ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ15546224

เหรียญแซยิด ๖ รอบ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดถ้ำแฝด ครบ 72ปี พ.ศ.2538 เนื้อนวะพรายเงิน ตอกโค๊ตแรด สวยจัด หายากค่ะ

แสดงภาพทั้งหมด

เหรียญแซยิด ๖ รอบ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดถ้ำแฝด ครบ 72ปี พ.ศ.2538 เนื้อนวะพรายเงิน ตอกโค๊ตแรด สวยจัด หายากค่ะ

ประวัติ-ปฏิปทา หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร ( พระครูกาญจนกิจจาทร )
เกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำแฝด
ผู้สร้างตำนานมหัศจรรย์ “ครอบมงกุฏพระเจ้า"
ผู้ค้นพบวัตถุธาตุกายสิทธิ์ สรรพคุณ 108 แร่ “เหล็กไหล"
วัดถ้ำแฝด ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร หรือ “พระครูกาญจนกิจจาทร” อริยสงฆ์ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบ ยิ้มแย้ม แจ่มใสเมตตาธรรมสูงส่ง โอภาปราศรัยกับทุกคนที่เดินทางมานมัสการเท่าเทียมกัน หลวงพ่อจึงเป็นที่รักใคร่เคารพนับถือของทุกคนที่ได้มากราบแทบเท้าท่าน

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ท่านเป็นผู้เปิดตำนาน “เหล็กไหลตาแรด” สรรพคุณ 108 โดยเฉพาะผลทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดคงกระพัน มีชื่อเสียงสืบเนื่องยาวนาน

นับได้ว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์ แห่งวัดถ้ำแฝดท่านนี้เป็นเกจิอาจารย์รูปแรกที่เปิดตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับเหล็กไหล โดยนำมาฝังไว้ที่ใต้ท้องแขนของลูกศิษย์ลูกหาทั่วไป บางส่วนก็นำมาสร้างเป็นมงคลวัตถุและเครื่องรางของขลัง มีอานุภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนผู้เคารพศรัทธาตลอดมา

นอกจากนี้หลวงพ่อท่านยังเป็นเกจิอาจารย์ท่านแรกที่ทำพิธีเสริมบารมี เสริมดวง ต่อชะตา สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างน้ำตาเทียนขึ้นมาจากบาตรน้ำมนต์เป็นเส้นมงคลสายยาวแล้วนำมาสวมศีรษะผู้เข้าพิธี พิธีกรรมอันมหัศจรรย์นี้เรียกว่า “ครอบมงกุฏพระเจ้า”

เหตุผลอันแท้จริงของความศักดิ์สิทธิ์ของ เทือกเขาแรด นี้ ยังไม่มีผู้ใดสามารถค้นหาคำตอบที่แท้จริง หรือสามารถสยบอำนาจลึกลับต่าง ๆ ลงได้ จนกระทั่งมีพระภิกษูผู้ทรงศีลและกำลังสมาธิแก่กล้ารูปหนึ่งนามว่า “สัมฤทธิ์ คัมภีโร” ได้ธุดงค์มาปักกลดหาความวิเวกภายในถ้ำแห่งหนึ่งบนเทือกเขาแรดนี้ (คือถ้ำแฝดในปัจจุบัน)

วันแรกที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ท่านมาพำนักอยู่ในถ้ำแฝดนั้นมีชาวบ้านที่หาของป่ามานั่งสนทนาธรรมหลายคน เมื่อมืดค่ำลงต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับไปบ้านของตนจนหมด หลวงพ่อจึงได้เข้าทำวัตรสวดมนต์เจริญจิตภาวนาเพียงลำพังภายในถ้ำ
ในคืนแรกท่ามกลางความสงบแห่งรัตติกาลของราตรีนั้น หลังจากสงบจิตลงได้ไม่นาน ขณะที่ท่านได้เจริญภาวนามรรคจิตอยู่ดวงจิตได้ค่อยๆ รวมสู่ความสงบรวมเป็นสมาธิ ดั่งสู่ภวังค์จิตดื่มด่ำอิ่มปิติอยู่ในความสงบที่รู้สึกเป็นสุขยิ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทของท่านด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังและชัดเจน ปรากฏนิมิตงูยักษ์มีหงอนมากมายมารบกวนในขณะนั่งเจริญสมาธิภาวนาอยู่ ทำให้ล่วงรู้ด้วยกำลังญาณและสมาธิว่า ถ้ำแห่งนี้จะต้องเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แหล่งสถิตย์สิ่งของวิเศษของเหล่าพญานาคแน่นอน เมื่อได้ทราบดังนั้นแล้ว หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ก็คงนิ่งเฉยหาได้สนใจในของกายสิทธิ์เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่ ยังคงกำหนดจิตละกิเลสบำเพ็ญสมณะกิจต่อไป
ในช่วงขณะจิตหนึ่งนั้น มีความรู้สึกเหมือนของหนัก ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ อยู่ข้าง ๆ มีเสียงลมประหลาดคล้ายใครเป่าเบา ๆ พอได้ยิน และได้ปรากฏนิมิตรเสียงขึ้นว่า “หลวงพ่อกลัวงูไหม” เสียงนั้นชัดเจนก้องอยู่ในหู มั่นใจได้ว่าเป็นเสียงจริงๆ ที่ไม่ได้เกิดจากอุปทานแต่ด้วยจิตที่ผ่านการฝึกผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแล้ว จึงมิได้หวั่นไหวไปกลับเสียงที่ได้ยินนั้น จิตของท่านในขณะนั้นมีความมั่นคงมาก ได้ตอบกลับไปว่า "ไม่กลัว"
บรรยากาศเวลานั้นทุกสรรพสิ่งสงบเงียบ 2-3 อึดใจต่อมา โสตสัมผัสของท่านก็ได้ยินเสียงแว่วเข้ามาอีก คราวนี้ไม่ได้เป็นเสียงพูดหรือเสียงตะโกนแต่เป็นเสียงคล้ายใครบางคนมาลากอะไรบางอย่างเสียงดังครืดคราดวนเวียนอยู่ในถ้ำ เสียงนั้นแม้จะดังไม่มากแต่ก็ชัดเจนยิ่งนักใน ความเงียบงันของบรรยากาศอันหนาวเย็นในถ้ำ
คราวนี้ความสงสัยได้เข้ามาครอบงำจิตใจ ทำให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ท่านค่อยๆ คลายสมาธิลืมตาขึ้นมาดู จากความสว่างของแสงเทียนที่ท่านจุดปักไว้บนโขดหินภายในถ้ำประมาณ 3 - 4 เล่ม ทำให้ท่านเห็นจุดกำเนิดเสียงดังกล่าวค่อนข้างชัดเจน ทำให้ท่านตะลึงพรึงเพริดจนแทบลืมหายใจ เกิดความหวั่นไหวขึ้นมาในดวงจิต จึงรู้ว่าตนเองก็ยังคงเป็นปุถุชนที่ยังรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทั่วไป สิ่งที่สร้างความหวั่นไหวให้แก่หลวงพ่อในครั้งนี้ก็คือ "งูยักษ์"
จากชีวิตที่ออกธุดงค์ตามป่า-เขามาโดยตลอดผ่านพบสัตว์ร้ายมาทุกชนิด แต่ท่านก็ยอมรับว่ายังไม่เคยเจองูตัวขนาดนี้มาก่อนเลยเสียงครืดคราดที่ท่านได้ยินก็คือเสียงงูที่เคลื่อนไหวเลื้อยไปมาบนพื้นถ้ำ โดยกำลังเลื้อยไปดับเทียนที่ท่านปักไว้บนโขดหินทีละดวง ทีละดวง
งูยักษ์ขนาดลำตัวเท่าเสาศาลา ดวงตาสีแดงกล่ำแวววาวขนาดเท่าไข่ห่าน ลำตัวยาวเต็มถ้ำ กำลังแลบลิ้นแปลบปลาบอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งนั้นท่านรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ จนรู้สึกว่าจีวรนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ ความที่เป็นพุทธบุตรเมื่อตั้งสติพิจารณาถึงสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าในขณะนี้แล้ว ก็ทราบทันทีว่างูนี้ไม่ใช่งูธรรมดา จิตของท่านจึงมิได้หวั่นไหวกับภัยอันตรายที่ปรากฏต่อหน้าไม่ คงกำหนดสติพริ้มเปลือกตาลงนิ่งสงบสมกับเป็นสมณะ พร้อมกับกำหนดจิตแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศทุกทาง

"อาตมาภาพมาเพื่อขออาศัยสถานที่แห่งนี้เพียงเพื่อทำความเพียร เจริญพระกรรมฐานเท่านั้น มิได้มีเจตนามาเบียดเบียนใคร หากแม้จะเคยมีเวรมีกรรมต่อกันมาก็ขออุทิศร่างกายนี้แก่ท่านเพื่อเป็นการชดใช้เวร จะได้ไม่มีเวรต่อกันสืบต่อไปอีก"
"แต่หากว่าเป็นการมาเพื่ออนุโมทนาบุญ อาตมาภาพก็ขอส่วนบุญอันเกิดจากการบำเพ็ญคราวนี้ให้เป็นกุศลบารมีแก่ท่านและขอท่านจงหลบหลีกไปตามทางของท่านเถิดอย่าได้มารบกวนการภาวนาของอาตมาภาพเลย"
ด้วยอากัปกริยาอันสงบน่าเลื่อมใสของ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้สร้างความยำเกรงและประทับใจให้แก่พญางูเป็นอันมาก จะเป็นเพราะงูใหญ่ตัวนั้นรับรู้ในจิตที่แผ่ออกมานั้น หรือจะเป็นเพราะเหตุอื่นใดก็ยากจะคาดคะเน พญางูยักษ์ตัวนั้นค่อยๆ ลดตัวลงหันหน้ามามองหลวงพ่อพลางค้อมตัวลงต่ำแล้วทันใดความมหัศจรรย์เหนือการคาดเดาก็ปรากฎขึ้นแก่สายตาของหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่งเมื่อพญางูยักษ์กลายร่างเป็นคน
ร่างนั้นแปรสภาพเป็นคนหนุ่มผู้ถือศีลนุ่งขาวห่มขาว กำลังก้มลงกราบมายังหลวงพ่อสัมฤทธิ์ กราบเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังซอกถ้ำ อันเป็นส่วนลึกของถ้ำก่อนที่จะแทรกตัวเข้าไปในซอกหิน ได้หันมากล่าวกับหลวงพ่อว่า
“ข้าพเจ้าคือพญานาคผู้เฝ้ารักษาถ้ำกายสิทธิ์นี้มาเป็นเวลานาน ได้พบแล้วผู้ซึ่งทรงความบริสุทธิ์แห่งศีลสมควรแก่การเคารพนับถือ ขอมอบเหล็กไหลและของกายสิทธิ์ทั้งหมดในที่นี้แก่ท่าน และขอมอบเสื้อคลุมของข้าพเจ้าไว้เป็นที่ระลึกแก่ท่าน เราหมดวาระแล้ว” กล่าวจบก็แทรกตัวเข้าไปในซอกหิน หายไปไม่กลับออกมาอีกเลยกระทั่งเช้า

เมื่อหลวงพ่อท่านได้ไปสำรวจดูในซอกหินที่พญางูยักษ์หายไป สิ่งที่หลวงพ่ออยู่ซอกหินนั้นคือซากของคราบงูที่เพิ่งมาลอกทิ้งไว้ ซึ่งมีความยาวถึง 6 เมตรเศษ ซึ่งจะเป็นเสื้อผ้าที่พญางูเคยกล่าวไว้ว่าจะมอบให้หลวงพ่อนั่นเอง
หลังจากนั้นก็ได้มีศรัทธาญาติโยมในหมู่บ้านมานิมนต์ให้ท่านอยู่จำพรรษาที่นี่ เพราะเคยมีพระมาธุดงค์พักอาศัยถ้ำนี้หลายองค์ แต่พอเช้าจะมาถวายอาหารบิณฑาตร ก็ไม่ทราบว่าท่านถอนกลดหายไปแต่เมื่อใด คาดว่าคงจะพบเหตุการณ์ที่น่าสพึงกลัวจากอาถรรพ์แห่งขุนเขาจนเกิดความกลัว

นับแต่นั้นมา หลวงพ่อสัมฤทธิ์ จึงได้เริ่มก่อกำเนิดวัดถ้ำแฝด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2500 ด้วยบาตรและกลด จากสำนักสงฆ์จนสำเร็จเป็นวัดที่สมบูรณ์ ประกอบไปด้วย กุฎิ ศาลาการเปรียญ และพระอุโบสถ

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539 ด้วยโรคระบบการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพราะท่านมีโรคประจำตัวคือ เบาหวานและความดันโลหิตสูง ด้วยวัยชรา 73 ปี กับภาระการต้อนรับศรัทธาญาติโยมโดยไม่ได้พักผ่อนให้พอเพียง ทำให้ท่านด่วนละจากพวกเราไป ท่ามกลางความเศร้าโศกของศิษยานุศิษย์ทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอันมาก

ภายหลังการมรณภาพ ปรากฏเป็นอัศจรรย์ในบุญฤทธิ์เพราะสังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย ผมและเล็บงอกเองได้ตามธรรมชาติ ซินแสผู้เชี่ยวชาญ คือ คุณพรเทพ สุริยเสนีย์ (ดั่งอั่งเซียะซินแซ) ได้มาตรวจสอบถึงกับอุทานว่า "วิเศษ มหัศจรรย์" เกือบ 20 ปีที่ทำงานมา ซินแสเพิ่งได้พบเห็น ซากสังขารของพระอริยสงฆ์ที่มีสภาพสมบูรณ์เต็มที่เป็นครั้งแรก คือ อวัยวะภายใน ปอด ลำไส้ หัวใจ ทรวงอก ผิวพรรณ ไม่มีส่วนใดชำรุด หรือเสียหาย ใบหน้ายังอิ่มเหมือนคนนอนหลับ

ปัจจุบันสังขารของหลวงพ่อสัมฤทธิ์บรรจุอยู่ในโลงแก้วบนมณฑปสวยงาม เป็นที่เคารพบูชา ให้โชคให้ลาภแก่ผู้ที่ไปกราบไหว้ เส้นเกศาของท่านที่ลูกศิษย์เก็บไว้ ได้เปลี่ยนจากสีดำเป็นแก้วใส วันดีคืนดีเม็ดเหล็กไหลที่ท่านฝังไว้ที่แขนจะวิ่งและเปล่งแสงได้เป็นที่อัศจรรย์ เป็นสังขารของอริยสงฆ์ที่คู่ควรแก่การกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง

EMS แพ็คอย่างดี บริการส่งฟรีทั่วประเทศ
รับประกันแท้ 100 % ตลอดอายุการใช้บูชา
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย ย่อยสรงประภา 4222429957 ค่ะ
หาพระแท้ คุ้มค่า น่าบูชา มา....พรโสธร ....ซิคะ
โทร 062 196 9878

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น *เจ้าของประกาศเท่านั้นที่เห็นข้อมูลติดต่อนี้
แสดงความคิดเห็น

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา