ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ19090483

ปุ๊ยมูลค้างคาว

แสดงภาพทั้งหมด

- ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์เป็นปุ๋ยเชิงผสม ชนิดปั้นเม็ดเป็นเนื้อเดียวกันอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน

- มีอินทรียวัตถุจากมูลค้างคาวชนิดกินแมลง ช่วยปรับสภาพดิน ทำให้ดินร่วนซุย พืชจึงเจริญเติบโตอย่างมั่นคง มีระบบ ราก ใบ ลำต้น ดอก ผล สมบูรณ์ ลดต้นทุน ให้ผลผลิตสูง

- ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์เป็นปุ๋ยเชิงผสม ชนิดปั้นเม็ดเป็นเนื้อเดียวกันอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน

- ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์เป็นปุ๋ยเชิงผสม ชนิดปั้นเม็ดเป็นเนื้อเดียวกันอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน
ปุ๋ยอินทรีย์ภัณฑ์มูลค้าวคาว

เกมส์ปลูกพืชของท่านคงล้มเหลวแน่ๆถ้าขาดอาวุธสำคัญ “อย่างปุ๋ย”หลายคนคงจะรู้จักปุ๋ยมูลค้างคาวมาบ้างแล้ว ตามท้องตลาดทั่วๆไป แต่ผมอยากแนะนำสุดยอดปุ๋ยมูลค้างคาวของบริษัทเจริญโอสถให้ท่านได้รับรู้ และเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบกับปุ๋ยมูลค้างคาวตามท้องตลาดว่าแตกต่างและสุดยอดอย่างไร เพื่อให้ท่านจะได้ไม่เลือกใช้อาวุธที่ผิดๆไปใช้ในเกมส์การปลูกพืชผักของท่าน
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับปุ๋ยกันก่อนนะครับ ปุ๋ยที่มีขายในท้องตลาดมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ
1.ปุ๋ยเคมี
2.ปุ๋ยชีวภาพ
3.ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยเคมี
ปุ๋ยเคมีจะมีธาตุอาหารหลักด้วยกัน 3 ธาตุ จากธาตุอาหารทั้งหมด 16 ธาตุที่พืชต้องการ ประกอบด้วย
1.ไนโตรเจน (N) ให้ความเขียว เร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิต
2.ฟอสฟอรัส (P) ช่วยทำให้ควบคุมการออกดอก ออกผล
3.โปแตสเซียม (K) ช่วยทำให้ผลใหญ่ สร้างแป้งและน้ำตาล ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี
ปุ๋ยเคมีที่ขายในท้องตลาดก็จะมีทั้งแบบเดี่ยวกับแบบผสม
แบบเดี่ยว เช่น ปุ๋ยสูตร 46-0-0 , 0-46-0 , 0-0-60 เป็นต้น
แบบผสม เช่น ปุ๋ยสูตร 16-20-0 , 15-15-15 , 16-16-8 เป็นต้น
ส่วนผสมในปุ๋ยเคมีใน 1 กระสอบมีอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ในน้ำหนัก 100 กิโลกรัม จะมีเนื้อปุ๋ย 36 กิโลกรัม นอกนั้นก็จะเป็นสารเติมเต็ม 64 กิโลกรัม เพราะฉนั้นปุ๋ยที่บรรจุขายอยู่ 50 กิโลกรัม จึงมีเนื้อปุ๋ยจริงๆแค่ 18 กิโลกรัมเท่านั้นที่เหลือผสมอยู่ในถุงก็เป็นสารเติมเต็มพวก อิฐ หิน ดิน ทราย ต่างๆ เหตุที่ต้องผสมสารเติมเต็มลงไปเพราะว่า ปุ๋ยเคมีไม่สามารถที่จะนำไปใช้กับพืชได้ 100% พืชจะตายหมด ทุกปีที่เรานำปุ๋ยเคมีไปใส่ไร่ใส่นา เราจึงนำเศษอิฐ เศษหินไปใส่ด้วยนานวันเข้าสารเติมเต็มพวกนี้จึงตกค้างอยู่ตามดิน ทำให้ดินแน่นเสื่อมคุณภาพ

เมื่อดินเสื่อมสภาพ(เป็นกรด) ดินที่เป็นกรดจะสลาย 3 ธาตุอาหารทิ้ง คือ แคลเซียม แม็กนิเซียม และก็โปรแตสเซี่ยม
ปุ๋ยชีวภาพ
ค้างคาวที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไปมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ค้างคาวชนิดกินพืช กับค้างคาวชนิดกินแมลง มูลค้างคาวที่กินแมลงจะมีธาตุอาหารสูงกว่ามูลค้างคาวชนิดกินพืชที่พบโดยทั่วๆไป ปุ๋ยมูลค้าวคาวที่บริษัทนำมาผลิตปุ๋ยได้รับสัมปทานมูลค้างคาวกินแมลงเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย พันธุ์หนูปากย่นตัวเล็กๆ ซึ่งบริษัทอินเตอร์ อโกร เทค ได้รับสัมปทานมาตั้งแต่สมัยจอมพล.ป. ที่เขาหน่อ เขาแก้ว จำนวน 38 ถ้ำ ตอนนี้พึ่งขุดไปเพียงห้าถ้ำ มูลค้างคาวของบริษัทถ้าจะขุดทั้งหมดจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 500-600 ปีจึงจะหมด

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ได้ทำสัญญากับ ประธานบริษัท อินเตอร์ อโกรเทค คุณ จิระชัย พุทธวงค์ ให้ผลิตปุ๋ยมูลค้างคาวให้สมาชิกชาวเจริญโอสถใช้ และเป็นเกรดเดียวกับที่ทางบริษัทอินเตอร์ อโกรเทค ผลิตส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

สมาชิกบริษัทเจริญโอสถ ขอเข้าเยียมชมบริษัทผลิตปุ๋ย

ได้รับการออกแบบโรงงานการผลิตโดยวิศวะกรจากประเทศญี่ปุ่น

คุณสมบัติ ให้ธาตุอาหารครบทุกตัว ทั้งธาตุอาหารหลัก N,P,K ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม เพิ่มผลผลิต ขั้วเหนียว ระบบรากแข็งแรง ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราและเเบคทีเรีย เร่งการเติบโตของ ต้น ใบ ดอก ผล และรวงข้าว ช่วยปรับสภาพการเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ยังมีกรดฮิวมิกและแร่เพอไลต์ที่ช่วยในการจับปุ๋ยและปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างสมบูรณ์ ให้การขยายรากได้เร็วและลำต้นแข็งแรงไม่โค่นล้มง่าย ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์และปุ๋ยเคมีที่ตกค้างให้กลับมาเป็นธาตุอาหารของพืช เสริมสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชแข็งแรง ช่วยให้ขั้วเหนียว บำรุงต้นให้เจริญเติบโต (ออกดอก ออกผลมาก) ปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้มีนำหนักและรสชาติดีขึ้นและใช้ได้ดีกับพืชทุกชนิด และนอกจากนี้ปุ๋ยที่ผลิตออกมายังเป็นปุ๋ยเกรดเดียวกับที่ส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่น โดยวิศวะกรชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ออกแบบกระบวนการผลิตให้ และได้รับมาตรฐานการผลิต ISO.9002

ส่วนประกอบธาตุอาหารหลัก ไนโตเจน (N) ฟอสฟอรัส (P)โพรแทสเซี่ยม (K)
ธาตุอาหารรอง แคลเซี่ยม (Ca)แมกนีเซี่ยม (Mg) โบรอน (B) กำมะถัน (S)
ธาตุอาหารเสริม ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) โมลิบดินั่ม (Mo) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn)
องค์ประกอบ ฮิวมิดฟอร์ม อินทรีย์วัคถุ ตัวย่อยสลาย ขนาดบรรจุ 25 กิโลกรัม
ข้อดีของมูลค้างคาวของ บริษัทเจริญโอสถ
1.ไร้สารเคมี เป็นอินทรีย์ 100% เต็ม
2.ให้ธาตุอาหารครบ 13 ชนิด ที่พืชต้องการคือ N,P,K,Ca,Mg,S,Fe,Zn,Cu,Mn,B,Mo,Cl ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยสูตรพิเศษต่างๆมาใส่เพิ่มอีก
3.มีค่าอินทรีย์วัตถุ OM (Organic Matter) ที่ประมาณ 66% สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดขั้นต่ำ 30% สหกรณ์ปุ๋ยซื้อแล้วสามารถไปเบิกเงินได้แน่นอน
4.ผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ปุ๋ยมูลค้าวคาวที่บริษัทอินเตอร์ อโกรเทค ผลิตส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่นและที่ผลิตให้กับบริษัทเจริญโอสถ เป็นเกรดเดียวกัน
5.ราคาเฉลี่ยถูกกว่าและใช้ได้มากกว่าปุ๋ยทั่วไป เนื้อปุ๋ยเต็มๆ 25 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไปราคาอยู่ที่ 300-1000 บาทปุ๋ยเคมีทั่วไปราคาอยู่ที่ 900-1400 บาท
6.ท่านได้ปุ๋ยเต็มๆล้วนๆ 25 กิโลกรัมไปใช้ แม้ว่าปุ๋ยเคมีทั่วไปจะมากกว่า คือ 50 กิโลกรัม แต่จะมีสารเติมเต็ม เช่น อิฐ หิน ปูน ทราย ดินเหนียว เศษฟาง และอืนๆผสมเข้าไป ทำให้ได้ปุ๋ยจริงๆน้อยกว่าที่ท่านคิด ปุ๋ยของเจริญโอสถใช้มูลค้าวคาวที่อายุต่างๆกัน และธาตุฟอสเฟตหลายพันปีที่ผสมกับมูลค้างคาวแทนสารเติมเต็ม แม้จะ 25 กิโลกรัม แต่เป็นเนื้อปุ๋ยล้วนๆและมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ทั้งหมดจริงๆ
ประสบการณ์การใช้
ปุ๋ยอินทรีย์มูลค้างคาว ตรา อินทรีภัณฑ์ สูตร 6-3-3

เป็นปุ๋ยเชิงผสม ชนิดปั้นเม็ดเป็นเนื้อเดียวกัน อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบครัน

ประกอบด้วย ธาตุอาหารหลัก N, P, K สูง
ธาตุอาหารรอง Ca, Mg, S
ธาตุอาหารเสริม Fe, Zn, Cu, Mn, B, Mo, Cl

ตรงตามกรอบที่กฎหมายกำหนดผู้ขายไม่ต้องเสี่ยง การตรวจจับของเจ้าหน้าที่ใช้ในนาข้าว ข้าวพุ่งเร็ว เขียวทน เขียวนาน ผลผลิตดีตลอดช่วงอายุตั้งแต่เจริญเติบโต จนเก็บเกี่ยวพืชได้รับอาหารที่สมบูรณ์สามารถใช้ได้เลย โดยไม่ต้องผสมปุ๋ยยูเรีย

ใช้ได้ผลดีกับทุกพืช และทุกรอบของพืชใช้แล้วเห็นผลไว เทียบเท่ากับปุ๋ยเคมีปลดปล่อยธาตุอาหารได้นานกว่าเคมี 2-3 เท่าปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนใช้แล้วมีรายได้กลับคืน

ส่วนประกอบสำคัญในการผลิตปุ๋ย

1. วัตถุดิบมูลค้างคาว

มูลค้างคาวจำนวนมหาศาลที่บริษัทฯได้รับสัมปทานถ้ำค้างคาวนั้น สามารถนำมาผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของมูลค้างคาวเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีประโยชน์ต่อพืชมากมาย อุดมไปด้วยธาตุอาหารครบตามที่พืชต้องการ และพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์

2. สารอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

เป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทฯได้นำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตปุ๋ยด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเป็นเท่าทวีคูณ เพราะสารอาหารดังกล่าวมีธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม รวมทั้งฮิวมัส ฮิวมิค อะมิโน สารอาหารชนิดนี้เป็นเคมีธรรมชาติ ที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหารของประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลไม่ได้ตีค่าเป็นเคมี แต่ด้วยคุณค่านั้นเหนือกว่าเคมีนำเข้าโดยทั่วไป การปลดปล่อยต่างกัน ให้คุณค่าที่สูงกว่า พืชจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า

3. จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษนำเข้าจากประเทศอิสราเอล

เป็นอีกส่วนผสมหนึ่งที่ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ยของทางบริษัทฯ จุลินทรีย์สายพันธุ์นี้ มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ สามารถทำลายเชื้อโรคซึ่งเป็นสาเหตุของรากเน่า โคนเน่า ในพืชทุกชนิด ช่วยพัฒนาระบบราก ปรับสภาพดินที่เสียให้ร่วนซุย ปรับค่า PH ของดินให้เหมาะสม

ข้อดีของปุ๋ยมูลค้างคาว

1.มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุอาหารพืชสูงกว่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดอื่น

2.ปุ๋ยมูลค้างคาวนอกจากจะให้ธาตุอาหารที่เพียงพอแล้ว ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินด้วยทำให้ดินร่วน ดินซุย

3.ในมูลค้างคาวอุดมไปด้วย ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน เหล็กแมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน และโมลิบดินัม คลอลีน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของพืชโดยทั่วไป

4.ในมูลค้างคาวมีธาตุอาหารฟอสฟอรัสมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมกับการนำมาใช้ทั้งใน พืชผัก พืชสวน พืชไร่ และไม้ดอก ไม้ประดับ จ ช่วยเพิ่มในเรื่องของ สีสัน รสชาติ และเพิ่มผลผลิตได้อย่างดี

ประโยชน์ของปุ๋ยมูลค้างคาว
1. ให้สารอาหารครบ ทั้งธาตุหลัก ธาตุรองและธาตุเสริม
2. แตกยอดอ่อนได้เร็ว ใส่เพียงปริมาณเล็กน้อย
3. ปลอดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้นานถึง 30 วัน
4.ไม้ดอกจะให้ดอกดก สีสวย ดอกใหญ่
5.ช่วยให้ดินร่วนซุย ไม่จับตัวแข็งกระด้าง
6.เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7.ช่วยปรับสภาพดินเสีย จากการตกค้างของสารเคมี
8.ปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดิน ให้เหมาะกับพืช
9.เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม ระบบรากแข็งแรง
10.ช่วยป้ิองกันโรคราคเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย
11.เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
12.มีสารไล่แมลงจากธรรมชาติ
13.ลดปริมาณหอยเชอรี่เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว

เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว 1,500 กก.ต่อไร่

* หลังจากเมื่อข้าวอายุ 25 – 30 วัน ( หว่านปุ๋ยรอบแรก ) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น ขยายกอ ทำให้ต้นแข็ง ใบตั้ง ต้านทานโรคแมลง และเมื่ออายุข้าวประมาณ 35 – 40
* เมื่ออายุข้าวได้ 60 – 65 วัน ( หว่านปุ๋ยรอบสอง ) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวสมบูรณ์ ในช่วงข้าวตั้งท้องอ่อนๆควรใช้
* ในช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย( หว่านรับรวง( หว่านปุ๋ยรอบสาม )) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 20 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น สะสมอาหารสร้างรวง

สรุปการใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชในนาข้าว

หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ช่วงข้าวอายุ 25 – 30 วัน อัตรา 40 กก.ต่อไร่
ครั้งที่ 2 ช่วงข้าวอายุ 60 – 65 วัน อัตรา 40 กก.ต่อไร่
ครั้งที่ 3 ช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย อัตรา 20 กก.ต่อไร่

สรุปผลจากการใช้ในนาข้าว

1 ราก ทำให้รากยาว ขาวอวบ พืชหาอาหารได้ดีกว่า ทำให้เจริญเติบดตได้ดี
2 แตกกอดี ช่วยเพิ่มการแตกกอ เพิ่มจำนวนต้น รวงที่มากขึ้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
3 เขียว ข้าวเขียวทนเขียวนานกว่าใช้ปุ๋ยเคมี ข้าวเริ่มเขียวพร้อมกัน เขียวเสมอกัน
4 ต้นเขียวใบตั้ง ลำต้นแข็งแรง ข้าวไม่ล้ม ช่วยต้านทานโรคและแมลงได้ดี ช่วยลดค่ายาฆ่าแมลงลงได้
5 ข้าวรวงใหญ่ รวงยาว เมล็ดข้าวแกร่ง ไม่ลีบ น้ำหนักดี ข้าวสุกแก่พร้อมกัน ไม่โดนตัดราคา
6 ขั้วเหนียว ข้าวไม่หลุดร่วงง่าย ลดการสูญเสียผลผลิต ทำให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น
7 ข้าวสุกก่อน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อน ช่วยลดต้นทุนค่าสูบน้ำเข้านา
8 ช่วยปราบหอยเชอรี่ได้ ช่วยลดต้นทุนค่ายาปราบหอย
9 ดินเป็นหล่ม สภาพดินดี มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ปุ๋ยมูลค้างคาวสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีกว่าและนานกว่าปุ๋ยเคมี ทำให้ธาตุอาหารในดินมีมาก สังเกตจากใบธงเขียวยันวันเกี่ยว ช่วยปรับโครงสร้างดิน ฟื้นฟูสภาพดิน ทำให้ดินดีขึ้น

เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล

เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล เช่น ส้ม ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน เงาะ เป็นต้น
*ระยะยังไม่มีผล ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา