22094682 โฆษณา Google ราคาเท่าไหร่ 2026 เทียบต้นทุนจริงแต่ละธุรกิจ ปรับงบแคมเปญให้คุ้มทุนแท้จริง

 

"โฆษณา Google ราคาเท่าไหร่ คือคำถามที่ตอบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะมันไม่มีราคากลาง มีแต่ราคาที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจ"

ถ้าคุณกำลังมองหาคำตอบว่าโฆษณา Google ราคาเท่าไหร่ เพื่อจะตั้งงบประมาณ บอกตรง ๆ ว่าคำถามนี้ตอบยากกว่าที่คิด เพราะ Google Ads ไม่ได้ทำงานแบบป้ายราคาสินค้าที่มีเลขตายตัว มันเป็นระบบประมูลที่ราคาขึ้นอยู่กับคู่แข่งในตลาดเดียวกัน พฤติกรรมการค้นหาของลูกค้า และคุณภาพของโฆษณาคุณเองด้วย

ปัญหาที่พบบ่อยในงานที่ปรึกษา คือเจ้าของธุรกิจไปอ่านบทความหรือฟังเพื่อนบอกว่า "ยิง Google Ads ใช้วันละ 300 ก็พอ" แล้วเอามาใช้กับธุรกิจตัวเองทันที โดยไม่รู้ว่าตัวเลขนั้นมาจากอุตสาหกรรมไหน คีย์เวิร์ดกลุ่มไหน และมีการแข่งขันระดับไหน สุดท้ายงบหมดเร็วกว่าที่คิด แล้วก็สรุปว่า Google Ads แพงเกินไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วปัญหาอยู่ที่การตั้งงบไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงของอุตสาหกรรมตัวเอง

สิ่งที่บทความนี้จะทำต่างจากที่คุณเคยอ่านมา คือเราจะไม่พูดเรื่องงบบานปลาย 200 เปอร์เซ็นต์ หรือ AI ช่วยตัดราคา แต่จะพาไปดูต้นทุนจริงแยกตามอุตสาหกรรมในตลาดไทย ว่าทำไมธุรกิจประกันถึงจ่ายต่อคลิกแพงกว่าร้านขายของตกแต่งบ้านหลายเท่า และทำไมธุรกิจเดียวกันในสองช่วงเวลาถึงจ่ายราคาไม่เท่ากัน

เพราะสุดท้ายแล้ว คำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่ "โฆษณา Google ราคาเท่าไหร่" แต่ควรเป็น "ราคาระดับนี้ของอุตสาหกรรมฉัน ธุรกิจฉันรับไหวหรือเปล่า และคุ้มกับ Revenue ที่จะได้กลับมาจริงหรือไม่" ถ้าตอบคำถามนี้ไม่ได้ ต่อให้รู้ตัวเลขราคาแม่นแค่ไหนก็ยังเสี่ยงเสียเงินเปล่าอยู่ดี

สารบัญบทความ

1. โฆษณา Google ราคา คืออะไร และทำไมแต่ละธุรกิจจ่ายไม่เท่ากัน
2. ปัจจัยที่กำหนดราคาโฆษณา Google Ads
3. ตารางเทียบต้นทุนโฆษณา Google ราคาแยกตามอุตสาหกรรมในไทย
4. ทำไมอุตสาหกรรมประกันและกฎหมายมีราคาต่อคลิกสูงที่สุด
5. Framework PRICE: วิธีประเมินงบโฆษณา Google ให้แม่นยำ
6. Masterclass: กรณีศึกษาการตั้งงบจริง
7. Danger Zone: จุดพลาดที่ทำให้งบบานปลาย
8. Checklist ก่อนตั้งงบโฆษณา Google Ads
9. คำถามที่พบบ่อย
10. สรุป: จะรู้ได้อย่างไรว่างบที่ตั้งไว้เหมาะกับธุรกิจ

โฆษณา Google ราคา คืออะไร และทำไมแต่ละธุรกิจจ่ายไม่เท่ากัน

โฆษณา Google ราคาไม่ได้ถูกกำหนดจาก Google ฝ่ายเดียว แต่เกิดจากระบบประมูลแบบ Real-time ที่เรียกว่า Ad Auction ทุกครั้งที่มีคนค้นหาคำหนึ่งคำ Google จะเปิดประมูลทันที ผู้ที่ชนะไม่ใช่คนที่จ่ายแพงที่สุดเสมอไป แต่เป็นคนที่มี Ad Rank สูงที่สุด ซึ่งคำนวณจากราคาที่ประมูล คูณกับคุณภาพของโฆษณาและหน้า Landing Page

นี่คือเหตุผลที่สองธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน อาจจ่ายราคาต่อคลิกต่างกันได้หลายเท่า เพราะ Quality Score ไม่เท่ากัน ธุรกิจที่โฆษณาตรงกับ Search Intent ของคนค้นหา และมีหน้า Landing Page ที่โหลดเร็วตอบโจทย์ อาจจ่ายถูกกว่าคู่แข่งที่ยิงแบบเดาสุ่ม ทั้งที่แข่งคำค้นเดียวกัน

ดังนั้นคำถามที่ควรถามต่อคือ ถ้าสองธุรกิจอยู่ในกลุ่มเดียวกันแต่ราคาต่างกัน ปัญหาอยู่ที่การแข่งขันของตลาด หรืออยู่ที่คุณภาพแคมเปญของเราเอง

ปัจจัยที่กำหนดราคาโฆษณา Google Ads

ก่อนจะไปดูตารางเทียบราคา ต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรบ้างที่ดันราคาขึ้นหรือลง เพราะถ้าเข้าใจปัจจัยพวกนี้ คุณจะรู้ว่าตัวเลขในตารางเป็นแค่จุดอ้างอิง ไม่ใช่ราคาตายตัวที่ธุรกิจคุณต้องจ่ายเป๊ะ ๆ

- ความเข้มข้นของการแข่งขัน: ยิ่งมีคนประมูลคำค้นเดียวกันเยอะ ราคายิ่งสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ Customer Lifetime Value สูง เช่น ประกัน กฎหมาย การเงิน

- Search Intent ของคีย์เวิร์ด: คำที่มี Intent ใกล้การซื้อ เช่น "ซื้อ" "ราคา" "ใกล้ฉัน" มักแพงกว่าคำที่เป็นข้อมูลทั่วไป เพราะคนที่ลงโฆษณาต่างมองว่าคำเหล่านี้ใกล้ Conversion มากกว่า

- Quality Score: คะแนนคุณภาพโฆษณา ยิ่งสูง Google ยิ่งลดราคาต่อคลิกให้ เพราะมองว่าโฆษณาคุณมีประโยชน์กับผู้ใช้

- ช่วงเวลาและฤดูกาล: ธุรกิจท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน หรือธุรกิจการศึกษาช่วงเปิดเทอม ราคามักพุ่งสูงกว่าช่วงปกติ

- พื้นที่ทางภูมิศาสตร์: โฆษณาที่เจาะกรุงเทพฯ มักแพงกว่าต่างจังหวัด เพราะ Purchasing Power และการแข่งขันสูงกว่า

ถ้าต้องการให้การติดตามและสรุปผลงบโฆษณาเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งเปิด Report ทุกวันเอง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่คอร์ส AI Automation for Business ซึ่งจะช่วยให้การตั้งงบไม่ใช่การเดา แต่มีข้อมูลรองรับ

ตารางเทียบต้นทุนโฆษณา Google ราคาแยกตามอุตสาหกรรมในไทย

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงราคาโดยประมาณที่พบได้บ่อยในการทำแคมเปญจริงของตลาดไทย ไม่ใช่ตัวเลขทางการจาก Google เพราะ Google ไม่เปิดเผยค่าเฉลี่ยราคาต่ออุตสาหกรรมแบบทางการ ตัวเลขนี้จึงควรใช้เป็นจุดอ้างอิงคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องยึดตายตัว

อุตสาหกรรม: ประกันภัย / การเงิน
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 40 - 150+
ระดับการแข่งขัน: สูงมาก

อุตสาหกรรม: กฎหมาย / ทนายความ
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 35 - 120
ระดับการแข่งขัน: สูงมาก

อุตสาหกรรม: อสังหาริมทรัพย์
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 20 - 80
ระดับการแข่งขัน: สูง

อุตสาหกรรม: การศึกษา / คอร์สเรียน
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 10 - 40
ระดับการแข่งขัน: ปานกลาง-สูง

อุตสาหกรรม: คลินิก / ความงาม
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 8 - 35
ระดับการแข่งขัน: ปานกลาง-สูง

อุตสาหกรรม: E-commerce ทั่วไป
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 3 - 15
ระดับการแข่งขัน: ปานกลาง

อุตสาหกรรม: ร้านอาหาร / บริการท้องถิ่น
ช่วง CPC โดยประมาณ (บาท): 2 - 10
ระดับการแข่งขัน: ต่ำ-ปานกลาง

สังเกตไหมว่าช่วงราคาของแต่ละอุตสาหกรรมห่างกันเป็น 10 เท่าได้ นี่คือเหตุผลที่การเอางบจากอุตสาหกรรมหนึ่งไปใช้กับอีกอุตสาหกรรมหนึ่งโดยไม่ปรับ เป็นความเสี่ยงที่ทำให้งบหมดเร็วหรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มทุน

ทำไมอุตสาหกรรมประกันและกฎหมายมีราคาต่อคลิกสูงที่สุด

คำตอบไม่ได้ซับซ้อน แต่คนมักมองข้าม นั่นคือ Customer Lifetime Value ของลูกค้าในอุตสาหกรรมเหล่านี้สูงมาก ลูกค้าหนึ่งคนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต อาจสร้างรายได้ให้ธุรกิจหลักแสนตลอดอายุสัญญา ขณะที่ลูกค้าหนึ่งคนที่ซื้อของออนไลน์ชิ้นเล็ก ๆ อาจสร้างรายได้แค่ไม่กี่ร้อยบาท

เมื่อ Value ต่อลูกค้าสูง ธุรกิจเหล่านี้ก็พร้อมจ่ายค่าคลิกแพงขึ้น เพราะต่อให้ Conversion Rate ต่ำ แค่ปิดได้ไม่กี่เคสก็คุ้มทุนแล้ว นี่คือจุดที่ธุรกิจเล็กต้องระวัง ถ้าเอาตรรกะนี้ไปใช้กับสินค้าที่ Margin ต่ำ โดยไม่คำนวณ Lead Quality และ Conversion Rate ของตัวเองก่อน อาจเจอปัญหาจ่ายแพงแต่ไม่คุ้มทุน

ตามหลักการประมูลโฆษณา ราคาต่อคลิกจริงจะถูกกดให้ต่ำที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการชนะอันดับถัดไป ไม่ใช่ราคาสูงสุดที่คุณตั้งไว้เสมอไป นี่คือเหตุผลที่การตั้งงบแบบเข้าใจกลไกจะช่วยประหยัดได้มากกว่าการเดา

Framework PRICE: วิธีประเมินงบโฆษณา Google ให้แม่นยำ

เพื่อไม่ให้การตั้งงบเป็นการเดา ผมสรุปเป็น Framework ที่ชื่อว่า PRICE ซึ่งช่วยให้คุณประเมินงบโฆษณา Google ราคาที่เหมาะกับธุรกิจตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

1. P - Platform Auction: เข้าใจก่อนว่าราคาเกิดจากการประมูลแบบ Real-time ไม่ใช่ราคาคงที่ ดังนั้นควรเผื่องบสำหรับช่วงที่การแข่งขันสูงขึ้นกว่าปกติ

2. R - Relevance (Quality Score): ตรวจว่าโฆษณา คำค้นหา และ Landing Page สอดคล้องกันแค่ไหน ยิ่งสอดคล้องมาก ยิ่งจ่ายถูกลง

3. I - Industry Benchmark: ใช้ตัวเลขอุตสาหกรรมตัวเองเป็นฐาน ไม่ใช่ตัวเลขที่เพื่อนบอกมาจากธุรกิจคนละประเภท

4. C - Customer Lifetime Value: คำนวณว่าลูกค้าหนึ่งคนสร้างรายได้ให้ธุรกิจเท่าไหร่ตลอดอายุความสัมพันธ์ เพื่อตัดสินว่าจ่ายค่าคลิกแพงแค่ไหนถึงยังคุ้ม

5. E - Evaluate & Automate: ติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ และใช้ระบบอัตโนมัติช่วยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ แทนที่จะเช็กมือทุกวัน

ถ้าต้องการให้การติดตามและสรุปผลงบโฆษณาเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งเปิด Report ทุกวันเอง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่คอร์ส AI Automation for Business

Masterclass: กรณีศึกษาการตั้งงบจริง

1. ธุรกิจคลินิกความงามที่เผื่องบผิดช่วงเวลา

แนวคิด: คลินิกหนึ่งตั้งงบตามตัวเลขเฉลี่ยทั้งปี แต่ไม่ได้เผื่อช่วงที่คู่แข่งอัดโปรโมชันหนัก ทำให้ CPC พุ่งกะทันหันในบางเดือน

วิธีการนำไปปรับใช้: ตั้งงบแบบยืดหยุ่นรายเดือน แทนที่จะล็อกตัวเลขเดียวทั้งปี และเผื่องบสำรอง 15-20 เปอร์เซ็นต์สำหรับช่วงแข่งขันสูง

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: หากต้องการให้ AI ช่วยจับสัญญาณว่าช่วงไหนการแข่งขันในตลาดกำลังสูงขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความเรื่องการตลาดทางภูมิศาสตร์ 2026

2. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คำนวณ Lead Quality ผิด

แนวคิด: ร้านค้าออนไลน์เห็นว่าคลิกถูกจึงเทงบเพิ่ม แต่ไม่ได้ดูว่าคนที่คลิกเป็นกลุ่มที่มี Intent จะซื้อจริงหรือแค่เดินผ่าน

วิธีการนำไปปรับใช้: แยกดู Conversion Rate ตาม Ad Group ไม่ใช่ดูแค่ CPC รวม เพื่อหาว่าคลิกถูกกลุ่มไหนที่แปลงเป็นยอดขายจริง

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ถ้าสนใจมุมที่ AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อแบบอัตโนมัติ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเรื่องการค้าอิเล็กทรอนิกส์ AI

3. ธุรกิจกฎหมายที่ไม่คำนวณ LTV ก่อนตั้งงบ

แนวคิด: สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งเห็นว่า CPC แพงเลยถอยไม่ลงโฆษณา ทั้งที่ลูกค้าหนึ่งเคสสร้างรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสน

วิธีการนำไปปรับใช้: คำนวณ Customer Lifetime Value ก่อนตัดสินใจเรื่องราคา ถ้า LTV สูงพอ CPC ที่ดูแพงอาจยังคุ้มทุนอยู่

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ธุรกิจลักษณะนี้ควรวัดผลทั้ง Funnel ไม่ใช่แค่ราคาต่อคลิก เพื่อดูว่าสุดท้ายแล้วธุรกิจได้ Revenue กลับมาคุ้มหรือไม่

Danger Zone: จุดพลาดที่ทำให้งบบานปลาย

ข้อผิดพลาดที่ 1: เอาราคาอุตสาหกรรมอื่นมาใช้กับธุรกิจตัวเอง

เห็นคนอื่นบอกว่าใช้งบวันละเท่านี้พอ แล้วก็เอามาใช้ตรง ๆ โดยไม่ดูว่าอุตสาหกรรมต่างกัน ผลเสียคืองบหมดเร็วกว่าที่คาด แนวทางคือต้องดูตัวเลขอ้างอิงเฉพาะอุตสาหกรรมตัวเองก่อนเสมอ

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่เผื่องบสำหรับช่วงการแข่งขันสูง

ตั้งงบคงที่ทั้งปีโดยไม่ดูฤดูกาลหรือช่วงที่คู่แข่งอัดแคมเปญ ผลเสียคือ CPC พุ่งกะทันหันจนงบไม่พอใช้ แนวทางคือเผื่องบสำรองและติดตามแนวโน้มตลาดสม่ำเสมอ

ข้อผิดพลาดที่ 3: มองแค่ CPC โดยไม่ดู Quality Score

คิดว่าราคาต่อคลิกแพงเพราะตลาดแข่งขันสูงอย่างเดียว โดยไม่ตรวจว่าโฆษณาตัวเองมีความเกี่ยวข้องพอหรือไม่ ผลเสียคือเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น แนวทางคือตรวจ Quality Score และปรับ Ad Copy กับ Landing Page ให้สอดคล้องกันก่อน

ข้อผิดพลาดที่ 4: ตั้งงบจากความรู้สึกไม่ใช่จาก LTV

มองว่า CPC แพงแล้วถอย ทั้งที่ยังไม่ได้คำนวณว่าลูกค้าหนึ่งคนสร้างรายได้เท่าไหร่ ผลเสียคือพลาดโอกาสในตลาดที่จริง ๆ แล้วยังคุ้มทุน แนวทางคือคำนวณ Customer Lifetime Value ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่แยกวัดผลตามกลุ่มคีย์เวิร์ดหรือ Ad Group

ดูแค่ค่าเฉลี่ยรวมของทั้งบัญชี โดยไม่รู้ว่ากลุ่มไหนที่แบกผลลัพธ์จริง ผลเสียคือเสียเงินไปกับกลุ่มที่ไม่ได้ผล แนวทางคือแยกวิเคราะห์ Performance รายกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ

Checklist ก่อนตั้งงบโฆษณา Google Ads

- ตรวจว่ารู้ช่วงราคา CPC โดยประมาณของอุตสาหกรรมตัวเองแล้วหรือยัง

- คำนวณ Customer Lifetime Value ของลูกค้าหนึ่งคนแล้วหรือยัง

- ตรวจ Quality Score ของแคมเปญก่อนตั้งงบเพิ่มแล้วหรือยัง

- แยกดู Conversion Rate ตาม Ad Group แทนที่จะดูค่าเฉลี่ยรวม

- เผื่องบสำรองสำหรับช่วงที่การแข่งขันสูงกว่าปกติแล้วหรือยัง

- ตรวจ Search Intent ของคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ว่าตรงกับ Funnel Stage ไหน

- ตรวจ Conversion Tracking ว่าทำงานถูกต้องก่อนเริ่มเทงบเพิ่ม

- เปรียบเทียบราคาที่ตั้งไว้กับ Margin ของสินค้าหรือบริการแล้วหรือยัง

- มีแผนติดตามผลรายสัปดาห์ ไม่ใช่ตั้งแล้วปล่อยทิ้งไว้ทั้งเดือน

- ตรวจว่า Landing Page โหลดเร็วและสอดคล้องกับโฆษณาแล้วหรือยัง

- มีระบบหรือเครื่องมือช่วยสรุป Report แทนการเช็กมือทุกวันแล้วหรือยัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโฆษณา Google ราคา

โฆษณา Google ราคาขั้นต่ำเริ่มต้นเท่าไหร่

Google Ads ไม่มีงบขั้นต่ำตายตัว สามารถเริ่มได้ตั้งแต่หลักร้อยบาทต่อวัน แต่ควรดูว่างบนั้นเพียงพอต่อการเก็บข้อมูล Conversion ให้มีนัยสำคัญหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ทำไมโฆษณา Google ราคาต่อคลิกของแต่ละธุรกิจถึงต่างกันมาก

เพราะราคาคิดจากการประมูลที่ขึ้นกับความเข้มข้นของการแข่งขัน คุณภาพโฆษณา และ Customer Lifetime Value ของลูกค้าในอุตสาหกรรมนั้น ไม่ได้มีราคากลางที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

ตารางราคาที่เห็นในบทความนี้แม่นยำแค่ไหน

เป็นช่วงราคาโดยประมาณจากประสบการณ์ทำแคมเปญจริงในตลาดไทย ไม่ใช่ตัวเลขทางการจาก Google จึงควรใช้เป็นจุดอ้างอิงเบื้องต้น แล้วตรวจสอบกับข้อมูลจริงของบัญชีโฆษณาตัวเองอีกครั้ง

ถ้า CPC ของอุตสาหกรรมเราแพง ควรเลิกใช้ Google Ads หรือไม่

ยังไม่ควรสรุปแบบนั้นทันที ควรคำนวณ Customer Lifetime Value ก่อนว่าลูกค้าหนึ่งคนสร้างรายได้เท่าไหร่ ถ้า LTV สูงพอ CPC ที่ดูแพงอาจยังคุ้มทุนอยู่

มีวิธีลดโฆษณา Google ราคาต่อคลิกโดยไม่ลดคุณภาพแคมเปญหรือไม่

มี โดยเน้นที่การปรับ Quality Score ให้สูงขึ้น เช่น ทำให้ Ad Copy ตรงกับ Search Intent มากขึ้น และปรับ Landing Page ให้โหลดเร็วและตรงกับสิ่งที่โฆษณาสัญญาไว้

สรุป: จะรู้ได้อย่างไรว่างบที่ตั้งไว้เหมาะกับธุรกิจ

บทความนี้พยายามเปิดมุมที่หลายคนมองข้าม นั่นคือโฆษณา Google ราคาไม่ได้มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ แต่ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม การแข่งขัน และคุณภาพของแคมเปญคุณเอง จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือเอาตัวเลขของธุรกิจอื่นมาใช้กับตัวเองตรง ๆ โดยไม่ปรับตามบริบท

สิ่งที่ต้องทำต่อคือ คำนวณ Customer Lifetime Value ของลูกค้าตัวเอง ตรวจ Quality Score ของแคมเปญ และแยกวิเคราะห์ Performance รายกลุ่ม แทนที่จะดูแค่ค่าเฉลี่ยรวมของทั้งบัญชี เพราะตัวเลขรวมมักซ่อนปัญหาที่แท้จริงไว้

Business Bottom Line คือ ราคาที่ดูแพงไม่ได้แปลว่าแพงเกินไปเสมอไป และราคาที่ดูถูกก็ไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป ถ้าต้องการให้การตั้งงบและวิเคราะห์ผลลัพธ์เป็นระบบมากขึ้น สามารถศึกษาการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์แคมเปญเพิ่มเติมได้

อย่าถามแค่ว่าโฆษณา Google ราคาเท่าไหร่ ต้องถามต่อว่าราคานั้นเทียบกับ Revenue ที่ธุรกิจคุณจะได้กลับมาแล้วคุ้มหรือไม่

อ่านฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบได้ที่บทความต้นฉบับครับ:
https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/google-ads-price-thailand-2026/

หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการประเมินต้นทุนโฆษณา Google ราคาให้แม่นยำ และรู้ว่างบเท่าไหนถึงจะคุ้มกับธุรกิจตัวเอง ขอแนะนำคอร์สเรียน Google Ads จาก DigitalD2M ครับ

คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจกลไกการประมูลโฆษณา ปัจจัยที่ดันราคาขึ้นลง และวิธีคำนวณว่าจ่ายค่าคลิกแพงแค่ไหนถึงยังคุ้มทุนกับ Revenue ของธุรกิจ สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที

คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/

(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)

หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวิเคราะห์ต้นทุนโฆษณา Google ที่แท้จริง และปรับแคมเปญให้คุ้มทุนสูงสุด หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ

ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass เรื่องโฆษณา Google ราคาและต้นทุนตามอุตสาหกรรม โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ข้อมูลสินค้า

  • ประเภทการขายขาย/ให้เช่า/บริการ
  • สภาพสินค้าใหม่
  • ราคาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อมูลผู้ขาย

  • ชื่อผู้ขายDigitalD2M
  • ประเภทผู้ขายบุคคล
  • ประเภทสมาชิกสมาชิกที่ส่งหลักฐานบัตรประชาชน (M561684)
  • เป็นสมาชิกเมื่อ5 มีนาคม 2569
  • iPagehttps://www.pantipmarket.com/ipage/index.php?ipage_id=200177
  • เปิดร้านค้าเมื่อ2 สิงหาคม 2568
  • หมายเลขโทรศัพท์0962692695
  • อีเมล
  • ข้อมูลติดต่อผู้ขาย
    Line : digitald2m
    Facebook : www.facebook.com/digitald2m
    Website : https://digitald2m.com/
    Instagram : digitald2m
  • ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา

IP ประกาศ

  • หมายเลขประกาศ22094682
  • ประเภทประกาศStandard Post
  • ลงประกาศเพื่อขาย/ให้เช่า/แลก
  • ที่อยู่ผู้ลงประกาศกรุงเทพมหานคร » คลองสามวา
  • IP ที่ลงประกาศ172.17.0.1|27.130.44.227, 27.130.44.227, 27.130.44.227
  • ลงประกาศเมื่อ5 ต.ค. 2569, 08:28:55
  • แก้ไขล่าสุดเมื่อ-
  • เลื่อนตำแหน่งล่าสุดเมื่อ-
  • โฆษณาแสดงถึงวันที่3 ม.ค. 2570
  • หมายเลขสมาชิกM561684 : DigitalD2M

ข้อมูลการส่งสินค้าและการชำระเงิน

  • รายละเอียดการส่งสินค้า-
  • วิธีการชำระเงิน-

กลับไปที่หน้าประกาศหลัก