Siam Talismans
เจ้าของร้าน Login ที่นี่
หน้าร้าน
รายการสินค้า
ติดต่อร้านค้า ส่งข้อความหลังไมค์ วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการชำระเงิน เว็บบอร์ด
สมาชิกร้านค้า
สินค้าแนะนำ
หมวดสินค้า

สถิติร้านค้า
เปิดร้าน06/10/2009
อัพเดท11/01/2021
เป็นสมาชิกเมื่อ 14/09/2009
สถิติเข้าชม281130
บริการของร้านค้า
ตรวจสอบสถานะไปรษณีย์
จดหมายข่าว
ใส่ email ของท่านเพื่อรับข่าวสารร้านค้านี้

subscribe unsubscribe

ข้อมูลร้านค้า
   
ที่อยู่  Bangkok 10110
โทร.  081 8419291
Mail  wiz_19@yahoo.com
Search      Go

Home > All Product List > ขาย พระถ้ำเสือ (Tum Sua) กรุเก่า


ขาย พระถ้ำเสือ (Tum Sua) กรุเก่า

รูปภาพประกอบทั้งหมด 3 รูป

ขาย พระถ้ำเสือ (Tum Sua) กรุเก่า

ลงประกาศเมื่อวันที่  :  04/03/2015
แก้ไขล่าสุด  :  18/05/2017
ราคา  โชว์ครับ

*รับประกันแท้100%ตามสากลนิยมเก้คืนเต็มไม่จำกัดเวลาครับ
*ทางเราจะออกบัตรรับประกันส่งทางอีเมลให้ท่านโดยมีรูปถ่ายหน้า - หลัง และข้อมูลการเช่าอย่างชัดเจน ต้องนำใบรับประกันมาด้วยทุกครั้ง
*รับประกันความพอใจ30วันถ้าเกินกำหนดหัก20%ครับ
*ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะพระที่อยู่ในสภาพเดิมที่บูชาไปเท่านั้น

ข้อมูลทั่วไป / Overview:
พระถ้ำเสือ
เดิมเชื่อกันว่า เป็นพระที่สร้างในสมัยอยุธยา เพราะพบที่อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี แต่บางท่านก็เห็นว่า ศิปะของพระถ้ำเสือใกล้เคียงกับศิลปะทวาราวดีจึงสรุปเอาว่า พระถ้ำเสือเป็นพระสมัยอยุธยาล้อสมัยทวาราวดี หรือเป็นพระสร้างสมัยอยุธยา แต่ไปลอกเลียนแบบพระสมัยทวาราวดีนั้นเอง

ข้อมูลจำเพาะ / Specifications:
พระถ้ำเสือ
เดิมเชื่อกันว่า เป็นพระที่สร้างในสมัยอยุธยา เพราะพบที่อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี แต่บางท่านก็เห็นว่า ศิปะของพระถ้ำเสือใกล้เคียงกับศิลปะทวาราวดีจึงสรุปเอาว่า พระถ้ำเสือเป็นพระสมัยอยุธยาล้อสมัยทวาราวดี หรือเป็นพระสร้างสมัยอยุธยา แต่ไปลอกเลียนแบบพระสมัยทวาราวดีนั้นเอง
ต่อมาอาจารย์มนัส โอภากุล ได้เริ่มศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพระถ้ำเสืออย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และพุทธศิลป์ ผนวกกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ จนได้ข้อสรุปว่า พระถ้ำเสือเป็นพระที่สร้างสมัยทวาราวดีตอนปลาย โดยมีเหตุผลที่สำคัญ คือ พระถ้ำเสือมีศิลปะสมัยทวาราวดี และสถานที่พบก็พบในถ้ำบนภูเขาอันเป็นดินแดนแห่งทวาราวดี คืออำเภออู่ทองเพียงอำเภอเดียวเท่านั้น ส่วนอำเภอต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรีไม่เคยพบเลย และอาจารย์มนัส โอภากุล ได้พิจารณาถึงพุทธลักษณะของพระถ้ำเสือแล้ว พิจารณาว่า เป็นศิลปะสมัยทวาราวดีอย่างชัดแจ้ง คือพระถ้ำเสือ มีพระพักตร์ใหญ่ พระหนุหนา พระเนตรโปน พระขนง(คิ้ว)เป็นสันนูน พระนลาฎแคบ พระเภสโมลีสั้น พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์กว้าง ซึ่งพุทธลักษณะดังกล่าวนี้ป็นพุทธลักษณะของพระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ตามที่กล่าวมาถึงขั้นนี้เป็นผลของการศึกษาค้นคว้าของอาจารย์มนัส โอภากุล
พระถ้ำเสือ เป็นพระพิมพ์เนื้อดินที่ไม่ได้เผาหรือเรียกว่า "พระเนื้อดินดิบ" ส่วนใหญ่จะพบตามถ้ำในภูเขาลูกย่อม ๆ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่า พระถ้ำเสือก็ เพราะว่า ชาวบ้านไปพบครั้งแรกตอนที่ไปหามูลค้างคาวในถ้ำบนภูเขาชื่อเขาคอก ซึ่งเป็นภูเขาลูกหนึ่งที่เรียงตัวกันเป็นพืดอยู่ทางตะวันตกของอำเภออู่ทอง ถ้ำที่พบพระนี้เคยเป็นที่อยู่ของเสือมาก่อน จึงเป็นที่มาพากันเรียกพระที่พบว่า "พระถ้ำเสือ" ขุดพบเมื่อประมาณปี พ.ศ.2487 ผู้ที่สร้างพระถ้ำเสือคือนักบวชหรือพระฤาษีผู้ทรงศีล สร้างขึ้นมาเพื่อต้องการให้เป็นรูปเคารพเพื่อเสริมสร้างบารมี ให้แก่กษัตริย์หรือผู้นำในโอกาสอันควร โดยมีพิธีกรรมต่างๆ และขอบารมีจากพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เคารพบูชาทั้งพระพุทธเจ้า ยักษ์ เทวดา ฤาษี ให้มาสถิตย์ในรูปเคารพที่สร้างขึ้น แล้วนำไปเก็บไว้ในถ้ำน้อยใหญ่ต่างๆ ให้ผู้ที่ได้พบในภายภาคหน้านำไปสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล และอาจรวมไปถึงต้องการให้เป็นผลบุญเพิ่มพูนบารมีแก่ผู้สร้างด้วย
ส่วนเรื่องอภินิหารพระพุทธคุณของ พระถ้ำเสือในหนังสือพระฯเมืองสุพรรณ ของอาจารย์มนัส โอภากุล นั้นมีรวบรวมไว้ด้วยดังต่อไปนี้

1.ฟ้าผ่า
เมื่อ พ.ศ.2504หนังสือพิมพ์และวิทยุกระจายเสียงแพร่ข่าวออกมาว่า หนุ่มลูกทุ่ง 3 คน เดินอยู่กลางทุ่งขณะฟ้าฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมายังคนทั้งสาม ทุกคนกระเด็นไปคนละทิศละทางและไม่ไหวติงแม้ แต่น้อยเมื่อฝนหยุดญาติมาพบคนทั้ง 3 คนนอนกระจัดกระจาย 2 คน ตายสนิท อีกคนหนึ่งเพียงสลบกำลังจะงัวเงียจะลุกขึ้น เขาเอามือควานหาสายสร้อยสแตนเลส พบว่า ตกอยู่ข้างๆ ตัวของเขา ในพวงสายสร้อยมีพระถ้ำเสือห้อยอยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้น

2.ยิงเผาขน
ร.ต.ต. สุคนธ์ (ยศในขณะนั้น) ผบ.หมวดสถานีตำรวจ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2505 ไปจับนายสง่า เสือปล้นกับ พ.ต.ต.สมจิต รอง ผกก.สุพรรณบุรี ร.ต.ต.สุคนธ์ ทำเข้าไปหา นายสง่า กับพลฯกุล มาลัย เพราะรู้จักกันมาก่อนเบื้องต้นทักทายกันดีตอนหนึ่งนายสง่า ถามว่า หมวดจะมาจับผมใช่ไหม ร.ต.ต.สุคนธ์ ตอบไปตามตรงว่า เจ้านายให้มาจับ นายสง่าไม่ย่อมให้จับ พูดว่า จะเอาอย่างไรก็เอากันครั้นแล้วกระชากปืน 11 ม.ม.ออกมาจากเอวยิง ร.ต.ต.สุคนธ์ กระสุนปืนแล่นหน้าอกเบื้องซ้ายถูกสมุดพกกระเฉิดหายไป ร.ต.ต.สุคนธ์ ได้สติกระโดดเข้าตะปบมือนายสง่า จับปืนกดลงต่ำแล้วร้องเรียกให้ พลฯ กุล มาลัย เข้ามาช่วย นายสง่าสะบัดมือหลุดเซถลาออกไปพร้อมกับยกปืนจ้องมายัง ร.ต.ต. สุคนธ์ อีก แต่ไม่ไวกว่า ร.ต.ต.สุคนธ์ ควักปืนยิงไปถูกคอนายสง่าล้มฟุบลง ปืนกระเด็นหลุดจากมือ ต่อมาภรรยานายสง่าถือปืนจะมาช่วยสามี ร.ต.ต.สุคนธ์ จึงยิงขู่ลงพื้นดิน กระสุนถูกเท้านางศิริล้มลง พอดีรอง ผกก. กับพวกได้ยินเสียงปืนต่อสู้กัน จึงกรูกันเข้าจับตัวไว้ได้ทั้งสองคน และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีได้ตัดสินลงโทษไปแล้วฐานขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เมื่อ วันที่ 18 ตุลาคม 2505 กระสุนที่ยิงถูกหน้าอกทะลุสมุดพก กระเฉิดหายไปนั้น ศาลได้เอาสมุดพกนั้นมาพิสูจน์เป็นประจักษ์พยานด้วย ร.ต.ต.สุคนธ์ บอกว่าในตัวมีพระถ้ำเสือเพียงองค์เดียวเท่านั้น ตำรวจอู่ทองทุกคนพกพระถ้ำเสือเป็นประจำเมื่อออกตรวจท้องที่ วันนั้นถ้าไม่มีพระถ้ำเสือก็ไม่แน่ว่า จะมีชีวิตรอดมาได้หรือเปล่า

3.รถหล่นถนน
นายฉุ่น แซ่ม้า ชาวจีนกวางตุ้ง มาอยู่เมืองไทยนาน 20-30 ปี พูดไทยชัดถ้อยชัดคำ แต่ออกสำเนียงเป็นกวางตุ้งนิดหน่อย ทำงานอยู่กับ คุณปรีชา โรงน้ำแข็งสุพรรณบุรีและโรงสีอำเภอสามชุกสุพรรณบุรี วันหนึ่งเดินทางโดยรถจิ๊บไปแก้เครื่องยนต์ที่โรงสี อำเภอสามชุกขากลับรถวิ่งมาบนคันคลองส่งน้ำชลประทาน บังเอิญฝนตกหนักทางลูกรังลื่น รถเสียหลักหล่นไปข้างทาง นายฉุ่นไม่เป็นไร เพราะในคอมีพระถ้ำเสือพิมพ์เล็กอยู่องค์เดียวเท่านั้น
ส.ต.ท.เจริญ สถานีตำรวจภูธร อำเภอดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี มาราชการจังหวัดโดยสารรถสองแถว ส.ต.ท.เจริญ นั่งอยู่ท้ายสุด รถยนต์มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำสุพรรณชนกับรถยนต์ที่วื่งสวนมา ตัวของ ส.ต.ท. เจริญ หล่นลงจากรถยนต์มาอยู่บนพื้นถนน ปืนพกที่พกติดตัวกระเด็นห่างตัวไปไกลถึง 2-3 เมตร ส่วนคนโดยสารในรถบาดเจ็บเสือดสาด ส.ต.ท.เจริญ เมื่อลุกขึ้นช่วยเอาคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชตัวเองมิได้ปาดเจ็บเลยแม้ แต่น้อย เสร็จแล้วเข้ารายงาสนตัวต่อ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ผกก.สุพรรณบุรี ถามว่า เป็นอะไรไปเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ส.ท.ต.เจริญ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมกับบอกว่าได้ช่วยเอาคนเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เลือดจึงเปื้อนเสื้อผ้า พ.ต.อ.สมบูรณ์ ถามว่า หมู่นี้มีอะไรดีหรือจึงไม่เป็นไร ส.ต.ท.เจริญ ตอบว่า "มีพระถ้ำเสืออยู่องค์หนึ่งครับ "

Tum Sua (Budha's image of Tiger's Lair of Suphanburi Province)

It is believed that this Budha's image was made during the Dhavaravadee Period over one thousand years ago and found inside several caves in Uthong District of Suphanburi Province.
There are several eerie anecdotes of special protective power for persons who wear this type of amulet such as being struck by a lightning bolt or a .45 caliber bullet but escaped death unscathed.

 เขียนความคิดเห็น
เลือกหมวดแสดง :
ชื่อ :    เจ้าของร้าน
Email :    ส่ง Email เมื่อมีคนตอบความคิดเห็น
แนบไฟล์ :
Security Code :