ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ15461961

ลูทีน Lutein เครื่องดื่มเอ็นไซน์วิชั่นลูทีน Lutein Beverage ช่วยในเรื่องการเสื่อมของปราสาทตา และช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับดวงตา

แสดงภาพทั้งหมด

ลูทีน Lutein เครื่องดื่มเอ็นไซน์วิชั่นลูทีน ตรา พีเอสไทยซัคเซส เพราะโลกคือสิ่งสวยงามสำหรับคุณ Lutein Beverage ช่วยในเรื่องการเสื่อมของปราสาทตา และช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับดวงตา เพราะโลกคือสิ่งสวยงามสำหรับคุณ สั่งซื้อสินค้าโทร.089-5149458 คุณฝน หรือสั่งซื้อได้ที่ : http://www.healthddshop.com/store/product/บำรุงสายตา-1226240-th.html
ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ลูทีน (Lutein Beverage)
ลูทีน ถือเป็นสารอาหารที่มีความ สำคัญในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีน จะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอ และ เอเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริม สร้างพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีน จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบหลอดไฟ ไม่ให้เสื่อมเร็ว และนอกจากลูทีนจะพบมากในดวงตาของคนเราแล้ว ยังพบได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองเห็นถึงร้อยละ 66 จึงเชื่อว่าลูทีนมีส่วนช่วยในการรับภาพ และ ส่งต่อไปยังสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย•ช่วยให้ตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม
•เพิ่มความแข็งแกร่ง ให้กับผนังหลอดเลือดใหญ่ และเส้นเลือดฝอย
•เป็นสารที่ช่วยเสริมสร้าง สุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
•ช่วยเสริมสร้างการมองเห็น โดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Mascular ที่จุดเล็กๆ ตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสำคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา จะช่วยป้องกันมิให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา
•ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Mascular Degeneration)
•ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts)
•ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
•ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา
•ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา
•เพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืด
•ช่วยแก้สายตาที่ไม่ดีและโรคเกี่ยวกับตา

ที่มา : รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน , เอกสารประกอบการบรรยาย “โภชนาการพื้นฐานเพื่อการมีสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด” , พ.ศ. 2550



พลับสกัด

ลูกพลับ เป็นผลไม้ที่มีแคลอรีและไขมันต่ำ และยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก
•ลูกพลับมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ซึ่งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ
•หากนำลูกพลับมาหมักให้เปรี้ยว 1 ปีขึ้นไปจะมีสรรพคุณทางยาสูงขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายแก้อาการเหนื่อยล้า
•ลูกพลับ ประโยชน์ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันต้อกระจก ตาฟาง
•ช่วยบำรุงลำไส้ บำรุงปอดและม้าม
•ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ
•ช่วยแก้หืดหอบ (ผลแห้ง)
•ช่วยลดความดันโลหิต
•ช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจและปอดได้
•ช่วยแก้โรคปอดและกระเพาะอาหาร ซึ่งเกิดจากการสร้างพลังงานของปอดที่ลดลง ทำให้มีอาการไอ หายใจติดขัด เส้นผมหลุดร่วงหยาบกระด้าง หากเป็นติดต่อกันนานๆ ชีพจร กล้ามเนื้อและกระดูก จะสร้างสารผิดปกติในผนังกระเพาะอาหารได้
ที่มา : หนังสือผลไม้ 111 ชนิด คุณค่าอาหารและการกิน (ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์, นิดดา หงษ์วิวัฒน์), หนังสือสมุนไพร 91 ชนิดพิชิตโรค ชุดตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เสาวรส

ชื่อสามัญ “Passion Fruit” เสาวรส ชื่อวิทยาศาสตร์ “Passiflora Edulis” จัดอยู่ในวงศ์กะทกรก (Passifloraceae) เช่นเดียวกันกับกะทกรกและเสาวรสยงมีชื่ออื่นอีก คือ“กะทกรกฝรั่ง”
•เสาวรส ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
•ช่วยในการชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
•ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง
•ช่วยในการบำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอรวมอยู่ด้วย
•น้ำเสาวรสช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น
•น้ำเสาวรสช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
•มีวิตามินบี2 ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
•มีแคลเซียมซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก
•มีโพแทสเซียมสูงสูง ที่ช่วยให้มีสติปัญญา จิตใจร่าเริงแจ่มใส ด้วยการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงที่สมอง
•มีแมกนีเซียม ซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, USDA Nutrient Database
รับประทาน เช้า - เย็น ก่อนอาหาร 2 - 3 ซ้อนโต๊ะ


อย.เลขที่ 13-2-01753-2-0030

ราคาขายปลีก 1,500 บาท ราคาพิเศษ 790 บาท

สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย

โทร : 089-5149458 คุณฝน

โทร : 086-6611145 คุณเดี่ยว

http://www.healthddshop.com

(สามารถสั่งซื้อทางโทรศัพท์ หรือ สั่งซื้อผ่านทางเวปไซต์ก็ได้)

บรรจุขวดละ 750 ml.
1 - 2 ขวด ค่าจัดส่งขวดละ 100 บาท
3 -5 ขวด ค่าจัดส่งเหมาจ่าย 100 บาท
6 ขวดขึ้นไปจัดส่งฟรี!!!



เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ลูทีน และวิตามินเอ

โลกปัจจุบันนี้ เด็กๆจะต้องเจอกับสภาวะแสงแดดที่จ้าขึ้น รวมถึงแสงจาก คอมพิวเตอร์ ทีวี เกมส์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ซึ่งมีแสงสีฟ้า ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานในชีวิตประจาวัน แสงเหล่านี้มีผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง ดังนั้นจึงควรปกป้อง รักษาสุขภาพของดวงตาด้วยการหลีกเลี่ยงสภาวะดังกล่าว หรือควบคุมดูแลให้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงควรบริโภค สารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อดวงตา

สาหรับเด็ก ร่างกายต้องการสารอาหารหลายชนิด เพื่อใช้ในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อและโครงสร้างต่างๆของดวงตา และเพื่อช่วยเสริมสร้างการมองเห็น สารอาหารเหล่านี้ ได้แก่ วิตามินเอ ดีเอชเอ ทอรีน และสารอาหารลูทีน (Lutein) ซึ่งเป็นสารอาหารใหม่ ที่กาลังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ต่างประเทศ ในฐานะสารอาหารสาคัญ ที่ช่วยปกป้องจอประสาทตาของเด็กเล็กจากแสง และ ป้องกันอาการจอประสาทตาเสื่อม

ลูทีนมีประโยชน์ต่อดวงตาอย่างไร

ลูทีน เป็นสารที่มีปริมาณมากในจอประสาทตา หรือเรตินา บริเวณ Macula Lutea โดยมีหน้าที่สาคัญในการปกป้องเซลล์รับภาพบริเวณจอประสาทตา ที่มีความสาคัญในการมองเห็น โดยลูทีนจะทาหน้าในการต้านปฏิกิริยาอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในดวงตา และกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาของมนุษย์ (อ้างอิงที่ 1) รวมถึงดวงตาเด็กที่ยังบอบบาง

ลูทีน (Lutein) เป็นสารธรรมชาติที่มีในนมมารดา และ ในพืชผักผลไม้หลายชนิด เป็นสารในตระกูลของสารแคโรทีนอยด์และพบได้ในบริเวณดวงตาตรงบริเวณเลนส์ตาและจอรับภาพของตา ในธรรมชาติแล้วแม้จะมีแคโรทีนอยด์มากกว่า 600 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิดนี้เท่านั้นที่พบในจุดรับภาพของจอตา หนึ่งในนั้นคือลูทีนซึ่งจะทาหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดด และแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทาลายโดยการลดอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงทาหน้าที่บารุงตา ทาให้จอตาไม่เสื่อมเร็ว พืชผักที่มีสารลูทีนโดยมากมักจะเป็นผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ข้าวโพด แครอท ฟักทอง ผักกาด ผักปวยเล้ง คะน้า ผักโขมฯ การบริโภคพืชผักที่มีลูทีน หรือแม้แต่อาหารสุขภาพที่มีสารสาคัญนี้มีประโยชน์ในโรคหลายชนิดด้วยกัน ที่สาคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม

โรคต้อกระจก

คือภาวะที่กระจกตาหรือเลนส์ตาขุ่น ทาให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในตาได้ ตามปกติต้อกระจกไม่ใช่โรคติดต่อ ต้อกระจกจะค่อยๆ ขุ่นไปอย่างช้าๆ ใช้เวลาเป็นปีๆ และสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด

โรคจุดรับภาพเสื่อม

เกิดจากการเสื่อมของจุดรับภาพ (Macular) ซึ่งเป็นกลางจอตา (Retina) ทาให้การมองเห็นภาพเบลอบิดเบี้ยว บางครั้งอาจรุนแรงขนาดเห็นจุดดามาบังภาพอยู่ตลอดเวลา

ลูทีนกับโรคต้อกระจก

กลไลของลูทีน สามารถลด ป้องกัน หรือชะลอการเกิดต้อกระจกได้นั้น เป็นเพราะลดกลไกการเกิดความเสื่อมของโรคต้อกระจกโดยตรง (อ้างอิงที่ 2) และการที่แคโรทีนอยด์มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (อ้างอิงที่ 3) เพราะอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดต้อกระจก (อ้างอิงที่ 4) มีการวิจัยในกลุ่มผู้สูงอายุ ต่างๆ พบว่ากลุ่มที่มีระดับของลูทีนในกระแสเลือดสูงจะมีความขุ่นของเลนส์ตาน้อยกว่า ซึ่งเป็นการวิจัยของจักษุแพทย์และผู้วิจัยสรุปว่า ลูทีน น่าจะลดการเกิดความเสื่อมของเลนส์ตาในผู้สูงอายุได้จริง (อ้างอิงที่ 5) ยังมีการวิจัยว่าการรับประทานลูทีนในปริมาณสูงเพิ่มความสามารถในการมองเห็นของผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกไปแล้ว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยที่มีการออกแบบแผนการวิจัยมาอย่างดี และทาการทดลองเป็นเวลานานถึงสองปี (อ้างอิงที่ 6)

การวิจัยที่ Harvard School of Public Health, Boston ในผู้ชาย 36,644 คน ที่ได้รับอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ พบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมเที่มีลูทีน จะลดความเสื่อมของโรคต้อกระจกถึง 19% (อ้างอิงที่ 7) และที่ University of Massachusetts ทาวิจัยในสุภาพสตรีถึง 50,461 คนพบว่าการได้รับลูทีน จะลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจกถึง 22% (อ้างอิงที่ 8) การวิจัยที่ University of Wisconsin Madison Medical School ในผู้สูงอายุ 43-48 ปี จานวน 1,354 คน พบว่า ลูทีนช่วยลดอุบัติการณ์ของต้อกระจกที่เกิดตรงกลางเลนส์ (Nuclear Cataracts) ได้ถึง 50% (อ้างอิงที่ 9) จากการวิจัยทั้งหมดนี้จึงเป็นที่ยอมรับว่า ลูทีนช่วยลดอุบัติการณ์โรคต้อกระจกได้จริง

ลูทีนกับโรคจุดรับภาพเสื่อม

นอกจากลูทีน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจกแล้ว ยังพบว่ามีประโยชน์ในโรคจุดรับภาพเสื่อม ซึ่งมีหลายๆ การศึกษาสนับสนุนข้อมูลดังกล่าว โดยพบว่าถ้าปริมาณลูทีนในลูกตาลดน้อยลง จะพบความเสื่อมมากขึ้นในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อม (อ้างอิงที่ 10) และความเสี่ยงในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อมจะลดลง หากมีปริมาณลูทีนในเลือดสูงขึ้น (อ้างอิงที่ 11, 12) แสดงให้เห็นว่า การบริโภคอาหารที่มีลูทีนสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้

วิตามิน เอ

วิตามิน เอ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ที่สาคัญ คือ ช่วยในการมองเห็น (อ้างอิงที่ 13) โดยไปร่วมใช้ ในการสร้างสารที่ใช้ในการมองเห็น หากขาดจะทาให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย และทาให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามิน เอ อย่างรุนแรงอาจทาให้ตาบอดได้

เอกสารอ้างอิง :

1. Protective role of lutein on light-damage of retina. Wei Sheng Yan Jiu. 2008 Jan;37(1):115-7

2. The body of evidence to support a protective role for lutein and zeaxanthin in delaying chronic disease. Overview. J Nutr. 2002 Mar;132(3):518S-524S

3. Antioxidant and prooxidant properties of carotenoids. Arch Biochem Biophys. 2001 Jan 1;385(1):20-7

4. Ocular photosensitization. Photochem Photobiol. 1987 Dec;46(6):1051-5

5. Lens aging in relation to nutritional determinants and possible risk factors for age-related cataract. Arch Ophthalmol. 2002 Dec;120(12):1732-7

6. Lutein, but not alpha-tocopherol, supplementation improves visual function in patients with age-related cataracts: a 2-y double-blind, placebo-controlled pilot study. Nutrition. 2003 Jan;19(1):21-4

7. A prospective study of carotenoid intake and risk of cataract extraction in US men. Am J Clin Nutr. 1999 Oct;70(4):517-24

8. A prospective study of carotenoid and vitamin A intakes and risk of cataract extraction in US women. Am J Clin Nutr. 1999 Oct;70(4):509-16

9. Antioxidant intake and risk of incident age-related nuclear cataracts in the Beaver Dam Eye Study. Am J Epidemiol. 1999 May 1;149(9):801-9

10. The macular pigment: a possible role in protection from age-related macular degeneration. Adv Pharmacol. 1997;38:537-56

11. Antioxidant status and neovascular age-related macular degeneration. Eye Disease Case-Control Study Group. Arch Ophthalmol. 1993 Jan;111(1):104-9

12. Dietary carotenoids, vitamins A, C, and E, and advanced age-related macular degeneration. Eye Disease Case-Control Study Group. JAMA. 1994 Nov 9;272(18):1413-20

13. ประกาศสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร

http://newsser.fda.moph.go.th/food/file/Laws/Announcement%20of%20the%20Food%20and%20Drug%20Administration/Nutrition_Claim(11-08-51).pdf

ลูทีน(Lutein) เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีสีเหลืองสามารถต้านฟรีแรติคัล มีประดยชน์อันดดดเด่น คือ การปกป้องตัวตาและบารุงสายตา ช่วยชลอความเสื่อมของดวงตาให้ช้าลง ถ้าพูดถึงคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ลูทีนจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดมะเร็งลาไส้และมะเร็งเต้านมได้ค่ะ เราจะหาลูทีนในอาหารได้จากผักสีเขียว ส้ม กีวี องุ่น ผักโขม ฯลฯ - สารลูทีน (Lutein) คืออะไร

สารลูทีน (Lutein) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จัดอยู่ในกลุ่มสารที่มีสี ในตระกูลแคโรทีนอยด์ เป็นสารที่พบบริเวณตา ลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์สีเหลือง ซึ่งมีส่วนอย่างมาก ในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ ลูทีนพบได้ทั่วไปในผักใบเขียว ข้าวโพด และ ไข่แดง และมีส่วนสาคัญในการบารุงสายตา โมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยที่ ลูทีนจะฉาบบนผิวของเรตินา (Retina) บริเวณจุดรับภาพของลูกตา (macula) ซึ่งเป็ตาแหน่งที่สาคัญที่สุดในจอประสาทตา เพราะเป็นจุดที่รูปภาพและแสงสว่าง ส่วนมากจะมาตกบริเวณนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่จอตารับภาพได้ชัดเจนที่สุด ลูทีนจะช่วยในการดูดซับ แสงสีน้าเงินในแถบสีการมองเห็น และช่วยปกป้องการทาลาย ของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินาจากการศึกษา พบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตา *ดังนั้นพอจะพูดได้ว่า สารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina) - หน้าที่ของ Lutein

1. Lutein ทาหน้าที่ช่วยให้มองภาพได้คมชัด และเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น

2. Lutein มีรายงานถึงผลการวิจัยที่ชัดเจนมากมาย สามรถลดอุบัติการณ์ โรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้จริง

3. Lutein ลดความเสี่ยง ในการเป็นโรค จุดรับภาพเสื่อม (Age - Related Mascular Degeneration หรือ AMD)

4. Lutein ลดอุบัติการณ์โรคมะเร็งเต้านมในสตรี กลุ่มที่มีความเสี่ยง

5. Lutein ลดกลไกการเกิด Plague ในผนักเส้นเลือด ทาให้ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดตีบในสมอง

การ รับประทานลูทีน ในปริมาณที่สูง จะมีอัตราเสี่ยงต่ากว่า 43% สาหรับภาวะการเสื่อมของจอประสาทตา เมื่อเปรียบเทียบการรับประทานในปริมาณที่ต่า จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง จานวน 876 คนซึ่งมีอายุ ระหว่าง 55-80 ปี การได้รับลูทีน และ ซีซานทีน ในอัตราสูง จะช่วยลดความเสี่ยง ของจอประสาทตาเสื่อมอย่างเฉียบพลันตามอายุได้ จากประสิทธิภาพของลูทีน ที่ช่วยชะลออาการจอประสาทตาเสื่อม ของผู้ใหญ่ จึงมีการศึกษาประโยชน์ของลูทีน ที่มีต่อการปกป้องจอประสาทตาของทารกและเด็กเล็กเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาคนไข้จานวน 421 คน แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ได้รับลูทีนและซีซานทีนในระดับสูงที่สุด จะมีส่วนสาคัญต่อการลดระดับอัตราเสี่ยงของความเสื่อมของตาตามอายุได้ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า หญิงและชายที่ได้รับ ลูทีนในระดับสูงที่สุด จะเป็นต้อกระจกในอัตราที่ต่ากว่า ผู้ที่ไม่รับประทานลูทีนจากผัก และผลไม้และสารลูทีนอาจช่วยป้องกันมะเร็งปอด มะเร็งสาไส้ และมะเร็งเต้านม พบว่าการรับประทานสารลูทีน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลาไส้ในทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และการลดอัตราเสี่ยงที่สาคัญที่สุดคือ การตรวจพบการเป็นโรคมะเร็งลาไส้ระยะเริ่มแรก การรับประทานผักที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งประกอบด้วยลูทีนในปริมาณสูง จะมีความสัมพันธ์กับอัตราเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่ลดลง โดยเฉพาะสาหรับสตรีที่มีประวัติว่ามีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม - ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่า Lutein ประโยชน์ดังนี้

1. ช่วยให้ตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม

2. เพิ่มความแข็งแกร่ง ให้กับผนังหลอดเลือดใหญ่ และเส้นเลือดฝอย

3. เป็นสารที่ช่วยเสริมสร้าง สุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

4. ช่วย เสริมสร้างการมองเห็น โดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Mascular ที่จุดเล็กๆ ตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสาคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา จะช่วยป้องกันมิให้แสงอาทิตย์ทาลายเรตินา

5. ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age - Related Mascular Degeneration)

6. ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts)

7. ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง

8. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ทาลายเซลล์ตา ทาให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา

9. ช่วยบารุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา

10. เพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืด

11. ช่วยแก้สายตาที่ไม่ดีและโรคเกี่ยวกับตา

ลูทีนถือเป็นสารอาหารที่มีความ สาคัญในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีน จะทางานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอ และ เอเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริม สร้างพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทาหน้าที่เหมือนเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีน จะทาหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบหลอดไฟ ไม่ให้เสื่อมเร็ว และนอกจากลูทีนจะพบมากในดวงตาของคนเราแล้ว ยังพบได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองเห็นถึงร้อยละ 66 จึงเชื่อว่าลูทีนมีส่วนช่วยในการรับภาพและส่งต่อไปยังสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สารอาหารลูทีนนี้ ร่างกายของคนเรา ไม่สามารถสังเคราะห์สารลูทีนขึ้นมาใช้เองได้ จะต้องกินเข้าไปเท่านั้น โดยพบมากในน้านมแม่ เด็กแรกเกิดที่ได้กินนมแม่นั้นจะได้รับลูทีน ผ่านทางน้านมโดยตรง หากไม่ได้รับสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาอย่างเพียงพอ ดังนั้น การดูแลปกป้องดวงตา และเอาใจใส่เรื่องการกินอาหาร จะทาให้ลูกได้รับสารอาหารที่จาเป็น มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีพัฒนาการทางสายตาที่สมบูรณ์ จึงจาเป็นต้องให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 ขวบ - การรับประทานแคโรทีนอยด์ในปริมาณที่สูงที่สุดจะมี อัตราเสี่ยงต่ากว่า 43% สาหรับภาวะการเสื่อมของจอประสาทตาตามอายุอย่างเฉียบพลันของจอประสาทตา เมื่อเปรียบเทียบการรับประทานในปริมาณที่ต่าที่สุด จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจานวน 876 คนซึ่งมีอายุ ระหว่าง 55-80 ปี การได้รับลูทีนและซีซานทีน ในอัตราสูงจะช่วยลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อมอย่างเฉียบพลันตามอายุได้ - จาก การศึกษาคนไข้จานวน 421 คน แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับลูทีนและซีซานทีนในระดับสูงที่สุดจะมีส่วน

สาคัญต่อการลดระดับอัตราเสี่ยงของความเสื่อมของตาตามอายุได้ - จาก การศึกษาแสดงให้เห็นว่า หญิงและชายที่ได้รับ ลูทีนในระดับสูงที่สุดจะเป็นต้อกระจกในอัตราที่ต่ากว่า ผู้ที่ไม่รับประทานลูทีนจากผักและผลไม้เละสารลูทีนอาจช่วยป้องกันมะเร็งปอด มะเร็งสาไส้ และมะเร็งเต้านม พบว่าการรับประทานสารลูทีน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลาไส้ในทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และการลดอัตราเสี่ยงที่สาคัญที่สุดคือการตรวจพบการเป็นโรคมะเร็งลาไส้ระยะ เริ่มแรก การรับประทานผักที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งประกอบด้วยลูทีนในปริมาณสูงจะมีความสัมพันธ์กับอัตราเสี่ยงในการเป็นโรค มะเร็งเต้านมที่ลดลง โดยเฉพาะสาหรับสตรีที่มีประวัติว่ามีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม อ้างอิง * รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน , เอกสารประกอบการบรรยาย "โภชนาการพื้นฐานเพื่อการมีสุขภาพสมบูรณ์สูงสุด" , พ.ศ. 2550

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา