ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ22021311

Shared Budget คืออะไร ใช้งบหลายแคมเปญให้คุ้ม เพราะบางแคมเปญใช้งบไม่หมด แต่อีกแคมเปญงบหมดเร็ว

แสดงภาพทั้งหมด

"หลายบัญชี Google Ads มีปัญหาแบบเดียวกัน คือบางแคมเปญใช้งบไม่หมด แต่อีกแคมเปญงบหมดเร็วเกินไป Shared Budget จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หลายแคมเปญใช้งบร่วมกันได้ แต่ถ้าเลือกแคมเปญผิดกลุ่ม งบอาจไหลไปผิดทางได้เหมือนกัน"

Shared Budget คือการตั้งงบโฆษณาแบบก้อนกลางใน Google Ads ให้หลาย Campaign ใช้ร่วมกัน

แทนที่จะตั้ง Campaign Budget แยกทีละแคมเปญ

เหมาะกับบัญชีที่มีหลายแคมเปญเป้าหมายใกล้กัน และต้องการให้ระบบช่วยจัดสรรงบให้ยืดหยุ่นขึ้น

ตัวอย่างเช่น

เดิมคุณมี 3 แคมเปญ

แคมเปญ A งบ 500 บาทต่อวัน

แคมเปญ B งบ 500 บาทต่อวัน

แคมเปญ C งบ 500 บาทต่อวัน

รวมเป็น 1,500 บาทต่อวัน

แต่บางวันแคมเปญ A ใช้งบได้แค่ 200 บาท ขณะที่แคมเปญ B งบหมดเร็วตั้งแต่ช่วงบ่าย

การใช้ Shared Budget อาจช่วยให้ Budget ก้อนเดียวถูกนำไปใช้กับแคมเปญที่มีโอกาสมากกว่าในวันนั้นได้

แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า Shared Budget ไม่ได้แปลว่าเงินจะถูกแบ่งเท่ากันทุกแคมเปญ

ระบบจะจัดสรรงบตามโอกาสของแต่ละ Campaign ในกลุ่ม

ดังนั้นแคมเปญที่มี Volume สูงกว่า หรือใช้เงินได้ง่ายกว่า อาจใช้เงินมากกว่าแคมเปญที่ธุรกิจอยากดันเป็นพิเศษ

นี่คือเหตุผลที่ Shared Budget ไม่ควรถูกใช้แบบรวมทุกแคมเปญเข้าด้วยกันโดยไม่คิด

เพราะถ้าแคมเปญที่นำมาแชร์งบมีเป้าหมายต่างกันมาก เช่น Brand Search, Non-brand Search, Retargeting, Prospecting, Search Ads, Performance Max หรือแคมเปญทดลอง งบอาจถูกใช้ผิดทิศทางได้

บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Shared Budget คืออะไร ต่างจาก Campaign Budget ปกติอย่างไร ใช้เมื่อไรดี ไม่ควรใช้เมื่อไร และต้องดู Metric อะไรก่อนใช้ เพื่อให้การจัดงบโฆษณา Google Ads คุ้มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่งบถูกใช้หมดเร็วขึ้น

สารบัญบทความ

1. Shared Budget คืออะไร
2. Shared Budget ต่างจาก Campaign Budget ปกติอย่างไร
3. ทำไมคนยิง Google Ads ควรรู้จัก Shared Budget
4. Shared Budget ช่วยให้เงินไม่จมจริงไหม
5. เมื่อไรควรใช้ Shared Budget
6. เมื่อไรไม่ควรใช้ Shared Budget
7. Shared Budget กับ Portfolio Bid Strategy เกี่ยวข้องกันอย่างไร
8. วิธีตั้งค่า Shared Budget ใน Google Ads
9. ต้องดู Metric อะไรก่อนและหลังใช้
10. Framework SHARE สำหรับตัดสินใจก่อนใช้ Shared Budget
11. Masterclass: ตัวอย่างการใช้จริง
12. Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง
13. Checklist ก่อนใช้ Shared Budget
14. FAQ คำถามที่พบบ่อย
15. สรุปแนวคิดสำคัญ

1. Shared Budget คืออะไร

Shared Budget คือการตั้งงบรายวันเฉลี่ยก้อนเดียวให้หลาย Campaign ใช้ร่วมกันใน Google Ads

โดยระบบจะจัดสรรการใช้จ่ายระหว่างแคมเปญที่อยู่ใน Budget เดียวกันตามโอกาสของแต่ละแคมเปญ

หลักคิดของ Shared Budget คือช่วยลดปัญหางบกระจายไม่สมดุล

เช่น

- บางแคมเปญใช้งบไม่หมด
- บางแคมเปญงบหมดเร็ว
- บางแคมเปญมี Demand สูงกว่าในบางวัน
- บางแคมเปญมีโอกาสได้ Conversion มากกว่า แต่ถูกจำกัดด้วยงบรายวัน
- ทีมต้องมาคอยย้ายงบรายแคมเปญเองบ่อย ๆ

ถ้าใช้ถูกกลุ่ม Shared Budget จะช่วยให้เงินก้อนรวมถูกใช้ยืดหยุ่นขึ้น

แต่ถ้าใช้ผิดกลุ่ม ก็อาจทำให้งบไหลไปหาแคมเปญที่ใช้เงินง่ายกว่า แต่ไม่ได้สร้างยอดขายหรือ Lead คุณภาพดีที่สุด

สรุปง่าย ๆ คือ

Shared Budget คือการรวมงบรายวันของหลายแคมเปญไว้เป็นก้อนเดียว เพื่อให้แคมเปญในกลุ่มนั้นใช้ Budget ร่วมกันได้

ไม่ใช่การบังคับให้ทุกแคมเปญได้เงินเท่ากัน

และไม่ใช่การการันตีว่า CPA หรือ ROAS จะดีขึ้นเสมอ

2. Shared Budget ต่างจาก Campaign Budget ปกติอย่างไร

Campaign Budget ปกติคือการตั้งงบแยกให้แต่ละแคมเปญ

เช่น

Search Campaign งบ 500 บาทต่อวัน

Performance Max งบ 1,000 บาทต่อวัน

Brand Search งบ 300 บาทต่อวัน

แต่ละแคมเปญมีเพดานงบของตัวเอง

ถ้าแคมเปญหนึ่งใช้งบไม่หมด งบที่เหลือก็ไม่ได้ถูกย้ายไปให้แคมเปญอื่นโดยอัตโนมัติ

แต่ Shared Budget คือการสร้างงบก้อนกลาง เช่น 1,800 บาทต่อวัน แล้วเลือกหลายแคมเปญให้ใช้เงินก้อนนี้ร่วมกัน

ระบบจึงมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกระจายงบระหว่างแคมเปญที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

Campaign Budget ปกติ:

- คุมงบรายแคมเปญได้ชัด
- เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการควบคุมแยก
- เหมาะกับแคมเปญที่มีเป้าหมายต่างกัน
- เหมาะกับแคมเปญที่ต้องกันงบขั้นต่ำไว้แน่นอน
- วิเคราะห์ง่ายว่าแต่ละแคมเปญใช้งบเท่าไร

Shared Budget:

- หลายแคมเปญใช้ Budget ก้อนเดียวร่วมกัน
- เหมาะกับแคมเปญที่เป้าหมายใกล้กัน
- ช่วยให้การใช้เงินยืดหยุ่นขึ้น
- ลดปัญหางบบางส่วนจมในแคมเปญที่ใช้งบไม่หมด
- ต้องคอยดูว่างบไหลไปที่แคมเปญไหนจริง

ข้อสรุปสำคัญคือ

Campaign Budget เน้นควบคุมแยก

ส่วน Shared Budget เน้นความยืดหยุ่นของงบรวม

3. ทำไมคนยิง Google Ads ควรรู้จัก Shared Budget

คนยิง Google Ads มักเจอปัญหางบไม่บาลานซ์ โดยเฉพาะบัญชีที่มีหลายแคมเปญ

เช่น Search Ads, Performance Max, Display Remarketing, YouTube, Brand Search, Non-brand Search หรือแคมเปญทดลอง

บางแคมเปญใช้งบไม่หมด

แต่อีกแคมเปญกลับติดงบจนเสียโอกาสแสดงผล

ถ้าใช้ Campaign Budget แยกกันทั้งหมด ทีมอาจต้องคอยย้ายงบเองบ่อย ๆ

เช่น วันนี้ Search Campaign มี Demand เยอะ แต่ติดงบ

ขณะที่ Display Remarketing ใช้งบไม่หมด

หรือ Performance Max ใช้เงินได้ดีบางวัน แต่บางวันใช้ไม่เต็ม

Shared Budget จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การใช้เงินยืดหยุ่นขึ้น

แต่ต้องใช้ด้วยความเข้าใจ

เพราะระบบอาจเทงบไปหาแคมเปญที่มี Traffic มากกว่า ไม่ใช่แคมเปญที่มีกำไรดีที่สุดเสมอไป

Shared Budget ช่วยตอบโจทย์อะไร

- ลดปัญหาบางแคมเปญใช้งบไม่หมด
- ช่วยให้แคมเปญที่มี Demand มากกว่าใช้งบได้ยืดหยุ่นขึ้น
- ลดงานปรับ Budget รายแคมเปญทุกวัน
- ช่วยดูงบรวมของกลุ่มแคมเปญได้ง่ายขึ้น
- ใช้ร่วมกับ Portfolio Bid Strategy ได้ในบางโครงสร้างบัญชี
- เหมาะกับกลุ่มแคมเปญที่เป้าหมายใกล้กัน
- ช่วยให้การจัดงบโฆษณามีระบบมากขึ้น

แต่ข้อควรจำคือ Shared Budget ไม่ได้แทนการวางกลยุทธ์งบ

ยังต้องดู CPA, ROAS, Lead Quality, Close Rate และยอดขายจริงประกอบเสมอ

4. Shared Budget ช่วยให้เงินไม่จมจริงไหม

Shared Budget ช่วยให้เงินไม่จมได้ในบางกรณี

โดยเฉพาะเมื่อหลายแคมเปญมีเป้าหมายใกล้กัน และมีบางแคมเปญที่ใช้งบไม่หมดเป็นประจำ ขณะที่อีกแคมเปญมีโอกาสใช้เงินมากกว่า

ตัวอย่างเช่น

แคมเปญ A ใช้งบไม่หมด เพราะ Demand น้อย

แคมเปญ B มี Conversion ดี แต่ติดงบ

แคมเปญ C มีโอกาสดีบางวัน แต่บางวันใช้เงินไม่เต็ม

ถ้าทั้ง 3 แคมเปญมีเป้าหมายเดียวกันและคุณภาพ Conversion ใกล้กัน Shared Budget อาจช่วยให้เงินก้อนรวมถูกใช้คุ้มขึ้น

แต่ถ้าแคมเปญที่นำมาแชร์งบมีคุณภาพต่างกันมาก

เช่น

แคมเปญ A ได้ Lead คุณภาพดี แต่ Volume ต่ำ

แคมเปญ B ได้คลิกเยอะ แต่ปิดการขายไม่ได้

แคมเปญ C ใช้งบเร็ว แต่ CPA แพง

การรวม Shared Budget อาจทำให้งบไหลไปหาแคมเปญที่ใช้เงินง่ายกว่า

แต่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจดีที่สุด

ข้อควรจำคือ

- Shared Budget ช่วยบาลานซ์งบ แต่ไม่การันตีว่า CPA หรือ ROAS จะดีขึ้นเสมอ
- แคมเปญที่ Volume สูงอาจใช้เงินมากกว่าแคมเปญอื่น
- ต้องดูผลแยกตาม Campaign ไม่ใช่ดูแค่งบรวม
- ควรใช้กับแคมเปญที่ Conversion Goal และคุณภาพ Lead ใกล้กัน
- งบใช้หมดไม่ได้แปลว่างบถูกใช้คุ้ม

ดังนั้นคำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่

“Shared Budget ทำให้งบไม่จมไหม”

แต่ต้องถามว่า

“งบที่ถูกใช้เพิ่ม สร้าง Conversion คุณภาพดีขึ้นจริงไหม”

5. เมื่อไรควรใช้ Shared Budget

Shared Budget เหมาะกับกลุ่มแคมเปญที่มีเป้าหมายร่วมกัน

เช่น ทุกแคมเปญต้องการ Lead ประเภทเดียวกัน หรือต้องการ Conversion ชนิดเดียวกัน และแต่ละแคมเปญมี CPA หรือ ROAS ใกล้เคียงกัน

กรณีที่เหมาะกับ Shared Budget

- หลายแคมเปญมี Conversion Goal เดียวกัน
- CPA หรือ ROAS ของแต่ละแคมเปญใกล้กัน
- บางแคมเปญใช้งบไม่หมด แต่อีกแคมเปญติดงบ
- ต้องการจัดการงบรวมของกลุ่มแคมเปญให้ง่ายขึ้น
- มี Conversion Tracking และข้อมูลหลังบ้านที่เชื่อถือได้
- มีคนคอยดูว่า Budget ไหลไปที่แคมเปญไหนหลังเปิดใช้
- แคมเปญอยู่ใน Funnel Stage ใกล้กัน
- คุณภาพ Lead หรือยอดขายใกล้เคียงกัน
- ไม่จำเป็นต้องกันงบขั้นต่ำให้แต่ละแคมเปญแบบตายตัว

ตัวอย่างที่อาจเหมาะ

ธุรกิจคอร์สเรียนมี 3 แคมเปญที่ทั้งหมดต้องการ Lead สมัครเรียน

เช่น

แคมเปญคอร์ส Google Ads

แคมเปญเรียน Google Ads

แคมเปญสอน Google Ads ตัวต่อตัว

ถ้าทั้งหมดพาไปยังฟอร์มเดียวกัน และทีมขายมองว่าคุณภาพ Lead ใกล้กัน อาจใช้ Shared Budget ร่วมกันได้

แต่ถ้ามี Brand Search ที่ CPA ต่ำมากอยู่ด้วย ควรระวัง เพราะ Brand Search อาจทำให้ภาพรวมดูดีเกินจริง

6. เมื่อไรไม่ควรใช้ Shared Budget

ไม่ควรใช้ Shared Budget กับแคมเปญที่เป้าหมายต่างกันมาก

เพราะการใช้เงินก้อนเดียวร่วมกันอาจทำให้แคมเปญที่สำคัญถูกแคมเปญอื่นแย่งงบ

โดยเฉพาะแคมเปญที่มี Volume สูงแต่คุณภาพ Conversion ต่ำกว่า

ยังไม่ควรใช้ Shared Budget ถ้าเจอเงื่อนไขเหล่านี้

- Brand Search กับ Non-brand Search มี Performance ต่างกันชัดเจน
- Retargeting กับ Prospecting อยู่คนละ Funnel Stage
- สินค้า/บริการแต่ละกลุ่มมี Margin ต่างกันมาก
- ต้องการกันงบขั้นต่ำให้แคมเปญสำคัญบางตัว
- แคมเปญทดลองต้องการงบเฉพาะเพื่อเก็บข้อมูล
- ยังไม่มี Conversion Tracking ที่แม่น
- ทีมขายบอกว่า Lead จากแต่ละแคมเปญคุณภาพต่างกันมาก
- แคมเปญหนึ่งเน้นยอดขาย แต่อีกแคมเปญเน้น Awareness
- แคมเปญหนึ่งเป็น Performance Max แต่อีกแคมเปญเป็น Search ที่ต้องการคุมงบเอง
- บางแคมเปญต้องใช้ Budget แยกเพื่อควบคุมความเสี่ยง

ตัวอย่างเช่น

ถ้านำ Brand Search ที่มี CPA ต่ำมาก มาแชร์งบกับ Non-brand Search ที่มี CPA สูงกว่า ระบบอาจใช้เงินตามโอกาสของแต่ละแคมเปญ แต่ภาพรวมอาจทำให้เจ้าของบัญชีเข้าใจผิดว่า CPA ทั้งกลุ่มดี

ทั้งที่จริงแล้ว Brand Search เป็นตัวช่วยดึงค่าเฉลี่ยลง

อีกกรณีคือแคมเปญทดลอง

ถ้าแคมเปญทดลองถูกใส่ไว้ใน Shared Budget เดียวกับแคมเปญหลักที่ใช้เงินเก่งกว่า แคมเปญทดลองอาจไม่ได้งบพอเก็บข้อมูล

7. Shared Budget กับ Portfolio Bid Strategy เกี่ยวข้องกันอย่างไร

Shared Budget คือการแชร์งบ

ส่วน Portfolio Bid Strategy คือการแชร์กลยุทธ์การประมูล

ถ้าหลายแคมเปญมีเป้าหมายเดียวกัน การใช้สองฟีเจอร์นี้ร่วมกันอาจช่วยให้ระบบ Optimize ทั้งด้านงบและการประมูลไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น

หลายแคมเปญต้องการ Lead ประเภทเดียวกัน

ใช้ Shared Budget ก้อนเดียวร่วมกัน

และใช้ Portfolio Target CPA เดียวกัน

ระบบก็จะมีอิสระทั้งด้านการกระจายงบและการปรับ Bid เพื่อหา Conversion ตามเป้าหมายรวม

แต่ต้องระวังมากขึ้นด้วย

เพราะถ้านำแคมเปญที่เป้าหมายต่างกันมารวมทั้ง Budget และ Bid Strategy พร้อมกัน ระบบจะมีอิสระสูงขึ้นมาก

ทั้งการใช้เงินและการประมูล

ซึ่งอาจทำให้ควบคุมผลลัพธ์รายแคมเปญยากขึ้น

ควรใช้ Shared Budget ร่วมกับ Portfolio Bid Strategy เมื่อ

- Campaign ในกลุ่มมี Conversion Goal เดียวกัน
- CPA หรือ ROAS เป้าหมายใกล้กัน
- คุณภาพ Lead หรือยอดขายใกล้เคียงกัน
- มีข้อมูล Conversion เพียงพอให้ระบบเรียนรู้
- ยอมให้ระบบ Optimize ภาพรวมของกลุ่มแคมเปญได้
- มีการดูผลแยกตาม Campaign หลังใช้
- มีระบบ Tracking และข้อมูลหลังบ้านที่เชื่อถือได้

ถ้าไม่มั่นใจ ควรเริ่มจาก Shared Budget หรือ Portfolio Bid Strategy อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน แล้วดูผลให้ชัดก่อนรวมทั้งสองระบบพร้อมกัน

8. วิธีตั้งค่า Shared Budget ใน Google Ads

การตั้งค่า Shared Budget ทำได้จากเมนู Shared budgets ใน Google Ads

โดยควรตั้งชื่อ Budget ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ทีมดูแลบัญชีรู้ทันทีว่างบนี้ใช้กับกลุ่มแคมเปญประเภทใด

ตัวอย่างชื่อที่ดี เช่น

- Lead Campaigns Shared Budget
- Search Non-brand Shared Budget
- Google Ads Course Shared Budget
- Retargeting Shared Budget
- Service Lead Shared Budget

วิธีตั้งค่าแบบเข้าใจง่าย

Step 1:
เข้า Google Ads

Step 2:
ไปที่ Tools

Step 3:
เลือก Budgets and bidding

Step 4:
เลือก Shared budgets

Step 5:
กดสร้าง Shared Budget ใหม่

Step 6:
ตั้งชื่อ Budget ให้สื่อว่ากลุ่มนี้ใช้กับแคมเปญประเภทไหน

Step 7:
กำหนด Average Daily Budget ของกลุ่มแคมเปญ

Step 8:
เลือก Campaign ที่ต้องการให้ใช้ Budget ร่วมกัน

Step 9:
กด Save

หลังตั้งค่าแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือดูว่าแต่ละ Campaign ใช้งบอย่างไร

อย่าดูแค่ว่างบรวมถูกใช้หมดหรือไม่

แต่ต้องดูว่าแคมเปญไหนกินงบมากขึ้น แคมเปญไหนได้งบน้อยลง และผลลัพธ์รวมดีขึ้นจริงหรือไม่

9. ต้องดู Metric อะไรก่อนและหลังใช้

ก่อนใช้ Shared Budget ควรเก็บ Baseline ของแต่ละแคมเปญก่อน

เช่น Cost, Conversion, CPA, ROAS, Conversion Rate และ Lead Quality

เพื่อดูว่าหลังแชร์งบแล้วผลลัพธ์ดีขึ้นจริง หรือแค่เงินถูกย้ายไปใช้กับแคมเปญที่มี Volume สูงกว่า

Metric ที่ควรดูก่อนและหลังใช้ Shared Budget

Budget Metrics

- Cost
- Budget Status
- Search Lost IS Budget
- Spend by Campaign
- งบที่ถูกใช้จริงรายแคมเปญ
- แคมเปญไหนติดงบก่อนเปลี่ยน
- แคมเปญไหนใช้งบไม่หมดก่อนเปลี่ยน

Performance Metrics

- Conversions
- CPA
- ROAS
- Conversion Rate
- Conversion Value
- Cost per Lead
- Cost per Purchase
- Conversion Volume รายแคมเปญ

Campaign Balance

- แคมเปญไหนใช้เงินมากขึ้น
- แคมเปญไหนถูกลดโอกาส
- งบไหลไปแคมเปญที่ทำกำไรจริงไหม
- แคมเปญสำคัญถูกแย่งงบหรือไม่

Business Metrics

- Lead Quality
- Close Rate
- Revenue
- Gross Margin
- Net Profit
- ยอดขายจริง
- Feedback จากทีมขาย
- คุณภาพลูกค้าหลังคลิก

ตัวอย่างการตีความ

ถ้าใช้ Shared Budget แล้วงบถูกใช้หมดมากขึ้น แต่ CPA แพงขึ้น Lead Quality แย่ลง แบบนี้ไม่ได้แปลว่าดี

แต่ถ้าใช้ Shared Budget แล้วงบถูกกระจายไปแคมเปญที่มี Conversion ดีขึ้น CPA ลดลง และทีมขายยืนยันว่า Lead คุณภาพดีขึ้น แบบนี้ถือว่า Shared Budget เริ่มทำงานในเชิงธุรกิจ

10. Framework SHARE สำหรับตัดสินใจก่อนใช้ Shared Budget

เพื่อไม่ให้ใช้ Shared Budget จากความรู้สึก ลองใช้ Framework SHARE ก่อนตัดสินใจ

S - Same Goal

แคมเปญที่จะใช้ Shared Budget ควรมีเป้าหมาย Conversion ใกล้กัน

เช่น ทุกแคมเปญต้องการ Lead สมัครคอร์ส หรือทุกแคมเปญต้องการ Purchase จากสินค้า Margin ใกล้กัน

ถ้าเป้าหมายต่างกันมาก ยังไม่ควรรวม

H - Healthy Tracking

ต้องมี Conversion Tracking และ Enhanced Conversions ที่เชื่อถือได้

ถ้าวัดผลผิด ระบบจะไม่รู้ว่างบที่ใช้ไปสร้างผลลัพธ์จริงไหม

A - Analyze Baseline

เก็บข้อมูลเดิมของแต่ละแคมเปญก่อนแชร์งบ

เช่น CPA, ROAS, Conversion Rate, Cost และ Lead Quality

ไม่ควรเปลี่ยนโดยไม่มีข้อมูลเทียบก่อนหลัง

R - Review Budget Flow

หลังใช้ ต้องดูว่างบไหลไปแคมเปญไหนมากที่สุด

ถ้าแคมเปญที่กินงบไม่ใช่แคมเปญที่ทำกำไรดีที่สุด ต้องรีบประเมินใหม่

E - Evaluate by Profit

ตัดสินจาก CPA, ROAS, Lead Quality และกำไรจริง

ไม่ใช่ดูแค่งบถูกใช้หมดหรือไม่

เพราะงบใช้หมดไม่ได้แปลว่าคุ้ม

Framework นี้ช่วยให้ Shared Budget กลายเป็นเครื่องมือจัดงบอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่แค่เครื่องมือรวมงบเพื่อความสะดวก

11. Masterclass: ตัวอย่างการใช้จริง

Masterclass 1: คอร์ส Google Ads ที่มีหลายแคมเปญหาลีด

แนวคิด:
ถ้าธุรกิจคอร์ส Google Ads มีหลายแคมเปญที่หาลีดประเภทเดียวกัน เช่น Search Non-brand, Search Course Keyword และ Remarketing ที่ทุกแคมเปญส่งคนไปกรอกฟอร์มสมัครเรียน อาจพิจารณาใช้ Shared Budget ได้ ถ้า CPA และ Lead Quality ใกล้กัน

วิธีนำไปใช้:
ถ้าโปรโมตคอร์ส Google Ads Beginner to Expert ควรแยกแคมเปญตาม Intent ก่อน เช่น

- คอร์ส Google Ads
- เรียน Google Ads
- สอน Google Ads
- Google Ads สำหรับเจ้าของธุรกิจ
- เรียนยิงแอด Google

จากนั้นดูว่าแคมเปญไหนมี CPA และ Lead Quality ใกล้กันจริง

ถ้าใกล้กัน อาจนำบางกลุ่มมาใช้ Shared Budget ร่วมกัน

แต่ควรระวังไม่รวม Brand Search ที่ CPA ต่ำมากกับแคมเปญหาลูกค้าใหม่ทันที

เพราะ Brand อาจทำให้ภาพรวมดูดี แต่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนหาผู้เรียนใหม่จริง

Masterclass 2: คลินิกที่มีหลายบริการและต้องคุมงบรายบริการ

แนวคิด:
คลินิกอาจมีแคมเปญรักษาสิว เลเซอร์ ฉีดหน้า และบริการพรีเมียม

แต่ละบริการมีมูลค่าต่อลูกค้าและ Margin ต่างกัน

ถ้าใช้ Shared Budget ร่วมกันทั้งหมด ระบบอาจพางบไปหาแคมเปญที่ใช้เงินง่าย แต่ไม่ได้สร้างกำไรมากที่สุด

วิธีนำไปใช้:
ควรแยก Shared Budget ตามกลุ่มบริการที่มูลค่าใกล้กัน

เช่น

- กลุ่มบริการราคากลาง
- กลุ่มบริการพรีเมียม
- กลุ่ม Retargeting
- กลุ่มบริการที่ต้องการ Lead คุณภาพสูง
- กลุ่มบริการทดลองหรือแคมเปญใหม่

ตัวอย่างเช่น

แคมเปญรักษาสิวราคาเริ่มต้นกับแคมเปญบริการพรีเมียมไม่ควรใช้ Shared Budget เดียวกันทันที

เพราะ CPA ที่รับได้และมูลค่าลูกค้าต่างกัน

Masterclass 3: บริการรับทำโฆษณาที่ต้องจัดงบหลายแคมเปญให้บาลานซ์

แนวคิด:
บริการรับทำโฆษณามักมีหลายแคมเปญ เช่น รับทำ Google Ads, รับทำ Facebook Ads, คอร์สเรียน, ที่ปรึกษาการตลาด และ Retargeting

ถ้าจะใช้ Shared Budget ต้องแยกตามเป้าหมายธุรกิจ ไม่ใช่รวมทุกอย่างไว้ก้อนเดียว

วิธีนำไปใช้:
แคมเปญรับทำ Google Ads ควรอยู่คนละกลุ่มกับแคมเปญคอร์ส Google Ads

เพราะ Intent ต่างกัน

คนค้นหา “รับทำ Google Ads” ต้องการจ้างทีมทำให้

ส่วนคนค้นหา “คอร์ส Google Ads” ต้องการเรียนเพื่อทำเอง

ถ้านำมาแชร์งบกัน ระบบอาจพาเงินไปหาแคมเปญที่ใช้เงินง่ายกว่า แต่ไม่ตรงกับเป้าหมายหลักของธุรกิจ

12. Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง

ข้อผิดพลาดที่ 1: รวมทุกแคมเปญไว้ใน Shared Budget เดียว

ถ้าเป้าหมายต่างกันมาก งบอาจไหลผิดทิศทาง

แนวทางคือแบ่ง Shared Budget ตามกลุ่มแคมเปญที่มีเป้าหมายใกล้กัน

ข้อผิดพลาดที่ 2: รวม Brand กับ Non-brand แบบไม่คิด

Brand อาจทำให้ภาพรวมดูดีเกินจริง แต่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนหาลูกค้าใหม่

แนวทางคือแยก Brand Search ออกก่อน ถ้า Performance ต่างจากแคมเปญอื่นชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่ดูว่าแคมเปญไหนกินงบ

Shared Budget ต้องดู Cost แยกราย Campaign เสมอ

ไม่ใช่ดูแค่ Budget รวม

ข้อผิดพลาดที่ 4: ใช้กับแคมเปญทดลองที่ต้องการงบขั้นต่ำ

แคมเปญทดลองอาจถูกแย่งงบจนไม่มีข้อมูลพอ

แนวทางคือถ้าต้องการทดสอบจริง อาจตั้งงบแยกให้แคมเปญทดลองก่อน

ข้อผิดพลาดที่ 5: ดูแค่ว่างบใช้หมดหรือไม่

งบใช้หมดไม่ได้แปลว่าคุ้ม

ต้องดู CPA, ROAS และ Lead Quality ด้วย

ข้อผิดพลาดที่ 6: ไม่มี Baseline ก่อนเปลี่ยน

ถ้าไม่รู้ผลก่อนใช้ Shared Budget จะวัดไม่ได้ว่าดีขึ้นจริงหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่ 7: ใช้ Shared Budget ทั้งที่ Tracking ยังผิด

ถ้า Conversion Tracking ไม่แม่น ระบบจะไม่รู้ว่าการใช้งบเพิ่มสร้างผลลัพธ์จริงไหม

ข้อผิดพลาดที่ 8: ไม่ถามทีมขายเรื่อง Lead Quality

บางแคมเปญ CPA ดีใน Google Ads แต่ Lead ปิดไม่ได้จริง

ถ้าไม่ถามทีมขาย อาจตัดสินใจผิดจากตัวเลขหน้า Ads Manager

13. Checklist ก่อนใช้ Shared Budget

- แคมเปญที่จะรวมมี Conversion Goal เดียวกันหรือไม่
- CPA หรือ ROAS ของแต่ละแคมเปญใกล้กันจริงหรือไม่
- Lead Quality หรือยอดขายจากแต่ละแคมเปญใกล้เคียงกันหรือไม่
- มี Conversion Tracking ที่แม่นแล้วหรือยัง
- เปิด Enhanced Conversions หรือส่ง Conversion Value ถูกต้องหรือไม่
- แยก Brand Search ออกจาก Non-brand แล้วหรือยัง ถ้า Performance ต่างกันมาก
- แคมเปญทดลองมีงบขั้นต่ำพอหรือไม่ ถ้าถูกนำเข้า Shared Budget
- แคมเปญที่รวมมี Funnel Stage ใกล้กันหรือไม่
- เก็บ Baseline ก่อนเปลี่ยนแล้วหรือยัง
- มีแผนดู Cost และ Conversion แยกตาม Campaign หลังใช้ Shared Budget หรือไม่
- ตัดสินผลจาก CPA, ROAS, Revenue และกำไรจริง ไม่ใช่ดูแค่งบใช้หมดหรือไม่
- ทีมขายหรือ CRM วัด Lead Quality ได้หรือไม่
- มีแผนแยกแคมเปญออกจาก Shared Budget ถ้าพบว่างบไหลผิดทางหรือไม่
- มีการดู Search Lost IS Budget ก่อนและหลังใช้หรือไม่
- มีการดูว่าแคมเปญสำคัญถูกแย่งงบหรือไม่

14. FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shared Budget

1. Shared Budget คืออะไร

Shared Budget คือการตั้งงบรายวันเฉลี่ยก้อนเดียวให้หลาย Campaign ใช้ร่วมกันใน Google Ads แทนการกำหนดงบแยกทีละแคมเปญ

2. Shared Budget ช่วยให้เงินไม่จมจริงไหม

ช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อบางแคมเปญใช้งบไม่หมดและบางแคมเปญติดงบ

แต่ต้องดูด้วยว่างบที่ถูกใช้เพิ่มนั้นสร้าง CPA, ROAS และ Lead Quality ที่ดีจริงหรือไม่

3. Shared Budget เหมาะกับทุกแคมเปญไหม

ไม่เหมาะกับทุกแคมเปญ

ควรใช้กับแคมเปญที่เป้าหมายและคุณภาพ Conversion ใกล้กัน

ไม่ควรรวมแคมเปญที่ Funnel Stage, Margin หรือ CPA ต่างกันมาก

4. Shared Budget ใช้กับ Campaign Total Budget ได้ไหม

ไม่ได้

Campaign ที่ใช้ Campaign Total Budget จะไม่สามารถใช้ Shared Budget ร่วมกันได้ เพราะเป็นงบรวมตลอดอายุแคมเปญ ไม่ใช่ Average Daily Budget แบบปกติ

5. เริ่มใช้ Shared Budget ควรเริ่มจากอะไร

เริ่มจากเลือกกลุ่มแคมเปญที่มีเป้าหมายเดียวกัน

เก็บ Baseline ก่อนเปลี่ยน

ตั้ง Shared Budget เฉพาะกลุ่มนั้น

แล้วดูผลราย Campaign ว่างบไหลไปไหนและสร้างผลลัพธ์คุ้มจริงหรือไม่

6. Shared Budget ต่างจาก Portfolio Bid Strategy อย่างไร

Shared Budget คือการแชร์งบ

ส่วน Portfolio Bid Strategy คือการแชร์กลยุทธ์ประมูล

สองอย่างนี้ใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ควรใช้เมื่อแคมเปญมีเป้าหมายและคุณภาพ Conversion ใกล้กันจริง

15. สรุป: Shared Budget ช่วยบาลานซ์งบได้ แต่ต้องใช้กับแคมเปญที่เป้าหมายใกล้กันจริง

Shared Budget เป็นฟีเจอร์ใน Google Ads ที่ช่วยให้หลายแคมเปญใช้ Average Daily Budget ก้อนเดียวร่วมกัน

เหมาะกับบัญชีที่มีหลายแคมเปญเป้าหมายใกล้กัน และต้องการให้ระบบช่วยจัดสรรงบอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

ข้อดีคือช่วยลดปัญหางบติดอยู่ในแคมเปญที่ใช้ไม่หมด

และเปิดโอกาสให้แคมเปญอื่นในกลุ่มใช้ Budget ได้มากขึ้น

แต่ข้อเสียคืออาจทำให้แคมเปญที่ Volume สูงกินงบมากกว่าแคมเปญที่ธุรกิจอยากดัน ถ้าเลือกกลุ่ม Campaign ผิด

วิธีใช้ที่ปลอดภัยคือเลือกแคมเปญที่มี Conversion Goal, CPA, ROAS, Funnel Stage และ Lead Quality ใกล้กันจริง

เก็บ Baseline ก่อนเปลี่ยน

และหลังใช้ต้องดูผลแยกตาม Campaign ไม่ใช่ดูแค่งบรวมถูกใช้หมดหรือไม่

สุดท้าย อย่าใช้ Shared Budget แค่เพราะอยากให้งบไม่จม

ต้องเช็กก่อนว่าแคมเปญที่นำมาแชร์งบมีเป้าหมายและคุณภาพ Conversion ใกล้กันจริง

ไม่อย่างนั้นงบที่เคยจม อาจกลายเป็นงบที่ไหลไปผิดทางเร็วกว่าเดิม

หากคุณต้องการเรียน Google Ads แบบเป็นระบบ ตั้งแต่ Campaign Budget, Shared Budget, Portfolio Bid Strategy, Smart Bidding, Conversion Tracking ไปจนถึงการอ่านผล ขอแนะนำ คอร์ส Google Ads Beginner to Expert จาก DigitalD2M ครับ

คอร์สนี้จะสอนตั้งแต่การวางโครงสร้างแคมเปญ การเลือก Keyword การวางงบโฆษณา การใช้ Shared Budget การเลือก Bid Strategy การวาง Conversion Tracking และการปรับแคมเปญให้เชื่อมกับยอดขายจริง

คลิกดูรายละเอียดคอร์ส Google Ads ได้ที่นี่:
https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/

(หมายเหตุ: คอร์สเรียนและเวิร์กชอปของทางเรามุ่งเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยไม่ได้มีการออกใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะให้นะครับ เพราะผลกำไรที่เติบโตและยอดขายที่เพิ่มขึ้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงครับ)

หรือหากคุณไม่มีเวลาดูแลระบบด้วยตัวเอง และต้องการให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางระบบ Google Ads, Shared Budget, Portfolio Bid Strategy, Conversion Tracking, Landing Page, GA4, GTM และระบบวัดผล สามารถเข้าไปดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่เครือข่ายเว็บไซต์หลักของเราครับ

ติดตามความรู้ บริการ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 6 เว็บไซต์หลักของเราเท่านั้น:

- https://digitald2m.com/
- https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/
- https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/
- https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/
- https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/
- https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass Shared Budget คืออะไร ใช้งบหลายแคมเปญให้คุ้ม โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา