ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21995360

วัดผลยิงแอด Google ฉบับโปร เจาะลึกค่า Quality Score

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการวิเคราะห์โฆษณา คนที่ทำ การตลาดออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่า CTR (มีคนคลิกเข้ามากี่เปอร์เซ็นต์) หรือคำว่า ROAS (จ่ายเงินไปแล้วได้กำไรกลับมากี่เท่า)

ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติพื้นฐานทั่วไป ที่ไม่ว่าคุณจะไปลงโฆษณากับแพลตฟอร์มไหนๆ เขาก็มีมาให้ดูกันทั้งนั้นแหละครับ!

แต่ถ้าหากว่าคุณก้าวเท้าเข้ามาสู่สมรภูมิของ โฆษณา Google แล้วคุณยังมัวแต่ไปนั่งดูตัวเลขแค่พื้นๆ พวกนั้นอยู่... ขอบอกเลยว่าคุณกำลังเสียเปรียบพวกแบรนด์ใหญ่ๆ ไปแบบเต็มประตูเลยล่ะครับ!

ความน่ากลัว (และความเจ๋ง) ของแพลตฟอร์มกูเกิลก็คือ เขามีระบบอัลกอริทึมที่คอยทำหน้าที่ "ให้คะแนน" ความประพฤติของเว็บไซต์คุณอยู่ตลอดเวลา

ต่อให้แบรนด์ของคู่แข่งเขาจะเสนอราคาค่าคลิก (Bid) แพงกว่าคุณถึง 2 เท่า แต่ถ้าหากว่า "คะแนนคุณภาพ" ของคุณทำออกมาได้สูงกว่าเขา โฆษณาของคุณก็สามารถที่จะปาดหน้าคู่แข่ง ขึ้นไปยืนอยู่บนบรรทัดบนสุด ในราคาค่าคลิกที่ถูกกว่ากันเกินครึ่งได้เลยทีเดียว!

นี่แหละครับคือความลับที่คน วัดผลยิงแอด Google ไม่เป็น จะไม่มีวันเข้าใจได้เลย!

วันนี้ DigitalD2M จะพาทุกท่านมุดลงไปในหลังบ้านของ ตัวจัดการโฆษณา (Google Ads Dashboard) เราจะขอข้ามการดูค่าสถิติพื้นฐานแบบเดิมๆ ทิ้งไป แล้วมาเจาะลึกที่ "ค่าสถิติระดับพระกาฬ (Advanced Metrics)" ซึ่งมันมีให้ดูเฉพาะบนกูเกิลเท่านั้น!

มาดูกันครับว่าคุณจะสามารถเช็กได้อย่างไรว่า แอดของคุณกำลังโดนคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งการมองเห็นไปมากน้อยแค่ไหน? และกูเกิลเขากำลังประเมินเกรดเว็บไซต์ของคุณเอาไว้ที่ระดับใด? แบบเจาะลึกทุกกลไกครับ!

1. ทำไมการ วัดผลยิงแอด Google ถึงมีความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ?
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ TikTok มันคือพื้นที่สำหรับการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบผลัก (Push) แพลตฟอร์มเหล่านี้เขาจะสนใจแค่ว่า รูปภาพหรือคลิปวิดีโอของคุณสามารถดึงดูดให้คนหยุดดูได้ไหม? ถ้าคอนเทนต์มันดีและมีคนชอบ แพลตฟอร์มเขาก็จะช่วยดันโพสต์ให้ และค่าแอดของคุณมันก็จะถูกลงตามไปด้วย

แต่สำหรับ โฆษณา Google มันคือแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เป้าหมายสูงสุดของทางกูเกิลก็คือ "การมอบคำตอบที่ถูกต้องและตรงใจที่สุด ให้กับคนที่เข้ามาพิมพ์ค้นหา"

ดังนั้น กูเกิลเขาจะไม่ยอมมอบสิทธิพิเศษให้กับแบรนด์ที่มีเงินจ่ายค่าโฆษณาเยอะที่สุดเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ แต่มันจะใช้ระบบ อันดับโฆษณา (Ad Rank) ซึ่งมีสมการในการคำนวณมาจาก: ยอดเงินที่ใช้ประมูล (Bid) x คะแนนคุณภาพ (Quality Score)

นั่นก็หมายความว่า ในการ วัดผลยิงแอด Google คุณจะมานั่งดูแค่ว่าวันนี้ได้ลูกค้าเข้ามากี่คนไม่ได้ครับ แต่คุณจำเป็นจะต้องดูข้อมูลควบคู่ไปด้วยว่า "ระบบของกูเกิลเขาให้เกรดเว็บไซต์ของคุณอยู่ที่เท่าไหร่" และ "คุณกำลังพลาดโอกาสในการแสดงผลไปมากน้อยแค่ไหน" ครับ!

2. ถอดรหัส 4 ค่าสถิติเฉพาะของกูเกิล
เตรียมสมุดจดเอาไว้ให้พร้อมเลยครับ! ทีมงาน DigitalD2M จะพาไปดึงคอลัมน์ (Columns) ลับใน ตัวจัดการโฆษณา ออกมาทำการวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการสเกล การตลาดออนไลน์ ของคุณ:

ทริคที่ 1: คะแนนคุณภาพ (Quality Score) ประกาศนียบัตรช่วยลดค่าแอด
คะแนนคุณภาพ (Quality Score หรือ QS) มันคือคะแนนตั้งแต่ 1-10 ที่ทางกูเกิลเขาจะให้เกรดกับคีย์เวิร์ดแต่ละคำของคุณ ยิ่งถ้าคะแนนเข้าใกล้ 10 มากเท่าไหร่ ค่าคลิก (CPC) ของคุณก็จะยิ่งถูกลงเป็นทวีคูณเลยล่ะครับ!

วิธีตรวจสอบและแก้ไข: ค่า QS จะถูกคำนวณมาจาก 3 องค์ประกอบหลักๆ ด้วยกัน (ซึ่งคุณสามารถดึงคอลัมน์เหล่านี้ออกมาดูแยกกันได้ด้วยนะ):

ความเกี่ยวข้องของโฆษณา (Ad Relevance): ข้อความพาดหัวโฆษณาของคุณ มันมีความตรงกันกับคำที่ลูกค้าพิมพ์ค้นหาเข้ามาไหม? (ถ้าคะแนนส่วนนี้ต่ำ: คุณจะต้องไปเขียน Ad Copy มาใหม่โดยให้มีคีย์เวิร์ดคำนั้นผสมอยู่ด้วย)

อัตราการคลิกผ่านที่คาดหวัง (Expected CTR): เมื่อคนค้นหาคำๆ นี้แล้ว เขาจะมีความรู้สึกอยากกดคลิกแอดของคุณไหม? (ถ้าคะแนนส่วนนี้ต่ำ: คุณจะต้องไปเพิ่มโปรโมชัน หรือปรับเปลี่ยน Call-to-Action ให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น)

ประสบการณ์ของหน้าเว็บ (Landing Page Exp.): พอลูกค้ากดคลิกเข้าไปในหน้าเว็บแล้ว เนื้อหาข้างในมันตรงปกไหม? เว็บไซต์โหลดไวหรือเปล่า? (ถ้าคะแนนส่วนนี้ต่ำ: คุณจะต้องรีบไปทำหน้าเว็บมาใหม่ หรือปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ให้ด่วนที่สุด!)

ทริคที่ 2: คุณกำลังทิ้งเงินให้คู่แข่งกี่เปอร์เซ็นต์? (Search Impression Share)
ส่วนแบ่งการแสดงผลบนเครือข่ายการค้นหา (Search Impression Share หรือ SIS) มันคือค่าที่คอยบอกเราว่า "จากจำนวนคนที่เข้ามาพิมพ์ค้นหาทั้งหมด 100 ครั้ง โฆษณาของคุณได้มีโอกาสขึ้นไปโชว์กี่ครั้ง?"

ทำไมถึงสำคัญ: สมมติว่าคุณเปิดร้านขายบริการ "ช่างซ่อมท่อประปา" แล้วพอคุณเข้าไปดูสถิติก็พบว่าค่า Search Impression Share ของคุณอยู่ที่ระดับ 40%... นั่นก็แปลว่า ยังมีลูกค้าอีกตั้ง 60% ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านอยู่ แต่กูเกิลกลับไม่ยอมโชว์โฆษณาของคุณให้เขาเห็น และปล่อยให้ออเดอร์เหล่านั้นหลุดลอยไปอยู่ในมือของคู่แข่งซะงั้น!
ค่าสถิติตัวนี้นี่แหละครับ ที่เป็นตัวชี้วัดได้อย่างชัดเจนเลยว่า คุณยังคงมีช่องว่างให้สามารถ "อัดงบ" เพื่อสเกลยอดขายเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะแค่ไหน!

ทริคที่ 3: แอดไม่วิ่งเพราะอะไร? (Search Lost IS: Rank vs Budget)
ต่อเนื่องมาจากข้อด้านบนนะครับ ถ้าหากว่าคุณต้องสูญเสียส่วนแบ่งการมองเห็นไปถึง 60% คุณก็จะต้องตามไปหาคำตอบให้ได้ครับว่า "กูเกิลไม่ยอมโชว์แอดของเรา เป็นเพราะสาเหตุอะไรกันแน่?" ซึ่งมันจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ค่าสถิติครับ:

สูญเสียการแสดงผลเพราะงบจำกัด (Search Lost IS: Budget): สมมติว่าตัวเลขโชว์ขึ้นมา 40% นั่นแปลว่าโฆษณาของคุณมีคุณภาพที่ดีแล้ว แต่ดันมีงบประมาณรายวันไม่เพียงพอ! ระบบก็เลยไม่สามารถนำแอดของคุณไปโชว์ในช่วงบ่ายได้ (วิธีแก้ไข: ให้รีบเอาเงินไปเติมเพิ่มด่วนๆ เลยครับ เพราะแคมเปญนี้ทำกำไรให้คุณได้อย่างแน่นอน!)

สูญเสียการแสดงผลเพราะอันดับตก (Search Lost IS: Rank): สมมติว่าตัวเลขโชว์ขึ้นมา 50% นั่นแปลว่าเงินทุนของคุณยังมีเหลือเฟือ แต่ "คะแนนคุณภาพของคุณมันกากเกินไป" หรือไม่ก็ "คุณเสนอราคาประมูลค่าคลิก (Bid) ในราคาที่ต่ำจนเกินไป" (วิธีแก้ไข: อย่าเพิ่งรีบใจร้อนไปเพิ่มงบนะครับ! ให้คุณกลับไปปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ หรือลองเพิ่มราคา Bid ต่อคลิกให้สูงขึ้นอีกนิดจะดีกว่าครับ!)

ทริคที่ 4: เครื่องจับเท็จพฤติกรรมลูกค้า (Search Terms Report)
หลายคนมักจะเอาแต่จ้องมองหน้า "Keywords (คำที่คุณเป็นคนตั้งค่าเอาไว้เอง)" แต่กลับไม่เคยเข้าไปดูในหน้าของ "ข้อความค้นหา (Search Terms)" เลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ความแตกต่าง: หน้า Keyword คือสิ่งที่คุณมโนและคิดไปเองว่าลูกค้าน่าจะพิมพ์คำนี้ แต่หน้า Search Terms มันคือ "ประโยคของจริงแบบเป๊ะๆ ทุกตัวอักษร ที่ลูกค้าพิมพ์ลงบนกูเกิล แล้วมากดคลิกเสียเงินให้กับคุณ"

วิธีใช้งาน: ถ้าหากคุณไปเจอคำค้นหาที่มีความยาวมากๆ ในแบบที่คุณนึกไม่ถึงมาก่อน (เช่น "วิธีแก้ท่อตัน ด้วยเบกกิ้งโซดา ไม่หาย ทำไงดี") ให้คุณรีบดึงเอาคำพวกนี้กลับไปสร้างเป็นคีย์เวิร์ดหลัก
หรืออาจจะนำเอาไปตั้งชื่อเป็นบทความ SEO บนหน้าเว็บไซต์ของคุณก็ได้ครับ
นี่แหละครับคือบ่อทองคำที่คน วัดผลยิงแอด Google ในระดับเซียน เขามักจะแอบนำมาใช้เป็นเทคนิคในการขโมยไอเดียของลูกค้าครับ!

3. เขตอันตราย กับดักของคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization Score)
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด เมื่อเข้าไปทำการวิเคราะห์ในหน้าหลังบ้านของ ตัวจัดการโฆษณา กูลเกิล ก็คือแถบหน้าต่างด้านบนที่มันมักจะชอบเด้งขึ้นมาแจ้งเตือนเราว่า "คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization Score) ของคุณอยู่ที่ 60% คลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเป็น 100%"

ขอบอกเลยนะครับว่านี่คือ "กับดัก (Trap)" ที่แสบสันที่สุดของกูเกิลเลยก็ว่าได้ครับ!

เพราะกูเกิลเขาจะพยายามเข้ามาแนะนำให้คุณ "เปิดรับคีย์เวิร์ดแบบกว้าง (Broad Match)", หรือแนะนำให้ "ใช้งานการเสนอราคาแบบอัตโนมัติ", หรือแม้กระทั่งแนะนำให้ "เพิ่มงบประมาณรายวัน" เพื่อแลกกับการทำให้คะแนนตัวนี้เต็ม 100%

(ซึ่งถ้าหากคุณเผลอไปกดปุ่ม ยอมรับ (Apply) ทั้งหมด... งบประมาณของคุณก็จะบานตะไท และจะได้รับกลับมาแต่ยอดคลิกขยะในทันที!)

กฎเหล็กก็คือ: ให้ความสนใจกับ คะแนนคุณภาพ (Quality Score) ให้มากๆ แต่จง "เมินเฉย" ต่อคะแนน Optimization Score ไปซะ!

คุณสามารถกดกากบาทปิดคำแนะนำไร้สาระของทางกูเกิลทิ้งไปได้เลยครับ แล้วเดี๋ยวคะแนนมันก็จะเด้งกลับมาเต็ม 100% เองโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเพิ่มเลยสักบาท

จดจำเอาไว้เสมอเลยนะครับว่า เราคือคนจ่ายเงิน เราจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจในการควบคุม AI ไม่ใช่ปล่อยให้ AI เข้ามามีอำนาจในการควบคุมเงินของเราครับ!

บทสรุป Data ชุดนี้นี่แหละ ที่จะทำให้คุณสามารถเอาชนะแบรนด์ใหญ่ได้
ความสวยงามของการทำ โฆษณา Google ก็คือความโปร่งใสของข้อมูลนี่แหละครับ เพราะระบบเขามีความแฟร์มากพอที่จะบอกกับคุณตรงๆ เลยว่า คุณพ่ายแพ้เพราะอะไร และคุณสามารถเอาชนะได้เพราะอะไร

ทันทีที่คุณสามารถก้าวข้ามการนั่งดูแค่ยอดคลิก แล้วหันมาเริ่ม วัดผลยิงแอด Google ด้วยการดูค่า Quality Score เพื่อนำไปปรับปรุงเว็บไซต์, และหันมาใช้งาน Impression Share ให้เป็นเสมือนเรดาร์ในการสเกลยอดขาย

คุณก็จะกลายมาเป็นนักรบที่ถูกติดอาวุธหนักในโลก การตลาดออนไลน์ ที่สามารถจะทำการรีดเค้นประสิทธิภาพ (Optimize) จากเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ ให้แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นผลกำไรที่คู่แข่งจะไม่มีวันวิ่งตามทันได้เลยล่ะครับ!

คะแนนคุณภาพต่ำ แอดไม่วิ่ง? ให้กุนซือของเราช่วย Audit พลิกเกมให้คุณ!

เลิกงมเข็มในมหาสมุทรกับตัวเลขที่ดูไม่รู้เรื่องได้แล้วครับ! ไม่ว่าคุณจะอยากเจาะลึกวิชาการอ่าน Data ในเชิงลึกด้วยตัวเองผ่านคอร์สเรียน Google Ads (Beginner to Expert)

หรืออยากจะให้เราเข้าไปช่วยทำ SEO Audit Pro เพื่อช่วยดันคะแนน Landing Page Experience ให้เต็ม 10/10 เพื่อเป็นการลดค่าโฆษณาให้ถูกลง

หรือถ้ามีความต้องการอยากจะให้ทีมที่ปรึกษาจาก DigitalD2M เข้าไปช่วยวิเคราะห์โครงสร้างแคมเปญให้แบบหมดเปลือก คลิกเลือกบริการจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

คอร์สเรียน Google Ads (สอนอ่าน Data เชิงลึก): https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/

บริการ SEO Audit Pro (อัปเกรดหน้าเว็บไซต์): https://digitald2m.com/seo-audit-pro-วิเคราะห์เว็บติดหน้า/

บริการที่ปรึกษา วิเคราะห์แคมเปญ Google: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาการสเกลธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา