ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21979864

iROAS | จับโกหกพี่มาร์ค ยิงแอดเฟสบุ๊ค แฉ ยอดขายปลอม

iROAS (Incremental Return on Ad Spend) คือสุดยอดเครื่องจับเท็จที่จะมากระชากหน้ากากอัลกอริทึมจอมเคลมผลงานครับ! ใครที่กำลัง ยิงแอดเฟสบุ๊ค แล้วนั่งยิ้มแก้มปริกับตัวเลข ROAS ที่ดูสูงปรี๊ดบนหน้าแดชบอร์ด โดยไม่เคยเอะใจหรือตั้งคำถามเลยว่า ยอดขายพวกนั้นมันเป็นฝีมือของเฟซบุ๊กจริงๆ แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า... ขอบอกเลยว่าคุณกำลังตกเป็นเหยื่อของการ "เคลมผลงานซ้ำซ้อน" เข้าอย่างจังครับ!

ในยุคที่พฤติกรรมลูกค้าเขาเสพสื่อข้ามแพลตฟอร์มกันเป็นว่าเล่น (Cross-channel) การทำ วัดผลโฆษณา โดยหลับหูหลับตาเชื่อตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานออกมาตรงๆ มันคือความเสี่ยงขั้นสุดยอดครับ กุญแจสำคัญที่จะหยุดยั้งการเอาเงินไปละลายเพื่อซื้อ ยอดขายปลอม (ยอดขายที่ยังไงมันก็จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ต่อให้คุณไม่ยิงแอดก็ตาม) คือคุณต้องก้าวข้ามจาก ROAS ธรรมดาๆ ไปสู่วิชาคณิตศาสตร์ขั้นสูงที่เรียกว่า Incremental Lift เพื่อหาความจริงให้เจอว่า โฆษณาของคุณมันสร้างยอดขาย "ส่วนเพิ่ม" ขึ้นมาให้บริษัทได้กี่บาทกันแน่!

ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์สมมติหน้าร้านกาแฟดูนะครับ...
มีลูกค้าประจำคนนึงชื่อ "คุณเอ" กำลังเดินตรงดิ่งมาที่ร้าน เพื่อจะซื้อกาแฟกินเหมือนที่เขาทำอยู่ทุกวัน
ระหว่างที่คุณเอกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าร้าน... ดันมีพนักงานแจกใบปลิวของร้านคุณ (เปรียบเสมือน Facebook Ads) รีบวิ่งเอาใบปลิวโปรโมชั่นไปยัดใส่มือคุณเอ!
คุณเอรับใบปลิวมาแบบงงๆ แล้วก็เดินเข้าไปสั่งกาแฟและจ่ายเงินตามปกติ
แต่พนักงานแจกใบปลิวคนนั้น กลับหันมาตะโกนบอกคุณว่า: "เถ้าแก่! คนนี้เขาซื้อกาแฟเพราะใบปลิวของผมนะ! จ่ายค่าคอมมิชชันมาให้ผมด้วย!"

คำถามสะกิดใจคือ: คุณควรจะยอมจ่ายเงินค่าแอดให้เฟซบุ๊กไหมล่ะครับ ในเมื่อคุณเอเขากำลังจะเดินมาซื้อกาแฟของเขาอยู่แล้ว!?

นี่แหละครับคือปรากฏการณ์ที่วงการเรียกว่า "Over-attribution (การให้เครดิตผลงานที่เกินจริง)" อัลกอริทึมของ Facebook มันฉลาดแกมโกงมากครับ มันมักจะเอาโฆษณาไปขวางหน้าคนที่ตั้งใจจะซื้อของอยู่แล้ว (กลุ่ม High Intent) เพื่อเอามาปั่นตัวเลข ROAS ให้ผลงานตัวเองดูดี วันนี้ DigitalD2M จะพามาตั้งศาลเตี้ย ชำแหละตัวเลขหลอกตา แล้วทวงเงินค่าโฆษณาของคุณคืนมากันครับ!

กับดักการให้เครดิต (The Attribution Trap): ทำไม ยิงแอดเฟสบุ๊ค ถึงชอบเคลม ยอดขายปลอม?
รู้ไหมครับว่า ค่ามาตรฐาน (Default Setting) ของการ วัดผลโฆษณา ในระบบ Facebook เขาตั้งไว้ที่ "7-day click or 1-day view" ครับ
ความหมายที่แท้จริงของมันก็คือ: ถ้าลูกค้าแค่ "เลื่อนไถฟีดผ่านๆ แล้วเห็นโฆษณาของคุณ (View)" ภายใน 1 วัน หรือ "เผลอกดคลิก (Click)" ภายใน 7 วัน แล้วสุดท้ายลูกค้าคนนั้นดันไปซื้อของผ่านช่องทางไหนก็ตามแต่ (เช่น พิมพ์ชื่อเว็บเข้าตรงๆ หรือไปเสิร์ชหาซื้อใน Google) Facebook มันจะกระโดดไปดึงเครดิตออเดอร์นั้น มาเคลมว่าเป็นผลงานของตัวเองทันที!

สิ่งนี้สร้างความเสียหายให้กระเป๋าเงินคุณมหาศาลครับ! เพราะ ROAS ที่คุณเห็นสวยหรูบนแดชบอร์ดเฟซบุ๊ก มันจะปนเปื้อนไปด้วย ยอดขายปลอม (ยอดที่มาจากฐานลูกค้าเดิมที่จงรักภักดีกับแบรนด์คุณอยู่แล้ว) ซึ่งมันจะทำให้คุณตัดสินใจอัดงบผิดแคมเปญ แทนที่จะเอาเงินไปสเกลหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คุณกลับเอาเงินไปประเคนให้ระบบที่คอยหากินกับลูกค้ารายเก่าซะงั้น!

iROAS คืออะไร? วิชาเปิดตัวเลขความจริงที่ถูกซ่อนไว้
เพื่อที่จะจับโกหกและหาความจริง เราต้องหันมาพึ่งพา iROAS (Incremental Return on Ad Spend) ครับ!
คำว่า "Incremental (ส่วนเพิ่ม)" ในที่นี้ หมายถึง ยอดขายที่จะ "ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยเด็ดขาด ถ้าไม่มีโฆษณาตัวนี้ยิงออกไป!"

สมการคิดง่ายๆ คือ: (ยอดขายตอนที่ยิงแอด - ยอดขายพื้นฐานตอนที่ไม่ได้ยิงแอด) หารด้วย ค่าโฆษณาที่จ่ายไป

สมมติคุณ ยิงแอดเฟสบุ๊ค แล้วได้ยอดขายมา 1,000,000 บาท... แต่คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ถ้าคุณปิดแอดตัวนี้ไป คุณก็ยังสามารถขายของได้ถึง 800,000 บาทอยู่ดี (ยอดที่มาจากพลัง Organic และลูกค้าขาประจำ)
นั่นแปลว่า ยอดขายส่วนเพิ่ม (Incremental Sales) ที่เกิดจากแอดตัวนี้จริงๆ คือแค่ 200,000 บาทต่างหาก! ดังนั้นค่า iROAS ของแคมเปญนี้จึงต่ำต้อยติดดิน ไม่ได้ดูหรูหราอลังการเหมือน ROAS หลักล้านที่มันโชว์หลอกตาอยู่บนหน้าจอครับ!

The Lift Test: วิธีจับผิดของจริง ปิดแอดแล้วยอดตกจริงไหม?
วิธีพิสูจน์ทราบที่แม่นยำที่สุดในวงการคือการทำสิ่งที่เรียกว่า Conversion Lift Test (การทดสอบเพื่อหาผลลัพธ์ส่วนเพิ่ม) ครับ
คุณสามารถใช้ฟีเจอร์เครื่องมือ Experiments ที่มีอยู่ในระบบเฟซบุ๊กได้เลย ระบบจะทำการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย (Audience) ของคุณออกเป็น 2 ฝั่งแบบสุ่ม (A/B Test):

กลุ่ม A (Test Group): กลุ่มคนที่จะถูกบังคับให้ "ต้องเห็น" โฆษณาของคุณ

กลุ่ม B (Holdout/Control Group): กลุ่มคนที่จะถูกเฟซบุ๊ก "บล็อก" เอาไว้ ไม่ให้เห็นโฆษณาของคุณเด็ดขาด!

หลังจากปล่อยทิ้งไว้สัก 14 วัน ก็เอาผลลัพธ์มาชนกันดูครับ! ถ้ากลุ่ม A มียอดซื้อเข้ามา 100 ออเดอร์ ส่วนกลุ่ม B (พวกที่ไม่เคยเห็นแอด) ดันมียอดซื้อเข้ามาตั้ง 90 ออเดอร์... มันก็แปลความหมายได้ชัดเจนเลยว่า โฆษณาแคมเปญนี้มันสร้างความแตกต่าง (Lift) ได้แค่ 10 ออเดอร์เท่านั้นแหละครับ! เจอแบบนี้เข้าไป พี่มาร์คก็เถียงไม่ออกแล้วครับ ว่าตกลงใครคือตัวจริงใครคือตัวปลอม!

3 ท่าไม้ตายประยุกต์ใช้: สูตร วัดผลโฆษณา ข้ามแพลตฟอร์มแบบองค์รวม
พร้อมจะกระชากหน้ากาก ยอดขายปลอม กันหรือยังครับ? เอา 3 ท่านี้ไปตั้งค่าแดชบอร์ดของคุณคืนนี้เลย:

บีบหน้าต่างสแกนกรรม (Shorten the Attribution Window): เข้าไปที่การตั้งค่าในแคมเปญของคุณ แล้วจัดการเปลี่ยน Attribution Setting จากเดิม "7-day click or 1-day view" ให้กลายเป็น "1-day click" เท่านั้น! นี่คือการตัดวงจรเคลมผลงานมั่วซั่ว (View-through) ทิ้งไปเลยครับ! เป็นการสั่งเฟซบุ๊กเด็ดขาดว่า "ถ้าลูกค้าไม่เอานิ้วจิ้มที่โฆษณาของฉันภายในวันนี้ ห้ามสะเออะมาเคลมผลงานเด็ดขาด!" ขอบอกเลยว่าตัวเลข ROAS บนจอคุณจะร่วงฮวบฮาบ แต่นั่นแหละครับคือตัวเลขที่เข้าใกล้ความจริงที่สุดแล้ว!

ปิดแอดทดสอบระดับจังหวัด (Geo-Holdout Testing): ถ้าคุณไม่ค่อยไว้ใจเครื่องมือทดสอบของเฟซบุ๊ก ให้ลองงัดวิชามารระดับภูมิศาสตร์มาใช้ครับ! สมมติว่าคุณขายของส่งทั่วประเทศ ให้คุณจงใจ "ตั้งค่าปิดโฆษณาในจังหวัดเชียงใหม่และชลบุรี เป็นเวลาสัก 1 เดือน" (โดยปล่อยให้โฆษณาวิ่งในจังหวัดอื่นๆ ตามปกติ) แล้วไปรอมอนิเตอร์ดูยอดขายรวมจากระบบหลังบ้าน (CRM) ถ้าผลสรุปออกมาว่า ยอดขายในเชียงใหม่กับชลบุรีมัน "ไม่ได้ลดลงเลย" เมื่อเทียบกับช่วงที่ยิงแอด... นั่นก็แปลว่าคุณเสียค่า ยิงแอดเฟสบุ๊ค ใน 2 จังหวัดนั้นทิ้งฟรีๆ มาตลอดครับ!

สามเหลี่ยมจับเท็จ (Triangulation Tracking): อย่าวางใจฝากความหวังไว้ที่แดชบอร์ดเดียวเด็ดขาด! เวลา วัดผลโฆษณา ให้เอาหน้าจอ 3 อย่างนี้มาเปิดกางเทียบกันเสมอ:

Facebook Ads Manager (เจ้านี้มักจะเคลมผลงานเกินจริง)

Google Analytics 4 แบบ Last-Click (เจ้านี้มักจะให้เครดิตกับการเสิร์ชหาในคลิกสุดท้าย)

ยอดรับเงินโอนจริงจากระบบบัญชีหลังบ้าน (นี่คือ TRUTH ความจริงสูงสุด!)
ถ้าเฟซบุ๊กเคลมว่าได้ 100 ออเดอร์ ส่วน GA4 บอกว่าได้ 20 แต่หลังบ้านรับโอนจริงมาแค่ 50... ให้รู้ไว้เลยว่า ทราฟฟิกของเฟซบุ๊กเป็นแค่ตัวเปิดเกม (Top of Funnel) เท่านั้น แต่เครดิตการปิดการขายจริงๆ ต้องยกความดีความชอบให้ระบบภาพรวมของแบรนด์คุณครับ!

เขตอันตราย! ปิดแอด Retargeting ทิ้งมั่วซั่ว ระวังวงจรพังพินาศ
วิชา iROAS มันเป็นยาแรงที่ช่วยรักษาอาการหน้ามืดตามัวได้ดีมากครับ แต่มันก็มีกับดักซ่อนอยู่ 1 ข้อ!
พอหลายคนไปลองทำ Lift Test แล้วค้นพบความจริงว่า แคมเปญ Retargeting (พวกแอดที่ยิงซ้ำไปหาลูกค้าเก่า) มีค่า iROAS ต่ำติดดิน (เพราะลูกค้าหลายคนตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว) เจ้าของธุรกิจบางคนก็เลยอารมณ์ขึ้น สั่ง "ปิดแคมเปญ Retargeting ทิ้งให้หมดทุกตัว!"

หายนะมาเยือนทันทีครับงานนี้! การที่ค่า Incremental Lift มันต่ำ มันไม่ได้แปลความหมายว่าโฆษณาแคมเปญนั้นมันจะไร้ประโยชน์แบบ 100% เสมอไปนะครับ! บางทีลูกค้าเก่าเขาอาจจะลืมแบรนด์คุณไปแล้ว และต้องการแค่การกระตุ้นเตือนความจำ (Nudge) เล็กๆ น้อยๆ ถ้าคุณเล่นปิดแอดตามหลอกหลอนทิ้งจนหมดเกลี้ยง ลูกค้ากลุ่มนี้ก็อาจจะโดนคู่แข่งที่ขยันยิงแอด Retargeting หนักกว่า แย่งความสนใจและชิงยอดขายไปดื้อๆ ในวินาทีสุดท้ายก็ได้!

ดังนั้น จงจำไว้ว่า ให้ใช้ iROAS เพื่อเป็นเข็มทิศในการ "ปรับลดหรือเพิ่มงบประมาณ (Optimize Budget)" ให้เหมาะสม ไม่ใช่เอาไปใช้เป็นข้ออ้างเพื่อ "ปิดแคมเปญทิ้งอย่างหูหนวกตาบอด" ครับ!

บทสรุป: เลิกจ่ายเงินให้กับโฆษณาที่ไม่ได้สร้างความแตกต่าง
ในยุคที่ต้นทุนค่าโฆษณามันแพงลิบลิ่วจนแทบกระอักเลือด การยอมปล่อยให้เงินทุนของบริษัทคุณไหลไปสนับสนุน ยอดขายปลอม ที่มันตั้งใจจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ถือเป็นความผิดพลาดระดับร้ายแรงของคนเป็น CEO ครับ

อัลกอริทึมของ Facebook ถูกสร้างและเขียนโค้ดขึ้นมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้กับบริษัท Meta ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าของคุณ การที่คุณขยับสเต็ปขึ้นมาใช้วิชา iROAS (Incremental ROAS) มันคือการประกาศอิสรภาพทางความคิด เป็นการตั้งคำถามที่ทรงพลังที่สุดต่อแพลตฟอร์มว่า "เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันจ่ายให้แกไปเนี่ย มันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจฉันจริงๆ หรือแกแค่เอามาปั่นตัวเลขหลอกตาฉันกันแน่?"

คืนนี้ลองกลับไปเปิดบัญชีโฆษณาของคุณ แล้วตั้งค่ารันแคมเปญ Conversion Lift Test ดูเลยครับ! ยอมสละงบโฆษณาส่วนหนึ่งเพื่อการทดสอบ เพื่อแลกกับความจริงที่อาจจะเจ็บปวดแต่มันมีมูลค่ามหาศาล แล้วคุณจะตาสว่างว่า... บางทีไอ้แคมเปญฮีโร่ที่คุณกราบไหว้บูชามาตลอด มันอาจจะเป็นแค่บอทจอมขี้โกงที่รอชุบมือเปิบขโมยผลงานคนอื่นอยู่เงียบๆ ก็ได้ครับ!

อยากรัน Lift Test จับโกหกและค้นหา iROAS ส่วนเพิ่มที่แท้จริงไหม?

รู้ทฤษฎีหมดแล้ว แต่ถ้าตั้งค่า Holdout Group ในหน้า Facebook Experiments ไม่เป็น ก็วัดผลหาความจริงไม่ได้อยู่ดี! มาเจาะลึกวิธีการทำ A/B Testing ขั้นสูง, การวิเคราะห์ความทับซ้อน Cross-Channel Attribution (FB ชนกับ Google), และการใช้ซอฟต์แวร์ระดับโลก Marketing Mix Modeling (MMM) ได้ในคอร์ส Advanced Data Analytics & Lift Mastery!

ปรึกษาและสอบถามข้อมูลคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่:
ทักไลน์ปรึกษาคอร์สเรียน: https://lin.ee/xdm4MsW
เข้าชม Website: https://digitald2m.com
ดูคอร์ส Facebook Ads: https://digitald2m.com/facebook-ads-course-zero-to-advance/
ดูคอร์ส Google Ads: https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายของเรา:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

บทความโดย DigitalD2M - เพื่อนคู่คิดธุรกิจ Digital Marketing ของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา