั้งค่า SEO (สามารถคัดลอกไปวางได้เลย)

Focus Keyword: Search Terms Report, โฆษณา Google Ads, ยิงแอด Google, การตลาดออนไลน์, เพิ่มยอดขาย
SEO Title: วิธีดู Search Terms Report อุดรอยรั่ว โฆษณา Google Ads
Permalink (Slug): how-to-use-search-terms-report-google-ads
Description: เงินแอดหายไปไหน? เจาะลึกวิธีดู Search Terms Report และการใช้ Negative Keywords อุดรอยรั่ว โฆษณา Google Ads เพื่อ สเกล การตลาดออนไลน์ และ เพิ่มยอดขาย
Tags: Search Terms Report, โฆษณา Google Ads, ยิงแอด Google, การตลาดออนไลน์, เพิ่มยอดขาย, Negative Keywords, คีย์เวิร์ด, DigitalD2M

ส่วนที่ 2: บทความ (ฉบับตั้งกระทู้ Pantip Market)

หัวข้อกระทู้: วิธีดู Search Terms Report อุดรอยรั่ว โฆษณา Google Ads

เนื้อหากระทู้:

"ทำไมตั้งงบเอาไว้วันละ 1,000 บาท ผ่านไปแป๊บเดียวเงินถึงได้ละลายหายไปจนหมดเกลี้ยง! แถมลูกค้าที่ทักแชตเข้ามาก็มีแต่พวกที่ทักมาถามหาของฟรี หรือไม่ก็ทักมาถามหาสินค้าที่เราไม่ได้ขายซะงั้น?"

ถ้าหากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้ในระหว่างการ ยิงแอด Google ผมขออนุญาตเดาใจเลยครับว่า คุณน่าจะทำการตั้งค่า Keyword เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปล่อยทิ้งเอาไว้เฉยๆ โดยที่ไม่เคยเข้าไปสอดส่องดูข้อมูลหลังบ้านเลยใช่ไหมครับ?

ความจริงที่แสนจะโหดร้ายของการทำ โฆษณา Google Ads ก็คือ สิ่งที่คุณคิดเอาไว้ในหัว (Keyword) กับสิ่งที่ลูกค้าพิมพ์ค้นหาจริงๆ (Search Terms) สองสิ่งนี้มันมักจะไม่ตรงกันแบบ 100% หรอกนะครับ!

มีนักยิงแอดมือใหม่หลายคนที่ต้องสูญเสียเงินไปเป็นหลักแสนบาท เพียงเพราะเผลอปล่อยให้โฆษณาของตัวเองหลุดไปแสดงผลอยู่ในคำค้นหาที่มีคำว่า "ฟรี", "มือสอง", หรือ "หางาน" ต่อท้าย!

วันนี้ DigitalD2M จะพาทุกท่านมาเปิดคัมภีร์ลับของนักทำ การตลาดออนไลน์ สาย Search Engine นั่นก็คือการเข้าไปอ่านรายงาน Search Terms Report

มาค้นหาคำตอบกันครับว่า คำค้นหาจริงๆ ของลูกค้านั้นมันมีหน้าตาเป็นอย่างไร คำไหนที่เราควรจะเก็บเอาไว้ทำเงิน คำไหนที่เราควรจะตัดทิ้งเพื่ออุดรอยรั่ว และเราจะสามารถนำเอากลยุทธ์นี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุนและ เพิ่มยอดขาย ได้อย่างไรบ้าง ไปเจาะลึกพร้อมๆ กันเลยครับ!

1. Search Terms Report คืออะไร? (แว่นขยายส่องใจลูกค้า)
ก่อนอื่นเลย เราจำเป็นจะต้องแยกแยะให้ออกซะก่อนครับว่า ระหว่างคำว่า "Keyword" กับ "Search Term" สองคำนี้ถึงแม้มันจะมีหน้าตาที่ดูคล้ายคลึงกัน แต่มันคือคนละเรื่องกันเลยล่ะครับ!

Keyword (สิ่งที่เราคิด): มันคือคำศัพท์ต่างๆ ที่คุณป้อนเข้าไปในระบบหลังบ้านของ Google Ads เพื่อเป็นการออกคำสั่งว่า "ถ้าหากมีใครค้นหาด้วยคำประมาณนี้ ก็ให้ช่วยเอาโฆษณาของฉันไปแสดงโชว์ให้เขาเห็นหน่อยนะ"

Search Term (สิ่งที่ลูกค้าพิมพ์จริง): มันคือประโยคจริงๆ ที่ลูกค้าเอานิ้วจิ้มคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์ลงไปในช่องค้นหาของ Google ก่อนที่เขาจะเลื่อนมาเจอโฆษณาของคุณเข้าจริงๆ!

ดังนั้น Search Terms Report (รายงานข้อความค้นหา) จึงเปรียบเสมือนกับเป็น "เครื่องจับเท็จ" ที่จะมาช่วยเปิดเผยความจริงให้เราได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วงบประมาณของเรามันถูกสูบสูญเสียไปกับคำว่าอะไรบ้าง!

มีมือใหม่จำนวนไม่น้อยเลยครับที่ไม่เคยแม้แต่จะกดเข้าไปดูในหน้านี้ ปล่อยปละละเลยให้ Google สุ่มเอาโฆษณาไปโชว์ประชันกับคำแปลกๆ แล้วก็ต้องมานั่งงงเป็นไก่ตาแตกในภายหลังว่า ทำไม โฆษณา Google Ads ของตัวเองถึงได้ขาดทุนย่อยยับขนาดนี้!

2. วิธีอ่าน Intent จากคำค้นจริง (คัดของดี ทิ้งของเสีย)
หน้าที่สำคัญของคนทำ การตลาดออนไลน์ ก็คือการหมั่นเข้ามาสอดส่องดูข้อมูลในหน้านี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งครับ เพื่อที่จะได้ทำการ "กวาดขยะทิ้งไป และเก็บซ่อนเพชรเอาไว้" โดยใช้เทคนิคดังต่อไปนี้ครับ:

คำค้นหาแบบไหนที่เราควรเก็บไว้ (Add as Keyword)
ในบางครั้ง ลูกค้าเขาก็มักจะมีความคิดสร้างสรรค์ในการพิมพ์ค้นหาสินค้าได้เก่งกาจมากกว่าที่เราคิดเอาไว้เยอะเลยครับ!

เมื่อคุณกดเข้าไปดูในหน้ารายงาน คุณอาจจะบังเอิญไปสะดุดตาเข้ากับ "คำค้นหาทองคำ (Golden Keywords)" ที่คุณเองก็อาจจะนึกไม่ถึงมาก่อน ซึ่งคำเหล่านี้มันมักจะเป็นคำที่มีการเจาะจงสูงมาก (Long-tail Keywords) และมักจะแฝงไปด้วย Commercial Intent (ความตั้งใจที่จะซื้อ) ที่สูงปรี๊ด!

ตัวอย่างเช่น: คุณได้ทำการตั้งคีย์เวิร์ดเอาไว้แค่คำว่า "กล้องวงจรปิด" แต่พอคุณเข้าไปดูในรายงานกลับพบว่า มีคนพิมพ์ค้นหาคำว่า "กล้องวงจรปิด ไร้สาย ดูผ่านมือถือ ราคาถูก" แล้วก็กดคลิกเข้ามาเพื่อสั่งซื้อสินค้า!
คำยาวๆ แบบนี้นี่แหละครับที่คุณสมควรที่จะ "ติ๊กถูก" แล้วกดเลือก Add as Keyword (เพิ่มเป็นคีย์เวิร์ด) เพื่อนำไปใช้สู้ราคาประมูลในอนาคต เพราะนี่คือคำที่จะสามารถสร้างยอดขายชั้นดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน!

คำค้นหาแบบไหนที่เราควรตัดทิ้ง (Negative Keywords)
นี่แหละครับคือหัวใจสำคัญของการประหยัดค่าแอด! เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับคำค้นหาที่ "ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณกำลังขายอยู่" หรือเป็นคำที่บ่งบอกได้เลยว่าลูกค้าคนนี้ "แค่ต้องการหาข้อมูลเฉยๆ ไม่ได้มีความคิดที่จะควักเงินซื้อเลยสักนิด"

ให้คุณรีบจับเอาคำเหล่านั้นไปทำเป็น Negative Keywords (คีย์เวิร์ดเชิงลบ) ในทันที เพื่อเป็นการออกคำสั่งเด็ดขาดกับทาง Google ว่า "ถ้าหากมีใครพิมพ์คำเหล่านี้ ห้ามเอาโฆษณาของฉันไปโชว์ให้เห็นโดยเด็ดขาด!"

ตัวอย่างกลุ่มคำที่สมควรจะจับโยนทิ้งไปในทันที:

คำค้นหาในกลุ่มของฟรี: ฟรี, โหลดฟรี, ของแจก, PDF, เถื่อน, Crack

คำค้นหาในกลุ่มของการหางาน: สมัครงาน, รับสมัคร, เงินเดือน, งานพาร์ตไทม์

คำค้นหาในกลุ่มของคนที่อยากเรียนรู้ทำด้วยตัวเอง: วิธีทำ, สอนทำ, ขั้นตอน, Pantip, รีวิว (ยกเว้นแต่ว่าคุณจะกำลังขายคอร์สเรียนสอนทำสิ่งเหล่านั้นอยู่นะครับ)

คำค้นหาที่ไม่ตรงกับสเปกสินค้า: สมมติว่าร้านของคุณขายเฉพาะ "กระเป๋าหนังแท้" แต่ดันมีคนพิมพ์ค้นหาคำว่า "กระเป๋าผ้าใบ" แล้วดันเผลอคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ คุณก็จะต้องรีบนำเอาคำว่า "ผ้าใบ" ไปใส่เป็น Negative Keywords ในทันทีเลยล่ะครับ!

3. Case Study พลังของ Negative Keywords ช่วยเซฟเงินหมื่นได้ในพริบตา!
เพื่อให้ทุกท่านสามารถมองเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทีมงาน DigitalD2M ขออนุญาตหยิบยกเอาเคสตัวอย่างของลูกค้าจริงมาเล่าสู่กันฟังครับ!

สถานการณ์: ลูกค้าเปิดสถาบันสอนภาษาอังกฤษระดับพรีเมียม สนนราคาอยู่ที่คอร์สละ 15,000 บาท เขาได้ทำการตั้งคีย์เวิร์ดเอาไว้ว่า "เรียนภาษาอังกฤษ" ด้วยประเภทการทำงานแบบ Broad Match (แบบกว้าง)

ปัญหาที่ตรวจพบ: เมื่อทีมงานได้กดเข้าไปดูในหน้า Search Terms Report ก็ได้พบว่ามีคนกดคลิกเข้ามาจากคำว่า...

"เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี YouTube" (สูญเสียยอดคลิกไปถึง 50 ครั้ง)

"เรียนภาษาอังกฤษ สพฐ ป.4" (สูญเสียยอดคลิกไป 30 ครั้ง)

"เรียนภาษาอังกฤษ ที่ไหนดี Pantip" (สูญเสียยอดคลิกไป 20 ครั้ง)

ความเสียหายที่เกิดขึ้น: สมมติว่าค่าคลิก (CPC) อยู่ที่ครั้งละ 30 บาท นั่นก็เท่ากับว่าลูกค้าท่านนี้ต้องสูญเสียเงินไปแบบฟรีๆ ถึง 3,000 บาท ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.4 และกลุ่มคนที่กำลังตามหาของฟรี โดยที่ตัวเขาเองไม่มีโอกาสที่จะ เพิ่มยอดขาย จากคนกลุ่มนี้ได้เลยแม้แต่บาทเดียว!

วิธีการแก้ไขปัญหา: ทีมงานของเราได้เข้าไปทำการตั้งค่า เติมคำว่า "ฟรี, YouTube, สพฐ, ป.4, เด็ก, Pantip" ลงไปในช่อง Negative Keywords ในทันที!
ผลลัพธ์ก็คือ ในเดือนต่อมา ลูกค้าท่านนี้สามารถประหยัดงบประมาณไปได้เป็นหลักหมื่นบาท แถมยังได้ยอดคลิกจากกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อจริงๆ ทักเข้ามาสมัครเรียนแทนครับ!

4. เขตอันตราย Broad Match คือหลุมพรางซ่อนรูป
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด เมื่อเริ่มต้นรัน โฆษณา Google Ads ก็คือการเลือกใช้งาน Broad Match (การทำงานแบบกว้าง) นี่แหละครับ!

ทาง Google มักจะชอบแนะนำให้บรรดามือใหม่เลือกใช้งาน Broad Match อยู่เสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่ามันจะสามารถช่วยดึงดูดคนให้เข้ามากดคลิกได้ในปริมาณที่เยอะมากๆ (ทาง Google เขาก็จะได้เงินไวขึ้น)

แต่ถ้าหากว่าระบบ AI ของคุณมันยังไม่ฉลาดมากพอ มันก็มักจะชอบไปลากเอาคำพ้องเสียง หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันแบบแปลกๆ มาให้กับคุณเพียบเลยล่ะครับ!

ตัวอย่างเช่น คุณกำลังเปิดร้านขาย "แว่นตากันแดด" แต่โฆษณาของคุณอาจจะดันไปโผล่อยู่ในคำค้นหาของคนที่กำลังตามหา "หลังคากันแดด" ก็เป็นได้!

ถ้าหากคุณดึงดันที่จะเลือกใช้งาน Broad Match กฎเหล็กที่คุณจะต้องทำก็คือ: คุณจำเป็นจะต้องหมั่นเข้ามาสอดส่องหน้า Search Terms Report ในทุกๆ 2 วัน (โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก) เพื่อทำการไล่บล็อกกลุ่มคำขยะให้หมดสิ้นไปครับ!

บทสรุป หมั่นเช็กบัญชีทุกสัปดาห์ คือคาถาเรียกความรวย
การปล่อย โฆษณา Google Ads ทิ้งเอาไว้ให้มันรันไปเองเรื่อยๆ (Set and Forget) มันก็เปรียบเสมือนกับการโกยเงินไปโปรยทิ้งลงทะเลนั่นแหละครับ!

นักทำ การตลาดออนไลน์ สาย Search Engine ที่เก่งกาจ เขาไม่ได้วัดกันที่ว่าใครจะสามารถเขียนข้อความโฆษณาออกมาได้ดูสวยหรูมากที่สุดหรอกนะครับ แต่วัดกันที่ว่าใครคือคนที่สามารถ "ทำความเข้าใจเจตนา (Intent)" ของลูกค้าผ่านทางตัวหนังสือที่พวกเขาพิมพ์ค้นหาเข้ามาได้เก่งกว่ากันต่างหาก!

ทันทีที่คุณหมั่นเข้ามาเช็กรายงาน Search Terms Report ทำการบล็อกคำที่ไม่ใช่ และโยกงบประมาณไปเพิ่มให้กับคำที่ใช่ แคมเปญโฆษณาของคุณก็จะมีคุณภาพที่สูงขึ้น (Quality Score) ค่าคลิกก็จะถูกลง และสามารถช่วยคุณ เพิ่มยอดขาย เพื่อสเกลธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดเลยล่ะครับ!

เงินไหลออกไม่หยุด? ให้หมอ Google Ads เข้าไปช่วยผ่าตัดบัญชีให้คุณ!

เลิกจ่ายค่าโง่ให้กับคำค้นหาที่ไม่ได้ช่วยสร้างผลกำไรได้แล้วครับ!

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการอยากให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก DigitalD2M เข้าไปช่วย รับทำโฆษณา Google Ads ทำการคลีนนิงบัญชีให้สะอาดสะอ้าน และคอยไล่ใส่ Negative Keywords ให้แบบรายวัน

อยากจะให้เราช่วยสร้าง Landing Page หรือสร้าง เว็บไซต์ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในระดับขั้นสุด

หรือมีความต้องการอยากจะได้ ที่ปรึกษาธุรกิจ เพื่อเข้ามาช่วยวางโครงสร้างคีย์เวิร์ดในระยะยาว คลิกเลือกบริการที่จะเข้ามาช่วยอุดรอยรั่วให้กับคุณจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

บริการรับทำโฆษณา Google Ads (อุดรอยรั่ว 100%): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการสร้าง Landing Page ปิดการขาย: https://digitald2m.com/รับทำเว็บไซต์บริษัท/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางแผนคีย์เวิร์ด: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาการสเกลธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา