Siam Talismans
เจ้าของร้าน Login ที่นี่
หน้าร้าน
รายการสินค้า
ติดต่อร้านค้า ส่งข้อความหลังไมค์ วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการชำระเงิน เว็บบอร์ด
สมาชิกร้านค้า
สินค้าแนะนำ
หมวดสินค้า

สถิติร้านค้า
เปิดร้าน06/10/2009
อัพเดท19/05/2019
เป็นสมาชิกเมื่อ 14/09/2009
สถิติเข้าชม212401
บริการของร้านค้า
ตรวจสอบสถานะไปรษณีย์
จดหมายข่าว
ใส่ email ของท่านเพื่อรับข่าวสารร้านค้านี้

subscribe unsubscribe

ข้อมูลร้านค้า
   
ที่อยู่  Bangkok 10110
โทร.  081 8419291
Mail  wiz_19@yahoo.com
Search      Go

Home > All Product List > ขาย KP Ban Kkrang Songphol Yai ทรงพลใหญ่


ขาย KP Ban Kkrang Songphol Yai ทรงพลใหญ่

รูปภาพประกอบทั้งหมด 3 รูป

ขาย KP Ban Kkrang Songphol Yai ทรงพลใหญ่

ลงประกาศเมื่อวันที่  :  02/11/2013
แก้ไขล่าสุด  :  18/05/2017
ราคา  120,000 บาท

*รับประกันแท้100%ตามสากลนิยมเก้คืนเต็มไม่จำกัดเวลาครับ
*ทางเราจะออกบัตรรับประกันส่งทางอีเมลให้ท่านโดยมีรูปถ่ายหน้า - หลัง และข้อมูลการเช่าอย่างชัดเจน ต้องนำใบรับประกันมาด้วยทุกครั้ง
*รับประกันความพอใจ30วันถ้าเกินกำหนดหัก20%ครับ
*ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะพระที่อยู่ในสภาพเดิมที่บูชาไปเท่านั้น

ข้อมูลทั่วไป / Overview:
ขุนแผนกรุวัดบ้านกร่างพิมพ์ทรงพลใหญ่หาชมยากครับ

ข้อมูลจำเพาะ / Specifications:
พระวัดบ้านกร่าง

พระเครื่องวัดนี้เป็นพระที่นักนิยมพระเครื่องนิยมสะสมรู้จักกันแพร่หลายมากมา แต่โบราณ พิมพ์พระต่างๆ ที่เคยเห็นมา มีมากกว่า 40 พิมพ์ รวมทั้งพลายเดี่ยวและพลายคู่เชื่อว่า การที่ได้เห็นและสำผัสองค์แท้ๆ สักหนึ่งองค์ของวัดนี้ก็จะทำให้การสะสมกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะ แต่ละพิมพ์ทรงจะมีแยกออกไปอีกเช่นหน้าหนุ่ม หน้ากลาง หน้า แก่ พิมพ์ ลึก พิมพ์ตื้น เนื้อหยาบ เนื้อละเอียด สี ๆ ลๆ ผมก็ได้ แต่หวังว่า คงจะมีประโยชน์สำหรับนักสะสมบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะคนสะสมพระกรุทุกวันนี้มีน้อยครับ อ้อคนแถวสุพรรณเมื่อก่อนเขาแค่เรียกว่าพระบ้านกร่างครับ ส่วนคำว่า ขุนแผนนั้น พวกเซียนกรุงเทพไปตั้งให้ทีหลังครับ

วัดบ้านกร่าง

อยู่ตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนฝั่งทิศตะวันตก ตรงข้ามกับตัวตลาดและที่ว่า การอำเภอศรีประจันต์ สันนิษฐานว่า เป็นวัดที่สร้างมานานในสมัยอยุธยาตอนกลาง ในวัดมีวิหารเก่าหลังเล็กๆ กระเบื้องมุงหลังคาเป็นกระเบื้องกาบกล้วย สมัยอยุธยา การพบพระครั้งแรกเกิดจากเจดีย์พังทลายลงราวปี พ.ศ.2440

การสร้าง

การสร้างครั้งแรกไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือเมื่อประมาณ 400 กว่าปีมาแล้ว หลวงพ่อไสว อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านกร่าง ซึ่งได้มรณภาพไปเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ท่านได้เล่าให้ฟังว่า ตอนท่านเป็นเด็กอยู่นั้น มีเจ้าอาวาสรุ่นเก่าๆ ได้ทำพระบ้านกร่างขึ้นมาเหมือนกัน โดยใช้เนื้อพระบ้านกร่างที่ชำรุดแตกหัก และได้ปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์สมัยนั้น ซึ่งเมื่อรวมอายุขัยของตอนที่พระรุ่นนั้นสร้างจนมาถึงปัจจุบันก็จะมีอายุได้ประมาณ 100 ปี ดังนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า พระบ้านกร่างที่มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไปนั้น มีการทำขึ้นมาสองรุ่น ทั้งนี้ไม่รวมถึงรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งสร้างเมื่อประมาณปี สองพันห้าร้อยสามสิบกว่านี้เอง แต่เนื้อไม่จัดเหมือนรุ่นเก่าๆ

เนื้อพระ

มีทั้งหยาบและละเอียด ลักษณะของเนื้อพระหยาบก็คือ ความหนึบพรุน เหมือนฟองเต้าหู้แห้ง เต็มไปด้วยเม็ดทรายเล็กใหญ่ และเหี่ยว มีโพรงอากาศมาก เมื่อแช่น้ำอุ่นๆ แล้ว จะมีฟองพรายอากาศเล็กๆ เหมือนไข่ปลากัดหรือฟองเบียร์และเมื่อหยิบขึ้นมาแล้วก็จะแห้งวาบอย่างรวดเร็ว ส่วนพระเนื้อละเอียด ก็จะละเอียดกว่าเนื้อชนิดหยาบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สีพระ

เท่าที่เห็นปรากฏมามี สีแดงอิฐ คือลักษณะของอิฐที่เผาสุกแล้วมีมากที่สุด สีออกน้ำตาลเหมือนใบลานแห้งก็มี บางองค์ก็ขาวมากจนเกือบสีขาวเลยก็มี แต่ทว่าหาได้น้อย สีแดงปนน้ำตาล โดยเฉพาะพระที่ใช้แล้วถูกเหงื่อไคลมาบ้าง ก็จะทำให้เกิดสีแดงคล้ำ และสีเขียวมอย หรือเขียวหม่น เขียวปนเทาปนดำคล้ายสีมะกอกสุก สีชนิดนี้มีน้อย และนิยมมากกว่าสีอื่น

จุดสังเกตอื่น

• มีแร่ดอกมะขาม คือเป็นออกไซด์ในดินชนิดหนึ่ง มีลักษณะสีแดงเลือดนก ฝังจมอยู่ในเนื้อพระเป็นเม็ดเล็กๆ

• คราบกรุ และผิวกรุ พระวัดนี้ ถูกบรรจุอยู่ในกรุ ซึ่งบุด้วยอิฐล้อมรอบทั้งสี่ด้าน แม้ แต่พื้นก็ปูด้วยอิฐ ดังนั้นคราบกรุหรือผิวกรุของพระวัดนี้ จึงมีก็ แต่น้อย แต่บางองค์ก็มีคราบกรุสีดำ ซึ่งเรียกว่ารารัก หรือราดำ ซึ่งหลุดออกได้ยากมาก เพราะเกิดจากความชื้นข้อสำคัญนั้นเนื้อพระต้องย่นและมีคราบราเป็นฝ้าติดอยู่ด้วย

• รอบกาบหมาก เป็นเส้นๆ แนวเฉียงที่เกิดทางด้านหลังของพระ ซึ่งสันนิษฐานว่า เวลาสร้างเสร็จใหม่ๆ ได้ถูกนำเอามาวางผึ่งไว้ให้แห้งบนแผ่นกระดาน ทั้งพิมพ์เดี่ยวหรือพิมพ์คู่อันว่า รอยไม้กระดานนี้จะมีปรากฎอยู่เกินครึ่งของจำนวนพระทั้งหมด

• ร่องลึกหรือว่านหลุด หมายถึงในเนื้อพระบ้านกร่างแทบทุกองค์ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ จะมีสัญลักษณ์นี้เป็นร่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งสันนิษฐานว่า เกิดจากเศษวัชพืช ซึ่งติดปนมากับดินเหนียวปนทราย เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดังนั้นหลังจากนำไปเผาแล้วก็จะกลายเป็นขี้เถ้าและจะหลุดออกไปจากเนื้อพระในที่สุดทำให้เกิดเป็นร่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ จำนวนมาก

อิทธิปาฏิหาริย์

เจ้าคุณเมธีธรรมสาร หรือหลวงพ่อไสว อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านกร่างผู้ล่วงลับไปแล้ว กล่าวกันว่านิยมกันมากในด้านอยู่ยงคงกระพัน ท่านเล่าว่า อดีตนายอำเภอศรีประจันต์ นั่งเรือหางยาวคว่ำ ถูกใบพัดเรือฟันไม่เป็นไรแค่เสื้อขาด และเมื่อหลายปีที่แล้ว มีการปล้นกันที่ตำบลทุ่งคลี อำเภอเดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี มีคนถูกยิงด้วยปืนเอ็มสิบหก ล้มคว่ำ แต่ไม่เข้า มีแค่รอยไหม้เป็นจุดๆ ที่ผิวหนัง เพราะมีพระวัดบ้านกร่าง ส่วนในประสบการณ์ของผู้เขียนมีให้ปรากฏ แต่เหตุการณ์เรื่องแคล้วคลาดทางด้านอุบัติเหตุรถยนต์ และผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความเมตตาดีนักแลครับ

Khun Paen of BanKrang Temple, Suphanburi Province

These religious votive tablets unearthed over a century ago and their displays cover over forlty plus models made largely from terra-cottas interspersed with quartz like materials. It is popularly believed that a person who owns this type of religious icon especially from this temple will be blessed with charm towards the opposite sex and be able to ward off wicked accidents.

Location of Ban Krang Monastery

Ban Krang Monastery is located on the West bank of Tha ]een River in Ban Krang sub-district of Suphanburi Province. The monastery was built sometime in the Sixteenth Century during the Ayudhaya Period.Suphanburi Province is only one hundred kilometers away from Bangkok,rich in tradition and historical heritage, it occupies over 5,000 square kilometers and administratively divided into 10 districts.

The Origin of Ban Krang Religious Icons

It was believed that those religious icons were made during the reign of King Naresuan the Great (1590-1605) which was in the middle of Ayudhaya Period.It was also reputed to commemorate the victory over the Burmese king in the gory battle on the legendary war elephant’s back over four hundred years ago. Not until one hundred years ago had religious icons from the famous Ban Krang Monastery been accidentally unearthed by the collapse of ancient stupa located next to the river bank.

Abbot Sawai, former abbot, who passed away for over twenty years ago along with my other acquaintance had recounted in anecdotes as well as in memoirs freely distributed during funeral rites of deceased persons that reside in the vicinity of Ban Krang Monastery alleging that local people were not interested in collecting religious icons of Ban Krang Monastery in the beginning.

The texture of religious icons from Ban Krang

There are two major kinds of texture - coarse and refine - but the main key components are quartz and clay. For religiously votive icons of coarse texture, they are similar to dried tofu or sponge but with lots of clay interspersed with quartz. When submerged in warm water, the icon will emanate strings of air bubbles so fine they are resembling beer suds due to its porous texture. On the other hand, the Ban Krang religious icon of refine texture will have more clay than the coarse type but again the texture is still embedded and interspersed with quartz. Once closely examined through 10X magnifying glass, one could easily spot that the texture of the icon is pitted and shriveled due to exposure of changing temperatures over several centuries in the crypt beneath the stupa near the riverbank of Tha ]een River.

The Coloration of Ban Krang Icons

Through my own experience plus other observations from avid collectors of religiously votive icons of Ban Krang Monastery, the dark reddish brown with a tad of orange tint are the most prevalent followed by the colors of yellowish brown and light gray icons. The rarest of them all is the dark olive green.

Other points of observation for authenticity

  • Every pieces of religious icon from Ban Krang Monastery has embedded bits and pieces of laterite.
  • Fast mold and mildew stains on icons that are difficult to remove.
  • Wood grain marks embedded at the back of icons created accidentally when religious icons were first air-dry on Wooden planks after icons were made and finished centuries ago.
  • Rectangular shaped pockmarks the size of a small rice grain that are perceivably scattered throughout the front and back of the icon due to the disintegration of organic matters embedded in the riverbank clay.
  • The surface texture are perceivably pitted and shriveled in most cases.

Uncanny experiences

Luang Por Sawai, the former abbot of Ban Krang Monastery, along with my other acquaintances have recounted several annecdotes of victims of both serious accidents and armed robberies who mysteriously escaped all of those mishaps unscathed with the help of only faith in religious icons of the Ban Krang Monastery that they carry with them.

 เขียนความคิดเห็น
เลือกหมวดแสดง :
ชื่อ :    เจ้าของร้าน
Email :    ส่ง Email เมื่อมีคนตอบความคิดเห็น
แนบไฟล์ :
Security Code :