ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21995355

ยิงแอด Google คืออะไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ

ถ้าหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่เคยทำ การตลาดออนไลน์ ด้วยการพึ่งพาการ ยิงแอด บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียวมาโดยตลอด

แล้วช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่า "ทำไมค่าโฆษณามันถึงได้แพงหูฉี่ขนาดนี้? คนที่ทักเข้ามาก็มีแต่ผี ถามคำถามเสร็จก็เงียบหาย ไม่ยอมโอนเงินซื้อสักที!" นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนภัยว่า คุณกำลังพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากจนเกินไปแล้วล่ะครับ

เมื่อลูกค้าบนโลกโซเชียลมีเดียเริ่มมีพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อที่ยากลำบากมากขึ้น โลกของการทำธุรกิจจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเบนเข็มไปหา "กลุ่มคนที่กำเงินรอพร้อมที่จะซื้ออยู่แล้ว" แทน

และสถานที่ที่คนกลุ่มนั้นมักจะเข้าไปรวมตัวกันมากที่สุด ก็คือบนหน้าการค้นหาของ Google นั่นเองครับ! หลายท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า ยิงแอด Google หรือ โฆษณา Google Ads กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังมีความลังเลใจอยู่ว่าระบบของมันทำยากไหม? ค่าโฆษณาจะแพงหรือเปล่า? และคำถามที่สำคัญที่สุดก็คือ... "มันจะเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของเราจริงๆ หรือเปล่า?"

วันนี้ DigitalD2M จะพาทุกท่านมาปูพื้นฐานกันแบบเจาะลึกทะลุถึงแก่น! เราจะมาทำความรู้จักกับจักรวาลของการทำ โฆษณา Google

มาดูกันครับว่าหลักการทำงานของมันมีความแตกต่างจากการยิงแอดบนเฟสบุ๊คอย่างไร? แคมเปญโฆษณาในรูปแบบ Search, Display, YouTube หรือ Performance Max ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจรูปแบบไหน?

อ่านจบบทความนี้ รับรองว่าคุณจะรู้ได้ทันทีเลยครับว่าควรจะนำเอางบประมาณที่มีไปวางเอาไว้ตรงจุดไหน ถึงจะสามารถกอบโกยลูกค้ากลุ่มที่ "พร้อมโอนเงิน" ให้ได้มากที่สุดครับ!

1. ยิงแอด Google คืออะไร กุญแจสำคัญสู่การดักจับ "ความต้องการ"
Google Ads (หรือที่หลายคนยังติดปากเรียกชื่อเดิมว่า Google AdWords) มันคือแพลตฟอร์ม การตลาดออนไลน์ ของทางบริษัท Google ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้ามาประมูลซื้อพื้นที่โฆษณา เพื่อเป็นการนำเอาเว็บไซต์ คลิปวิดีโอ หรือแบนเนอร์รูปภาพสินค้าของตัวเอง ไปแสดงผลอยู่บนเครือข่ายของกูเกิลทั้งหมด (ตัวอย่างเช่น บนหน้าการค้นหา Google Search, บนเว็บไซต์พันธมิตรต่างๆ, บน YouTube, บน Gmail รวมไปถึงในแอปพลิเคชันต่างๆ)

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้กูเกิลกลายมาเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก ก็คือเรื่องของ "เจตนา หรือ Intent" ของผู้ใช้งานครับ!

ลองคิดดูสิครับว่าเวลาที่คนเราพิมพ์ค้นหาคำว่า "ช่างแอร์ สาทร รับซ่อมด่วน" นั่นแปลว่าแอร์ที่บ้านของเขาจะต้องเสียแล้ว เขากำลังร้อนทนไม่ไหว และ "เขาพร้อมที่จะจ่ายเงินจ้างช่างเดี๋ยวนี้เลย!"

ถ้าหากโฆษณาของคุณสามารถไปปรากฏตัวอยู่เป็นบรรทัดแรกสุดในจังหวะเวลานั้น โอกาสที่คุณจะสามารถปิดการขายได้มันก็แทบจะ 100% เลยล่ะครับ! นี่แหละครับคือการเสิร์ฟสินค้าหรือบริการเข้าไปอยู่ตรงหน้าของคนที่กำลังมีความหิวโหยพอดี!

2. Google Ads กับ Facebook Ads มีการทำงานที่ต่างกันยังไง? (Push vs Pull)
คำถามระดับคลาสสิกของมือใหม่มักจะเป็นคำถามที่ว่า "สรุปแล้วเราควรจะเลือกยิงแอดกูเกิลหรือยิงแอดเฟสบุ๊คดีกว่ากัน?" คำตอบสั้นๆ ก็คือ "แพลตฟอร์มทั้งสองตัวนี้มีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ"

Facebook Ads (รูปแบบ Push Marketing หรือ การตลาดแบบยัดเยียด):
พฤติกรรมของลูกค้าคือเขากำลังไถฟีดเพื่อดูรูปเพื่อนๆ หรืออ่านข่าวสาร เขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเพื่อซื้อของตั้งแต่แรก แต่คุณกลับ "ดัน (Push)" โฆษณาของคุณไปขัดจังหวะการรับชมของเขา เพื่อเป็นการสร้างความอยาก (Create Demand) ให้เกิดขึ้น
ข้อดี: มีความสามารถในการกระตุ้นกิเลสของผู้คนได้เก่งมาก เหมาะสำหรับสินค้าประเภทของกิน ของแฟชั่น หรือสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ผู้คนยังไม่ค่อยรู้จัก

Google Ads (รูปแบบ Pull Marketing หรือ การตลาดแบบดึงดูด):
พฤติกรรมของลูกค้าคือเขามีความต้องการในสิ่งนั้นอยู่แล้ว (Demand Exists) และเขากำลังเป็นฝ่ายที่เข้ามา "พิมพ์ค้นหา" ด้วยตัวเอง เรามีหน้าที่เพียงแค่นำเอาป้ายโฆษณาไปตั้งดักทางเอาไว้ เพื่อที่จะ "ดึง (Pull)" เขาให้เข้ามาหาเรา
ข้อดี: จะได้รับลูกค้าที่มีคุณภาพสูงมากๆ (High Intent) สามารถปิดการขายได้ง่าย ซึ่งจะเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่มีราคาสูง หรือบริการที่ต้องใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

3. จับคู่ 4 รูปแบบโฆษณา ให้ตรงกับประเภทธุรกิจ
ระบบของ Google Ads นั้นมีเครื่องมือให้เราสามารถเลือกใช้งานได้เยอะแยะมากมายเลยครับ ทีมงาน DigitalD2M ขอสรุป 4 รูปแบบแคมเปญยอดฮิต และจะมาวิเคราะห์ให้ดูครับว่า "ธุรกิจรูปแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด" ดังนี้ครับ:

ทริคที่ 1: โฆษณาบนหน้าค้นหา (Search Ads) - ราชาแห่งการปิดยอดขาย
นี่คือรูปแบบโฆษณาที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกครับ! มันคือข้อความโฆษณา (ที่จะมีคำกำกับเอาไว้ว่า Sponsored หรือ ได้รับการสนับสนุน) ที่จะโผล่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1-4 ในเวลาที่มีคนพิมพ์ค้นหา Keyword ต่างๆ บนกูเกิล

ทำงานอย่างไร: จะเป็นการคิดค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนกดคลิกเข้ามาดู (Pay Per Click หรือ PPC) ถ้าหากมีคนแค่มองเห็นโฆษณาแต่ไม่ได้กดคลิก คุณก็จะไม่เสียเงินเลยสักบาทเดียว!

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน:
ธุรกิจบริการที่เน้นความเร่งด่วน: เช่น ช่างซ่อมรถยนต์, รถสไลด์, บริการกำจัดปลวก, ช่างทำกุญแจ
ธุรกิจประเภท B2B (Business to Business): เช่น โรงงานรับผลิตครีม, โรงพิมพ์, บริษัทซอฟต์แวร์บัญชี, เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม (เนื่องจากฝ่ายจัดซื้อมักจะใช้วิธีการหาข้อมูลผ่านทางกูเกิลเป็นหลัก)
สินค้าหรือบริการที่มีราคาสูง (High-Involvement): เช่น คลินิกศัลยกรรมความงาม, บริษัทประกันภัย, โครงการอสังหาริมทรัพย์, คอร์สเรียนเฉพาะทางต่างๆ

ทริคที่ 2: แบนเนอร์ตามเว็บไซต์ (Display Ads) - มือปืนตามหลอกหลอน
คุณเคยเข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อจองโรงแรม แล้วหลังจากนั้นก็มีแบนเนอร์ของโรงแรมแห่งนั้นตามไปหลอกหลอนคุณอยู่บนทุกๆ เว็บไซต์ที่คุณเข้าดูไหมล่ะครับ? นั่นแหละครับคือพลังของ Google Display Network (GDN) ซึ่งเขามีเครือข่ายเว็บไซต์พันธมิตรอยู่มากกว่า 2 ล้านเว็บไซต์ทั่วโลก

ทำงานอย่างไร: จะเป็นการนำเอาป้ายแบนเนอร์ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวไปโชว์ตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างการมองเห็นให้กับแบรนด์ หรือนำมาใช้ทำ Retargeting

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน:
สินค้าที่จำเป็นจะต้องใช้ภาพเพื่อกระตุ้นความอยาก (Visual Appeal): เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องสำอางความงาม, แพ็กเกจการท่องเที่ยว, โครงการคอนโดมิเนียม
ธุรกิจที่ต้องการทำ Retargeting: เพื่อตามไปย้ำเตือนกลุ่มคนที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์แต่ยังไม่ยอมกดสั่งซื้อ ให้เขากลับมาโอนเงินให้จงได้

ทริคที่ 3: โฆษณาวิดีโอ (YouTube Ads) - นักเล่าเรื่องเพื่อสร้างแบรนด์
มันคือโฆษณาในรูปแบบวิดีโอที่คุณสามารถกดข้ามได้ (Skippable) หรือแบบที่กดข้ามไม่ได้ (Non-skippable) ซึ่งมักจะโผล่ขึ้นมาก่อนหรือแทรกเข้ามาระหว่างที่คุณกำลังรับชมคลิปวิดีโออยู่บนแพลตฟอร์ม YouTube

ทำงานอย่างไร: จะใช้ภาพและเสียงในการดึงดูดความสนใจของผู้คน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อการดูวิดีโอ 1 ครั้ง (Cost per View) มักจะมีราคาที่ถูกมากๆ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน:
สินค้าที่จำเป็นจะต้องมีการสาธิตวิธีการใช้งานให้ดู: เช่น สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ, อุปกรณ์ไอทีแก็ดเจต, เครื่องครัวอัจฉริยะ
แบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust): เช่น สถาบันการศึกษา, คลินิกทันตกรรม (ใช้วิธีนำคลิปของหมอมาให้ความรู้), หรือแบรนด์รถยนต์

ทริคที่ 4: ให้ AI ทำงานแทนคุณด้วย (Performance Max หรือ PMax)
นี่ถือเป็นของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุดและมีความทรงพลังมากที่สุดของกูเกิลเลยก็ว่าได้ครับ! PMax คือการนำเอาระบบของ Search, Display, YouTube, Gmail และ Google Maps มารวบรวมเอาไว้ในแคมเปญเดียวกัน

ทำงานอย่างไร: สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่โยนรูปภาพ โยนคลิปวิดีโอ และเขียนข้อความใส่ลงไป พร้อมกับกำหนด "เป้าหมายยอดขาย" ที่ต้องการเอาไว้ จากนั้นระบบ AI ของกูเกิลก็จะนำเอาโฆษณาของคุณไปผสมผสานกัน และนำไปจัดแสดงผลอยู่ในแพลตฟอร์มที่มันคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยปิดยอดขายได้ดีที่สุดให้แบบอัตโนมัติ!

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน:
เว็บไซต์ประเภท E-Commerce: เหมาะกับคนที่มีรายการสินค้าเป็นจำนวนมากๆ และมีระบบตะกร้าสินค้าอยู่บนเว็บไซต์ (อย่างเช่น Shopify หรือ WooCommerce) การเลือกใช้งานแคมเปญ PMax ควบคู่ไปกับระบบ Google Merchant Center จะช่วยทำให้ยอดขายของคุณพุ่งทะยานได้แบบที่คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอเลยครับ!

บทสรุป อย่ามัวแต่รอให้ลูกค้าเป็นฝ่ายค้นพบคุณ แต่จงไปยืนดักรอเขาอยู่ที่หน้าประตู
มีหลายธุรกิจมากๆ ที่ต้องพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะมัวแต่ไปยึดติดอยู่กับการทำ การตลาดออนไลน์ บนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว การเริ่มต้น ยิงแอด Google มันไม่ใช่เรื่องที่ดูน่ากลัว หรือจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในระดับองค์กรขนาดใหญ่เสมอไปหรอกนะครับ

หากว่าคุณกำลังทำธุรกิจในสายบริการ (B2B) หรือเป็นคนขายสินค้าประเภทที่คนจะต้องมีการ "ค้นหาข้อมูล" ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ... การที่คุณไม่มีตัวตนปรากฏอยู่บนหน้าแรกของการค้นหาบนกูเกิล มันก็มีค่าเท่ากับว่าคุณกำลังยกยอดขายก้อนโตไปประเคนให้กับคู่แข่งแบบฟรีๆ เลยครับ!

ทันทีที่คุณเริ่มเปิดใจศึกษาและวางรากฐานการทำ Google Ads ให้กับธุรกิจของตัวเอง คุณก็จะได้พบกับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีคุณภาพ (Quality) สูงที่สุด และพวกเขาพร้อมที่จะโอนเงินให้กับคุณโดยที่คุณแทบจะไม่ต้องมานั่งเหนื่อยคุยแชตเพื่อหว่านล้อมเลยล่ะครับ!

อยากได้ลูกค้าที่ "พร้อมโอน" แต่ยังเซต Google Ads ไม่เป็น? ให้เราดูแล!

เลิกจ่ายค่าแอดให้กับคนที่เอาแต่ไถฟีดผ่านๆ ไปวันๆ แล้วหันมาโกยยอดขายจากคนที่กำลังค้นหาสินค้าของคุณอยู่ดีกว่าครับ!

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการอยากเจาะลึกวิชายิงแอดด้วยตัวเองตั้งแต่ระดับเริ่มต้นที่ศูนย์ ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ในคอร์สเรียน Google Ads (Beginner to Expert)

หรืออยากจะมอบหมายให้ทีม Specialist ของ DigitalD2M เข้าไป รับทำโฆษณาแอด ให้แบบครบวงจร พร้อมดูแลการติดตั้งระบบ Tracking หลังบ้านให้แบบเสร็จสรรพ คลิกเลือกบริการที่คุณสนใจจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

คอร์สเรียน Google Ads (Beginner to Expert): https://digitald2m.com/google-ads-course-beginner-to-expert/

บริการรับทำโฆษณา Google Ads เต็มรูปแบบ: https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางแผน Search Marketing: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาการสเกลธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา