ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ17119081

พระกำแพงซุ้มกอ เนื้อชิน พิมพ์ใหญ่ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ พระนางพญา วัดนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง

แสดงภาพทั้งหมด

พระซุ้มกอสูง ๓.๒ ซม. พระนางพญาสูง ๓.๒ ซม. พระสมเด็จ แม่พิมพ์นี้ฐานซุ้ม(แนวนอน)ค่อนข้างเล็ก (ข้อคิดเห็นบางอย่างเกี่ยวกับการตัดขอบ - เนื้อปูนที่ถูกตัดออกไปคือส่วนที่เป็นปีกนั้น มีคุณวิเศษเท่ากับเนื้อปูนขององค์พระทุกประการ มีทั้งผงวิเศษ ผงตะไบเงินผงตะไบทองและอิทธิวัสดุต่างๆ ทางวัดคงไม่นำไปทิ้งและหาวิธีนำกลับมาใช้ในการสร้างพระอีก แต่เนื้อปูนมีน้ำมันตังอิ๊วผสมอยู่และไม่แห้งสนิทโดยเร็ว การที่จะตำให้เป็นผงปูนที่ละเอียดอย่างเดิมทั้งหมดนั้นคงทำได้ยาก อาจมีก้อนปูนเล็กบ้างใหญ่บ้าง) Pra kamphaeng sumkor (metal) pim yai. Pra somdej wat rakang pim yai (prasomdet, prasomdej). Pra nangphya wat nangphya pim kaokong. (ข้อสังเกตประการหนึ่งในประวัติการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯ - ในหนังสือพระสมเด็จฯของตรียัมปวาย บทที่ ๓ ตำนานการสร้างพระสมเด็จ ฯ - - - ณ บัดนี้ จะได้กล่าวถึงความเป็นมาของพระสมเด็จ ฯ ในด้านประวัติการสร้างซึ่งได้รวบรวมมาจาก "บันทึกของผู้ใหญ่หลายท่าน" ซึ่งได้มีโอกาสสอบถาม "พระธรรมถาวร" ศิษย์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และสารคดีเหล่านี้เมื่อได้นำมาวิเคราะห์ดูแล้ว ก็ได้ความสอดคล้องต้องกันและชัดเจนทุกประการ จึงถือว่าเป็นหลักฐานที่มั่นคงที่มีอยู่ในขณะนี้ และเนื่องจากสารคดีอันนี้ได้รับมาจาก "พระเถระรูปนี้โดยตรง" จึงขอ - - - นายกนก สัชชุกร บันทึกความที่ได้สัมภาษณ์ "พระธรรมถาวร" ไว้ว่า "ครั้งแรกใครจะเป็นผู้แกะพิมพ์ถวายไม่ทราบแน่ แต่เป็นแม่พิมพ์ที่ไม่สู้งดงามนัก และในระหว่างที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ หมกมุ่นในการแก้ปัญหาเรื่องความร้าวหักของพระเมื่อตากแห้งแล้วนี้เอง "หลวงวิจารณ์เจียรนัย" ช่างทองหลวงในราชสำนักรัชกาลที่ ๔ ได้มาเยี่ยมเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ และได้ขอพิจารณาแม่พิมพ์ที่ใช้สร้างพระสมเด็จ ฯ มาแต่เดิม และกราบเรียนเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ว่า แม่พิมพ์เหล่านี้ยังไม่งดงามสำหรับการที่จะใช้สร้างพระเครื่อง ฯ สำคัญเช่นนี้ เพราะขาดคุณค่าทางศิลปเป็นอันมาก แล้วจึงได้ "แกะแม่พิมพ์ขึ้นใหม่" ถวายเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ๒ - ๓ แบบ ซึ่งงดงามกว่าเก่ามาก และเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้ใช้ "แม่พิมพ์ใหม่ ๆ" นี้ "พิมพ์พระสมเด็จ ฯ ตลอดมา" - - ( ข้อสังเกต - ข้อมูลที่มีแหล่งที่มาว่า หลวงวิจารณ์เจียรนัยทำแม่พิมพ์พระสมเด็จ ฯ ถวายนั้น มาจากบันทึกของนายกนก สัชชุกร - - มีบทความในนิตยสารพระฉบับหนึ่งเขียนว่า ตรียัมปวายได้รับบันทึกจากนายกนก สัชชุกรในพ.ศ.๒๕๑๐ และพูดกับเพื่อนบางคนว่า ดีใจเหมือนได้แก้ว - บันทึกนี้เก็บมานาน มีอายุมากแล้วจึงมอบให้ เดิมนั้นนายกนกจะส่งบันทึกทางไปรษณีย์ แต่ตรียัมปวายเห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ มีชิ้นเดียวและเกรงว่าอาจจะสูญหายได้ จึงได้ขอร้องให้นายกนกเดินทางมากรุงเทพ ฯ โดยนัดพบกันที่สถานีหมอชิต) - - - นายกนก สัชชุกร อดีตผู้ช่วยข้าหลวงตรวจการกระทรวงการคลัง ภาค ๓ ปัจจุบันมีอายุ ๗๔ ปี (ใน พ.ศ. ๒๕๑๐) ตั้งบ้านเรือนอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นนักพระเครื่อง ฯ ผู้เฒ่าที่มีความสันทัดจัดเจน และคงแก่เรียนในพุทธาคมและโหราศาสตร์ - - - บันทึกความอีกตอนหนึ่ง ". . . . หลังจากได้เช่าบูชาพระสมเด็จ ฯ พิมพ์ทรง ๗ ชั้น มาจาก "พระครูสังฆ์รักษ์ เงิน" วัดอินทรวิหารมาองค์หนึ่ง เป็นมูลค่า ๒ บาทแล้ว เมื่อได้นำมาพิจารณาดูก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ที่แท้จริงอยู่นั่นเอง และครุ่นคิดอยู่แต่เรื่องนี้ จึงในวันหนึ่งได้ปรารภกับ "นายรอด" ซึ่งเป็นเพื่อนในที่ทำงานเดียวกัน เขาจึงบอกว่า ควรไปเสาะหาจากวัดระฆัง ฯ จะดีกว่า เพราะเขารู้จักกับ "พระครูเมธังกร" ที่วัดระฆัง ฯ นั้น . . . ดังนั้น ในวันเสาร์หลังเลิกงานครึ่งวัน ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ นั้นเอง แต่จำวันที่และเดือนไม่ได้ จึงพร้อมด้วย "นายรอด" และ "นายว่อง จันทร์รัตน์" ซึ่งเป็นเพื่อนในที่ทำงานเดียวกัน ก็ได้พากันข้ามฟากไปวัดระฆัง ฯ เพื่อความประสงค์จะสืบเรื่องราวพระสมเด็จ ฯ ตลอดจนประวัติของเจ้าพระคุณ ฯ ผู้สร้าง ทั้งใคร่จะได้ชมและเสาะหาของจริงอีกด้วย ซึ่งคาดว่าคงจะพอมีเหลืออยู่บ้างตามพระที่บวชเก่า ๆ ในวัดระฆัง ฯ นั้น ครั้นเมื่อนายรอดพาไปหา"ท่านพระครูเมธังกร" และได้วิสาสะกับท่านแล้ว ก็ได้ความว่าท่านเป็นพระบวชรุ่นหลัง ไม่ทันเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ แต่ท่านได้แนะนำไปหา "เจ้าคุณธรรมถาวร เจ้าอาวาส" ท่านพระครูบอกว่า เจ้าคุณธรรมถาวรเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ และมีส่วนร่วมในการบดผงสร้างพระสมเด็จ ฯ ด้วย พวกเราทั้งสามจึงพากันไปหาท่านเจ้าคุณยังกุฏิของท่าน . . . ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย ท่านเจ้าคุณธรรมถาวรกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนกุฏิท่านค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นต้อนรับเรา สังเกตว่าท่านชราภาพมากแล้ว พอพวกเรา ๓ คนเข้าไปกราบท่าน ท่านก็ถามว่า มาจากไหนกันและมาหาท่านเพื่อประสงค์อะไร ? จึงกราบเรียนความประสงค์ให้ท่านทราบ ท่านเจ้าคุณกล่าวว่า พวกเรายังอายุน้อย ๆ ยังหนุ่มแน่นกันอยู่ ไม่น่าจะมานิยมสนใจในเรื่องพระ ๆ เจ้า ๆ เลย พวกเราก็ช่วยกันเรียนท่านว่า มีความสนใจและนิยมพระสมเด็จ ฯ กันมาก ด้วยปรากฏมีผลศักดิ์สิทธิ์น่าเลื่อมใสต่าง ๆ จากผู้ที่ได้มีไว้สักการบูชา และเป็นที่นิยมกล่าวขวัญกันอยู่มากในขณะนี้ อยากขอความกรุณาจากท่านเกี่ยวกับความรู้เรื่องพระสมเด็จ ฯ และพฤติการณ์ส่วนตัวของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ผู้สร้าง ภายหลังที่ท่านเจ้าคุณได้นั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ คล้ายจะระลึกเหตการณ์เบื้องหลังทบทวนความทรงจำ แล้วท่านจึงเล่าให้พวกเราฟังว่า . . . "ท่านบวชได้ ๘ พรรษาแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จจึงได้สิ้น" และเดี๋ยวนี้ท่านมีอายุได้ ๘๓ ปีแล้ว ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ มาตั้งแต่ยังเป็นสามเณรอายุน้อย ๆ ศิษย์ที่ใกล้ชิดของเจ้าพระคุณมีอยู่ ๒ หรือ ๓ คน จำไม่ได้ถนัด ท่านเป็นผู้มีหน้าที่บดผงต่าง ๆ ที่เจ้าพระคุณ ฯ ใช้สร้างพระสมเด็จ ฯ ตลอดจนการพิมพ์พระในครั้งนั้นด้วย ท่านเล่าต่อไปว่า - - - ( หมายเหตุ - พระธรรมถาวร บวชใน พ.ศ. ๒๔๐๗ เรื่องนี้มีนัยสำคัญ ในบันทึกของพระอาทรพัตรพิสิฐ เรื่องการสัมภาษณ์ "พระธรรมถาวร" มีความตอนหนึ่งว่า - เจ้าคุณธรรมถาวร ได้บอกว่า "เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้เริ่มสร้างพระสมเด็จ ฯ" ของท่านขึ้น "เมื่อ"ตัวเจ้าคุณ"พระธรรมถาวร บวชได้ ๒ พรรษา" แล้ว )

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา