22094691 Audience Exclusion Facebook Ads 2026: บล็อกลูกค้าเก่าแม่นยำ หลังตัด Detailed Targeting Exclusions

 

"ยิงแอดหาลูกค้าใหม่ แต่ทำไมพนักงานตัวเองยังโผล่มาเห็นโฆษณา แล้วลูกค้าเก่าที่ซื้อไปแล้วยังถูกตามยิงซ้ำอยู่เรื่อย"

Audience Exclusion Facebook Ads คือคำตอบของปัญหานี้ และเป็นฟีเจอร์ที่ Meta เพิ่งเปิดใช้งานในปี 2026 หลังจากที่ตัด Detailed Targeting Exclusions ออกไปก่อนหน้านี้ จนทำให้นักการตลาดหลายคนบ่นว่าคุมกลุ่มเป้าหมายได้ยากขึ้นมาก

ก่อนหน้านี้ Meta ตัดสินใจลบความสามารถในการ Exclude กลุ่มเป้าหมายแบบละเอียด (Detailed Targeting Exclusions) ออกจาก Ads Manager โดยให้เหตุผลเรื่องการลด Bias ในการแสดงโฆษณา แต่ผลที่ตามมาคือธุรกิจจำนวนมากสูญเสียความสามารถในการกันกลุ่มคนที่ไม่ควรเห็นโฆษณาออกไป เช่น พนักงานในบริษัท คู่แข่ง หรือคนที่เคยซื้อสินค้าไปแล้วและไม่ต้องการให้เห็นแคมเปญหาลูกค้าใหม่ซ้ำอีก

Audience-Level Exclusion จึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้ แต่ใช้วิธีที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แทนที่จะ Exclude ตาม Interest หรือ Demographic แบบเดิม ระบบใหม่จะให้คุณ Exclude ที่ระดับ Audience หรือ Custom Audience Set โดยตรง ซึ่งแม่นยำกว่าและควบคุมได้ง่ายกว่าในมุมของ Data Privacy

สำหรับธุรกิจที่มี Customer List อยู่แล้ว หรือมีระบบ CRM ที่เก็บข้อมูลลูกค้าเก่าไว้ชัดเจน ฟีเจอร์นี้จะช่วยลดการเสียงบไปกับ Impression ที่ไม่มีประโยชน์ และทำให้ Conversion Rate ของแคมเปญ New Customer Acquisition ดูสะอาดขึ้น เพราะไม่ถูกปนด้วยคนที่ซื้อซ้ำหรือคนในองค์กรที่คลิกเล่น

บทความนี้จะพาไปดูว่า Audience Exclusion Facebook Ads ทำงานอย่างไร ต่างจาก Detailed Targeting Exclusions เดิมตรงไหน และควรตั้งค่าแบบไหนถึงจะไม่ทำให้ Audience แคบจนแคมเปญเรียนรู้ไม่จบ

สารบัญบทความ

1. Audience-Level Exclusion คืออะไร
2. ทำไม Meta ต้องเพิ่มฟีเจอร์นี้
3. ปัญหาที่เกิดจากการตัด Detailed Targeting Exclusions
4. Audience-Level Exclusion ต่างจาก Detailed Targeting Exclusions อย่างไร
5. วิธีตั้งค่า Audience Exclusion ในแคมเปญ
6. Framework EXCLUDE สำหรับวางกลยุทธ์
7. Masterclass: 3 กรณีใช้งานจริง
8. Danger Zone: จุดพลาดที่พบบ่อย
9. Checklist ก่อนเปิดแคมเปญ
10. คำถามที่พบบ่อย
11. สรุป

Audience-Level Exclusion คืออะไร

พูดง่าย ๆ Audience-Level Exclusion คือการบอก Meta ว่า "อย่าแสดงโฆษณานี้ให้คนกลุ่มนี้เห็น" โดยกลุ่มที่ว่าคือ Audience ที่คุณสร้างไว้แล้ว เช่น Customer List ที่อัปโหลดจาก CRM, Website Custom Audience ของคนที่ซื้อไปแล้ว หรือ Employee List ที่สร้างไว้เฉพาะ

ความต่างสำคัญจาก Detailed Targeting Exclusions เดิมคือ ของเดิมเป็นการ Exclude ตาม Interest หรือ Behavior ที่ Meta ประมวลผลให้ ส่วนของใหม่เป็นการ Exclude จาก Data ที่คุณเป็นเจ้าของเอง (First-Party Data) ทำให้แม่นยำกว่าและไม่ขึ้นกับการตีความของอัลกอริทึมฝั่ง Meta

ถ้าธุรกิจยังไม่เคยวาง Campaign Structure ที่แยก Customer Audience กับ Prospecting Audience ชัดเจน นี่คือจังหวะที่ควรกลับไปทบทวน เพราะฟีเจอร์นี้จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อ Audience List ของคุณสะอาดและอัปเดตสม่ำเสมอ

ทำไม Meta ต้องเพิ่มฟีเจอร์นี้

ย้อนกลับไปช่วงที่ Meta ตัด Detailed Targeting Exclusions ออก เหตุผลหลักที่ประกาศออกมาคือเรื่อง Ad Delivery Fairness ตามนโยบาย Special Ad Category ที่ต้องการลดการเลือกปฏิบัติในการแสดงโฆษณากลุ่ม Housing, Employment และ Credit แต่ผลข้างเคียงคือธุรกิจทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับหมวดเหล่านี้ก็เสียความสามารถในการ Exclude ไปด้วย

Audience Exclusion Facebook Ads จึงเป็นทางออกที่ Meta เลือกใช้ เพราะเป็นการให้ธุรกิจ Exclude จากข้อมูลที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ข้อมูลที่ Meta จัดกลุ่มให้ ซึ่งลดความเสี่ยงเรื่อง Discrimination ได้มากกว่า ในขณะที่ยังให้อำนาจควบคุมแคมเปญกลับคืนมา

ปัญหาที่เกิดจากการตัด Detailed Targeting Exclusions

ช่วงที่ไม่มี Detailed Targeting Exclusions หลายธุรกิจเจอปัญหาคล้ายกัน คือแคมเปญ New Customer Acquisition เริ่มมี Conversion จากคนที่เคยซื้อไปแล้วปนเข้ามา ทำให้ตัวเลข ROAS ดูดีขึ้นในรายงาน แต่ความจริงคือเงินส่วนหนึ่งถูกใช้ไปกับคนที่จะซื้อซ้ำอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีโฆษณาก็ได้

อีกปัญหาที่พบบ่อยคือพนักงานในบริษัทหรือทีมงานเอเจนซี่เผลอคลิกโฆษณาตัวเอง ทำให้ Engagement สูงขึ้นแบบไม่มีความหมาย และบางครั้งไปกระทบ Learning Phase ของแคมเปญเพราะระบบเรียนรู้จาก Signal ที่ไม่ใช่ลูกค้าจริง

ถ้าธุรกิจของคุณเคยสร้าง Purchase Audience ไว้สำหรับงาน Remarketing อยู่แล้ว ปัญหานี้จะเห็นชัดเจนมาก เพราะ Audience ที่ซื้อไปนานแล้วก็ยังมีโอกาสโดนยิงแคมเปญ Prospecting ซ้ำ

Audience-Level Exclusion ต่างจาก Detailed Targeting Exclusions อย่างไร

ความต่างหลักมีสามจุด จุดแรกคือแหล่งข้อมูล Detailed Targeting Exclusions ใช้ข้อมูล Interest/Behavior ที่ Meta ประมวลผลให้ ส่วน Audience-Level Exclusion ใช้ข้อมูลที่คุณอัปโหลดเอง จุดที่สองคือความแม่นยำ แบบใหม่แม่นยำกว่าเพราะอิงจาก Identity จริง ไม่ใช่การเดาจากพฤติกรรม

จุดที่สามคือ Scope การใช้งาน แบบเดิมใช้ Exclude ได้เฉพาะระดับ Ad Set ส่วนแบบใหม่บางกรณีสามารถตั้งไว้ระดับ Campaign หรือ Account ได้เลย ทำให้ไม่ต้องตั้งซ้ำทุกแคมเปญ ซึ่งประหยัดเวลาทีมที่ดูแลหลายแคมเปญพร้อมกัน

วิธีตั้งค่า Audience Exclusion ในแคมเปญ

ขั้นตอนเริ่มจากการเตรียม Audience ที่ต้องการ Exclude ให้พร้อมก่อน เช่น Customer List จาก CRM, Website Custom Audience ของคนที่ซื้อแล้วในช่วง 90 วันล่าสุด หรือ Employee List ที่สร้างจากอีเมลบริษัท จากนั้นเข้าไปที่ Ad Set Level แล้วเลือก Exclude Audience แทนที่จะไปเลือกที่ Detailed Targeting เหมือนเดิม

จุดที่ต้องระวังคือขนาดของ Audience ที่เหลือหลัง Exclude ถ้า Exclude แรงเกินไปจน Audience เหลือน้อยกว่าที่ Learning Phase ต้องการ แคมเปญอาจไม่ออกจาก Learning Phase สักที ดังนั้นควรเช็กขนาด Audience ที่เหลือก่อน Publish ทุกครั้ง

สำหรับการจัดการ Audience และ Exclusion สามารถศึกษาได้ผ่านการตั้งค่า Custom Audience ในส่วนต่างๆ ของ Ads Manager เพื่อให้ข้อมูลซิงค์ถูกต้อง

Framework EXCLUDE สำหรับวางกลยุทธ์ Exclusion

Framework นี้ช่วยให้วางกลยุทธ์ Audience Exclusion Facebook Ads เป็นระบบ ไม่ใช่ตั้งค่าแบบสุ่มไปเรื่อย

1. E - Existing Customers: รวบรวมลูกค้าเก่าเป็น Audience แยกตามช่วงเวลาซื้อ เพื่อเลือก Exclude ได้ตรงจุด

2. X - X-Employee List: สร้าง Employee/Competitor List ไว้ Exclude ถาวรในทุกแคมเปญหาลูกค้าใหม่

3. C - Check Audience Size: ตรวจขนาด Audience ที่เหลือหลัง Exclude ให้พอสำหรับ Learning Phase

4. L - Layer by Objective: แยกชั้น Exclusion ตามวัตถุประสงค์ เช่น Acquisition กับ Retention ไม่ใช้ชุดเดียวกัน

5. U - Update Regularly: อัปเดต Customer List สม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 30 วัน เพราะลูกค้าเก่าที่ไม่ Active อาจกลับมาเป็นลูกค้าใหม่ได้

6. D - Document Setting: จดบันทึกว่าแคมเปญไหน Exclude อะไรไว้บ้าง ป้องกันทีมงานตั้งซ้ำหรือลืมอัปเดต

7. E - Evaluate Impact: เทียบ Conversion Rate ก่อนและหลังใช้ Exclusion เพื่อดูว่าช่วยกรองคุณภาพ Lead จริงหรือไม่

Masterclass: 3 กรณีใช้งานจริง

1. ร้านค้าออนไลน์ Exclude ลูกค้าที่ซื้อใน 60 วันล่าสุด

แนวคิด: ร้านค้าออนไลน์ไม่ต้องการให้คนที่เพิ่งซื้อสินค้าไปเห็นแคมเปญ Prospecting ซ้ำ เพราะสิ้นเปลืองงบและอาจทำให้ลูกค้ารำคาญ

วิธีการนำไปปรับใช้: สร้าง Website Custom Audience กรองคนที่ Purchase ใน 60 วันล่าสุด แล้ว Exclude ออกจาก Campaign หา New Customer ทุกตัว

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: แบรนด์เสื้อผ้าแห่งหนึ่งลด Wasted Spend ลงได้ชัดเจนหลังเริ่ม Exclude กลุ่มนี้ เพราะ Budget ไปกระจุกอยู่กับคนที่ยังไม่เคยซื้อมากขึ้น

2. บริษัท B2B Exclude พนักงานและคู่แข่ง

แนวคิด: ธุรกิจ B2B มักเจอปัญหา Engagement ปลอมจากพนักงานตัวเองหรือทีมขายของคู่แข่งที่เข้ามาดูโฆษณา

วิธีการนำไปปรับใช้: สร้าง Customer List จากอีเมลโดเมนบริษัทตัวเองและคู่แข่งที่รู้จัก แล้วตั้งเป็น Exclusion ถาวรในทุก Campaign

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: เมื่อต้องการวางโครงสร้างแคมเปญ B2B ให้รัดกุมตั้งแต่ต้น คุณสามารถอัปเดต Customer List ได้เป็นปกติ

3. ธุรกิจ Subscription Exclude สมาชิก Active

แนวคิด: ธุรกิจ Subscription ไม่ควรยิงแคมเปญ Acquisition ให้คนที่เป็นสมาชิก Active อยู่แล้ว เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายจริง

วิธีการนำไปปรับใช้: Sync ข้อมูล Active Subscriber จาก CRM เข้า Custom Audience แล้ว Exclude ออกจากทุกแคมเปญ New Customer แบบ Real-time ถ้าระบบรองรับ

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: แพลตฟอร์ม Subscription รายหนึ่งพบว่า Conversion Rate ของ Campaign Acquisition ดีขึ้นหลัง Exclude สมาชิกเดิมออก เพราะ Lead ที่เหลือเป็นคนใหม่จริง ไม่ใช่สมาชิกที่แค่คลิกเล่น

Danger Zone: จุดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดที่ 1: Exclude Audience ใหญ่เกินจำเป็น

บางคน Exclude ลูกค้าเก่าย้อนหลังหลายปีทั้งหมด ทำให้ Audience ที่เหลือแคบเกินไป ผลเสียคือ Learning Phase ไม่จบ และต้นทุนต่อ Conversion สูงขึ้น ควรเริ่มจาก Exclude เฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นจริง ๆ ก่อน

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่อัปเดต Customer List

ลืมอัปเดต List ทำให้ Exclude คนที่ไม่ Active แล้ว หรือไม่ได้ Exclude ลูกค้าที่เพิ่งซื้อล่าสุด ผลเสียคืองบรั่วไหลไปกับคนที่ไม่ควรเห็นโฆษณา แนวทางคือตั้ง Routine อัปเดตทุกเดือน

ข้อผิดพลาดที่ 3: Exclude ผิด Campaign Objective

บางทีม Exclude ลูกค้าเก่าออกจากแคมเปญ Retargeting ด้วย ทั้งที่ Retargeting ควรยิงหาคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว ผลเสียคือ Retargeting Campaign แทบไม่มี Audience เหลือ ควรแยก Exclusion Logic ตาม Objective ให้ชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่เช็กขนาด Audience ก่อน Publish

Publish แคมเปญไปโดยไม่ดูว่า Exclude แล้วเหลือ Audience เท่าไร ผลเสียคือแคมเปญอาจไม่ Deliver หรือ Cost สูงผิดปกติ ควรเช็ก Estimated Audience Size ทุกครั้งก่อนกด Publish

ข้อผิดพลาดที่ 5: เข้าใจผิดว่า Exclusion แทน Segmentation ได้ทั้งหมด

บางคนคิดว่า Exclude ลูกค้าเก่าแล้วแคมเปญจะได้ลูกค้าใหม่คุณภาพดีทันที แต่ความจริง Exclusion เป็นแค่ตัวกรองหนึ่งชั้น ยังต้องพึ่ง Creative และ Targeting ที่ดีควบคู่กัน ผลเสียคือหวังผลเกินจริงแล้วผิดหวังกับตัวเลข แนวทางคือมอง Exclusion เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่ทางลัดทั้งหมด

Checklist ก่อนเปิดแคมเปญ

- ตรวจว่า Customer List ที่อัปโหลดเป็นข้อมูลล่าสุดหรือยัง
- เช็กว่า Employee/Competitor List ถูกสร้างและ Exclude ไว้ถาวรแล้วหรือยัง
- ดู Estimated Audience Size หลัง Exclude ว่ามากพอสำหรับ Learning Phase หรือไม่
- แยก Exclusion Logic ระหว่าง Campaign Acquisition กับ Retargeting ชัดเจนแล้วหรือยัง
- ตั้ง Routine อัปเดต Customer List อย่างน้อยทุก 30 วันแล้วหรือยัง
- ตรวจว่า Audience ที่ Exclude ไม่ชนกับ Audience เป้าหมายหลักของแคมเปญ
- เช็ก Conversion Tracking ว่าทำงานถูกต้องก่อนเริ่มวัดผล Exclusion
- ทดสอบ A/B ระหว่างมี Exclusion กับไม่มี เพื่อดูผลต่างจริง
- จดบันทึก Exclusion Setting ของแต่ละแคมเปญไว้เป็นเอกสารกลาง
- ตรวจสอบว่าธุรกิจต้องสนใจกฎเกี่ยวกับ Special Ad Category ก่อนตั้งค่า Exclusion บางประเภท
- ดู Frequency ของ Ad Set หลัง Exclude ว่าลดลงในกลุ่มลูกค้าเก่าจริงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Audience Exclusion Facebook Ads

Audience Exclusion Facebook Ads ใช้แทน Detailed Targeting Exclusions ได้เลยหรือไม่

ใช้แทนได้ในแง่เป้าหมาย แต่วิธีการต่างกัน เพราะ Audience Exclusion อิงจากข้อมูลที่คุณเป็นเจ้าของเอง ไม่ใช่ Interest ที่ Meta ประมวลผลให้ จึงต้องเตรียม Audience List ล่วงหน้าก่อนใช้งาน

ถ้าไม่มี Customer List จะใช้ Audience Exclusion ได้หรือไม่

ได้บางส่วน แต่ประสิทธิภาพจะลดลง เพราะฟีเจอร์นี้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมี First-Party Data ที่ชัดเจน ถ้ายังไม่มี ควรเริ่มเก็บ Customer Data ผ่าน CRM หรือ Pixel ก่อน

Exclude Audience แล้วจะกระทบ Learning Phase หรือไม่

กระทบได้ถ้า Exclude แรงเกินไปจน Audience เหลือน้อย ควรเช็ก Estimated Audience Size ก่อน Publish ทุกครั้งเพื่อให้ Learning Phase จบได้ตามปกติ

ควรอัปเดต Audience Exclusion บ่อยแค่ไหน

แนะนำให้อัปเดตอย่างน้อยทุก 30 วัน โดยเฉพาะ Customer List ที่ใช้ Exclude ลูกค้าเก่า เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนเร็ว ถ้าไม่อัปเดตอาจ Exclude ผิดกลุ่ม

Audience Exclusion Facebook Ads เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่

เหมาะ แต่ต้องมีข้อมูลลูกค้าเก่าระดับหนึ่งก่อน ถ้าฐานลูกค้ายังน้อยมาก อาจยังไม่เห็นผลต่างชัดเจน ควรเริ่มใช้เมื่อมี Customer Data อย่างน้อยหลักร้อยรายขึ้นไป

สรุป: Audience Exclusion ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ แต่เป็นวินัยด้านข้อมูล

Audience Exclusion Facebook Ads เปิดมุมใหม่ที่หลายคนยังไม่เคยคิดถึง นั่นคือการ Exclude ไม่ได้มีไว้แค่ "กันคนไม่ให้เห็นโฆษณา" แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Conversion Data ของแคมเปญ Acquisition สะอาดขึ้น และทำให้การตัดสินใจเรื่องงบประมาณแม่นยำขึ้นตามไปด้วย

จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า Exclude ยิ่งเยอะยิ่งดี แต่ความจริงคือต้อง Exclude ให้พอดีกับ Objective ของแคมเปญ ไม่งั้น Audience จะแคบจนกระทบ Learning Phase และทำให้ต้นทุนต่อ Conversion สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

สิ่งที่ควรทำต่อคือกลับไปตรวจ Customer List ของตัวเองว่าสะอาดและอัปเดตแค่ไหน แล้วค่อยเริ่มทดสอบ Exclusion ทีละแคมเปญ พร้อมเทียบผลก่อนและหลังอย่างจริงจัง

อย่าถามแค่ว่า Exclude แล้วงบลดลงไหม ต้องถามต่อว่า Conversion ที่เหลือหลัง Exclude คือลูกค้าใหม่จริง ที่ช่วยสร้าง Revenue ให้ธุรกิจโตขึ้นหรือเปล่า

อ่านฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบได้ที่บทความต้นฉบับครับ:
https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/audience-exclusion-facebook-ads-2026/

อย่าดูแค่ว่า Exclude แล้วงบลดลง ให้ดูด้วยว่า Conversion ที่เหลือคือลูกค้าใหม่จริงหรือไม่

ถ้าต้องการเรียนรู้วิธีการตั้งค่า Audience Exclusion และวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับ Campaign Structure ของธุรกิจตัวเอง ขอแนะนำ คอร์สเรียน Facebook Ads จาก DigitalD2M ครับ

คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจการจัดการ Audience, Exclusion Rules และการวัดผล Conversion อย่างครบถ้วน สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที

คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/

(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)

หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยตั้งค่า Audience Exclusion และบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ

ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:

https://digitald2m.com/
https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass Audience Exclusion Facebook Ads โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ข้อมูลสินค้า

  • ประเภทการขายขาย/ให้เช่า/บริการ
  • สภาพสินค้าใหม่
  • ราคาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อมูลผู้ขาย

  • ชื่อผู้ขายDigitalD2M
  • ประเภทผู้ขายบุคคล
  • ประเภทสมาชิกสมาชิกที่ส่งหลักฐานบัตรประชาชน (M561684)
  • เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569
  • iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177
  • เปิดร้านค้าเมื่อ2 สิงหาคม 2568
  • หมายเลขโทรศัพท์0962692695
  • อีเมล
  • ข้อมูลติดต่อผู้ขาย
    Line : digitald2m
    Facebook : www.facebook.com/digitald2m
    Website : https://digitald2m.com/
    Instagram : digitald2m
  • ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา

IP ประกาศ

  • หมายเลขประกาศ22094691
  • ประเภทประกาศStandard Post
  • ลงประกาศเพื่อขาย/ให้เช่า/แลก
  • ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
  • IP ที่ลงประกาศ172.17.0.1|27.130.44.227, 27.130.44.227, 27.130.44.227
  • ลงประกาศเมื่อ5 ต.ค. 2569, 08:38:50
  • แก้ไขล่าสุดเมื่อ-
  • เลื่อนตำแหน่งล่าสุดเมื่อ--
  • โฆษณาแสดงถึงวันที่3 ม.ค. 2570
  • หมายเลขสมาชิกM561684 : DigitalD2M

ข้อมูลการส่งสินค้าและการชำระเงิน

  • รายละเอียดการส่งสินค้า-
  • วิธีการชำระเงิน-

กลับไปที่หน้าประกาศหลัก