ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ13980841

จำหน่าย,ขาย,ฉากสแตนเลส 316,316l,304,เส้นแบนสแตนเลส 316l,316,304,เพลาสแตนเลส 316,316l,304,ฉากสแตนเลส 304,สแตนเลสแบน,เส้นแบนสแตนเลส 304,316l,ท่อสแตนเลส 316,ขาย,ท่อสแตนเลส 316,316l,เพลาสแตนเลส 420j2,เพลากลมสแตนเลส 316l,เพลาสแตนเลส 310,310s,สแตนเลสเส้น 316l

แสดงภาพทั้งหมด

จำหน่าย,ขาย,ฉากสแตนเลส 316,316l,ฉากสแตนเลส 316l,304,สแตนเลสเส้นแบน,เส้นแบนสแตนเลส,เส้นฉากสแตนเลส,ขายฉากสแตนเลส 316,316l,304,304l,สแตนเลสเส้นฉาก, เส้นแบนสแตนเลส 316,316l,304,เ้พลาสแตนเลส 316,316l,304,สแตนเลสฉาก 316l,316,304,ฉากสแตนเลส 304,สแตนเลสเส้นฉาก 316l,สแตนเลสแบน,เส้นแบนสแตนเลส 304,316l,

จำหน่าย,ขาย,ฉากสแตนเลส 316,316l,304,เส้นแบนสแตนเลส 316l,316,304,เพลาสแตนเลส 316,316l,304,ฉากสแตนเลส 304,สแตนเลสแบน,เส้นแบนสแตนเลส 304,316l,ท่อสแตนเลส 316,ขาย,ท่อสแตนเลส 316,316l,เพลาสแตนเลส 420j2,เพลากลมสแตนเลส 316l,เพลาสแตนเลส 310,310s,สแตนเลสเส้น 316l

จำหน่าย,ขาย,ท่อสแตนเลส 304,ท่อสแตนเลส 316,316l,เพลาสแตนเลส 420,420j2,แท่งสแตนเลส,เพลากลมสแตนเลส 316l,เพลาสแตนเลส 310,310s,สแตนเลสเส้น 304,316,316l,แผ่นสแตนเลส 304,แผ่นสแตนเลส 304l,แผ่นสแตนเลส 316,316l,สแตนเลสแผ่น 316,316,304,304l,เพลาสแตนเลส 316,เพลาสแตนเลส316l,เพลาสแตนเลส 304,

จำหน่าย,ขาย,ฉากสแตนเลส 316,จำหน่าย,ขายสแตนเลสฉาก 316l,316,304,จำหน่าย,ขายเ้พลาสแตนเลส 316,316l,304,จำหน่าย,ขายฉากสแตนเลส 304,จำหน่าย,ขายสแตนเลสแบน,จำหน่าย,ขายเส้นแบนสแตนเลส 304,316l,จำหน่าย,ขาย,ท่อสแตนเลส 304,ท่อสแตนเลส 316,316l,จำหน่าย,ขายเพลาสแตนเลส 420,420j2,จำหน่าย,ขายแท่งสแตนเลส,จำหน่าย,ขายเพลากลมสแตนเลส 316l,จำหน่าย,ขายเพลาสแตนเลส 310,310s,จำหน่าย,ขายสแตนเลสเส้น 304,316,316l,เพลากลมสแตนเลส 316,316l,
เพลากลวงสแตนเลส 304,เพลากลวงสแตนเลส 316,316l,แผ่นสแตนเลส 304,

รายละเอียดเกี่ยวกับสแตนเลส

แผ่นสเตนเลส เพื่องานตกแต่ง สเตนเลสเกรดคุณภาพสูง304,304L,316,316L และ430 มีคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัวด้านความสวยงาม คงทน แข็งแรง เหมาะแก่งานทุกสภาวะแวดล้อม ดูแลรักษาง่าย
มีคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านความสวยงาม คงทน แข็งแรง เหมาะแก่การ ใช้งานในทุกสภาวะแวดล้อม อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลรักษาในระยะยาว สอดประสานกับเทคโนโลยี ในผลิตที่ทันสมัยและมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จึงทำให้แผ่นสเตนเลสได้รับความนิยมนำ มาใช้ในงานตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ งานเครื่องครัว ต่างๆ ตู้เย็น ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายตัวนำเอาไปใช้ในงานอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ อาทิ เช่น โรงงานเบียร์ ระบบท่อลำเลียงในอุตสาหกรรมโรงนม เป็นต้น

เพลา แบน ฉาก สเตนเลส บริการขึ้นรูปสเตนเลส เช่น เพลา (Round Bar) , แบน(Flat Bar) , ฉาก(Angle Bar) เพื่อนำไปใช้งานประเภทต่างๆ เช่น ส่วนประกอบเครื่องจักร แกนเพลามอเตอร์ เครื่องครัว ขอบประตู

บริการขึ้นรูปสเตนเลส เช่น แผ่นเพลา (Round Bar) , แบน(Flat Bar) , ฉาก(Angle Bar) เพื่อนำไปใช้งานประเภทต่างๆ เช่น ส่วนประกอบเครื่องจักร แกนเพลามอเตอร์ เครื่องครัว ขอบประตู เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่ง
คุณสมบัติทั้วไป
และคุณสมบัติทางกายภาพคุณสมบัติทางกายภาพของสแตนเลส เมื่อเปรียบเทียบกับวัสถุประเภทอื่น ชึ่งความหนาแน่นสูงของสแตนเลสแตกต่างจากวัสถุชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด คุณสมบัติเชิงกล สแตนเลสมีส่วนผสมของเหล็กประมาณ
70-80%จึงมีคุณสมบัติในความแข็ง แกร่งสแตนเลสให้ค่าเป็นกลางของทั้งความแข็งแกร่งความเหนียว เนื่องจากมีสว่นผสมของธาตุเหล็กอยู่มากความต้านทานการกัดกร่อนเหตุใด สแตนเลสจึงทนการกัดกร่อนได้ดีกว่าโลหะชนิดอื่น โลหะโดยทั้วไปจะทำปฎิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ เกิดเป็นฟีล์มออกไซด์บนผิวโลหะออกไซด์ที่เกิดบนผิวโลหะ ทั่วไปจะทำปฎิกิริยาออกซิไดซ์และทำให้พื้นผิวโลหะผุกร่อน
ที่เราเรียกว่าสนิม สแตนเลสที่มีโครเมียมผสมอยู่10.5%ขึ้นไป
จะทำให้คุณสมบัติของฟีล์มออกไซด์บนผิวเปลี่ยน
เป็นฟีล์มป้องกันหรือพาสซิฟเลเยอร์๖passive layel)

สแตนเลสสำเร็จรูป
สแตนเลสเส้น (Stainless Bar)
สแตนเลสเส้นกลม (Stainless Round Bar)
สแตนเลสเส้นสี่เหลี่ยม (Stainless Square Bar)
สแตนเลสเส้นหกเหลี่ยม (Stainless Hexagon Bar)
สแตนเลสเส้นฉาก (Stainless Angle)
เส้นแบน (Stainless Flat Bar)
แผ่น (Stainless Sheet) No. 304, 316L, 430
สแตนเลสแผ่นเรียบ (Stainless steal sheet)
สแตนเลสแผ่นลายกันลื่น Checker plate stainless steel
สแตนเลสแผ่นเจาะรู


เทคนิคการขึ้นรูป สแตนเลส
หลักการขึ้นรูป การขึ้นรูปโลหะแผ่นด้วยแรงกดเป็นวิธีหลักในการเปลี่ยนรูปโลหะให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่เรียกว่า การปั้มขึ้นรูป (Pressing) การลากขึ้นรูป (Drawing) หรือ การขึงขึ้นรูป (Stretching) ด้วยใช้วิธีการอัดแผ่นโลหะให้ไปอยู่ในช่องพื้นที่ตามที่ต้องการ
เทคนิคการตัดแผ่น หรือ เจาะรูสเตนเลส สแตนเลส 310S
www.siamstainless.com (รูปภาพรประกอบด้านล่าง)
www.facebook.com/people/Asianplus-Supply/100003297204164
แผ่น สแตนเลส ตัด การตัดแผ่นเปล่า (Blanking) หรือ อาจเรียกว่าการปั้มแผ่น (Punching) หมายถึง แผ่นที่ได้จากการตัดบริเวณรอบให้ขาดจากกันในขั้นตอนครั้งเดียว
การเจาะ (Piercing) หรือ อาจเรียกว่า การเจาะรู (perforating) จะคล้ายกับการตัดแผ่นเปล่า (Blanking) ต่างกันตรงที่ ส่วนที่เป็นแผ่นเปล่าจะเป็นเศษทิ้ง และบริเวณโดยรอบจะเป็นชิ้นงาน
1.2 ขั้นตอนการตัดแผ่นเปล่า
การเจาะ (Piercing) อาจหมายถึงรูที่มีรูปร่างเหมือนแผ่นเปล่า ปกติจะพิจรณาใน 2 ขั้นตอนการทำงาน ได้แก่ การเจาะและหลุดออก ขั้นตอนการเจาะมี 6 ลำดับดังนี้
1.3 ลักษณะขอบของแผ่นเปล่า ลักษณะขอบที่ได้จากแผ่นเปล่าด้วยการตัดจากเครื่องตัดแผ่นเปล่าแบบทั่วไปจะมีลักษณะไม่เรียบโดยจะมีลักษณะเป็นขอบล้มในแนวตั้ง ซึ่งเมื่อขยายภาพตรงตำแหน่งขอบจะได้ภาพดังข้างล่าง
เกร็ดความรู้ในการใช้สเตนเลส
ค่าการนำความร้อน (Thermal conductivity) เพลากลวงสแตนเลส SUS 304 316 316L

การขัดผิวสเตนเลสด้วยกระบวนการทางไฟฟ้า

(Electropolishing Stainless Steels)

การขัดผิวด้วยกระบวนการทางไฟ้ฟ้า เป็นเทคนิคการแต่งผิวด้วยทางเคมี (ดูรายละเอียดได้ในกรอบสี่ เหลี่ยม) โดยอาศัยคุณสมบัติที่โลหะนำไฟฟ้าได้เป็นหลักในการกำจัดละอองวัตถุ ที่เกาะอยู่บนผิวของโลหะนั้น [1] แรกเริ่มทีเดียวจุดประสงค์ของวิธีการนี้ก็คือ การลดความหยาบจุลภาคของผิวเพื่อไม่ให้ฝุ่นผงมาเกาะบนผิวของโลหะ และยังช่วยให้การทำความสะอาดผิวได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ กระบวน การขัดผิวด้วยไฟฟ้า ยังใช้ในอีกหลายวัตถุประสงค์ เช่น การลดเสี้ยนจากงานตัด (deburring) การเพิ่มความมันวาว (brightening) และทำการสร้างฟิล์มใหม่เพื่อป้องกันการผุกร่อน (passivating)

กระบวนการที่มีการเปิดเผย และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเป็นการโจมตี ได้กล่าวถึงการทำความสะอาดผิวทางโลหะวิทยา และผลกระทบที่ไม่มีใครต้องการจากการแต่งผิวด้วยกรรมวิธีทางกลได้แก่

- ความเค้นจากงานกลและความร้อน การฝังแน่นของอนุภาค และการมีผิวที่ขรุขระ

- การหลีกเลี่ยงหรือใช้วิธีตรงกันข้าม โดยธรรม ชาติของสเตนเลส ที่มีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนยังคงต้องรักษาไว้ ด้วยเหตุผลนี้ การขัดผิวด้วยไฟฟ้า จึงกลายเป็นกรรมวิธีที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องเพราะว่า มันช่วยทำให้คุณสมบัติการต้านทานการกัดกร่อน และความสามารถในการทำความสะอาด มีผลดีทั้งคู่ ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ จะพบได้ตามอุตสาหกรรมการผลิตยา อุตสาหกรรมชีวเคมี และอุตสาหกรรมการผลิตอาหารทั้งหลาย



เนื่องด้วยการขัดผิวด้วยไฟฟ้า ไม่เกิดผลกระทบอันเนื่องจากแรงที่มากระทำ ความร้อนหรือสารเคมี จุดเล็กๆ ที่มีความเสียหายจากแรงกลยังสามารถซ่อม แซมได้ นอกจากนี้กรรมวิธีการขัดผิวด้วยไฟฟ้ายังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ เกือบทุกรูปแบบและทุกขนาดอีกด้วย

กรรมวิธีทางเคมี : เมื่อไหร่ที่ควรใช้ ใช้กับอะไรและทำไมถึงใช้



การมีความแตกต่างกันของกรรมวิธีการใช้สารเคมีในการแต่งผิว ถึงแม้ว่ากรรมวิธีทั้งหลายเหล่านี้จะให้ผลในการช่วยทำความสะอาดผิวของโลหะและมีผลกระทบที่คาบเกี่ยวกันก็ตาม แต่ก็มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน

การกัดกรด (Pickling)

การกัดกรด เพื่อการกำจัดออกไซด์ ใช้เฉพาะกับรอยไหม้จากการเชื่อม สีเพี้ยน หรือผลิตภัณฑ์ขึ้นสนิม มันจะสร้างผิวที่สะอาดและช่วยเสริมให้เข้าเงื่อนไขในการสร้างฟิล์มต้านการกัดกร่อนด้วยตัวเองตามธรรมชาติ (natural self-passivation) ในผลิตภัณฑ์สเตนเลส ตัวอย่างส่วนผสมประกอบด้วยกรดไนตริกและกรดไฮโดรฟลูโอริก เวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสารละลายและระดับของความรุนแรงของสิ่งที่ต้องการกำจัด

การสร้างฟิล์มใหม่ (Passivating)

การเสริมสร้างฟิล์มป้องกันการกัดกร่อนด้วยตัวเองของสเตนเลส โดยปกติจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยทันทีที่ได้สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศหรือในน้ำ อย่างไรก็ตาม มันก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าชั้นฟิล์มจะมีปริมาณที่หนาอย่างเต็มที่ กรรมวิธีทางเคมีจึง เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วของการสร้างชั้นฟิล์มต้านทานการกัดกร่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามันสร้างฟิล์มได้รวดเร็วภายใต้สภาวะที่ควบคุม การทำพาสซิเวชั่นจะใช้กรดไนตริกอย่างอ่อน และใช้เวลาประมาณ 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

การกำจัดคราบสกปรกหรือการทำความสะอาด (Cleaning)

วิธีนี้ เพื่อกำจัดอนุภาคเหล็ก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดสนิมหากปล่อยทิ้งไว้บนผิวสเตนเลส ยกตัวอย่างเช่นหากส่วนใดส่วนหนึ่งของสเตนเลสถูกปนเปื้อนด้วยฝุ่นผงจากเหล็ก (ฝุ่นจากงานขัดสนิมเหล็ก) ฝุ่นจากโรงงานผลิตเหล็กกล้าคาร์บอน วัตถุขัดจากเครื่องมือขัด เป็นต้น)1



การขัดผิวด้วยไฟฟ้า (Electopolishing)

การขัดผิวด้วยไฟฟ้าถูกประยุตย์ใช้ในการทำความสะอาดผิวของโลหะ เพื่อลดความหยาบของผิว และส่งผลดีต่อความต้องการอีกหลายประการ ซึ่งได้มีการกล่าวถึงในเอกสารนี้ กรรมวิธีจะขึ้นกับหลักการของการแยกวัตถุโดยกระแสไฟฟ้า (Electrolysis) สัมพันธ์กับการไหลของกระแสไฟฟ้า และสารละลายซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กรดซัลฟูริก(sulphuric) และกรดออร์ทรอฟอสฟอริก (orthophosphoric) เป็นสารละลายทางไฟฟ้า เวลาที่ใช้โดยปกติอยู่ระหว่าง 2 ถึง 20 นาที

2 หลักทฤษฎี


กรรมวิธีการขัดผิวด้วยไฟฟ้า จะกำจัดเศษโลหะที่ติดบนชิ้นงาน โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าขณะที่ชิ้นงานจุ่มอยู่ในสารละลายทางไฟฟ้า ที่มีส่วนผสมเฉพาะ สาระสำคัญของกระบวนการนี้คือ เป็นกระบวนการย้อนกลับ ของกระบวนการเคลือบโลหะด้วยไฟฟ้า ในระบบการเคลือบผิวโลหะ อนุภาคเหล็กจะวิ่งผ่านสารละลายทางไฟฟ้าไปยึดเกาะกับแผ่นชิ้นงาน ใน ขณะที่ระบบการขัดผิวด้วยไฟฟ้า ตัวชิ้นงานจะถูกกัดเซาะ ทำให้สารละลายมีอนุภาคเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างการติดตั้งระบบการขัดผิวด้วยไฟฟ้า จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ ระบบการเคลือบผิวโลหะ ระบบการจ่ายไฟฟ้าจะแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ความดันทางไฟฟ้าต่ำๆ ถังที่ใช้ในการใส่สารเคมีโดยทั่วไป จะเป็นพลาสติกหรือตะกั่วก็ได้ ชุดตะกั่ว ทองแดง หรือ สเตนเลส ซึ่งเป็นแผ่นคาโทดจะจุ่มลงไปในอ่างกรด ตรงตำแหน่งขั้วลบของแหล่งจ่ายไฟ บางส่วนหรือบางกลุ่มจะยึดกับแร็ก (rack) ที่ทำจากไททาเนียม ทองแดงหรือทองเหลือง โดยแร็กจะหันไปประกบคู่กับขั้วบวกของแหล่งจ่ายไฟฟ้า


ในกรณีของสเตนเลส มีสารมากมายหลายชนิดที่เป็นส่วนผสม จึงมีอัตราความเร็ว ของการขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวที่แตกต่างกัน ไอออนของเหล็กและอะตอมของนิกเกิลจะค่อนข้างง่ายที่จะหลุดออกจากแผงผลึก (crystal lattice) เมื่อเทียบกับอะตอมของโครเมียม กระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้าจะมีแนว โน้มการขจัดอะตอมนิกเกิล และไอออนเหล็กเป็นหลักส่งผลให้บริเวณผิวตรงจุดนั้น มีโครเมียมมาก ปรากฎการณ์นี้จะช่วงเร่ง และเสริมให้กระบวนการสร้างฟิล์มเพื่อต้านทานการกัดกร่อน (passivation) ตรงบริเวณที่มีการขัดผิวด้วยไฟฟ้า [2]

มีความจริงอย่างหนึ่ง ของกระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้าก็คือ มันเป็นกระบวนการที่ไม่ทำให้ชิ้นงานเสียรูปร่าง (non-distortion) ซึ่งบ่อยครั้งมักมองข้ามกัน กระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้าทั้งไม่ใช่กระบวน การขัดผิวทางกล หรือ กระบวนการใช้ความร้อน โดยอาศัยวัสดุตัวกลางในการขัด จึงไม่มีการกระทบหรือผลักชิ้นงาน [4]

ผลที่ได้ สามารถนำไปทำใหม่ด้วยกระบวนการที่แม่นยำกว่า ดังนั้นชิ้นงานที่ต้องการความแม่นยำสูงก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้อย่างปลอดภัย 2

3 ลำดับกระบวนการ


เพื่อที่จะรักษามาตรฐานที่ดีของกรรมวิธี การขัดผิวด้วยไฟฟ้ากับงานสเตนเลสนั้น ตัวชิ้นงานจะต้อง ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ [5]

•การเตรียมผิวโลหะ : จะต้องกำจัดพวกน้ำมัน จาระบี ออกไซด์ และสิ่งปนเปื้อนใดๆ ที่กระทบต่อกระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้า
•กระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้า : ต้องราบรื่น ต้องแวววาว และลบเสี้ยนของโลหะ
•หลังกระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้า : ต้องกำจัดสายละลายทางไฟฟ้าที่เหลืออยู่ และผลพลอยได้จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น และทำให้ผิวโลหะแห้งเพื่อป้องกันการเกิดคราบสเตน


การทำงานในแต่ละขั้นตอน อาจต้องใช้ถังพักหลายใบกว่าที่จะได้ผลตามที่ต้องการ


แผนผังด้านล่างนี้แสดงให้เห็นถึงลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติ :

3.1 การเตรียมโลหะ
การเตรียมโลหะมีสองขั้นตอน : ใช้สารจำพวก ด่าง หรือสารซักล้างทำความสะอาด / ล้างคราบน้ำมัน จาก นั้นตามด้วยการกัดกรด (pickling) ในกรณีที่มีคราบออกไซด์จากการเชื่อมเกาะอยู่

จุดประสงค์ของการล้างด้วยด่าง หรือ สารซักล้างก็เพื่อ ที่จะขจัดพวกน้ำมัน จาระบี ฝุ่นผง รอยนิ้วมือ หรือฟิล์มต่างๆ ที่ติดมากับโรงงาน ผิวที่มีคราบสกปรก จะทำให้หลังการขัดผิวด้วยไฟฟ้าให้ผลที่ไม่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่สำ คัญมากสำหรับอุปกรณ์ในวงการแพทย์ เภสัชการและผลิตภัณฑ์แบบกึ่งตัวนำ และเมื่อชิ้นงานได้ผ่านการทำความสะอาดแล้ว จะต้องคอยดูแลไม่ให้ไปสัมผัสกับมือ หรือเครื่องมือต่างๆ เรื่องความสะอาดสะอั้น ต้องถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำหรับโลหะทุกชิ้นที่จะนำไปทำผิว การทำความสะ อาดไม่ดีหรือไม่เพียงพอ มักเป็นสาเหตุทำให้ชิ้นงานไม่ผ่านการตรวจสอบ

ถังน้ำร้อน (rinse tank) ทำหน้าที่สองประการ : ทำหน้าที่ขจัดสารเคมี ที่เหลือค้างมาจากกระบวนการก่อนหน้านี้ โดยทำให้เจือจางลง และทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวขัดขวาง ไม่ให้สารเหล่านั้นปนเปื้อนในกระ บวนต่อจากนี้

กรดที่ใช้ในการกำจัดสเกล หรือ กัดออกไซด์ สามารถนำไปใช้ขจัดออกไซด์บางๆ ได้ในงานต่างๆ เช่น งานตัด และ การขจัดฟิล์มด่างที่เกิดจากการทำความสะอาด

แนวทางปฏิบัติ สำหรับการใช้น้ำร้อนขจัดกรดที่ใช้ในการกัดสเกล จะเหมือนกับการใช้น้ำร้อนในการล้างสารจำพวกด่าง ข้อแตกกต่างที่สำคัญอยู่ที่สารละลายกรด มักจะล้างออกด้วยน้ำร้อนได้ง่ายกว่าการล้างพวกด่าง การใช้อัตราการไหลแบบช้าๆ และใช้เวลาในการล้างน้อยๆ เป็นวิธีที่นิยมใช้กัน


3.2 กระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้า
ระหว่างกระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้า ส่วนที่เป็นโลหะจะถูกซักล้างด้วยขั้วอโนดิก (anodic electrode) และเกิดการละลายลงไปสารละลายทางไฟฟ้าแล้วจับตัวเป็นเกลือที่ละลายได้ ส่วนประกอบทั้งหมดที่เป็นสเตนเลส-ไอออน โครเมียมและนิกเกิลภายใต้ปฏิกิริยาที่จำลองขึ้น ทำให้การควบคุม และการทำความสะอาดผิวมีความสม่ำเสมอ ปฏิกิริยาข้างเคียงก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เช่น สารพลอยได้ซึ่งต้องคอยควบคุม เพื่อให้กระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้ามีคุณภาพสูงสุด

ตัวอย่าง สารละลายที่ใช้ในกระบวนการขัดผิวด้วยไฟฟ้าประกอบด้วย การผสมปริมาณสารในปริมาณที่เท่ากัน ระหว่าง สารผสม 96% ของกรดซัลฟูริก (sulphuric) และ 85% กรดออทรอฟอสฟอริก (orthophosphoric) ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

• ความเข้มของกระแสไฟ : 5 A/dm² ถึง 25 A/dm²

• อุณหภูมิ : 40 °C ถึง 75 °C

• เวลา : 2 นาที ถึง 20 นาที

• คาโทด : สเตนเลส ทองแดง ตะกั่ว

การปฏิบัติหลังการขัดผิว
เป้าหมายที่ใช้กรดไนตริก ในทางปฏิบัติหลังกระบวน การขัดผิวด้วยไฟฟ้า ก็เพื่อที่จะช่วยละลายชั้นฟิล์มเคมีที่เป็นผลพลอยได้ จากปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี ผลพลอยได้นี้ จะมีองค์ประกอบหลักเป็นโลหะหนักของฟอสเฟต (phosphates) และซัลเฟต (sulfates) ซึ่งยากต่อการขจัดออกด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการจะล้างออกทั้งหมดจึงยิ่งเป็นเรื่องยากมากไปอีก อย่างไรก็ตาม ต้องให้มั่นใจว่าผิวมีความสม่ำเสมอ มีความต้านทานการกัดกร่อนที่ดี และมีสุขอนามัยไม่ว่าจะเป็นการเก็บคงคลังหรือใช้งาน

สารละลายกรดไนตริกที่ตกค้าง สามารถขจัดออกได้ด้วยน้ำเย็น ซึ่งกรดเหล่านี้สามารถที่จะละลายในน้ำได้มากกว่าสารตกค้างที่เป็นด่าง

โดยปกติ จะไม่มีการติดตามสืบร่องรอยของสารเคมีเมื่อมันผสมลงในน้ำร้อน หรือน้ำร้อนอาจกลายเป็นสิ่งที่ถูกปนป้อนต่อไป จุดประสงค์ของน้ำร้อนที่ใช้ในการชะล้าง ก็เพื่อช่วยเพิ่มอุณหภูมิของโลหะ ให้เหมาะแก่การทำให้แห้งก่อนนำไปใช้

บางจุดของชิ้นงานอาจไม่แห้งสนิทหลังจากการชะล้างด้วยน้ำร้อน จึงต้องใช้เครื่องเป่าลม เป่าพวกไอระเหยของสารเคมีตกค้างออก อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบสเตน

4 เทคนิคการขัดผิวด้วยไฟฟ้าและวิธีการอื่นๆ


ถึงแม้ว่าภาพที่เราเห็นไม่ว่าจะเป็นวิธีการขัดผิวด้วยไฟฟ้า การขัดผิวด้วยแรงกล และการเคลือบผิวด้วยไฟฟ้า จะมีลักษณะที่คล้ายกันมาก แต่ประโยชน์ในการนำไปใช้งานจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

4.1 การขัดผิวด้วยแรงกล
การใช้เครื่องกลึงในการขัดผิวสเตนเลสโดยส่วนมากจะใช้สำหรับทำผิวเงากระจก เพื่อเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับในงานสถาปัตยกรรม การขัดผิวด้วยแรงกลจะทำได้ง่ายทั้งในโรงงานหรือหน้างาน3 หรือแม้จะเป็นการซ่อมแซมงานก็ตาม

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้จะก่อให้เกิดความเค้นที่ผิว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณสมบัติเชิงกลแย่ลง และส่งผลต่อความเหมาะสม ที่จะนำไปใช้งานในสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ดังนั้น กรรมวิธีการขัดผิวด้วยแรงกล คนงานจึงต้องมีการเอาใจใส่เป็นพิเศษ

การขัดผิวด้วยแรงกล บนผิวสเตนเลสจะมีพวกรอยขีดข่วนเล็กๆ รอยกด โลหะทับถม และผงขัดฝังแน่น ในทางกลับกัน ผิวขัดด้วยไฟฟ้าจะมีความเด่นกว่า และยังแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างผลึกโลหะคงสภาพเป็นเหมือนแต่เดิมโดยไม่มีการบิดเบี้ยว อันเนื่องจากกระบวนการทางกลจะใช้แรงในการขัดผิว

ความแตกต่างระหว่างชิ้นงาน ที่ขัดผิวด้วยไฟฟ้าและขัดผิวด้วยแรงกล บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถแยก แยะด้วยตา โดยเฉพาะหากผิวทั้งสองมีความหยาบเท่ากัน แต่ผิวที่ขัดด้วยไฟฟ้าจะมีความได้เปรียบกว่า เมื่อมีการดูผิวด้วยแว่นขยาย ในทางตรงข้าม ผิวขัดที่ใช้วัสดุขัดหรือเครื่องตัด หรือกระบวนการขัดเงามักทำลายผิวของโลหะ ทั้งนี้ก็ย่อมขึ้นอยู่กับความละเอียดลออของงานขัดเป็นสำคัญ

สินค้าโปรโมชั่น \\ https://sites.google.com/site/khayxlumineiym508350527075/cahnay-khay-s-taen-les-316-316l-sus316-ss316-s-taen-les-kerd-316-316l-310-310s-420-420j2-431-630-17-4ph-440c-310-310s-416-2205-410-904l-409-3cr12-321-430-khay-stainless-316l-sus316-sus316l-cahnay-phaen-s-taen-les-s-taen-les-phaen-s-taen-les-phaen-reiyb-s-taen-les-thaeng-s-taen-les-sen

ติดต่อ...........

บริษัท เอเชี่ยนพลัส ซัพพลาย จำกัด จ.สมุทรปราการ

Tel. 087-6039752 02-1863711 02-1863713
Fax.02-1863712

E-Mail : asianplussupply@hotmail.com

http://sites.google.com/site/asianplussupply
http://www.pantipmarket.com/mall/stainlessasian

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา