ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ19760367

หูฟัง Hifiman RE400 มือ 1 อุปกรณ์ครบกล่อง hifiman re400

แสดงภาพทั้งหมด

หูฟัง Hifiman RE400 มือ 1 ยังไม่เคยใช้งาน
อุปกรณ์ครบกล่อง
ราคามือหนึ่ง 1,990 บาท
ขายที่ 1,300 บาทรวมส่ง ems หรือนัดรับได้ที่คลองสามปทุมธานีครับ
หรือจะสั่งซื้อผ่าน Shopee ได้ที่ https://shopee.co.th/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87-Hifiman-RE400-%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD-1-%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-hifiman-re400-i.59595499.8802576958

พ่ามพ๊าม ยอดมนุษย์เกี่ยวข้องอะไรกับหูฟัง hifiman เดี๋ยวเรามาดูกันไปเรื่อยๆๆนะครับ

หูฟังตัวใหม่จากค่าย Hifiman ตัวนี้นั้น เปิดตัวในงาน CES ที่ผ่านมา และเป็นหูฟังตัวใหม่จากค่าย Hifiman ที่ปฏิวัติการออกแบบ ปรัชญา หน้าตา บห่อบรรจุภัณฑ์ เรียกว่าขนาดผมเองยังอ้าปากหวอ ว่างวดนี้เจ้า Fang Bian เค้าฟิตและซุ่มซ้อมมาเป็นอย่างดี

แพ็คเกจภายนอกผมลองจับเคาะๆๆดู อ้าวเฮัย มันไม่ใช่กล่องกระดาษนี่นา แต่น่าจะเป็นกล่องพลาสติกเนื้อดี และแพ็คเกจทำแล้วดูเอาจริง เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ซึ่งผมไม่แปลกใจล่ะครับ Hifiman หลังๆ ในช่วง 1-2 ปีมานี้ เค้าเติบโตและแข็งแกร่งอย่างมาก

กล่องแกะออกมาทุกอย่างครบถ้วน แอร์ วิทยุ ทีวี แม๊กซ์ จีพีเอส อะจ๊ากๆๆ ไม่ใช่ๆๆๆ คือเค้าให้ของมาครบทั้งชุดครับ คือมีตัวหูฟังซึ่งถ้าไม่ให้มามีหวังโดนแฟนๆอัดแน่นอน 555 และมีจุกยางต่างขนาดมาให้ชุดใหญ่ ซึ่งไม่ได้สร้างความแปลกประหลาดใจแต่อย่างใด

แถมยังจัดแท่งขาวๆ เป็นยาง ซึ่งจนป่านนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าจะใช้งานมันอีท่าไหน ให้ผมเดา ผมว่ามันคือแกนซิลิโคน เป็นแกนซิลิโคนเพื่อให้เอาหูฟังไปพันเพื่อทำการเก็บให้เรียบร้อย

แต่ผมดูแล้วไม่ค่อยมีประโยชน์ เลยโยนให้ลูกเอาไปใช้ลบดินสอแทนยางลบที่หายที่โรงเรียนแทนล่ะครับ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์เอนกอนันต์เช่นกัน

ถ้ามองเห็นไม่ชัด ให้มามองภาพนี้ครับ และถ้าใครสามารถทำให้ผมเห็นว่าไอ้แท่งขาวๆ มันใช้งานได้อย่างไร เดี๋ยวผมมีรางวัลขำๆๆให้ละกัน

จุกยางนั้น ผมเห็นมีแบบ 2 ชั้น จัดมาให้ 2 คู่ ซึ่งถามผม ผมว่ามันให้เสียงที่กลมกล่อมดีมากๆๆครับ

เล่าต่อ ผมเห็นงานผลิต Hifiman งวดนี้แล้วปลื้มใจมากๆๆครับ เพราะผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ีโตมาพร้อมกับเค้า เปรียบไปเราก็เหมือนเด็กวัดที่กระโดดน้ำตูมๆ หลังวัด ลงว่ายในคลองโดนปลาชะโดตอดหำมาด้วยกัน

แอบขโมยสตางค์หลวงตาไปซื้อวีซีดีโป๊มานอนดูด้วยกัน บางทีก็แอบขโมยตู้เงินบริจาคของวัดเอาไปเล่นตู้เกมส์กัน ความรู้สึกมันเป็นแบบนั้่นจริงๆๆ ครับ คือมั่นคงเริ่มขายสินค้ากับ hifiman มาตั้งแต่แรกจริงๆๆ จนบัดนี้เค้าไปไกลในเวทีโลก แต่มั่นคงยังอยู่ที่เก่าว่างั้น

นี่ก็ยังนึกเสียวไส้ว่าไม่รู้เพื่อนเก่าจะปลดเราออกจากเป็นตัวแทนหรือเปล่า จ๊ากๆๆๆๆ

คุยเพลินจนลืมไปเลย คำว่า Waterline นี่ ถ้าแปลเป็นไทยให้ได้ความหมายดีๆๆมันแปลว่าอะไรใครช่วยทีเต๊อะๆๆๆ

ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงอู้ครับ ต้องเล่านู่นเล่านี่ไปเรื่อยๆๆก่อนตามเชิง เหมือนนักมวยที่ยกแรก ต้องเดินเลาะเชือก แล้วยื่นหมัดไปข้างหน้า แต่ไม่ยอมชกว่างั้น

เจ้า RE400 นั้นมีสายหูฟังที่นอกจากมีฉนวนหุ้มตัวมันอยู่แล้ว เค้ายังทำฉนวนภายนอกเพื่อป้องกันสายหูฟังเปื่อยก่อนเวลาอันควรด้วยการใช้เชือกถักหุ้มไปอีกที ซึ่งเท่าที่ผมใช้งานมาเดือนกว่าๆ ผมถือว่าเวิร์คมากๆๆ คือเชือกนั้นหุ้มหูฟังตั้งแต่ช่วงตัว Y ลงไปจนถึงแจ๊ค

ความเหนียว ทนทาน สอบผ่านเข้าไปนั่งทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมได้อย่างแน่นอน อาจจะมีนิดๆ ที่หลายคนอาจจะไม่คล่อง คือเวลาม้วนเชือกแล้ว มันจะเป็นเกลียวนิดๆ แต่ก็คลายออกไม่ยากเย็นอะไรว่างั้น

ดูกันให้จะๆๆเลยครับ จะเห็นว่างานผลิตนั้นดีเกินคาดหมาย คุณภาพพลาสติก ลายสกรีนบนตัว Y นั้นคมกริบ ชัดเจน ไม่ใช่ส่งให้โรงงานแถวดาวคะนองหรือบุคโลเป็นที่ผลิตว่างั้นล่ะ

แต่ผมขอติงนิดนึง เจ้าตัวอลูมิเนียมชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เอาไว้รูดสายให้กระชับ มันเล็กและมีเหลี่ยมคมนิดๆ จนผมรู้สึกว่าจับไม่ถนัดนัก และกลัวมันจะบาดสาย แต่อย่างว่าลูกผู้ชายอย่างเราต้องลองรูดขึ้นรูดลงหลายๆครั้ง นับร้อยนับพันจนมั่นใจว่า

มันไม่บาดและทำอันตรายต่ออวัยวะ เอ๊ย ต่อหูฟังแสนรักของท่านอย่างแน่นอนเลยล่ะ

แอ่นแอ๊น มาแล้วๆๆๆ คราวนี้ก็มาถึงตัวหูฟังเลยครับ งานนี้ถ่ายแบบห้อยหัวลงเหมือนค้างคาวเลยล่ะ สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆๆในหูฟัง Hifiman ก็คือเรื่องหน้าตา และวัสดุครับ

มันเป็นหูฟังขนาดเล็ก ย้ำว่าขนาดเล็กครับ แต่ไม่เล็กจนถึงขั้นหยิบไม่ถนัดมือ หรือเล็กจนต้องทำมือเล็กๆ คอยจีบคอยหนีบให้ทุเรศทุรังตัวเองขณะใช้งาน และไม่เล็กจนแหย่เข้ารูหู แล้วมันมุดหายเข้าไป จนต้องร้องโวยวายลั่นบ้านเรียกให้เมียสุดที่รักมาแคะออก

ผมว่ามันจับถนัดมือ เสียบเข้าออกง่าย และเวลาใส่นอนตะแคงหับหมอน ไม่คับหูเหมือนโดนด้ามหอกยาวสามวาเสียบคาไว้

ดูกันชัดๆๆ เต็มสองลูกกะตาเลยครับ วัสดุคืออลูมิเนียมชนิดเบาถึงโคตรเบา และเป็นแบบ matt คือด้าน เรียบๆ ไม่เงาแว๊บจนดูเป็นลิเกคณะสมศักดิ์ภักดี หรือลิเกคณะกิ่งทองลูกบางปลาม้าล่ะครับ คืองามงด เรียบ ดูดี

แต่ส่วนที่ผมยังสงสัย จนถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยนั่นก็คือตรงบริเวณก้นของหูฟังครับ มันเป็นเหมือนแผ่นสติ๊กเกอร์บางๆสีเงินติดอยู่ ซึ่งผมพยายามทำมือให้คันแงะมันออกเหมือนเด็กขี้สงสัย ปรากฏว่ามันแกะไม่ออกครับ ซึ่งผมแนะนำท่านที่มือคันว่า...

กรุณาอย่ามือคันแบบผมเลย ปล่อยมันไว้เฉยๆงั้นล่ะ ให้มันเป็นปริศนาตุตันคาเมนต่อไปก็แล้วกัน

เจ้า Hifiman RE400 ตัวนี้ ผมอ่านดูจากเว็บ Headfonia เห็นเค้านิยามไว้ว่า
Clean....accurate....neutral
นั่นก็คือ สะอาด เที่ยงตรง และเป็นกลาง โอววววว


หูฟัง Hifiman RE400 หูฟังอินเอียร์จิ๋ว Audiophile จ๋าาาาา

เป็นหูฟังที่ผมเคยมั่นใจว่าถ้าไม่คิดจะจ่ายมากขึ้นอีกหลายเท่าผมคงไม่ได้เปลี่ยนมันแน่ แต่แล้วผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้มาลองหูฟัง IEM รุ่นใหม่ล่าสุดของ HiFiMAN

ว่าไปแล้วจะเรียกว่ารุ่นใหม่ก็ไม่เชิงนัก เพราะมันเป็นหูฟัง IEM รุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ HiFiMAN หมายมั่นปั้นมือว่าจะเข้ามาเจาะตลาดหูฟังประเภทนี้ให้ได้ มันมาในรหัสชื่อรุ่นแบบเต็มยศว่า RE-400 Waterline หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า RE-400 ก็ได้

HiFiMAN RE-400

โดยปกติแล้วถ้าพูดถึงชื่อของ HiFiMAN คิดว่าหลายคนต้องคิดถึงแต่หูฟังรุ่นที่เป็น 'ตัวขาย' ของเขาโดยเฉพาะหูฟังแบบพลานาร์แมกเนติคที่ใช้ไดรเวอร์แบบแผ่นฟิล์มบาง ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าไดรเวอร์ไดนามิคทั่วไป หลายคนจึงตั้งคำถามเมื่อได้เห็นหูฟังแบบ IEM ของพวกเขาว่า

"มันจะดีเหมือนหูฟังแบบพลานาร์ของพวกเขามั๊ย?" หรือว่า "HiFiMAN จะทำหูฟังแบบ IEM ได้ดีแค่ไหนกัน?"

ในขั้นต้นที่ทำให้มั่นใจได้ก็คือ RE-400 ออกแบบและผลิตโดย HiFiMAN เอง (Driver designed and manufactured by HiFiMAN) ไม่ได้ไปจ้างคนอื่นมาทำให้ ไม่ได้หยิบยืมงานออกแบบของใครมาเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ ดังนั้นหูฟัง IEM รุ่นนี้จึงมีคุณค่าในตัวของมันเองตั้งแต่ต้น บุคลิกเสียงด้านใดก็ตามที่เคยได้ยินจากหูฟังรุ่นอื่นของ HiFiMAN ควรจะมีให้ได้ยินใน RE-400 ด้วยเช่นกัน

ตัวจริงของ RE-400 ตัวเล็กและเบากว่าที่ผมคิดไว้พอสมควรเลยล่ะครับ ที่แน่ๆ คือเล็กกว่าหูฟังไวแสง 02 อย่างเห็นได้ชัด แต่ขนาดไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพเสมอไป เพราะเมื่อฟังเทียบกันแล้ว RE-400 นั้นให้ซาวน์สเตจที่กว้างกว่า เสียงที่มีรายละเอียดและความละเมียดละไมน่าฟังกว่าในแทบทุกมิติการฟัง

และที่เห็นตัวเล็กๆ และเบาออกอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ดูก๋องแก๋งเลยล่ะครับ ตัวบอดี้หูฟังนั่นทำจากอะลูมิเนียมกลึงมาอย่างดี มีรูระบายเสียงขนาดเล็กจิ๋ว ไม่ได้เคลือบสีอะไรปล่อยให้เห็นผิวเนื้อเงินด้านๆ ของอะลูมิเนียมดูดีทีเดียวครับ การบอกตำแหน่งหูฟังข้างซ้ายและขวาจะเป็นตัวอักษร L (LEFT) และ R (RIGHT) ที่ตัวสายบริเวณจุดต่อเข้าตัวหูฟัง พินิจพิเคราะห์จากเนื้องานแล้วต้องบอกว่าเป็นงานผลิตเกรดเอเลยล่ะครับ อย่าลืมว่าอะไรที่มีขนาดเล็กการผลิตให้ได้มาตรฐานคุณภาพออกมาเท่าๆ กันทุกตัวนั้นมักจะทำได้ยากกว่าวัตถุที่มีขนาดใหญ่ แถมยังออกแบบให้เข้ากับสรีระศาสตร์หรือ Advanced ergonomics อย่างที่เขาบอกไว้ด้วยต่างหาก

ตัวไดรเวอร์ที่อยู่ข้างในเป็นไดรเวอร์แบบไดนามิคขนาด 8.5 มิลลิเมตร แม่เหล็กแรงสูงแบบนีโอไดเมียม (Neodymium magnet) ไดอะแฟรมทำจากวัสดุแกร่งและเบาหวิวอย่างโลหะไทเทเนียม (8.5mm Titanium Diapharagm) ซึ่งปกติในลำโพงบ้านเขานิยมเอาไปใช้ทำไดรเวอร์เสียงแหลมหรือทวีตเตอร์กัน อย่างเช่นลำโพงหลายรุ่นของเจบีแอลก็นิยมใช้โดมทวีตเตอร์ที่ทำจากไทเทเนียม ส่วนที่ HiFiMAN เอามาใช้ทำไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคแบบฟูลเรนจ์ซึ่งตัวไดรเวอร์ต้องทำงานตลอดย่านความถี่เสียงจึงถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่พอสมควรสำหรับผม

แล้วผมก็ได้เห็นแพคเกจแบบจัดเต็มของ RE-400 มันมาในกล่องพลาสติกสีดำที่ไม่ดำทึบไปเสียทีเดียวแต่โปร่งแสงได้บ้างเหมือนฟิล์มเข้มๆ ซะมากกว่า หน้าตาของมันดูดีมีสกุลใช้ได้เลยครับ กล่องด้านในเป็นกระดาษแข็งบุโฟมที่สามารถสไลด์ดึงออกมาได้ ในแพคเกจพบตัวหูฟังที่มาพร้อมกับจุกยางซิลิโคนสองชั้นสีดำให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมถึง 4 ไซส์ มีตัวฟิลเตอร์ที่เป็นสักหลาดกลมสีดำใหญ่กว่าปลายปากกานิดหน่อยมาให้ด้วยครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีแท่งยางแข็งสีขาวขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย มีร่องบากบนตัวมันที่เห็นครั้งแรกแล้วถึงกับมึนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าให้มาทำไมอีก 1 แท่ง แต่พิจารณาดูแล้วน่าจะเป็นหลักสำหรับใช้พันเก็บสายหูฟังให้เป็นระเบียบก็เป็นได้

นอกจากความเบาของตัวหูฟังแล้ว ผมว่าตัวสายหูฟังเองก็เบาเหมือนกันนะครับและเป็นความเบาที่มองเห็นได้ถึงคุณภาพเช่นกัน ตัวสายอ่อนนุ่มนิ่มผิวนอกหุ้มผ้าสีดำแลดูมีราคาเหมือนสายหูฟัง IEM แพงๆ หลายตัว มีความยาวกำลังดีสำหรับการใช้งานทั้งแบบพกพาและอยู่กับที่ ข้างในสายใช้ตัวนำเป็นทองแดงที่มีความบริสุทธิ์สูงนั่นคือทองแดงปราศจากออกซิเจน (OFC Copper Cabling) พิจารณาแล้วไม่ใช่สายหูฟังที่ดูกระจอกงอกง่อยแต่อย่างใดแน่นอน หัวแจ็คเป็นแบบมินิ 3.5mm เคลือบทองมาอย่างดี ขั้วต่อมีลักษณะเป็นรูปตัว J ดูแล้วน่าจะใช้งานง่ายกว่าทั้งแบบตรงและแบบที่งอเป็นมุมฉาก

สายหูฟังตัวนี้ใช้งานแล้วประทับใจทุกอย่างเลยนะครับ ยกเว้นเรื่องเดียวคือการที่ตัวสายมันเบามากจึงค่อนข้างไวกับการสั่นหรือไมโครโฟนิกเล็กๆ น้อยๆ ได้ง่าย บางครั้งอาจจะเกิดเสียงฮัมหึ่งเบาๆ ที่มีสาเหตุมาจากการสั่นของโต๊ะหรือวัตถุรอบข้างที่แตะอยู่กับตัวสาย ก็อย่าเพิ่งโทษแอมป์หรือตัวหูฟังเอง ให้ลองเอามือจับสายหูฟังดูก่อนว่าเสียงรบกวนเหล่านั้นมันเงียบลงไหม

ตามสเปคบอกว่ามันมีความไว 102dB/1mW ความต้านทานประมาณ 32 OHM รับกำลังเสียงได้ 10mW สูงสุด 30mW ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 15-22 KHz

เล็กดี รสโตและออดิโอไฟล์
เช่นเดียวกับ IEM ทั่วไปที่ไม่ตะกระตะกรามกำลังจากแอมป์มากมาย ภาคขยายหูฟังในตัวเครื่องเล่นพกพา สมาร์ตโฟน แท็ปเล็ตหรือ DAC ตัวเล็กๆ ส่วนใหญ่จึงสามารถใช้ขับ RE-400 ได้ไม่ลำบากนักแม้จะพบว่ากับไอโฟนสี่เอสต้องเร่งเสียงมากกว่าหูฟังไวแสง R02 บ้างก็ตาม แต่ก็ยังเหลือ volume ให้ใช้งานอีกพอสมควร

แนวเสียงของหูฟังตัวนี้มีรายละเอียดของเสียงกลางที่โดดเด่นในขณะที่มีซาวน์สเตจโปร่งกว้างไม่อุดอู้ เสียงสามารถหลุดลอยออกไปได้ไกลทำให้มันแทบไม่มีอะไรให้ติได้เลยในเรื่องของมิติเสียง ประการต่อมาคือเสียงทุ้มที่ให้รายละเอียดได้ดีกว่าปริมาณ มีมวลเสียงที่อิ่มหนักแน่นกำลังดี ไม่มีเบสแบบโรลแบ็คซื้อ 1 แถม 1 เหมือน IEM บางตัว ดังนั้นมันจึงอาจจะไม่ใช่คู่แท้ของนักฟังเพลงที่บริโภคเสียงทุ้มเป็นอาหารหลัก 3 เวลาก่อนอาหาร แต่ก็ฟังเพลงได้ทุกแนวไม่ยกเว้นแม้แต่ฮิบฮอบที่มีเบสสนุกๆ หรือเพลงแดนซ์เคป็อปที่มีเสียงทุ้มที่ไม่ต้องคิดอะไรมากไปกว่าความมันกระจาย คุณสามารถเปิดมันได้ดังจนขี้หูแข่งกันเต้นระบำได้แน่นอน อย่าง I Gotta Feeling ของ Black Eyed Peas หรือ Dancing Queen ของสาวๆ Girls' Generation ฟังแล้วรับรองว่าต้องอยากโยกย้ายส่ายเอวไปตามเพลง ไม่มีคำว่าจ๋อยหรือซึมแน่นอน

แต่ถ้าคุณเป็นพวกที่ฟังเพลงแบบบริสุทธิ์นิยม ไม่ชอบการแต่งเติมสีสันมากจนเกินจริง ผมว่า RE-400 เป็นอะไรที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายพอสมควร จริงอยู่ว่ามันไม่ได้ให้เสียงที่บริสุทธิ์เป็นน้ำกลั่นหรือเป็นกลางมากอย่าง Heir Audio 4Ai และ tone balance โดยภาพรวมจะออกไปทางนุ่มเนียนมากกว่าใสสว่าง แต่ก็จูนเสียงมาได้ดี จัดวางบาลานซ์ของเสียงมาได้สวยงามและฟังสบายเนียนหู ฟังแล้วไม่อึดอัดหรือมีอะไรขาดๆ เกินๆ จนน่ารำคาญ

ยิ่งเมื่อได้จับคู่กับ DAC/AMP อย่าง SONY PHA-1 หรือ MERIDIAN EXPLORER ผมว่าเสียงที่ได้จาก RE-400 ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนคิดว่าต้องเป็นหูฟัง IEM ระดับเฉียดหมื่นบาทหรือกว่านั้นด้วยซ้ำ หรือแม้แต่เวลานี้จะว่าไปแล้ว IEM แยกไดรเวอร์ที่ราคาแพงกว่าก็ใช่ว่าจะเคี้ยวมันลงได้ง่ายๆ บางตัวในบางแง่มุมอาจจะเพลี่ยงพล้ำให้เจ้าจิ๋วนี่เสียด้วยซ้ำไปครับ

ผมได้ยินหลายคนบอกว่านี่แหละลักษณะเสียงที่บรรดานักฟังแบบออดิโอไฟล์ถามหา คือมันเป็นเสียงที่เอาใจหูนิดๆ ฉอเลาะอ่อนหวานหน่อยๆ มีความเที่ยงตรงที่พอจะชี้ถูกชี้ผิดได้ บอกได้ว่าเพลงชุดนี้เสียงดีจนน้ำหูน้ำตาไหลหรือว่าห่วยจนสุนัขไม่รับประทาน แต่ไม่ถึงกับตรงแหน่วเป็นขวานผ่าซากไปซะทีเดียว

ทีแรกก็ยังไม่ปักใจเชื่อหรอกครับ จนกระทั่งมาได้ยินกับตัวเอง ยิ่งฟังมันก็ยิ่งตอกย้ำว่า RE-400 เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ลองหาโอกาสฟังดูเถิดครับอย่างชุด My Live Stories อัลบั้มใหม่ของสาวหมวยอินเตอร์ Susan Wong ที่นักเล่นออดิโอไฟล์รู้จักกันเป็นอย่างดี ในเพลง Sometimes When We Touch นอกจากเสียงร้องที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์หูฟังตัวนี้ยังถ่ายทอดไดนามิคของเสียงกลองออกมาได้อย่างชัดเจนออกมาเป็นลูกๆ มีน้ำหนักของอิมแพคและหางเสียงที่ทิ้งไว้แบบกำลังดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

ผมลองฟังเพลง If I Could Sing Your Blue ของ Sara K. ที่เป็นไฟล์ไฮเรส 24bit 96kHz ผ่าน DAC/AMP Meridian Explorer ผมว่ารายละเอียดเสียงที่ได้ยินเหมือนฟังจากลำโพงสองทางดีๆ สักคู่ ถ้าเปิดไม่ดังจนเกินไปรายละเอียดเสียงที่ออกมาจะมีความโปร่งและความหวานเนียนลื่นไหลในอัตราส่วนใกล้เคียงกัน และมีสมดุลเสียงที่ดีตลอดย่านความถี่ มีความน่าฟังอย่างที่ควรจะเป็นและทำให้เข้าถึงดนตรีได้ง่าย

แต่ที่เป็นทีเด็ดเพราะฟังกับ RE-400 ได้ดีจนเหมือนว่ามันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็คืออัลบั้ม Esprit De Four ของ Fourplay ที่เป็นไฟล์ 24bit 44.1kHz เสียงที่ออกมาฟังเพราะมากๆ รายละเอียดชัดและเนียนหูฟังสบาย หลับตาแล้วเคลิ้มตามได้เลยล่ะครับ มันใช่เลย มันใช่จริงๆ ครับ

หลังจากที่ฟังผมพล่ามมานาน ก็ถึงคราวขมวดปมสุดท้ายว่าเสียงเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ผมว่าใครที่เคยคิดว่าจุดหมายปลายของหูฟังแบบ IEM ต้องเป็นแบบแยกไดรเวอร์เท่านั้น หรือไม่คุณอาจจะเคยลองฟัง IEM แยกไดรเวอร์บางรุ่นแล้วรู้สึกผิดหวังจนพาลคิดไปว่า IEM คงไม่เหมาะกับคุณ ผมอยากให้ลองหูฟังของ HiFiMAN ตัวนี้ครับ เผื่อว่ามันจะเป็นอะไรที่ 'ใช่' สำหรับคุณ เหมือนอย่างที่มัน 'ใช่' สำหรับผมครับ

ข้อมูลจำเพาะ
Color Black & Silver
Fit In Ear Monitor
Jack plug 3.5mm
Frequency response 15Hz-22KHz
Impedance 32 Ohm ±3.2
Drivers Diameter 8.5mm
Sensitivity 102 dB/mw
Weight 30g

©©เครดิตตามนี้เลยครับ©©
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=958267144544206&id=100010827870920

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา