วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี
อาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา
และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง
วิธีทาน:
วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ--ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน
วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)
วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง
ประโยชน์
· ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
· ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
· ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
· ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
· ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
· ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
· ช่วยคลายเครียด
ปริมาณที่แนะนำ 1,000 mg
วิตามินอี—ทานพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย แต่ห้ามทานกับธาตุเหล็ก เพราะไม่ถูกกัน
กรดอะมิโน—ให้ทานกับน้ำเปล่า ก่อนอาหาร 30 นาที หรือในขณะท้องว่าง หรือก่อนนอน หรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง 30 นาที
แคลเซี่ยม—ทานพร้อมอาหาร หรืออาหารที่ทำมาจากนมได้ยิ่งดี และควรแบ่งไม่เกิน 500 mg./ครั้ง
เหล็ก—ทานพร้อมน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง หรือน้ำส้ม ห้ามชา หรือกาแฟ
สังกะสี—หากเป้นชนิด คีเลด ให้ทานขณะท้องว่าง หากไม่ใช่ให้ทานพร้อมอาหารที่มีโปรตีนสูง
น้ำมันปลา—ไม่ใช่น้ำมันตับปลา สองอย่างนี้ต่างกัน วีธีเลือกซื้อน้ำมันปลาที่มีคุณภาพสูง ควรเลือกยี่ห้อที่มีสีเหลืองเข้ม ยิ่งเข้มยิ่งดี ถ้ามี่สีเหลืองอ่อน หรือใส จะมี่คุณภาพต่ำ สกัดโดยความร้อนสูงและใช้สารเคมี หรือให้เลือกที่มีคำว่า whole
น้ำมันอีฟนิ่ง—ให้ทานพร้อมวิตามินอี หากไม่มีวิตามินอีประโยชน์ของน้ำมันอีฟนิ่งจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว และให้ทานพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย
เลซิติน—ถ้าจะทานพร้อมอาหาร ต้องทาน 1200 mg. วันละ 2 ครั้ง การทานเลซิตินดีต่อตับและปราสาน แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่นเหงือแตก คลื่นไส้ ทอ้งอืดท้องเสีย กลิ่นตัว หัวใจเต้นผิดปกติ
สารสกัดเมล็ดองุ่น—วิธีเลือกซื้อ ให้ซื้อสารที่มีค่า OPC 90% ขึ้นไป อย่าซื้อยี่ห้อที่ไม่ได้ระบุค่า OPC หากต้องการกินเพื่ออนุมูลอิสระ ให้กินวันละ 100mg./วัน เพื่อผิวพรรณและเส้นเลือดขอด 500-600 mg./วัน รักษาโรค 500-1000 mg./วัน หลังจากกินสารสกัดเมล็ดองุ่น 24 ชม. จะมีสารออกฤทธิ์เหลืออยู่เพียง 28% ดังนั้นควรกินในเวลาเดียวกันทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกินเพื่อรักษาโรค
อะเซโรล่ เชอร์รี่—ทั่วไปจะเป็นวิตามินซีธรรมชาติ 1 มิลลิกรัม ต่อ 66 มิลลิกรัม หรือใน 1,000 mg. จะได้วิตามินซีธรรมชาติ 15 มิลลิกรัม ยกเว้น ฤแพนสฟ 3,000 สูตร 4:1 จะให้วิตามินซี 1 มิลลิกรัม ต่อ 20 มิลลิกรัมหรือใน 3000 มิลลิกรัม จะได้วิตามินซี 150 มิลลิกรัม
วิตามิน A—พบในน้ำมันตับปลา ผักสีต่าง ๆ เช่นแครอท ผักโขม และหัวบรีทรู๊ท
· ประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตามัวตอนกลางคืน
· ช่วยให้กระดูก ผม น และเหงือกแข็งแรง
· สร้างความต้านทานให้แก่ระบบหายใจ
· ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น
· ช่วยในด้านผิวรรณ ลดการอักเสบของสิว ช่วยลบจะดด่างดำและจุดยังสูงอายุ
· ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
ปริมาณที่แนะนำ
· ผู้ชายควรกินอาหารที่มีวิตามิน A 1,000 re หรือ 5000 I.U. /วัน
· ผู้หญิงควรกินอาหารให้ได้วิตามิน A 800 RE หรือ 4000 I.U./วัน
· หญิงหากกำลังตั้งครรภ์ควรกินเพิ่มเป็น 5,000 I.U./วัน
· สำหรับกินเป็นอาหารเสริม ควรกินวันละ10,000 I.U./วัน
วิตามินดี—พบมากในเนย นม เนยแข็ง และในแดด ดังนั้นเราควรตากแดดวันละ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน
ประโยชน์
· ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยในการย่อยอาหาร เพิ่มพลังงาน และช่วยรักษาสิว ทั้งนี้หากกินร่วมกันวิตามิน B6 ในขนาดสูง จะช่วยในการรักษษข้ออักเสบ และโรคเรื้อนกวาง (สะเก็ดเงิน) ได้
ประมาณที่แนะนำ ควรกินเป็นอาหารเสริมวันละ 1,000 I.U.
วิตามินอี—
ประโยชน์
· หน้าที่สำคัญที่สุดของวิตามิน E เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ คือทำให้เกิดการเผาผลาญ (oxidation) โดยมีตัวออกซิเจนเป็นตัวการสำคัญ ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ช่วยต้นการแข็งตัวของเลือด ช่วยลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด และลดอัตราเสื่ยงของการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ
· บำรุงตับ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดมากมาย
· ช่วยทำให้ระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ
· ทำให้ผิวหนังสดใส และช่วยสมานแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกให้หายเร็วขึ้น
· ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นและไม่อ่อนเพลียง่าย
ปริมาณที่แนะนำ
· ควรกินวิตามิน E เสริมขนาดเม็ดละ 400 I.U. วันละ 2 เม็ด เช้า-เย็น
· ไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจเกิดความดันโลหิตสูงได้ในบางราย วิธีแก้อาการดังกล่าวคือ ควรกินในประมาณ 100 I.U. ก่อน แล้วจึงเพิ่มปริมาณเป็น 200 I.U. และ 400 I.U. ตามลำดับ
· หากกินเหล็กและวิตามิน E พร้อมกัน จะเกิดภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน E ได้ วิธีกินคือ ควรแยกกินวิตามิน E ก่อนกินธาตุเหล็ก 8-12 ชั่วโมง
วิตามินบี
· วิตามิน B1 หรือ Thiamin
ประโยชน์
· จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อย หัวใจ และกล้ามเนื้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และแก้อาการเมาคลื่น และเมาอากาศ
· ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตและรักษางูสวัด (Herpes Zoster) ให้หายเร็วขึ้น
ปริมาณที่แนะนำ
§ ถ้าต้องการกินวิตามินชนิดนี้เป็นอาหารเสริมควรกินวันละ 1 เม็ดหลังอาหาร เม็ดละ 100 mg.
§ หากเกิดอาการเครียด ตื่นเต้น เจ็บป่วยโดยเฉพาะหลังผ่าตัด ควรกินวิตามิน B1