ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ21995103

วัดผลยิงแอด Facebook ดูค่าอะไร? คู่มืออ่านผลลัพธ์ฉบับโปร

เชื่อว่าหลายคนเวลาเปิดหน้าต่าง ตัวจัดการโฆษณา (Ads Manager) ขึ้นมาดูผลลัพธ์ มักจะเกิดอาการมึนงงเหมือนกำลังนั่งอ่านภาษาต่างดาวอยู่ใช่ไหมครับ?

ตัวเลขและตัวย่อภาษาอังกฤษยุ่บยั่บเต็มไปหมด ทั้ง CTR, CPM, CPC, CPA, ไปจนถึง ROAS... จนสุดท้ายหลายคนก็ต้องยอมแพ้ ทำเป็นมองไม่เห็นมัน แล้วหันกลับไปสนใจแค่ "ยอดไลก์" กับ "ยอดเงินที่โดนตัดออกจากบัตรเครดิต" แทน!

หากคุณกำลังทำพฤติกรรมแบบนั้นอยู่ ขอเตือนด้วยความหวังดีเลยครับว่า คุณกำลังขับรถสปอร์ตด้วยการปิดตาคลำทาง!

ในโลกของการทำ การตลาดออนไลน์ ข้อมูลหรือ Data มันคือเข็มทิศที่จะคอยชี้ชะตาธุรกิจของคุณ อาการ ค่าแอดแพง มันไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการที่คุณ "ไม่รู้เลยว่ามันแพงเพราะอะไร" แอดที่ไม่มีคนคลิก กับแอดที่มีคนคลิกเยอะแต่ปิดการขายไม่ได้ วิธีการแก้ปัญหา (Optimize) นั้นมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะครับ!

วันนี้ DigitalD2M จะพาทุกท่านมาถอดรหัสลับฉบับนักยิงแอดมือทอง! เราจะมาเจาะลึกวิชา วัดผลยิงแอด Facebook

มาดูกันครับว่าตัวย่อภาษาอังกฤษแต่ละตัวมันมีความหมายว่าอะไร? ค่าไหนคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องโฟกัส ค่าไหนเป็นแค่ตัวเลขหลอกตา? และเทคนิคการตัดสินใจแบบมือโปรว่า แอดตัวไหนควรจะกดปิดทิ้ง แอดตัวไหนควรจะอัดเม็ดเงินเพิ่ม เพื่อเป็นการรีดเค้นกำไรให้ได้มากที่สุด แบบเจาะลึกทุกกลไกครับ!

1. ถอดรหัส 5 ตัวย่อสุดงง (CTR, CPC, CPM, CPA, ROAS) สรุปมันคืออะไรกันแน่?
ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่วิธีการวิเคราะห์ เราจะต้องมาแปลภาษาต่างดาวเหล่านี้ให้กลายเป็นภาษาคนกันก่อนครับ! และนี่ก็คือ 5 เสาหลักใน ตัวจัดการโฆษณา ที่คุณจะต้องท่องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ:

CPM (Cost Per 1,000 Impressions) ต้นทุนต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง: มันก็คือค่าเช่าพื้นที่สำหรับลงโฆษณานั่นแหละครับ ถ้าหาก CPM ของคุณอยู่ที่ 100 บาท นั่นแปลว่าคุณจะต้องจ่ายเงิน 100 บาท เพื่อแลกกับการให้คนมองเห็นแอดของคุณ 1,000 ครั้ง (ถ้าค่า CPM มีราคาแพง ก็แปลว่าคู่แข่งกำลังประมูลแย่งพื้นที่ตรงนี้กันเยอะ หรือไม่ก็เป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายของคุณมันแคบจนเกินไปครับ)

CTR (Click-Through Rate) อัตราการคลิก: เมื่อโชว์แอดไป 100 คน จะมีคนกดคลิกเข้าไปกี่คน? สมมติว่าค่า CTR เท่ากับ 2% ก็แปลว่าโชว์แอดไป 100 คน มีคนกดคลิก 2 คน (ตัวเลขค่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกได้เลยครับว่า "รูปภาพหรือคอนเทนต์ของคุณมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน" ยิ่งมีค่าสูงก็ยิ่งดีครับ! โดยค่าเฉลี่ยมาตรฐานควรจะเกิน 1.5 - 2% ขึ้นไป)

CPC (Cost Per Click) ต้นทุนต่อ 1 คลิก: คุณจะต้องควักเงินจ่ายกี่บาท กว่าจะมีคนยอมกดคลิกเข้าลิงก์ของคุณ 1 คน (จำเอาไว้เลยครับว่า ยิ่งค่า CPM ถูก และค่า CTR สูงมากเท่าไหร่... ค่า CPC ของคุณก็จะยิ่งมีราคาถูกลงตามไปด้วยครับ!)

CPA (Cost Per Action หรือ Cost Per Acquisition) ต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่คุณต้องการ: ตัวนี้แหละครับคือ "หัวใจสำคัญของแม่ค้าออนไลน์" ตัวอย่างเช่น ต้นทุนต่อการทักข้อความ 1 ครั้ง (Cost per Message), ต้นทุนต่อการเกิดออเดอร์ 1 ครั้ง (Cost per Purchase), หรือ ต้นทุนต่อคนที่ยอมกรอกฟอร์ม 1 คน (Cost per Lead)

ROAS (Return On Ad Spend) ผลตอบแทนจากการจ่ายค่าโฆษณา: นี่คือ "บอสใหญ่" ตัวจริงเสียงจริงครับ! มันคือตัวเลขที่ใช้คำนวณว่า จ่ายค่าโฆษณาไป 1 บาท คุณสามารถสร้างยอดขายกลับคืนมาได้กี่บาท? (ถ้าสมมติว่าค่า ROAS เท่ากับ 5 ก็แปลว่า คุณจ่ายค่าแอดไป 100 บาท แต่คุณสามารถขายของได้ 500 บาทนั่นเองครับ)

2. แฮ็ก 4 ทริค วัดผลและวิเคราะห์ เพื่อสเกลยอดขายให้พุ่งทะยาน
เมื่อทำความเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานกันแล้ว ก็ถึงเวลาลงสนามจริงครับ! ทีมงาน DigitalD2M ขอเปิดเผย 4 กลยุทธ์ในการ วัดผลยิงแอด Facebook แบบฉบับมืออาชีพ:

ทริคที่ 1: เลือกดูค่าสถิติให้ตรงกับประเภทธุรกิจของคุณ
ไม่ใช่ว่าธุรกิจทุกประเภทจะต้องมานั่งดูตัวเลขเหมือนกันไปซะหมดนะครับ!

ร้านขายของประเภท E-Commerce (บน Shopee, Lazada, หรือ Website): ให้คุณโฟกัสไปที่ค่า ROAS และ CPA (Cost per Purchase) เป็นหลักเลยครับ เพราะถ้าหากค่า ROAS สูงกว่าจุดคุ้มทุน (Break-even) นั่นก็แปลว่าคุณกำลังได้กำไร!

ธุรกิจสายบริการ B2B, อสังหาริมทรัพย์, หรือการขายคอร์สเรียน: ให้คุณพุ่งเป้าไปที่ค่า Cost per Lead (CPL) คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าต้นทุนในการตามหาเบอร์โทรศัพท์ลูกค้า 1 คน มันตกอยู่ที่กี่บาท แล้วเซลส์ของคุณสามารถโทรไปตามปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ (Conversion Rate)

ร้านอาหาร หรือ คลินิกที่มีหน้าร้านชัดเจน: ให้ดูที่ค่า Cost per Message (ต้นทุนในการทักแชต) ควบคู่ไปกับค่า Cost per Store Visit (ถ้าหากคุณสามารถแทร็กข้อมูลการเดินเข้ามาที่หน้าร้านของลูกค้าได้)

ทริคที่ 2: วินิจฉัยโรค "ค่าแอดแพง" สรุปแล้วมันเกิดจากอะไรกันแน่?
ถ้าคุณเอาแต่บ่นว่า ค่าแอดแพง คุณจะต้องแยกแยะให้ออกซะก่อนนะครับว่า "สรุปแล้วอะไรที่มันแพง?"

อาการที่ 1: ค่า CPM แพงมากๆ แต่ค่า CTR (คนกดคลิก) ก็สูงตามไปด้วย
วิเคราะห์อาการ: แปลว่าตัวคอนเทนต์ของคุณนั้นทำออกมาได้ดีมากครับ แต่กลุ่มเป้าหมาย (Audience) ที่คุณเลือกใช้งานมันอาจจะแคบเกินไป หรือไม่ก็กำลังมีคู่แข่งเข้ามาประมูลแย่งพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก (เช่น การยิงแอดในช่วงสิ้นเดือนที่เงินเดือนเพิ่งออก หรือในช่วงแคมเปญโปรโมชัน 11.11)
วิธีรักษา: ลองทำการขยายกลุ่มเป้าหมายให้มีความกว้างมากขึ้น หรืออาจจะลองหันไปใช้งานกลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike ดูก็ได้ครับ

อาการที่ 2: ค่า CPM ถูกดี แต่ค่า CTR ดันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (มีค่าไม่ถึง 1%)
วิเคราะห์อาการ: แปลว่าพื้นที่ในการลงโฆษณานั้นยังว่างอยู่ แต่คอนเทนต์ที่คุณนำเสนอไปมันดู "ไร้ความน่าสนใจ" จนคนเลือกที่จะเลื่อนผ่านกันไปหมด!
วิธีรักษา: อาการแบบนี้คุณไม่ต้องไปแก้ที่กลุ่มเป้าหมายครับ แต่ให้คุณรีบกลับไปทำรูปภาพ ทำคลิปวิดีโอ หรือคิดคำพาดหัว (Hook) มาใหม่ให้ด่วนที่สุดเลยครับ!

ทริคที่ 3: วิธีตัดสินใจ ปิดแอด (Kill) หรือ อัดงบเพิ่ม (Scale) แบบไม่ใช้อารมณ์
เมื่อคุณทำการรันแอดปล่อยทิ้งไว้จนครบ 3-7 วัน (ซึ่งถือว่าผ่านช่วง Learning Phase ของระบบไปแล้ว) คุณก็จะต้องมาทำหน้าที่ตัดสินใจชี้ชะตาแอดแต่ละตัวครับ

จังหวะไหนที่ควรจะกด ปิด (Kill): แอดตัวไหนที่มีค่า CPA แพงกว่าผลกำไรที่คุณจะรับได้ (เช่น ขายของได้กำไรชิ้นละ 100 บาท แต่ต้นทุนค่าทักแชตปาเข้าไป 150 บาทแล้ว) และแอดตัวนี้ก็รันมานานเกิน 3 วันแล้วด้วย... ให้รีบกดปิดมันทิ้งไปเลยครับ! อย่าไปมัวนั่งเสียดายยอดไลก์!

จังหวะไหนที่ควรจะกด ดัน (Scale): แอดตัวไหนที่มีค่า CPA ถูก และมีค่า ROAS สูงกว่าจุดคุ้มทุนไปมากๆ ให้คุณค่อยๆ ทยอยอัดงบประมาณเพิ่มขึ้นทีละ 20% ในทุกๆ 2 วัน (ขอย้ำว่าห้ามเพิ่มงบแบบก้าวกระโดดโดยเด็ดขาด เช่น อยู่ดีๆ ก็อัดงบเพิ่มจากวันละ 300 บาท ไปเป็น 3,000 บาท เพราะมันจะทำให้ระบบ AI รวนและพังในทันทีครับ)

ทริคที่ 4: ตรวจสอบหารอยรั่วของ Funnel (จากยอดคลิก ไปสู่ ยอดโอน)
ถ้าหากแอดของคุณมีคนกดคลิกเยอะมาก (ค่า CTR สูง) มีคนทักแชตเข้ามาเพียบ (ค่า CPA ถูก) แต่กลับไม่สามารถปิดการขายได้เลย! ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ ตัวจัดการโฆษณา แล้วล่ะครับ!

วิธีแก้: อาการแบบนี้ปัญหามันไปรั่วอยู่ที่ "ส่วนปลายทาง" ครับ คุณจะต้องรีบตามไปเช็กใน 2 จุดนี้:

แชตแอดมิน: แอดมินตอบแชตช้าเกินไปไหม? สคริปต์ที่ใช้สำหรับปิดการขายมันดูแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์เกินไปหรือเปล่า? หรือโปรโมชันที่เราเสนอไปมันไม่สามารถดึงดูดใจสู้คู่แข่งได้?

หน้าเว็บไซต์ (Landing Page): ถ้ายิงแอดพาคนเข้าเว็บไซต์ แล้วมีคนกดเข้ามาเป็นหลักพันคนแต่กลับไม่มีใครยอมกดซื้อ อาจจะเป็นเพราะว่าเว็บไซต์ของคุณโหลดช้าเกินไป (สถิติบอกว่าถ้านานเกิน 3 วินาทีคนก็จะกดปิดหนีทันที) หรือปุ่ม "สั่งซื้อ" มันกดยาก หาตำแหน่งไม่เจอ

3. เขตอันตราย หลงระเริงไปกับตัวเลขหลอกตา (Vanity Metrics)
สิ่งที่คุณจะต้องระมัดระวังให้ถึงขั้นสูงสุด ในการ วัดผลยิงแอด Facebook ก็คือการหลงระเริงไปกับ "ตัวเลขที่ดูดีแต่ไร้สาระ (Vanity Metrics)" ครับ!

บรรดาเอเจนซี่เถื่อน หรือคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำแอดมือใหม่ มักจะชอบแคปหน้าจอหลังบ้านมาโชว์อวดกันว่า "เห็นไหม! ยอดเข้าถึง (Reach) ปาเข้าไปเป็นล้านคนเลยนะ! ยอดคนกดไลก์เพจก็เพิ่มขึ้นมาเป็นหมื่นๆ แถมยังทำค่าคลิก (CPC) ได้ในราคาแค่ 0.50 บาทเองด้วย!"

ขอให้จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับว่า: ยอด Reach มันเอาไปจ่ายค่าไฟไม่ได้! ยอดไลก์เพจมันก็เอาไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้ลูกน้องไม่ได้เหมือนกัน!

ต่อให้ค่าคลิกของคุณจะทำออกมาได้ถูกแสนถูกสักแค่ไหน แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่มีใครทักเข้ามาเพื่อซื้อของ หรือค่า ROAS ของคุณมันยังคงติดลบ... แคมเปญโฆษณาตัวนั้นก็ถือว่าเป็นความล้มเหลวครับ!

นักยิงแอดระดับพระกาฬ (Media Buyer) เขามักจะโฟกัสดูแค่ตัวเลข 2 ตัวเท่านั้น นั่นก็คือ ค่า CPA (ต้นทุนต่อผลลัพธ์) และ ค่า ROAS (ผลตอบแทน) ถ้าหากว่าตัวเลข 2 ค่านี้สอบผ่าน ส่วนตัวเลขอื่นๆ มันจะแพงแค่ไหนก็ช่างหัวมันเถอะครับ!

บทสรุป ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร มีแต่เรานั่นแหละที่ชอบหลอกตัวเอง
ในโลกของการทำ การตลาดออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่างมันสามารถนำมาวัดผลได้แบบ 100% เต็มครับ ความเชื่อหรือความรู้สึกส่วนตัว (Gut Feeling) คุณสามารถนำมันเอาไปใช้ในตอนที่กำลังคิดคอนเทนต์ได้ แต่ห้ามนำเอาความรู้สึกเหล่านั้นมาใช้ในตอนที่กำลังวิเคราะห์ข้อมูล (Data) โดยเด็ดขาด!

การทำความเข้าใจถึงหลักการทำงานของ ตัวจัดการโฆษณา และรู้จักวิเคราะห์ตัวชี้วัด (Metrics) ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง มันจะเข้าไปช่วยเปลี่ยนสถานะของคุณจาก "เหยื่อที่เอาเงินมาให้เฟสบุ๊คผลาญเล่นไปวันๆ" ให้กลายมาเป็น "นักลงทุนที่รู้ว่า ถ้าใส่เงินลงไป 1 บาทตรงนี้ แล้วจะได้ผลกำไรกลับคืนมา 5 บาท"

ทันทีที่คุณสามารถอ่านเกมของตัวเลขได้ขาด การสเกลธุรกิจเพื่อ เพิ่มยอดขาย ระดับหลักล้าน มันก็จะเป็นเพียงแค่เกมของตัวเลขที่คุณสามารถคุมบังเหียนเอาไว้ได้ในมือครับ!

ยิงแอดเองแล้ว ROAS ติดลบ ดู Data ไม่เป็น? ให้ทีมกุนซือของเราเข้าไปจัดการ!

เลิกปวดหัวกับตัวเลขที่ยั้วเยี้ยอยู่เต็มระบบหลังบ้านได้แล้วครับ! ไม่ว่าคุณจะอยากเจาะลึกวิชาวิเคราะห์ ตัวจัดการโฆษณา และเรียนรู้วิธีการสเกลยอดขายด้วยตัวเองผ่านคอร์สเรียน Facebook Ads (Zero to Advance)

หรืออยากจะส่งไม้ต่อให้กับ Specialist ของ DigitalD2M เข้าไป รับทำโฆษณาแอด คอยเฝ้าจับตาดู Data ให้แบบ Real-time คอยปิดแอดที่พัง ดันแอดที่ปัง เพื่อกระชากค่า ROAS ให้กับธุรกิจของคุณ คลิกเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการจากลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

คอร์สเรียน Facebook Ads (สอนสเกลและอ่าน Data): https://digitald2m.com/facebook-ads-course-zero-to-advance/

บริการรับทำโฆษณา Facebook (อัด ROAS): https://digitald2m.com/รับทำโฆษณาแอด-tiktok-facebook-google/

บริการที่ปรึกษาธุรกิจ วางแผนลดค่าแอด: https://digitald2m.com/digital-marketing-service-advisor/

ติดตามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายทั้ง 6 เว็บไซต์ของเรา:

https://digitald2m.com/

https://www.xn--12c2bcoda1dhdvc8ga8dd4b3nldvh.com/

https://www.xn--42cg3b0ce6bte5d9gye.com/

https://www.xn--72c0an0bzbsd8c2g.com/

https://www.xn--72c0adaat6dbg0cc0ee7ce2bn0r0a0m.com/

https://www.xn--72c0adaat7d0bcv7ade7ce2b4qye.com/

บทความ Masterclass โดย DigitalD2M - บริการรับทำการตลาดออนไลน์ และที่ปรึกษาการสเกลธุรกิจของคุณ

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา