22039756 Benchmark CTR คืออะไร? เทียบ Shopping Ads กับคู่แข่ง สินค้าเราน่าคลิกพอไหม
![]() | ![]() |
"ถ้า CTR ต่ำกว่าค่า Benchmark ปัญหาอาจไม่ใช่แค่ Bid แต่อาจเป็นรูปสินค้า ราคา ชื่อสินค้า หรือความน่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง"
Benchmark CTR ใน Google Shopping Ads คือ Metric ที่ช่วยให้ร้านค้า E-commerce เทียบได้ว่า อัตราการคลิกของสินค้าหรือ Product Group ของเราดีหรือแย่เมื่อเทียบกับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่ขายสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน
หลายคนยิง Shopping Ads หรือ Performance Max สำหรับ E-commerce แล้วดูแค่ CTR, CPC, Cost, Conversion หรือ ROAS ของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าตัวเลขเหล่านั้นดีหรือแย่เมื่อเทียบกับตลาดจริง
ตัวอย่างเช่น สินค้าของเรามี CTR 1.2 เปอร์เซ็นต์ ฟังดูอาจเหมือนพอใช้ได้ แต่ถ้า Benchmark CTR ของสินค้ากลุ่มเดียวกันอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าสินค้าของเราอาจน่าคลิกน้อยกว่าคู่แข่ง
ปัญหาอาจอยู่ที่รูปสินค้า ราคา ชื่อสินค้า โปรโมชั่น รีวิว หรือความน่าเชื่อถือของร้าน ไม่ใช่แค่เรื่อง Bid อย่างเดียว
นอกจาก Benchmark CTR แล้ว ยังมี Benchmark Max CPC ที่ช่วยให้ดูว่า Bid สูงสุดของเราสูงหรือต่ำเมื่อเทียบกับผู้ลงโฆษณารายอื่นในสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าเรากำลังแข่งในตลาดที่ Bid แพงกว่าเดิมหรือไม่
บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Benchmark CTR คืออะไร Benchmark Max CPC คืออะไร ใช้กับ Shopping Campaigns และ Product Groups อย่างไร Click Share เกี่ยวข้องยังไง และทำไมการดูตัวเลขเทียบตลาดถึงช่วยให้ Optimize Google Shopping Ads ได้แม่นกว่าการดูตัวเลขของตัวเองอย่างเดียว
สารบัญบทความ
1. Benchmark CTR คืออะไร
2. ทำไม Benchmark CTR สำคัญกับ Shopping Ads
3. Benchmark Max CPC คืออะไร
4. Shopping Campaigns เกี่ยวข้องกับ Benchmark อย่างไร
5. Product Groups คืออะไร ทำไมต้องดูแยกสินค้า
6. Click Share คืออะไร และควรดูร่วมกับ Benchmark ยังไง
7. CTR ของเรากับ Benchmark CTR อ่านต่างกันอย่างไร
8. ถ้า CTR ต่ำกว่า Benchmark ต้องดูอะไร
9. ถ้า Benchmark Max CPC สูงกว่าเรา แปลว่าอะไร
10. Metric ที่ควรดูร่วมกับ Benchmark CTR
11. ตัวอย่างการอ่าน Benchmark CTR ในแคมเปญจริง
12. วิธีปรับ Shopping Ads ให้แข่งกับตลาดได้ดีขึ้น
13. Framework COMPETE สำหรับวิเคราะห์ Shopping Ads
14. Masterclass วิธีใช้ Benchmark CTR แบบมืออาชีพ
15. Danger Zone จุดพลาดเวลาอ่าน Benchmark
16. Checklist ก่อนสรุปว่าสินค้าเราแพ้คู่แข่ง
17. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Benchmark CTR
18. สรุปก่อนนำไปใช้จริง
1. Benchmark CTR คืออะไร
Benchmark CTR คือค่าเปรียบเทียบอัตราการคลิกของสินค้าหรือกลุ่มสินค้าใน Google Shopping Ads กับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่ขายสินค้าคล้ายกันหรืออยู่ในตลาดใกล้เคียงกัน
CTR ปกติบอกว่า คนเห็นโฆษณาแล้วคลิกสินค้าของเรามากแค่ไหน
ส่วน Benchmark CTR ช่วยบอกว่า CTR ของเราดีหรือแย่เมื่อเทียบกับตลาด
ตัวอย่างเช่น ถ้าสินค้า A มี CTR 1.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ Benchmark CTR ของสินค้ากลุ่มนั้นอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าสินค้าของเราอาจน่าคลิกน้อยกว่าคู่แข่งในบริบทเดียวกัน
แต่ถ้าสินค้า A มี CTR 4 เปอร์เซ็นต์ และ Benchmark CTR อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าสินค้าของเราอาจดึงดูดคลิกได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
Benchmark CTR จึงมีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้เราไม่ตัดสินตัวเลข CTR จากความรู้สึก แต่ดูเทียบกับคู่แข่งจริงในหมวดสินค้าใกล้เคียงกัน
2. ทำไม Benchmark CTR สำคัญกับ Shopping Ads
Shopping Ads ต่างจาก Search Ads แบบข้อความ เพราะลูกค้าจะเห็นข้อมูลสินค้าเปรียบเทียบกันทันที เช่น รูปภาพสินค้า ราคา ชื่อสินค้า ร้านค้า โปรโมชั่น และบางครั้งอาจเห็นข้อมูลรีวิวหรือการจัดส่งประกอบด้วย
ดังนั้น CTR ใน Shopping Ads ไม่ได้ขึ้นกับข้อความโฆษณาอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความน่าสนใจของสินค้าเมื่อถูกวางเทียบกับคู่แข่งในหน้าเดียวกัน
Benchmark CTR สำคัญเพราะช่วยตอบคำถาม เช่น
- สินค้าของเราน่าคลิกกว่าคู่แข่งไหม
- รูปสินค้าดึงดูดพอหรือยัง
- ราคาของเราแข่งขันได้หรือเปล่า
- ชื่อสินค้าชัดเจนและตรงกับคำค้นไหม
- สินค้ากลุ่มไหน CTR ต่ำกว่าตลาด
- ควรปรับ Product Feed หรือหน้าเว็บก่อนเพิ่ม Bid หรือไม่
- แคมเปญที่ CTR ต่ำเป็นเพราะตลาดยาก หรือเพราะสินค้าเราไม่น่าสนใจพอ
ถ้าไม่ดู Benchmark CTR เราอาจเข้าใจผิดว่า CTR ของตัวเองดีหรือแย่จากความรู้สึก ทั้งที่จริงอาจต้องเทียบกับตลาดในหมวดเดียวกันก่อน
3. Benchmark Max CPC คืออะไร
Benchmark Max CPC คือค่าเปรียบเทียบ Bid สูงสุดหรือ Max CPC ของผู้ลงโฆษณารายอื่นที่แข่งขันในสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน
Metric นี้ช่วยให้เห็นว่าคู่แข่งในตลาดมีแนวโน้มเสนอราคาสูงหรือต่ำกว่าเราแค่ไหน โดยเฉพาะใน Shopping Campaigns ที่การแข่งขันของสินค้าแต่ละหมวดไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น ถ้า Max CPC ของเราต่ำกว่า Benchmark Max CPC มาก อาจแปลว่าเรา Bid ต่ำกว่าตลาด ทำให้มีโอกาสได้ Impression หรือ Click น้อยกว่าคู่แข่ง
แต่ถ้า Max CPC ของเราสูงกว่า Benchmark มาก ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป เพราะอาจหมายถึงเรากำลังจ่ายแพงเกินไปเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าจริง เช่น Conversion Rate ต่ำ หรือ ROAS ไม่ดี
สรุปคือ Benchmark Max CPC ช่วยให้เข้าใจระดับการแข่งขันด้าน Bid แต่การตัดสินใจจริงต้องดูร่วมกับ CTR, Click Share, Conversion, ROAS และกำไรของสินค้า
4. Shopping Campaigns เกี่ยวข้องกับ Benchmark อย่างไร
Shopping Campaigns คือแคมเปญ Google Ads ที่ใช้ข้อมูลสินค้าจาก Product Feed เพื่อแสดงโฆษณาสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ของ Google เช่น Shopping Results, Search, Images หรือพื้นที่อื่นที่รองรับรูปแบบสินค้า
สำหรับ Shopping Ads ตัวโฆษณาไม่ได้เกิดจากการเขียน Headline และ Description แบบ Search Ads ปกติ แต่เกิดจากข้อมูลใน Product Feed เช่น Product Title, Image, Price, Brand, Product Category และข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งจาก Merchant Center
Benchmark CTR และ Benchmark Max CPC จึงมีประโยชน์กับ Shopping Campaigns เพราะช่วยเทียบว่า Product Listing ของเราทำผลงานดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับสินค้าคู่แข่งในตลาดใกล้เคียงกัน
ถ้า Shopping Ads ของเรามี CTR ต่ำกว่า Benchmark ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แคมเปญอย่างเดียว แต่อาจอยู่ที่ Product Feed, รูปสินค้า, ราคา, ชื่อสินค้า หรือความน่าสนใจของข้อเสนอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
5. Product Groups คืออะไร ทำไมต้องดูแยกสินค้า
Product Groups คือการจัดกลุ่มสินค้าใน Shopping Campaigns เพื่อให้เราดูและบริหารผลลัพธ์ตามกลุ่มสินค้าได้ เช่น แยกตามหมวดหมู่ แบรนด์ SKU ประเภทสินค้า หรือ Custom Label
การดู Benchmark CTR แค่ระดับแคมเปญรวมอาจกว้างเกินไป เพราะสินค้าคนละกลุ่มอาจมีการแข่งขันไม่เหมือนกัน
เช่น สินค้าราคาถูกอาจ CTR สูง แต่กำไรต่ำ ส่วนสินค้าพรีเมียมอาจ CTR ต่ำกว่า แต่กำไรต่อออเดอร์สูงกว่า
การดู Benchmark ในระดับ Product Groups ช่วยให้เห็นละเอียดขึ้นว่า
- สินค้ากลุ่มไหนน่าคลิกกว่าตลาด
- สินค้ากลุ่มไหนแพ้คู่แข่งในหน้า Shopping
- สินค้ากลุ่มไหน Bid ต่ำเกินไป
- สินค้ากลุ่มไหน CTR ดีแต่ Conversion แย่
- สินค้ากลุ่มไหนควรปรับ Feed หรือรูปภาพก่อนเพิ่มงบ
สำหรับร้าน E-commerce การดูระดับ Product Groups จึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้ Optimize ตามกลุ่มสินค้าจริง ไม่ใช่แก้ทั้งแคมเปญแบบเหมารวม
6. Click Share คืออะไร และควรดูร่วมกับ Benchmark ยังไง
Click Share คือสัดส่วนของคลิกที่โฆษณาได้รับเมื่อเทียบกับจำนวนคลิกทั้งหมดที่โฆษณามีโอกาสได้รับในตลาดหรือพื้นที่แข่งขันนั้น
Metric นี้ช่วยให้เข้าใจว่าเรากำลังเก็บคลิกจากโอกาสทั้งหมดได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้า Benchmark CTR สูงกว่าของเรา และ Click Share ของเราต่ำ อาจแปลว่าสินค้าของเราเสียโอกาสให้คู่แข่งทั้งในมุมความน่าคลิกและการเข้าถึงคลิก
ตัวอย่างการอ่านร่วมกัน:
CTR ต่ำกว่า Benchmark และ Click Share ต่ำ:
สินค้าอาจไม่น่าคลิกและยังเก็บโอกาสได้น้อย
CTR สูงกว่า Benchmark แต่ Click Share ต่ำ:
สินค้าน่าคลิก แต่ยังมีโอกาสขยาย Impression หรือ Budget
CTR ต่ำกว่า Benchmark แต่ Click Share สูง:
โฆษณาแสดงเยอะ แต่คนไม่ค่อยคลิก อาจต้องปรับ Feed, ราคา หรือรูปสินค้า
CTR สูงกว่า Benchmark และ Click Share สูง:
สินค้าแข่งได้ดี ควรดูต่อว่า ROAS และกำไรคุ้มไหม
การดู Benchmark CTR คู่กับ Click Share จึงช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้นว่า ควรแก้ที่ความน่าสนใจของสินค้า หรือควรแก้ที่การเข้าถึงและงบโฆษณา
7. CTR ของเรากับ Benchmark CTR อ่านต่างกันอย่างไร
CTR ของเราใช้ดู Performance ภายในบัญชี ส่วน Benchmark CTR ใช้ดู Performance เมื่อเทียบกับผู้ลงโฆษณารายอื่นในสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน
CTR ของเรา
ใช้ดูอะไร:
คนเห็นสินค้าของเราแล้วคลิกมากแค่ไหน
มุมวิเคราะห์:
ดู Performance ภายในแคมเปญ
ถ้าต่ำ:
อาจต้องปรับสินค้า Feed หรือ Targeting
ถ้าสูง:
สินค้าอาจดึงดูดคลิกดี
Benchmark CTR
ใช้ดูอะไร:
CTR ของเราเมื่อเทียบกับตลาดใกล้เคียงกัน
มุมวิเคราะห์:
ดูความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่ง
ถ้าต่ำ:
อาจแปลว่าเราแพ้คู่แข่งในความน่าคลิก
ถ้าสูง:
สินค้าอาจทำได้ดีกว่าตลาดในมุม CTR
สรุปง่าย ๆ คือ CTR บอกว่าโฆษณาของเราน่าคลิกไหม ส่วน Benchmark CTR บอกว่าโฆษณาของเราน่าคลิกกว่าหรือน้อยกว่าคู่แข่งแค่ไหน
8. ถ้า CTR ต่ำกว่า Benchmark ต้องดูอะไร
ถ้า CTR ของสินค้าต่ำกว่า Benchmark CTR อย่าเพิ่งสรุปทันทีว่า Bid ต่ำหรือแคมเปญพัง เพราะ Shopping Ads มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจคลิกหรือไม่คลิก
สิ่งที่ควรตรวจ เช่น
- รูปสินค้าชัดเจนและดูน่าซื้อหรือไม่
- ราคาแพงกว่าคู่แข่งมากเกินไปหรือเปล่า
- ชื่อสินค้าบอกจุดเด่นและ Keyword สำคัญชัดไหม
- สินค้าแสดงกับคำค้นที่ตรง Intent หรือไม่
- มีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่สู้คู่แข่งได้ไหม
- ข้อมูลใน Product Feed ครบและถูกต้องหรือไม่
- สินค้าอยู่ในกลุ่ม Product Groups ที่ควรแยกวิเคราะห์หรือไม่
- หน้าสินค้าหรือร้านค้ามีความน่าเชื่อถือพอหรือเปล่า
หลายครั้งการเพิ่ม Bid อย่างเดียวอาจช่วยให้แสดงมากขึ้น แต่ไม่ช่วยให้คนคลิกมากขึ้น ถ้าสินค้ายังดูไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ดังนั้นถ้า CTR ต่ำกว่า Benchmark ให้เริ่มจากการตรวจ Product Feed, รูปสินค้า, ราคา และข้อเสนอ ก่อนสรุปว่าต้องเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid เสมอไป
9. ถ้า Benchmark Max CPC สูงกว่าเรา แปลว่าอะไร
ถ้า Benchmark Max CPC สูงกว่า Max CPC ของเรา อาจแปลว่าคู่แข่งในตลาดเสนอราคาสูงกว่าเรา และเราอาจเสียโอกาสในการเข้าร่วม Auction หรือเสียตำแหน่งให้คู่แข่งบางส่วน
แต่การเห็น Benchmark Max CPC สูงกว่าเราไม่ได้แปลว่าต้องเพิ่ม Bid ทันทีทุกกรณี เพราะต้องดูว่าการเพิ่ม Bid แล้วคุ้มกับยอดขายและกำไรหรือไม่
ควรอ่านร่วมกับข้อมูลต่อไปนี้:
- CTR ของเราดีหรือแย่เมื่อเทียบกับ Benchmark CTR
- Click Share ยังมีพื้นที่ให้ขยายหรือไม่
- Conversion Rate ของสินค้านั้นดีไหม
- ROAS หรือกำไรของสินค้านั้นคุ้มกับการเพิ่ม Bid หรือไม่
- สินค้านั้นเป็นสินค้ากำไรสูงหรือกำไรต่ำ
- คู่แข่งอาจ Bid สูงเพราะตลาดแข่งขันหนัก หรือเพราะสินค้ากลุ่มนั้นมีมูลค่าสูง
ถ้าสินค้ากำไรดี Conversion Rate ดี และ Click Share ยังต่ำ การเพิ่ม Bid อาจน่าสนใจ
แต่ถ้าสินค้ากำไรต่ำและ Conversion Rate แย่ การไล่ Bid ตามคู่แข่งอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่คุ้ม
10. Metric ที่ควรดูร่วมกับ Benchmark CTR
Benchmark CTR ไม่ควรถูกใช้ตัดสินแคมเปญเดี่ยว ๆ เพราะตัวเลขนี้บอกความน่าคลิกเมื่อเทียบตลาด แต่ไม่ได้บอกว่าคลิกนั้นขายได้จริงหรือมีกำไรจริงไหม
Benchmark CTR
ใช้ดูอะไร:
CTR เทียบกับผู้ลงโฆษณารายอื่น
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ใช้ดูว่าสินค้าเราน่าคลิกกว่า หรือน้อยกว่าตลาด
Benchmark Max CPC
ใช้ดูอะไร:
Bid สูงสุดเทียบกับตลาด
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ใช้ดูว่าการแข่งขันด้าน Bid หนักแค่ไหน
CTR
ใช้ดูอะไร:
อัตราการคลิกของสินค้าเรา
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ใช้เทียบกับ Benchmark เพื่อดูความสามารถในการดึงคลิก
Click Share
ใช้ดูอะไร:
สัดส่วนคลิกที่เราเก็บได้จากโอกาสทั้งหมด
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ถ้า CTR ดีแต่ Click Share ต่ำ อาจยังมีโอกาสขยาย
Conversion Rate
ใช้ดูอะไร:
คลิกกลายเป็นยอดซื้อได้มากแค่ไหน
อ่านร่วมกันอย่างไร:
CTR สูงแต่ Conversion ต่ำ อาจดึงคนผิด Intent หรือหน้าเว็บไม่ปิดการขาย
ROAS
ใช้ดูอะไร:
รายได้เทียบกับค่าโฆษณา
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ใช้ดูว่าคลิกที่เพิ่มขึ้นคุ้มกับยอดขายหรือไม่
Gross Profit
ใช้ดูอะไร:
กำไรขั้นต้น
อ่านร่วมกันอย่างไร:
ช่วยตัดสินว่าควรเพิ่ม Bid หรือ Scale สินค้ากลุ่มนั้นไหม
หัวใจสำคัญคือ Benchmark CTR ช่วยดูความน่าคลิกเมื่อเทียบตลาด แต่การตัดสินใจเพิ่มงบหรือเพิ่ม Bid ต้องดู Conversion, ROAS และกำไรจริงประกอบด้วย
11. ตัวอย่างการอ่าน Benchmark CTR ในแคมเปญจริง
ลองดูตัวอย่างร้าน E-commerce ที่แบ่ง Product Groups ตามกลุ่มสินค้า
Product Group:
สินค้า Best Seller
CTR:
4.2 เปอร์เซ็นต์
Benchmark CTR:
3.1 เปอร์เซ็นต์
Click Share:
ต่ำ
มุมวิเคราะห์:
สินค้าน่าคลิกกว่าตลาด แต่ยังเก็บคลิกได้น้อย อาจมีโอกาสเพิ่มงบหรือ Bid ถ้า ROAS ดี
Product Group:
สินค้าราคาประหยัด
CTR:
2.8 เปอร์เซ็นต์
Benchmark CTR:
2.5 เปอร์เซ็นต์
Click Share:
สูง
มุมวิเคราะห์:
CTR แข่งได้ดี แต่ต้องดู Gross Profit เพราะสินค้าอาจกำไรต่ำ
Product Group:
สินค้าพรีเมียม
CTR:
1.1 เปอร์เซ็นต์
Benchmark CTR:
2.4 เปอร์เซ็นต์
Click Share:
ต่ำ
มุมวิเคราะห์:
สินค้าแพ้ตลาดในมุมคลิก อาจต้องปรับรูปสินค้า ราคา Title หรือ Offer
Product Group:
สินค้า Clearance
CTR:
5.5 เปอร์เซ็นต์
Benchmark CTR:
3.0 เปอร์เซ็นต์
Click Share:
สูง
มุมวิเคราะห์:
น่าคลิกและเก็บคลิกได้ดี แต่ต้องระวังว่ายอดขายมาจากสินค้ากำไรต่ำหรือไม่
จากตัวอย่างจะเห็นว่า Benchmark CTR ช่วยให้รู้ว่าสินค้ากลุ่มไหนแข่งได้ดีในตลาด แต่การตัดสินใจจริงต้องดูต่อว่า Click เหล่านั้นสร้าง Conversion, ROAS และกำไรจริงหรือไม่
12. วิธีปรับ Shopping Ads ให้แข่งกับตลาดได้ดีขึ้น
ถ้า Benchmark CTR บอกว่าสินค้าของเราน่าคลิกน้อยกว่าตลาด สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เพิ่ม Bid ทันทีเสมอไป แต่ควรตรวจองค์ประกอบที่ลูกค้าเห็นก่อนคลิก
12.1 ปรับรูปสินค้าให้ชัดและน่าคลิก
Shopping Ads แข่งกันด้วยภาพสินค้าอย่างมาก ถ้ารูปไม่ชัด ฉากรก มุมสินค้าไม่เด่น หรือดูไม่น่าเชื่อถือ CTR อาจแพ้คู่แข่งได้ง่าย
12.2 ปรับ Product Title ให้ตรงคำค้นและอ่านรู้เรื่อง
ชื่อสินค้าควรมีคำสำคัญ เช่น ประเภทสินค้า รุ่น แบรนด์ ขนาด สี หรือจุดเด่น แต่ไม่ควรยัดคำจนอ่านยาก
12.3 ตรวจราคาเทียบคู่แข่ง
ถ้าราคาแพงกว่าคู่แข่งมากโดยไม่มีเหตุผลหรือจุดขายชัดเจน ลูกค้าอาจไม่คลิก แม้สินค้าเราคุณภาพดีกว่า
12.4 ใช้โปรโมชั่นหรือข้อเสนอช่วยดึงคลิก
โปรโมชั่น เช่น ส่งฟรี ส่วนลด Bundle หรือของแถม อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อสินค้าแสดงคู่กับคู่แข่ง
12.5 แยก Product Groups ให้ละเอียดขึ้น
อย่าดูสินค้าทั้งหมดรวมกัน ควรแยกกลุ่มสินค้ากำไรสูง สินค้าขายดี สินค้าใหม่ หรือสินค้าที่ต้องการ Scale เพื่อวิเคราะห์ได้แม่นขึ้น
12.6 ดูกำไรก่อนเพิ่ม Bid
ถ้าจะเพิ่ม Bid เพื่อแข่งกับ Benchmark Max CPC ต้องดูว่าสินค้านั้นมีกำไรพอหรือไม่ ไม่ใช่ไล่ Bid ตามคู่แข่งจน ROAS และกำไรลดลง
13. Framework COMPETE สำหรับวิเคราะห์ Shopping Ads
ก่อนสรุปว่าสินค้าเราแพ้คู่แข่ง ลองใช้ Framework COMPETE เพื่อดูให้ครบทั้งความน่าคลิก การแข่งขัน และความคุ้มค่าทางธุรกิจ
C - CTR Comparison:
CTR ของเราเทียบกับ Benchmark CTR เป็นอย่างไร
O - Offer:
ข้อเสนอ ราคา โปรโมชัน และความคุ้มค่าของเราสู้คู่แข่งได้ไหม
M - Max CPC:
Max CPC ของเราเทียบกับ Benchmark Max CPC เป็นอย่างไร
P - Product Feed:
Title, Image, Category และข้อมูลสินค้าใน Feed พร้อมหรือยัง
E - Engagement:
ลูกค้าเห็นแล้วคลิกและสนใจสินค้าจริงหรือไม่
T - True Profit:
สินค้านี้ขายแล้วมีกำไรจริงไหม
E - Execution:
ควรปรับ Feed, ราคา, รูปภาพ, Bid หรือ Budget อย่างไร
ตัวอย่างการใช้ Framework COMPETE:
- CTR Comparison: CTR ต่ำกว่า Benchmark CTR มาก
- Offer: ราคาแพงกว่าคู่แข่งและไม่มีโปรโมชันชัดเจน
- Max CPC: Bid ใกล้เคียงตลาดแล้ว จึงไม่ใช่ปัญหาหลักเรื่อง Bid
- Product Feed: Product Title ไม่ระบุรุ่นและจุดเด่น
- Engagement: คนเห็นเยอะแต่คลิกต่ำ
- True Profit: สินค้ามีกำไรดี ถ้าปรับให้คนคลิกเพิ่มน่าจะคุ้ม
- Execution: ควรปรับรูปสินค้า Title และข้อเสนอ ก่อนเพิ่มงบ
14. Masterclass: วิธีใช้ Benchmark CTR แบบมืออาชีพ
Masterclass 1: CTR ต่ำกว่า Benchmark ไม่ได้แปลว่าต้องเพิ่ม Bid ก่อนเสมอไป
แนวคิด:
ถ้าสินค้าคลิกน้อยกว่าตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่รูปสินค้า ราคา Title หรือ Offer ไม่ใช่แค่ Bid ต่ำ
วิธีนำไปใช้:
ตรวจ Product Feed และหน้ารายการสินค้าก่อนเพิ่ม Bid โดยเฉพาะรูปสินค้า ชื่อสินค้า ราคา โปรโมชัน และความชัดเจนของจุดขาย
ตัวอย่าง:
ถ้ารูปสินค้าไม่ชัดและราคาแพงกว่าคู่แข่ง การเพิ่ม Bid อาจทำให้แสดงมากขึ้น แต่ CTR ยังต่ำและเสียเงินมากขึ้นกว่าเดิม
Masterclass 2: Product Groups ต้องแยกตามบทบาท ไม่ใช่ดูรวมทั้งร้าน
แนวคิด:
สินค้าแต่ละกลุ่มมีการแข่งขัน ราคา Margin และพฤติกรรมคลิกไม่เหมือนกัน ถ้าดูรวมทั้งร้านอาจมองไม่เห็นปัญหาจริง
วิธีนำไปใช้:
แยก Product Groups ตามหมวดสินค้า Best Seller สินค้ากำไรสูง สินค้าใหม่ หรือสินค้าที่ต้องการเคลียร์สต็อก แล้วเทียบ Benchmark ของแต่ละกลุ่ม
ตัวอย่าง:
สินค้าราคาถูกอาจ CTR สูงกว่า Benchmark แต่กำไรต่ำ ส่วนสินค้าพรีเมียม CTR ต่ำกว่า Benchmark แต่ถ้าปรับ Feed ดีขึ้น อาจสร้างกำไรมากกว่า
Masterclass 3: Benchmark ช่วยเทียบตลาด แต่กำไรจริงเป็นตัวตัดสินสุดท้าย
แนวคิด:
Benchmark CTR และ Benchmark Max CPC ช่วยให้รู้ว่าเราแข่งกับตลาดได้ดีแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าสินค้านั้นทำกำไรจริงหรือไม่
วิธีนำไปใช้:
ใช้ Benchmark เพื่อหาโอกาสปรับ Feed และ Bid แต่ก่อน Scale งบต้องดู Conversion Rate, ROAS, Gross Profit และสินค้าที่ขายจริงร่วมด้วย
ตัวอย่าง:
สินค้าหนึ่ง CTR สูงกว่า Benchmark มาก แต่ถ้าขายแล้วกำไรต่ำหรือมี Return สูง การเพิ่มงบอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
15. Danger Zone จุดพลาดเวลาอ่าน Benchmark
ข้อผิดพลาดที่ 1: เห็น CTR ต่ำกว่า Benchmark แล้วเพิ่ม Bid ทันที
CTR ต่ำอาจเกิดจากสินค้าไม่น่าคลิก ไม่ใช่ Bid ต่ำ ผลเสียคือจ่ายแพงขึ้นแต่ยังคลิกต่ำ แนวทางคือตรวจรูปสินค้า ราคา Product Title และ Offer ก่อน
ข้อผิดพลาดที่ 2: ดู Benchmark รวมทั้งแคมเปญโดยไม่แยก Product Groups
สินค้าต่างกลุ่มมีการแข่งขันต่างกัน ผลเสียคือแก้ผิดจุดหรือเพิ่มงบให้สินค้าผิดกลุ่ม แนวทางคือแยกวิเคราะห์ตามหมวดสินค้า SKU หรือ Custom Label
ข้อผิดพลาดที่ 3: คิดว่า CTR สูงกว่า Benchmark แปลว่าควร Scale ทันที
CTR สูงบอกว่าน่าคลิก แต่ไม่ได้บอกว่าขายได้หรือกำไรดี ผลเสียคือ Scale สินค้าที่คลิกดีแต่ไม่ทำเงิน แนวทางคือดู Conversion Rate, ROAS และ Gross Profit ร่วมด้วย
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไล่ Benchmark Max CPC ตามคู่แข่งโดยไม่ดู Margin
คู่แข่งอาจยอมจ่ายแพงเพราะ Margin สูงกว่า หรือมี LTV ดีกว่า ผลเสียคือเรา Bid สูงเกินกำไรจริง แนวทางคือเพิ่ม Bid เฉพาะสินค้าที่มี Conversion และกำไรคุ้ม
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ปรับ Product Feed ทั้งที่ปัญหาอยู่ตรงนั้น
Shopping Ads พึ่งพา Feed มาก ถ้า Title, Image, Category หรือข้อมูลสินค้าผิด CTR อาจต่ำกว่าตลาด ผลเสียคือแคมเปญเสียโอกาสตั้งแต่ก่อนคลิก แนวทางคือ Optimize Feed เป็นงานหลักของ Shopping Ads
16. Checklist ก่อนสรุปว่าสินค้าเราแพ้คู่แข่ง
- ดู Benchmark CTR แล้วหรือยังว่าสินค้าเราเทียบตลาดเป็นอย่างไร
- ดู Benchmark Max CPC แล้วหรือยังว่าคู่แข่ง Bid แรงกว่าเราไหม
- แยกดูตาม Product Groups แล้วหรือยัง
- ดู Click Share แล้วหรือยังว่าเรายังเสียโอกาสคลิกมากแค่ไหน
- ตรวจ Product Title แล้วหรือยังว่าชัดและมี Keyword สำคัญ
- ตรวจรูปสินค้าแล้วหรือยังว่าน่าคลิกเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
- เทียบราคากับคู่แข่งแล้วหรือยัง
- มีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่สู้ตลาดได้หรือไม่
- ดู Conversion Rate แล้วหรือยังว่าคลิกที่ได้ขายจริงไหม
- ดู ROAS แล้วหรือยังว่าค่าโฆษณาคุ้มกับยอดขายหรือไม่
- ดู Gross Profit แล้วหรือยังว่าสินค้านั้นกำไรพอให้ Scale ไหม
- ไม่ได้เพิ่ม Bid เพียงเพราะเห็น Benchmark Max CPC สูงกว่าใช่ไหม
17. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Benchmark CTR
17.1 Benchmark CTR คืออะไรแบบสั้น ๆ
Benchmark CTR คือค่าเปรียบเทียบ CTR ของ Shopping Ads กับผู้ลงโฆษณารายอื่นในสินค้าหรือกลุ่มสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เพื่อดูว่าสินค้าเราน่าคลิกกว่าหรือน้อยกว่าตลาด
17.2 Benchmark Max CPC คืออะไร
Benchmark Max CPC คือค่าเปรียบเทียบ Max CPC ของผู้ลงโฆษณารายอื่นในสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน ใช้ดูว่าการแข่งขันด้าน Bid ในตลาดสูงหรือต่ำเมื่อเทียบกับเรา
17.3 ถ้า CTR ต่ำกว่า Benchmark ต้องเพิ่ม Bid ไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ควรตรวจรูปสินค้า ราคา Product Title, Feed และ Offer ก่อน เพราะ CTR ต่ำอาจเกิดจากสินค้าไม่น่าคลิกเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ใช่ Bid ต่ำอย่างเดียว
17.4 Product Groups สำคัญยังไงกับการดู Benchmark
Product Groups ช่วยให้แยกวิเคราะห์สินค้าตามกลุ่มได้ละเอียดขึ้น เพราะสินค้าแต่ละหมวดมี Benchmark, CPC, CTR และ Margin ไม่เหมือนกัน
17.5 Benchmark CTR สูงกว่าเรามาก แปลว่าสินค้าแพ้คู่แข่งแน่นอนไหม
ไม่เสมอไป แต่เป็นสัญญาณว่าควรตรวจความน่าสนใจของสินค้า เช่น รูป ราคา Title และ Offer รวมถึงดู Conversion และกำไรจริงก่อนตัดสินใจปรับงบหรือเพิ่ม Bid
18. สรุป: Benchmark CTR ช่วยให้รู้ว่าสินค้าเราน่าคลิกแค่ไหนเมื่อเทียบกับตลาด
Benchmark CTR ใน Google Shopping Ads คือ Metric ที่ช่วยเปรียบเทียบอัตราการคลิกของสินค้าหรือ Product Groups ของเรากับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่ขายสินค้ากลุ่มใกล้เคียงกัน
Metric นี้สำคัญมากสำหรับ E-commerce เพราะ Shopping Ads เป็นสนามที่สินค้าถูกวางเทียบกันทันที ทั้งรูปภาพ ราคา ชื่อสินค้า โปรโมชัน และความน่าเชื่อถือของร้าน
ถ้า CTR ต่ำกว่า Benchmark ปัญหาอาจไม่ใช่แค่ Bid แต่อาจเป็นรูปสินค้า ราคา ชื่อสินค้า Product Feed หรือ Offer ที่ยังไม่น่าสนใจพอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ส่วน Benchmark Max CPC ช่วยให้เห็นระดับการแข่งขันด้าน Bid ว่าคู่แข่งในสินค้ากลุ่มเดียวกันเสนอราคาสูงหรือต่ำกว่าเราแค่ไหน แต่ไม่ควรไล่ Bid ตามตลาดโดยไม่ดู Margin และกำไรจริง
การวิเคราะห์ที่ดีควรดู Benchmark CTR ร่วมกับ Benchmark Max CPC, Product Groups, Click Share, Conversion Rate, ROAS และ Gross Profit เพื่อให้รู้ว่าสินค้าไหนควรปรับ Feed สินค้าไหนควรเพิ่ม Bid และสินค้าไหนไม่ควร Scale แม้จะได้คลิกเยอะ
ถ้าธุรกิจใช้ Benchmark CTR เป็น จะเข้าใจได้ลึกขึ้นว่า Google Shopping Ads ไม่ได้แพ้หรือชนะจากงบอย่างเดียว แต่ชนะจากความน่าสนใจของสินค้าเมื่อถูกวางเทียบกับคู่แข่งจริงในตลาด
อย่าดู Shopping Ads แค่ CTR ตัวเอง ต้องเทียบด้วยว่าสินค้าน่าคลิกกว่าคู่แข่งไหม
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์ Benchmark CTR, Benchmark Max CPC, Google Shopping Ads, Product Feed, Product Groups, Click Share, ROAS และ Conversion Tracking ขอแนะนำ คอร์สเรียน Google Ads จาก DigitalD2M ครับ
คอร์สนี้เราจะสอนให้คุณเข้าใจการวิเคราะห์ Google Ads ตั้งแต่ Shopping Ads, Performance Max, Product Feed, Product Groups, Benchmark CTR, Benchmark Max CPC, Click Share, Conversion Tracking, ROAS และการอ่านกำไรจริง เพื่อให้รู้ว่าสินค้าไหนน่าคลิกพอ สินค้าไหนควรปรับ Feed และสินค้าไหนควรเพิ่มงบแบบคุ้มค่า สอนแบบจับมือทำ เจาะลึกจนสามารถนำไปใช้สเกลธุรกิจได้ทันที
คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่เลยครับ:
https://digitald2m.com/courses-list/
(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)
หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวิเคราะห์ Google Ads, Shopping Ads, Performance Max, Benchmark CTR, Product Feed, Product Groups, ROAS, Gross Profit หรือบริหารแคมเปญโฆษณาแบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ
ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:
- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/
บทความ Masterclass Benchmark CTR คืออะไร โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

