Narnia Vitamin C 1000 mg. Capsule
เราขอนำเสนอผลิตภัณฑ์นำเข้าจากอเมริกา วิตามินซีในรูป Ascobic acid ทีมีการผลิต ที่ได้มาตรฐานจากอเมริกา การบรรจุที่มิดชิด เพื่อคงคุณค่าของวิตามินซีเต็มเปี่ยม เพื่อผล ของการดูดซึม และ ออกฤทธิ์สูงสุด
มีจำนวน 30 เม็ดต่อ 1 กระปุก
ขนาดการรับประทานต่อวัน
แนะนำให้รับประทานเป็นประจำต่อเนื่องในกลุ่มผู้ที่เป็นหวัด ติดเชื้อง่าย ภูมิแพ้เรื้อรังผู้ที่สูบบุหรี่ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ การเผชิญมลพิษ และมลภาวะ ผู้ที่ไม่ชอบการรับประทานผักและผลไม้ ผิวพรรณหยาบกร้านหมองคล้ำ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยช่วงพักฟื้น และ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ 1000-2000 มก. หรือ ถ้าจะเทียบต่อน้ำหนักตัวควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 15 กก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.
การรับประทาน
ทานเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารทันที และ ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ห้ามรับประทานขณะท้องว่าง เพราะอาจเกิดกรดกัดกระเพาะอาหารได้)
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวิตามินซี
แหล่งที่มาวิตามินซี เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องบิรโภคเข้าไปเท่านั้น สามารถละลายน้ำได้ จะพบอยู่ทั่วไปในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงในเลือด และเม็ดเลือดขาว วิตามินซี พบมากในผัก ผลไม้สด สตอเบอรี่ วิตามินซีธรรมชาติจะสลายตัวได้ง่ายหากเก็บมาจากต้นนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้านำมาแปรรูปจะยิ่งสูญเสียวิตามินไปมากมาย หรือ แทบไม่มีเหลือเลย
ประโยชน์ของวิตามินซี
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ โรคหวัด ติดเชื้อง่าย วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและ แอนตี้บอดี้ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านทานการแพ้จากธรรมชาติ
- มีหน้าที่หลักคือการสร้าง Collagen ในกระดูก เนื้อเยื่อ หลอดเลือดหรือ กล้ามเนื้อต่าง ๆ และช่วยในการดูดซึมเหล็ก ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย และ ผิวพรรณให้ดูดีขึ้น เกรนผิวจะละเอียดขึ้น ไม่หยาบกร้าน และ ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น
- ผู้ที่มีอายุมากขึ้น เครียด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ วิตามินซีจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสาเหตุการเสื้อมของเซลล์ และ อวัยวะต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก หลอดเลือดอุดตัน โรคไขข้อ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงโรคมะเร็ง
- วิตามินซี เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อ กระดูกและฟัน และมีส่วนสำคัญต่อการสังเคราะห์โปรตีน คอลลาเจน ซึ่งทำหน้าที่ยึดเซลลด์ของร่างกายไว้ด้วยกัน จึงช่วยให้ผิวพรรณมีความหยืดหยุ่นและเกิดความกระชับ ป้องกันการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอย ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด ช่วยในการหายของแผล บำรุงรักษาเหงือก ฟัน และ กระดูกให้แข็งแรง
- ผู้ที่เป็นหมัน
- รักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือ เลือดออกตามไรฟัน
- ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กในลำไส้ รักษาโรคโลหิตจาง
- ขัดขวางอาการแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ลดโคเลสเตอรอล
ปริมาณที่ควรได้รับใน แต่ละวัน
คนที่มีร่างกายปกติ ประมาณ 75-150 มก.
เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ควรได้รับวันละ 50-100 มก.
เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป และ ผู้ใหญ่ ควรได้รับอย่างน้อยวันละ 250-1000 มก.
ผู้ที่ต้องการวิตามินซีสูงกว่ามาตรฐาน ได้แก่ ผู้ที่เป็นหวัด ติดเชื้อง่าย ภูมิแพ้เรื้อรัง ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ การเผชิญมลพิษ มลภาวะ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยช่วงพักฟื้น และ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ขนาดรับประทานวันละ 1000-2000 มก. หรือ ถ้าจะเทียบต่อน้ำหนักตัว ควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 15 กก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.
การได้รับในขนาดสูงเกินไป
ถ้าได้รับวิตามินซีขนาดสูงกว่า 2 กรัมต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อนิ่วในไตมากขึ้น เพราะร่างกายจะกำจัดวิตามินซีออกไปได้น้อยกว่าปกติ และในคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ เกาท์ ตับแข็ง และผู้ที่มีประวัติเกิดนิ่วในไต ควรระวังในการกินวิตามินซีที่มากเกินไปด้วย
Vitamin C ในรูปแบบต่าง ๆ กัน กินแล้วจะต่างกันแค่ไหน
วิตามินซีพบได้ในธรรมชาติ จากอาหาร และ ผลไม้หลายชนิด โดยไม่ว่า จะเป็นวิตามินซีจากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ก็จะไม่ให้ผลแตกต่างกันในการรักษา แต่อย่างใด หากเพียง แต่การรับประทานจากผักผลไม้จะมีความยุ่งยากมากกว่านั่นเอง เนื่องจากในท้องตลาด กลไลตลาดที่ต้องผ่านการขนส่งและตัวกลางหลายทอด ทำให้คุณค่าของวิตามินซีเสื่อมสบายลงไป หรือแทบไม่มีเลยก็ว่า ได้ ในปัจจุบันวิตามินซี ในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นที่นิยมมากกว่า มีรูปแบบที่วางขายในท้องตลาดมากมาย เช่น ascorbic acid (วิตามินซีปกติ) Vitamin C จากธรรมชาติ แบบเกลือ ascorbateแบบ buffer และ แบบผสม bioflavonoid โดยมากแล้วผู้ผลิต วิตามินในรุปแบบที่ไม่ใช่ ascorbic acid ตามปกติ มักจะอ้างว่า รูปอื่น ๆ ของเขาออกฤทธิ์ได้ดีกว่า หรือ มีการดูดซึมที่ดีกว่าแบบปกติ ในความจริงแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ เรามาดูกันทีละตัว
- Vitamin C จากการสังเคราะห์ vs. จากสารสกัดธรรมชาติ
ไม่ว่า จะได้มาจากการสังเคราะห์ หรือ จะมาจากสารสกัดธรรมชาติ โครงสร้างทางเคมีของ Vitamin Cทั้ง 2 ก็คือตัว adcorbic acid เหมือน ๆ กัน จากงานศึกษาวิจัย ไม่พบว่า มีความแตกต่างทั้งในเรื่องของbioactivity และ bioavailability รวมทั้งเรื่องสารตกค้าง ซึ่งไม่เคยมีรายงานวิจัยชิ้นไหนที่สามารถชี้ได้ว่า การกินของสังเคราะห์แล้วจะทำให้เกิดสารตกค้างมากกว่าสารธรรมชาติ
- Vitamin C ในรูปแบบยาต่างๆ เช่น ยาเม็ด แบบผง แบบยาออกฤทธิ์นาน และ แบบเคี้ยว
การดูดซึมของ vitamin C จะใช้ระบบที่เรียกว่า active transport (มีตัวพาเข้าสู่กระแสเลือด) และ passivetranspotr (อาศัยการแพร่เข้าสู่กระแสเลือด) ถ้าระดับความเข้มข้นของวิตามนิซีน้อย ๆ จะใช้แบบ activetranspotr จะอิ่มตัวแล้วหันไปใช้แบบ passive แทน ในทางทฤษฎีแล้ว การที่กินวิตามินซีให้มีระดับความเข้มข้นน้อย ๆ จึงน่าจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้มากกว่า แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ว่าวิตามินซีจะอยู่ในรูปแบบยาไหน ๆ ทั้งจะเป็นผล เป็นเม็ด ยาเคี้ยว หรือ แบบออกฤทธิ์นาน ก็ให้ผลการดูดซึมที่เท่า ๆ กัน
- Vitamin C ในรูปแบบเกลือต่าง ๆ
การที่เราทำวิตามินซีเป็นรูปแบบเกลือ เพื่อลดความเป็นกรดของตัว ascorbic acid โดยทำให้อยู่ในรูปที่เป็นกลางมากขึ้น ที่นิยมใช้ได้แก่ sodium ascotbate และ calcium ascorbate (เกลืออื่น ๆ เช่น Zincpotassium,magnesium) การทำให้อยู่ในรูปเกลือนี้ มีผลดีที่ลดความเป็นกรดของวิตามินซี และช่วยลดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการปวดท้อง หรือ ท้องเสีย ที่เกิดจากการกินแบบ ascorbic acid ได้บ้าง(งานวิจัยบางอันก็ไม่ชี้ว่า จะเป็นประโยชน์เท่าไรนัก) โดยไม่มีความแตกต่างในด้านของการดูดซึมทั้งนี้ควรนึกไว้เสมอว่า เมื่อเรากินวิตามินซีเข้าไป เราก็จะได้เกลืออื่น ๆ เข้าไปด้วย ที่ควรระวังคือในกรณีของ sodium ascorbate ซึ่งนอกจากจะได้ วิตามินซีแล้วยังได้รับโซเดียมเข้าไปด้วย (โดยปกติยาเม็ด1000 มก. จะมีโซเดียม 111 มก. บวกกับ ascorbic acid 889 มก.)
ดังนั้นในคนที่มีปัญหาต้องจำกันด โซเดียม เช่น ในคนที่เป็นความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการใช้ sodium ascorbate ในปริมาณที่สูง ๆ
- Vitamin C แบบ ester (Ester-C)
ส่วนประกอบหลักเป็น calcium ascorbate และมีสารอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วยทางบริษัทผู้ผลิตอ้างว่า estes-c มี bioavailability มากกว่า วิตามินซีแบบปกติ พร้อมทั้งมีการทดลองอ้างอิงไว้ด้วย แต่การทดลองที่ว่านั้นไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ไหนเลย และไม่เคยได้รับการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญแม้ แต่น้อย ในขณะที่การทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์กลับไม่พบว่า มันมีความแตกต่างกัน
- Vitamin C แบบ buffer
วิตามินซีในแบบ buffer ก็คือการเอา ascorbic acid มาผสมกับ วิตามนิซี ในรูปเกลือ นั่นคือ ในยา 1 เม็ดจะมีทั้ง ascorbic Acid + sodium ascorbate + calcium ascorbate ฯลฯทั้งนี้เป็นแค่ความเชื่อที่ว่า หากวิตามินซีไม่ได้อยู่ในรูปกรด จะมีการดูดซึมที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้จริงว่า เหตุการณ์นั้นจะเป็นจริง และจุดประสงค์ของการทำวิตามินซี ให้อยู่ในรูปเกลือก็ไม่ได้ทำเพื่อช่วยในการดูดซึม แต่อย่างใด โดยการใส่ไปหลาย ๆ ตัวไม่เห็นประโยชน์อันใดเลยเหตุผลเดียวที่พอจะให้ได้คือ เอาไว้หลอกเงินให้มากขึ้นเท่านั้นเอง
- Vitamin C ผสม bioflavonoid
เคยมีการศึกษาวิจัย 2 ชิ้น ที่กล่าวถึงผลของการที่ bioflavonoid จะส่งผลต่อ biovailability ของวิตามนิซีการทดลองหนึ่งให้ผลว่า ช่วยได้เล็กน้อยดังนั้นไม่ว่า จะเป็น วิตามินซีในรูปแบบไหน ๆ ก็ไม่ได้ส่งผลแตกต่างจากการกินวิตามินซี แบบปกติราคาถูก ๆ แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันคือ การตลาดของบริษัทผู้ผลิต ที่พยายามจะอวดอ้างว่า สินค้าของเขามีประโยชน์มากกว่า ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วก็เท่ากัน เพื่อที่จะทำให้สินค้าของเขาดูเหมือนจะมีคุณค่ามากกว่า จะได้ขายในราคาสูงกว่าวิตามินซีแบบราคาถูก ๆ เท่านั้น
สิ่งที่ต้องระวัง และ พึงระลึกเสมอในการเลือกซื้อวิตามินซี มารับประทาน คือ
ต้องตรวจสอบว่า ตัวเอง อยู่ในภาวะขาดหรือไม่ จากเงื่อนไขนี้ อาจจะทานขนาด 250-2000 มก.ต่อวัน คนที่ขาดวิตามินซี หรือ เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน คนที่เป็นโรคโลหิตจางชนิดขาดธาตุเหล็ก คนที่สูบบุหรี่ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร
เลือกวิตามินซีขนาดที่เหมาะสมกับตัวเอง และเลือกแบ่งรับประทานครั้งละน้อย ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ให้ได้ขนาดที่ร่างกายตัวเองต้องการต่อวัน โดยการรับประทานหลังอาหารและดื่มน้ำตามมาก ๆ งดการทานก่อนนอนเด็ดขาด
เลือกวิตามินซีในรูปอาหารเสริมที่มีการบรรจุในขวดที่กันแสงแดด เนื่องจากวิตามินซีนั้นสลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน ความชื้น และแสง
พึงระลึกไว้เสมอว่าวิตามินซีก็คือวิตามินซี ฉลาดในการเลือกซื้อ การได้ของดีราคาประหยัดไม่ใช่เรื่องยากหากใช้วิจารณญาณในการเลือกบริโภค
Narniabeauty นาร์เนียบิวตี้ ครีมนาเนีย ครีมหน้าใส