ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21995493

เทคนิคตั้งราคา ให้ดูคุ้มค่า แพงแค่ไหนลูกค้าก็ยอมจ่าย

จัดให้ตามคำขอครับ! ผมได้ทำการถอดรหัส HTML ออกทั้งหมด พร้อมกับปรับโครงสร้างประโยคและ Spin คำในเนื้อหาให้มีความสดใหม่ อ่านง่ายเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการนำไปตั้งกระทู้บนเว็บบอร์ด Pantip Market

และที่สำคัญที่สุด ผมได้ ตรวจสอบและลบอีโมจิ (Emoji) ออกจากทุกส่วนของข้อความ 100% ตามที่คุณเน้นย้ำมาเรียบร้อยแล้วครับ โดยยังคงคีย์เวิร์ดสำคัญไว้อย่างครบถ้วน

สามารถคัดลอกข้อมูลด้านล่างนี้ไปใช้งานได้เลยครับ

ส่วนที่ 1: ข้อมูลสำหรับตั้งค่า SEO (สามารถคัดลอกไปวางได้เลย)

Focus Keyword: เทคนิคตั้งราคา, จิตวิทยาการขาย, ตั้งราคาสินค้า, ปิดการขาย, เพิ่มยอดขาย
SEO Title: เทคนิคตั้งราคา ให้ดูคุ้มค่า แพงแค่ไหนลูกค้าก็ยอมจ่าย
Permalink (Slug): sales-psychology-pricing-strategy-value-secrets
Description: เทคนิคตั้งราคา ขั้นเทพ! เจาะลึก จิตวิทยาการขาย ทำไมบางร้านขายแพงแต่คนแย่งกันซื้อ? เผยวิธี ตั้งราคาสินค้า ให้ดูคุ้มค่า ช่วย ปิดการขาย และ เพิ่มยอดขาย
Tags: เทคนิคตั้งราคา, จิตวิทยาการขาย, ตั้งราคาสินค้า, ปิดการขาย, เพิ่มยอดขาย, การตลาดออนไลน์, กลยุทธ์ราคา

ส่วนที่ 2: บทความ (ฉบับตั้งกระทู้ Pantip Market)

หัวข้อกระทู้: เทคนิคตั้งราคา ให้ดูคุ้มค่า แพงแค่ไหนลูกค้าก็ยอมจ่าย

เนื้อหากระทู้:

"ทำไมร้านกาแฟที่อยู่ตรงปากซอยขายแก้วละ 40 บาท ลูกค้าถึงชอบบ่นว่าแพง... แต่ทำไมร้านกาแฟแบรนด์เงือกเขียวที่ขายแก้วละ 160 บาท คนถึงได้ยอมไปยืนต่อคิวรอซื้อกันได้ทุกเช้าล่ะ?"

เวลาที่มีลูกค้ายกเลิกออเดอร์กลางคัน แล้วพิมพ์บอกกับคุณว่า "ขอคิดดูก่อนนะคะ สู้ราคาไม่ไหวจริงๆ" เจ้าของธุรกิจและนักทำ การตลาดออนไลน์ หลายๆ คนก็มักจะเกิดอาการใจเสีย แล้วก็รีบทำการหั่นราคาลง 20% ทันที เพื่อหวังว่าจะง้อให้ลูกค้าคนนั้นกลับมาซื้อ...

แต่ความจริงที่แสนจะเจ็บปวดก็คือ "ความแพงมันไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรอกครับ!" สิ่งที่มีอยู่จริงก็คือ "มูลค่าที่ลูกค้าได้รับกลับไป มันมีค่าน้อยกว่าเงินที่เขาต้องยอมจ่าย" ต่างหากล่ะครับ!

เมื่อลูกค้าบอกว่า "ของชิ้นนี้มันแพง" เขาไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีเงินซื้อนะครับ แต่เขากำลังหมายความว่า "เขายังหาเหตุผลมาสนับสนุนการจ่ายเงินก้อนนี้ไม่ได้ (Not Worth It)"

วันนี้ DigitalD2M จะพาทุกท่านมาปลดล็อก จิตวิทยาการขาย สายดาร์ก! เราจะมาเจาะลึก เทคนิคตั้งราคา ในรูปแบบที่บรรดาแบรนด์ระดับโลกมักจะนำมาใช้สะกดจิตผู้บริโภค

มาดูกันครับว่าคุณจะสามารถ ตั้งราคาสินค้า อย่างไร เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ถ้าฉันไม่ยอมซื้อตอนนี้คือพลาดมากๆ!" โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องมานั่งลดราคาสินค้าลงเลยแม้แต่บาทเดียว เพื่อช่วย ปิดการขาย และ เพิ่มยอดขาย ให้ได้ผลกำไรแบบเนื้อๆ เน้นๆ เจาะลึกทุกกลไกครับ!

1. Price vs Value ลูกค้าไม่ได้ซื้อ "สิ่งของ" แต่เขาซื้อ "ความคุ้มค่า"
กฎข้อแรกที่คุณจะต้องท่องจำให้ขึ้นใจเลยก็คือ สมองของมนุษย์เรานั้นไม่สามารถที่จะประเมินราคาลอยๆ ด้วยตัวเองได้ครับ!

ถ้าผมเดินเข้าไปบอกกับคุณว่า "ครีมบำรุงผิวหน้ากระปุกนี้ราคา 2,500 บาท" คุณจะไม่มีทางรับรู้ได้เลยว่าราคานี้มันถูกหรือมันแพงกันแน่ จนกว่าคุณจะนำเอามันไป "เปรียบเทียบ" กับอะไรสักอย่าง

ถ้าคุณเอาไปเปรียบเทียบกับครีมแบบซองที่ขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ คุณก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาในทันทีเลยว่าครีมกระปุกนี้มันโคตรจะแพง!

แต่ถ้าผมอธิบายเพิ่มเติมว่า ครีมกระปุกนี้มันอัดแน่นไปด้วยสารสกัดระดับเดียวกันกับพวกเคาน์เตอร์แบรนด์ชื่อดัง ที่เขาขายกันอยู่กระปุกละ 15,000 บาท สมองของคุณก็จะพลิกกลับมาประมวลผลในทันทีเลยว่า "เฮ้ย! ราคาแค่นี้มันโคตรจะคุ้มเลยนี่หว่า รีบซื้อเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า!"

ดังนั้น หน้าที่ของคุณในการ ตั้งราคาสินค้า มันไม่ใช่ความพยายามที่จะตั้งราคาให้ถูกที่สุดเพื่อแย่งชิงลูกค้าหรอกนะครับ แต่มันคือการ "สร้างบริบท (Context)" หรือสร้างตัวเปรียบเทียบขึ้นมา เพื่อเป็นการชี้นำให้สมองของลูกค้าสามารถสรุปผลออกมาได้ว่า "ข้อเสนอในครั้งนี้มันคุ้มค่าแบบสุดๆ" ต่างหากล่ะครับ!

2. แฮ็ก 3 จิตวิทยาการตั้งราคา สะกดใจให้ลูกค้าโอนไว
ถึงเวลาแล้วครับที่คุณจะต้องเลิกเหนื่อยไปกับการมัวแต่ขายของราคาถูก แล้วหันมาขายของให้มันดูคุ้มค่ากันดีกว่า! ทีมงาน DigitalD2M ขอเปิดเผย 3 เทคนิคตั้งราคา ระดับปรมาจารย์ ดังนี้ครับ:

ทริคที่ 1: ตัวเปรียบเทียบลวงตา (Decoy Effect)
นี่คือวิชาในระดับชั้นครู ที่บรรดาโรงภาพยนตร์มักจะนำมาใช้ขายป๊อปคอร์นให้กับคุณมาโดยตลอดชีวิตเลยล่ะครับ!

กลไกการทำงาน: สมมติว่าที่ร้านมีป๊อปคอร์นขายอยู่ 2 ขนาด:
ไซส์ S ราคา 50 บาท
ไซส์ L ราคา 120 บาท (คนส่วนใหญ่ก็มักจะรู้สึกว่าไซส์ L ราคามันดูแพงเกินไป และก็จะเลือกซื้อแค่ไซส์ S)
แต่ถ้าหากว่าเราจับเอา "ตัวเปรียบเทียบลวงตา (Decoy)" ยัดเข้าไปไว้ตรงกลางล่ะครับ?
ไซส์ S ราคา 50 บาท
ไซส์ M ราคา 110 บาท (นี่คือตัวลวงตาครับ)
ไซส์ L ราคา 120 บาท

ผลลัพธ์ที่ได้: สมองของลูกค้าจะสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนในทันทีเลยว่า "บ้าไปแล้ว! จ่ายเพิ่มอีกแค่ 10 บาทก็ได้กินไซส์ที่ใหญ่สุดแล้ว ใครมันจะไปยอมซื้อไซส์ M ล่ะ ซื้อไซส์ L ไปเลยดีกว่า โคตรจะคุ้ม!"
เห็นไหมล่ะครับว่า ป๊อปคอร์นไซส์ M มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาไว้ขายจริงๆ หรอกนะครับ แต่มันถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นฐานเหยียบ เพื่อใช้ "ดันยอดขาย" ให้กับไซส์ L ต่างหากล่ะครับ!

ทริคที่ 2: การทอดสมอราคา (Price Anchoring)
จงจำเอาไว้เสมอเลยนะครับว่า สมองของมนุษย์เรามักจะจดจำเอา "ตัวเลขแรกสุดที่เคยมองเห็น" มาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (เปรียบเสมือนสมอเรือ) เสมอ!

วิธีปรับใช้: เวลาที่คุณต้องพรีเซนต์ราคาให้กับลูกค้า ห้ามบอกราคาสุทธิไปก่อนโดยเด็ดขาด! ให้คุณบอก "มูลค่าที่แท้จริง (Value)" หรือราคาเต็มไปก่อน เพื่อเป็นการทอดสมอให้สมองของลูกค้าได้ตั้งรับกับตัวเลขที่ดูสูงปรี๊ด!
ตัวอย่างสคริปต์ในแชต: "คอร์สเรียนนี้ ถ้านำเอามูลค่าของโบนัสและ E-book ทั้งหมดมารวมกันแล้ว มันจะมีมูลค่ารวมสูงกว่า 15,900 บาทเลยนะคะ... แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! สำหรับลูกค้าที่ทักเข้ามาภายในวันนี้ แอดมินจะให้ราคาพิเศษเหลือเพียงแค่ 2,900 บาทเท่านั้นค่ะ!"
พอสมองของลูกค้าถูกทอดสมอเอาไว้ด้วยตัวเลข 15,900 ไปแล้ว ตัวเลข 2,900 มันก็จะดูเป็น "ของที่ราคาถูกและคุ้มค่า" ในทันทีเลยล่ะครับ นี่แหละครับคือวิธีการ ปิดการขาย ที่ทรงพลังมากที่สุดที่นักการตลาดทั่วโลกเขานิยมนำมาใช้กัน!

ทริคที่ 3: มัดรวมความคุ้มค่าจนลูกค้าปฏิเสธไม่ลง (Bundle Pricing)
เวลาที่ลูกค้าต้องซื้อของแยกเป็นชิ้นๆ เขาจะเกิดความรู้สึก "เจ็บปวด (Pain of Paying)" ขึ้นมาในทุกๆ ครั้งที่สมองต้องมานั่งคำนวณและต้องคอยควักเงินจ่ายทีละรายการครับ

วิธีปรับใช้: ให้คุณทำการจัดเซตสินค้า (Bundle) มัดรวมกันไปเลยครับ เพื่อเป็นการเบลอราคาต่อชิ้น ทำให้ลูกค้าสามารถคำนวณราคาได้ยากขึ้น!
ตัวอย่าง: แทนที่คุณจะขาย เซรั่ม 500 บาท, ครีมกันแดด 400 บาท, โฟมล้างหน้า 300 บาท (รวมเป็นเงิน 1,200 บาท) ให้คุณนำมาจัดเป็น "เซตหน้าใสออร่าพุ่ง เหมาๆ 3 ชิ้น ในราคาเพียงแค่ 990 บาท พร้อมจัดส่งฟรี!"
การทำแบบนี้มันจะทำให้จุดโฟกัสของลูกค้าเปลี่ยนไป จากคำว่า "ราคาสินค้าแต่ละชิ้น" ก็จะกลายมาเป็นคำว่า "โปรโมชันนี้มันช่วยประหยัดเงินไปได้ตั้ง 210 บาทแน่ะ แถมยังได้โปรส่งฟรีอีกด้วย!" ซึ่งมันจะเข้าไปช่วย เพิ่มยอดขาย ต่อบิล (AOV - Average Order Value) ให้กับคุณได้อย่างมหาศาลเลยล่ะครับ!

3. เขตอันตราย สงครามราคา (Price War) คือเส้นทางที่พาไปสู่ความตาย
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด ในการทำ การตลาดออนไลน์ ก็คือการเสพติดพฤติกรรมการ "หั่นราคา (Discounting)" ครับ!

เจ้าของธุรกิจ SME หลายๆ คน พอเห็นว่าคู่แข่งเริ่มลดราคา ก็มักจะหน้ามืดรีบลดราคาตามลงไปบ้างเพื่อหวังจะแย่งลูกค้า หารู้ไม่ว่าคุณกำลังพาตัวเองเดินลงนรกชัดๆ!

เพราะ การลดราคามันก็คือการทำลายคุณค่าของแบรนด์ตัวคุณเอง! ลูกค้าจะจดจำเอาไว้เลยว่าแบรนด์ของคุณคือ "ของถูก" และเมื่อถึงวันไหนที่คุณเลิกจัดโปรโมชัน ลูกค้าก็จะหนีไปหาร้านอื่นที่เขาขายถูกกว่าในทันที!

กฎเหล็กก็คือ: ถ้าหากลูกค้าบ่นว่าของแพง ห้ามลดราคาลงให้โดยเด็ดขาดครับ! แต่ให้คุณหันมาใช้วิธี "การเพิ่มมูลค่า (Add Value)" เข้าไปแทนครับ!

เช่น "สินค้าราคานี้ทางร้านลดให้ไม่ได้แล้วจริงๆ ค่ะคุณพี่ แต่เดี๋ยวหนูจะแถมเทสเตอร์ตัวใหม่ไปให้พี่ลองใช้ฟรีๆ อีก 2 ซองเลยนะคะ พิเศษให้คุณพี่คนเดียวเลยค่ะ"

การทำแบบนี้ผลกำไรของคุณก็แทบจะไม่หดหายไปไหนเลย แต่ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะและได้รับความคุ้มค่ากลับไปแบบเต็มๆ ครับ!

บทสรุป ตั้งราคาให้ถูกหลัก กำไรก็จะตกเป็นของคุณ
บทสรุปของ จิตวิทยาการขาย ในเรื่องนี้ก็คือ "ราคาคือสิ่งที่คุณจะต้องจ่าย แต่มูลค่าคือสิ่งที่คุณจะได้รับกลับคืนมา"

หน้าที่ของคุณก็คือการนำเอา เทคนิคตั้งราคา มาใช้เพื่อทำการขยาย "มูลค่า" ที่อยู่ในหัวของลูกค้าให้มันดูใหญ่โตพองฟูขึ้นมาให้ได้มากที่สุด จนสามารถบดบังตัวเลขราคาที่คุณได้ตั้งเอาไว้จนมิด

ทันทีที่คุณยอมเลิกแข่งขันกันด้วยความถูก แล้วหันมาแข่งขันกันด้วยกลยุทธ์ทางจิตวิทยา คุณก็จะกลายมาเป็นผู้คุมเกมในตลาดแห่งนี้ สามารถที่จะ ตั้งราคาสินค้า ได้ตามความต้องการ และสามารถ เพิ่มยอดขาย ได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเหนื่อยวิ่งตามคู่แข่งอีกต่อไปเลยครับ!

ติดกับดักสงครามราคา? ให้เราช่วยวางกลยุทธ์อัปมูลค่าแบรนด์คุณ!

เลิกเหนื่อยล้าไปกับการนั่งขายของถูกที่แทบจะไม่ได้กำไรอะไรเลยได้แล้วครับ!

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการอยากให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก DigitalD2M เข้าไปเป็น ที่ปรึกษาธุรกิจ เพื่อช่วยวางโครงสร้างราคา (Pricing Strategy) และวางแผนแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

อยากจะเจาะลึกวิชายิงแอดเพื่อตามหาคนรวยผ่านคอร์สเรียน Facebook Ads (Zero to Advance)

หรืออยากจะให้เราช่วย รับทำโฆษณาแอด เพื่อช่วยดันคอนเทนต์ที่เน้นความคุ้มค่า คลิกเลือกบริการจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ (วางกลยุทธ์ตั้งราคา): https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

บริการรับทำโฆษณา (ดันคอนเทนต์อัปมูลค่า): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

คอร์สเรียน Facebook Ads (Zero to Advance): https://digitald2m.com/facebook-ads-course-zero-to-advance/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความโดย DigitalD2M - ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์และยอดขาย

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา