ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ13176382

เวียงจันทน์-วัดพระธาตุหลวง- หลวงพระบาง-พระธาตุพูสี , เชียงคาน หินร่องกล้า ภูทับเบิก เขาค้อ , ทัวร์น่าน-แพร่ ดอยภูคา , ทีลอซูน้ำตกสวยที่สุด ล่องแก่ง 1990 บาท

แสดงภาพทั้งหมด

เยือนเมืองหลวงพระบาง เมืองแห่งมรดกโลกอันคงคุณค่าและความงดงาม ชื่นชม วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิต อันเรียบง่ายของชาวล้านช้าง


วันแรก กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์-วัดพระธาตุหลวง-อนุสาวรีย์ประตูชัย-เวียงจันทน์ หลวงพระบาง-พระธาตุพูสี-ตลาดไนท์บาร์ซา
07.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 6-7 แถว K เคาน์เตอร์ K1-4 สายการบินลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์(LF) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับ
09.30 น. เหินฟ้าสู่เวียงจันทน์ โดยสายการบิน LAO CENTRAL AIRLINES เครื่อง BOING 737-400 เที่ยวบินที่ LF 066
10.30 น. ถึงสนามบินวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว จากนั้นไปสักการะพระธาตุหลวง เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของลาว ชมอนุสาวรีย์ประตูชัย ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงามและกลมกลืน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน............
บ่าย นำท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ ร้านผ้าไหม-เครื่องเงิน เลือกซื้ออิสระ ได้เวลาสมควรเดินทางสู่สนามบินวัดไต
15.30 น. เหินฟ้าสู่เมืองหลวงพระบางโดยเครื่อง BOING 737-400 เที่ยวบินที่ LF 071
16.00 น. ถึงสนามบินหลวงพระบาง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วเดินทางเข้าตัวเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง อดีตราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เดิมชื่อ “ศรีสัตนาคนหุตมะราชธานี” เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม โดยองค์การ UNESCO ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม จากนั้นนำท่านไปสักการะพระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลวงพระบางหากไม่ได้ขึ้นสักการะพระธาตุ ก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง สองข้างทางขึ้นพระธาตุร่มรื่นและหอมอบอวลไปด้วยดงดอกจำปาลาวหลากสีสัน มองจากยอดพูสีคือภาพพานอรามาของราชธานีเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามว่า บ้านผา เมืองภูอูอารยะธรรมล้านช้าง จากนั้นเดินชมตลาดไนท์ (Night Market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม แม้นแต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน อิสระตามอัธยาศัย
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน.... หลังอาหารเข้าที่พักโรงแรมคำเพชร / โรงแรมวังไผ่คำ / โรงแรมมิตรภาพ 2 หรือเทียบเท่า

วันที่สอง ตักบาตรข้าวเหนียว-ตลาดเช้า-ล่องเรือน้ำโขง-ถ้ำติ่ง-บ้านช่างไห-บ้านผานมน้ำตกตาดกวางซี
05.30 น. ตื่นแต่เช้าร่วมทำบุญใส่บาตรกับชาวเมืองหลวงในวัฒนธรรมของชาวพุทธแบบดั้งเดิม ทุกเช้า
ชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป เป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุข ความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมชาวล้านช้าง นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จากนั้นไปชมตลาดเช้าพื้นบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. นำท่านลงเรือล่องน้ำโขงสู่ถ้ำติ่ง ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำโขง ถึงถ้ำติ่งซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขง เดิมเคยมีพระพุทธรูปทอง เงิน นาก ปัจจุบันเหลือแต่พระพุทธรูปไม้จำนวนนับพันองค์ ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นล่องเรือสู่บ้านช่างไห สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโทและต้มเหล้าโรงจำหน่าย และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอลวดลายสวยงามมากมายวางจำหน่าย ได้เวลาสมควรเดินทางกลับ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน.......
บ่าย เดินทางไปบ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าด้วยมือของชาวไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองปันนาที่มีฝีมือในการทอผ้าสวยงามเลือกซื้ออิสระ จากนั้นเดินทางสู่น้ำตกตาดกวางซี ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านชนบทชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถึงน้ำตกตาดกวางซี ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม แต่ละชั้นเกิดจากการสะสมของหินปูนที่ไหลปะปนมากับน้ำ พร้อมกับชมความร่มรื่นเขียวชอุ่มรอบๆ บริเวณ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับหลวงพระบาง
18.30 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน............... หลังอาหารอิสระ พักโรงแรมคำเพชร / โรงแรมวังไผ่คำ / โรงแรมมิตรภาพ 2 หรือเทียบเท่า

วันที่สาม วัดเชียงทอง-บ้านมรดกโลก-วัดวิชุนราช-พระธาตุหมากโม-วัดใหม่สุวันพูมาราม-พิพิธภัณฑ์(พระราชวังเก่า)-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ชมวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้โปรดให้สร้างขึ้น และได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนามากเป็นพิเศษ บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ตอนหัวโค้งของแผ่นดินที่แม่น้ำคานมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง เป็นศูนย์ศิลปกรรมล้านช้าง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบ สง่า สะอาด มีการวางผังออกแบบ และบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ชมสิมหรือโบสถ์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปสกุลช่างล้านช้าง ชมบ้านมรดกโลก ที่องค์การยูเนสโก ได้อนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง แล้วชมวัดวิชุนราช (Visounnarath Temple) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ.2046 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมากแม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน....
บ่าย ชมวัดใหม่สุวันพูมาราม (Mai Suwannaphumaram Temple) ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในปี พ.ศ.2337 หรือชื่อสั้นๆว่า วัดใหม่ วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน นับเป็นสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว มีอุโบสถที่สวยงามด้วยศิลปะแบบอูบมุง และปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม แล้วชมพิพิธภัณฑ์ อดีตเป็นพระราชวังหลวงซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตลาว สร้างปี ค.ศ.1904(พ.ศ.2447) โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมือปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2519) มีหอที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 1.14 เมตร หนัก 54 กิโลกรัม กล่าวกันว่าทำด้วยทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางและของชาวลาว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง เดิมเมืองนี้ชื่อเมืองขวา แล้วเปลี่ยนมาเป็น เชียงดง เชียงทอง ตามลำดับ
16.00 น. อำลาเมืองมรดกโลกหลวงพระบางเดินทางสู่สนามบิน
17.15 น. เหินฟ้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยสายการบิน LAO CENTRAL AIRLINES เครื่อง BOING 737-400 เที่ยวบินที่ LF 072
17.45 น. ถึงสนามบินวัดไต นำท่านเช็คอิน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แล้วขึ้นเครื่องต่อ
18.45 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน LAO CENTRAL AIRLINES เครื่อง BOING 737-400 เที่ยวบินที่ LF 068

19.45 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
***เวียงจันทน์-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์3วัน(LF)***


อัตราค่าบริการ สำหรับกรุ๊ปขั้นต่ำ 20-30 ท่าน (มีหัวหน้าไทย)



กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พักห้องละ
2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่
2 ท่าน(ไม่มีเตียง) พักเดี่ยว
เพิ่มท่านละ
16,900.-



อัตรานี้รวม ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ /
ค่าภาษีสนามบิน /
ค่าที่พัก 2 คืน(ห้องละ 2 ท่าน) /
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ /
ค่าอาหารตามระบุในรายการ /
ค่ารถท่องเที่ยว /
ค่าล่องเรือน้ำโขง / ค่
ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น /
ค่าประกันการเดินทางและรักษาพยาบาลใน วงเงินท่านละ 1,000,000/500,000 บาท(เงื่อนไขตามกรมธรรม์) /
บริการน้ำดื่มและผ้าเย็น

อัตรานี้ไม่รวม ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ /
ค่าข้าวเหนียวตักบาตร /
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวทุกชนิด /
ค่าทิปมัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถ /
ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติและผู้ถือ เอกสารต่างด้าว /
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% / และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ





***** ทัวร์น่าน ทัวร์แพร่ อ.ปัว อ.บ่อเกลือ ทัวร์ดอยภูคา ดอยเสมอดาว ดอยวาว
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ - น่าน

19.00 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย โดยมีทีมงาน คอยต้อนรับ ( กรุ๊ปเหมา สามารถกำหนดจุดนัดหมายได้เอง ) สมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่ จ.น่าน ระหว่างทางทีมงานบริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม คืนนี้เชิญท่านพักผ่อนบนรถ

วันที่สองง อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยเสมอดาว - เสาดินนาน้อย - พระธาตุแช่แห้ง - วัดภูมินทร์ - งาช้างดำ - พระธาตุช้างค้ำ - วัดมิ่งเมือง - ชมพระอาทิตย์ตก ณ วัดพระธาตุเขาน้อย - ขันโตก+การแสดงศิลปวัฒนธรรมน่าน - กาดหมั้วคั้วศิลป์

05.00 น. ฟ้าสางที่ เมืองน่าน แวะให้ท่านทำภาระกิจส่วนตัว จากนั้นนำท่านสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ชมทะเลหมอกสวย ณ จุดชมวิว ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์ จุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่นี่ท่านสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง ท่ามกลางทิวทัศน์แม่น้ำน่านที่ทอดยาว ชมหมอกลอยเหนือผิวน้ำในหุบเขา และ ยอดผาชู้ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด่านหน้า ช่างเป็นภาพที่งดงามนัก

07.00 น. บริการอาหารเช้า (1) ณ ห้องอาหารของทางอุทยานฯ หลังอาหารให้ท่านถ่ายภาพคู่กับ สายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม และ เสาดินคอกเสือ ชมประติมากรรมธรรมชาติ ซึ่งเป็นเนินดินที่ถูกน้ำและลมกัดเซาะจนเกิดรูปทรงแปลกตา คล้ายแกรนด์แคนยอน
11.00 น. นำท่านไปนมัสการ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุประจำปีเกิดของท่านที่เกิดปีเถาะ ภายในบรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีวิหารพระนอนที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ศิลปะแบบเมืองน่าน อิสระให้ท่านสักการะขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางท่องเที่ยวต่อ
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (2) ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆริมแม่น้ำน่าน
13.00 น. นำท่านชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามภายใน วัดภูมินทร์ 1 ใน Unseen In Thailand เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 5 มีชื่อเสียงทางด้านภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีลักษณะแบบพื้นบ้านที่ทรงคุณค่าวาดอยู่ภายในวิหารทรงจัตุรมุข ให้ท่านได้สักการะพระพุทธรูปจตุรทิศปางประธานในอุโบสถขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลของท่าน
14.00 น. เดินทางต่อสู่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน เยี่ยมชมสิ่งของมีค่าเก่าแก่โดยเฉพาะงาช้างดำ ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองน่านมาตั้งแต่สมัยโบราณและถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองน่าน
15.00 น. นำท่านชม เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20 ศิลปะเดียวกับเจดีย์วัดช้างล้อมที่สุโขทัย ณ วัดพระธาตุช้างค้ำ จากนั้นเดินทางสู่ วัดมิ่งเมือง วัดที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบล้านนา ต่อมาภายหลังได้มีการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงรูปแบบ กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกับแนวความคิดสมัยใหม่ ส่วนที่เด่นที่สุดของวัดนี้คือ ลวดลายศิลปะปูนปั้นที่ประดับตกแต่งตัววิหารที่มีความสวยงามวิจิตรบรรจง
16.00 น. จากนั้นนำท่านไปนมัสการปูชนียสถานที่สำคัญเก่าแก่ของเมืองน่าน ณ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดนี้สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตรงบริเวณลานปูนพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน นำท่านไปชมทิวทัศน์อาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เมืองน่าน ณ จุดชมวิวมุมสูงเพียงจุดเดียวของเมืองน่าน ที่สามารถเห็นเมืองทั้งเมือง อิสระให้ท่าน สักการะขอพรพระเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเก็บภาพวิวสวยตามอัธยาศัย ก่อนนำท่านเดินทางกลับ อ.เมือง
17.00 น. นำท่าน Check In เข้าที่พัก ณ K-1 Modern Art Hotel หรือเทียบเท่า เชิญท่านเก็บสัมภาระเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
18.00 น. จากนั้นนำท่านร่วม สืบฮีตโตยฮอย ย้อนรอยวิถีถิ่นน่าน อิ่มอร่อยกับอาหารเย็น (3) สไตล์ขันโตกพื้นเมืองล้านนา พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของคนเมืองน่าน หลังอาหารชม กาดหมั้วคั้วศิลป์ กาด หรือ ตลาดกลางคืน แหล่งรวบรวมศิลปะพื้นเมืองน่าน เชิญท่านเดินเล่นผ่อนคลายไปกับงานศิลป์เคล้าคลอเสียงดนตรี สะล้อซอซึง การร่ายร่ำ และตีกลองปูจา จากลูกหลานคนเมืองน่าน เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมมากมาย ชิมเมนูอาหารพื้นบ้านหลากหลายที่หารับประทานได้ยาก อิสระให้ท่านเลือกซื้องานฝีมือต่างๆ ฝากคนทางบ้านตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับที่พัก คืนนี้ พักผ่อนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์

วันที่สาม อ.ท่าวังผา - วัดหนองบัว - ชุมชนไทลื้อบ้านหนองบัว - อ.บ่อเกลือ - ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา – บ่อเกลือสินธุ์เทาโบราณ - อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - จุดชมวิวลานดูดาว - อ.ปัว - ต้นดิกเดียม วัดปรางค์ ( Unseen Thailand )

06.00 น. บริการอาหารเช้า (4) ณ หลังอาหารให้ท่านเก็บสัมภาระ Check Out เดินทางต่อสู่ อ.ท่าวังผา นำท่านไปชมจิตรกรรมไทลื้ออันมีชื่อเสียงและงดงามภายในวิหาร วัดหนองบัว วัดเก่าแก่ของหมู่บ้าน จากคำบอกเล่าวัดแห่งนี้สร้างราว พ.ศ. ๒๔๐๕ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔) มีภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์เล่าเรื่องในปัญญาสชาดก ภาพจิตรกรรมที่วัดหนองบัวแห่งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหล หรือผ้าซิ่นตีนจกที่สวยงาม นับว่ามีคุณค่าทางศิลปะและความสมบูรณ์ของภาพใกล้เคียงกับภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดภูมินทร์ในเมืองน่าน นอกจากภาพจิตรกรรมแล้วที่ฐานพระประธานยังประดิษฐานพระพุทธรูปล้านนาองค์เล็กอยู่หลายองค์ และยังมีบุษบกสมัยล้านนา อยู่ด้วย นอกจากนี้มีบ้านจำลองไทลื้อ (เฮือนไทลื้อมะเก่า) มีอุปกรณ์การประกอบอาชีพของชาวไทลื้อจัดแสดงไว้ให้ชม
08.30 น. นำท่านชม ชุมชนไทลื้อบ้านหนองบัว ซึ่งอพยพมาจาสิบสองปันนา มีฝีมือในการทอผ้าพื้นเมืองที่ เรียกว่า “ ผ้าลายน้ำไหล ” ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน นับเป็นหัตถกรรมที่ตกทอดมาหลายยุคหลายสมัย สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางท่องเที่ยวต่อสู่ อ.บ่อเกลือ
11.30 น. เดินทางถึง ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อ.บ่อเกลือ โครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เนื่องจากน่าน อยู่ติดแนวตะเข็บชายแดนไทย-ลาว พระองค์จึงโปรดให้สร้างศูนย์ภูฟ้าพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง และที่นี่ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชม แปลงปลูกชา ในโครงการ แปลงปลูกผัก ปลอดสารพิษ ฯลฯ เชิญท่านถ่ายภาพคู่กับจุดชมวิว พร้อมอุดหนุนเลือกซื้องานฝีมือต่างๆภายในศูนย์จำหน่ายสินค้า อาทิ ผ้าทอมือ งานจักรสาน ผลิตภัณฑ์ชาอู่หลง และผลิตภัณฑ์ภูฟ้าต่างๆมากมาย
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (5) ณ ห้องอาหาร หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม แหล่งผลิตเกลือสินธุ์เทาโบราณ บนยอดเขาสูงเสียดเมฆ นำท่านชมกรรมวิธีการต้มเกลือในกระทะใบบัว ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน จากนั้นนำท่าน เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งเป็นเขตเทือกเขาสูง มีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์และมีพรรณไม้โบราณ เช่น ต้นเต่าร้างยักษ์ จุดชมวิวลานดูดาว ที่นี่ท่านจะได้เห็นทะเลภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม เราจะนำท่านไปชม ต้นชมพูภูคา ไม้หายากที่มีที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ อ.ปัว นำท่านไปสัมผัสความอัศจรรย์ของ ต้นดิกเดียม (Unseen Thailand) ต้นไม้อารมณ์ขันที่มีลักษณะพิเศษโดยจะสั่นใบทุกครั้งหากมีใครไปสัมผัส ณ วัดปรางค์
17.00 น. เข้าที่พัก ณ Green Hill Resort / Fuangfa Resort ที่พักสวยบรรยากาศดีท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขา อิสระให้ท่านเก็บสัมภาระ เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
18.00 น. บริการอาหารเย็น (6) ณ ห้องอาหาร หลังอาหารส่งท่านเข้าที่พัก คืนนี้พักผ่อน หลับฝันดี ไปกับอากาศบริสุทธิ์

วันที่สี่ อ.ท่าวังผา - อุทยานแห่งชาตินันทบุรี - ดอยวาว - แพร่ - วัดพระธาตุช่อแฮ - กรุงเทพฯ

06.00 น. อรุณสวัสดิ์ บริการอาหารเช้า (7) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท หลังอาหารเดินทางสู่ อ.ท่าวังผา นำท่านเที่ยวชม อุทยานแห่งชาตินันทบุรี สัมผัสกับธรรมชาติสมบูรณ์ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธารหลายสาย พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งภายใต้อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์มีการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมาย ในสมรภูมิรบ “ ยุทธภูมิที่ดอยผาจิ ” นำท่านไปยัง ดอยวาว จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ด้วยความสูง 1,674 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก ทิวทัศน์ทะเลภูเขาสลับซับซ้อน และชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่แพ้ดอยใดในประเทศไทย หากคณะเดินทางช่วงเดือนพฤศจิกายน ท่านจะได้ชื่นชมกับสีสันสวยงามของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระดอย ที่ออกดอกบานสะพรั่งไปทั้งดอย จากนั้นเดินทางกลับสู่ ตัวเมืองน่าน
11.30 น. บริการอาหารกลางวัน (8) ณ ห้องอาหาร หลังอาหารนำท่านอำลาเมืองธรรมชาติสวย จ.น่าน เดินทางกลับ
14.30 น. ถึง จ.แพร่ แวะให้ท่านกราบสักการะพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ณ วัดพระธาตุช่อแฮ ขอพรก่อนเดินทางกลับ กรุงเทพฯ
24.00 น. เดินถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากทีมงาน

** โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ **

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ท่านละ 5,199 บาท ( สำหรับคณะเดินทางโดยรถตู้ 8 ท่านขึ้นไป )
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 1,200 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดท่านละ 400 บาท

อัตราค่าบริการนี้รวม

ค่ารถตู้ / บัส VIP ปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
ค่าที่พัก 2 คืน ที่น่าน K-1 Modern Art Hotel/ อ.ปัว Green Hill Resort / Fuangfa Resort หรือเทียบเท่า ( ห้องละ 2 ท่าน แอร์ ทีวี น้ำอุ่น )
ค่าอาหาร 8 มื้อ ตามที่ระบุในรายการ
ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่างตลอดการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่ต่าง ๆ ( เฉพาะคนไทย )
ค่ามัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุ ท่านละ 1 ล้านบาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ( ใบเสร็จที่ท่านจะได้รับจะไม่มี VAT )
ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ในกรณีต้องการใบเสร็จ
ไม่รวมค่าทิป พนักงานขับรถ มัคคุเทศก์ พนักงานยกกระเป๋า ( เป็นธรรมเนียมตามมาตรฐานสากล แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน )
ค่าอาหารและเครื่องดื่มๆที่สั่งเพิ่มนอกเหนือจากในรายการ
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับชาวต่างชาติ




***** ทีลอซู ทีลอจ่อ อุ้มผาง ล่องแก่งต้นน้ำแม่กลอง ชมผ่าบ่อง ผาโหว่ ผาผึ้ง ผาเลือด อาบน้ำร้อน ชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมด ถ้ำตะโค๊ะบิ ห้วยน้ำดัน สวนส้ม น้ำตกพาเจริญ ช้อปปิ้งที่ตลาดริมเมย ดอยมูเซอ
วันแรก ออกเดินทาง 20.00 น.สู่อุ้มผาง
วันที่สอง 07.00 น. ถึงรีสอร์ท สวนเรือนแก้วเก็บสัมภาระ รับประทานอาหารเช้า
08.30 น. ล่องแก่งต้นน้ำแม่กลองพบกับความสนุกสนานตื่นเต้น ชมความงามของธรรมชาติ แก่งหินสวยงามมากมาย ผาผึ้ง ผาบ่อง ผาโหว่ แก่งตะโค๊ะบิ จับรุ้งที่ทีลอจ่อ จากนั้นพาท่านอาบน้ำร้อนที่ธารน้ำธรรมชาติ ล่องแพต่อจนถึงผาเลือด
12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน หลังอาหารเดินทางโดยรถท้องถิ่นสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เดินเท้าเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตก ทีลอซู ระหว่างทางศึกษาธรรมชาติสองข้างทางถึงน้ำตก สวยที่สุดของไทย จะเล่นน้ำ ถ่ายรูปกับมุมสวยๆหลากหลายที่ท่านต้องประทับใจไม่รู้ลืมหรือจะโดดน้ำที่ผาน้ำตกสำหรับท่านที่ชอบความตื่นเต้นได้เวลาสมควรเดินทางกลับ
18.00น. รับประทานอาหารเย็น หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย ในผืนป่าที่อากาศสดชื่น นอนนับดาว
วันที่สาม
อรุณสวัสดิ์กับบรรยากาศยามเช้าที่ท่านหาที่ไหนไม่ได้
07.00น. รับประทานอาหารเช้า หลังอาหารพักผ่อนเก็บภาพความประทับใจของผืนป่าก่อนเดินทางกลับที่พักสวนเรือนแก้ว
12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00น. เที่ยวชมถ้ำตะโค๊ะบิ บ้านโบราณ สวนส้ม ตลาดอุ้มผาง
17.00น. ถึงรีสอร์ทรีสอร์ท สวนเรือนแก้ว
18.00น. รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัยหรือจะนอนฟังเสียงน้ำไหลหน้ารีสอร์ท
วันที่สี่
05.00น. เดินทางชมความงามของทะเลหมอกที่ ดอยหัวหมด ในธรรมชาติที่สดชื่นแสนสบาย
07.00น. รับประทานอาหารเช้า อำลาอุ้มผางออกเดินทางระหว่างทางชมถนนลอยฟ้าผ่าน 1,219 โค้ง แวะชมน้ำตกพาเจริญ (น้ำตก 97 ชั้น)
13.00น. ช้อปปิ้งที่ตลาดริมเมยชายแดนไทยพม่าเลือกซื้อของฝากมากมายในราคาถูก
15.00น. ถึงดอยมูเซอชมสินค้าชาวเขาโดยเฉพาะพืชผักสดๆจากชาวเขา
22.00น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพกับวันพักผ่อนของท่าน
เพียงท่านละ 3,590 บาท(จำนวน 9 ท่าน)อัตรานี้รวม
- ที่พัก
- อาหารตามโปรแกรม
- ค่ารถตลอดการเดินทาง
- ค่าล่องแพ
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
- ประกันการเดินทาง


หมายเหตุ โอนเงินมาที่ธนาคารกรุงไทยสาขารังสิตคลองสี่ 1481330934 วโร พรปัญจะ ท่านละ 1000 บาทเพื่อจองที่พักและรถ
รบกวน Fax ใบจองมาที่ 02-5770967


***** เขาค้อ หินร่องกล้า ภูทับเบิกเก็บดาวบนดิน
สวรรค์ของคนเดินทาง 2 วัน 1 คืน
วันแรก กรุงเทพฯ - หินร่องกล้า - ภูทับเบิก
06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย บริการอาหารเช้า ( 1 ) นำท่านสู่จังหวัดพิษณุโลก หินร่องกล้า
11.00 น. ถึงหินร่องกล้า เข้าชมลานหินแตก
12.00 น. อาหารกลาง ที่ร้านรังทอง ( 2 ) หลังรับประทานอาหารนำทุกท่าน ชมลานหินปุ่ม ผาชูธง สมควรแก่เวลาดินทาง สู่ภูทับเบิก ระหว่างทางชมความสวยงามของสองข้างทางที่เต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจอย่างที่ท่านมิอาจลืมเลือนในความสวยงามของบรรยากาศและวิวที่พบเห็น
16.00น. ถึงภูทับเบิก ชมกะหล่ำบนเนินเขาไกลสุดลูกหูลูกตาที่ใหญ่ที่ของไทย สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ที่พักของท่าน
18.30 อาหารค่ำ( 3 )หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัยในบรรยากาศที่แสนสบายหรือจะนอนเก็บดาวบนดินที่ใกล้แค่เอื้อม
วันที่สอง ภูทับเบิก – เขาค้อ - กรุงเทพ
06.00น. อรุณสวัสดิ์ พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางป่าเขาชมพระอาทิตย์ขึ้นจากที่พักพร้อมเก็บภาพสวยงามอย่างจุใจ ถ่ายภาพมุมสูงของเมืองหล่มเก่าและหล่มสักที่มองเห็นเมฆอยู่เบื้องล่างในบรรยากาศที่สวยงามและเย็นสบายตลอดทั้งปี
07.00 น. รับประทานอาหาร( 4 )หลังอาหารเตรียมตัวเก็บสัมภาระ
07.30 น.ออกจากที่พักขึ้นจุดสูงสุดของเพชรบูรณ์(จุดสูงสุด 1768 เมตร) ท่านจะได้สัมผัสกับอากาศที่แสนสบายบนยอดขุนเขาชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตภูทับเบิก เดินทางลงจากยอดเขาระหว่างทางแวะชมพืชผักผลไม้เมืองหนาว
12.00 น.อาหารกลางวันขนมจีนขยุ่ม (5) ชมความงามของพระตำหนักเขาค้อ ชมสวนดอกไม้ ศึกษาประวัติศาสตร์สงครามเขาค้อที่พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์ผู้เสียสละ ฐานกรุงเทพฯ นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก สมควรแก่เวลาเดินทางกลับ
22.00 น. คณะเดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิ์ภาพ พร้อมกับความสุขและความประทับใจ
เพียงท่านละ 2,590 บาท อัตรานี้รวม
- ค่ารถตู้วีไอพี ตลอดการเดินทาง
- ค่าที่พัก 1 คืน
- ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
- ค่าธรรมเนียมเข้าชม
- ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
- มัคคุเทศก์บริการท่าน ตลอดการเดินทาง



วสุพลการท่องเที่ยว VASUPOL TRAVEL
ใบอนุญาตเลขที่ 12/00699
12/760 หมู่ 4 ต.บึงยี่โถ อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี
โทร 02–9577576 โทรสาร 02-5770967 มือถือ 081-9850870
E-mail : vasupoltravel@hotmail.co.th



***** เชียงคาน แก่งคุดคู้ หินร่องกล้า ภูทับเบิก เขาค้อ
เชียงคาน เมืองเก่าริมโขง เที่ยว 3 ดอยสวย 2 วัน 1 คืน

วันแรก กรุงเทพฯ หินร่องกล้า ภูทับเบิก เชียงคาน
05.00 น. พบกันที่จุดนัดหมายออกเดินทาง(บริการอาหาร 1 )
11.00 น. ถึงอุทยานหินร่องกล้า ชมลานหินแตก
12.00 น. อาหารกลางวันที่ร้านรังทอง (บริการอาหาร 2 )หลังอาหารเข้าชม ลานหินปุ่ม ผาชูธง
14.00 น. เดินทางสู่ภูทับเบิกชมแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุด
19.00 น. ถึงเชียงคานเข้าที่พักจากนั้นอิสระกับถนนคนเดินในบรรยากาศเมืองเก่านับ 100 ปี เลือกซื้อของฝาก ถ่ายรูปกับสถานที่ ประทับใจและทานอาหารอร่อยตามใจชอบ
วันที่สองเชียงคาน ภูทอก แก่งคุดคู้ เขาค้อ กรุงเทพฯ
05.00 น. ขึ้นภูทอกชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงามจับตาสมควรแก่เวลากลับที่พักตักบาตรข้าวเหนียวพร้อมชมเมือง ยามเช้า เก็บสัมภาระเตรียมเดินทาง
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า(บริการอาหาร 3 ) เดินทางไปชมแก่งคุดคู้แก่งหินกลางลำน้ำโขง ซื้อมะพร้าวแก้วของฝากคนทางบ้านจากนั้นเดินทางสู่เขาค้อ
12.00 น. อาหารกลางวัน (บริการอาหาร 4 )
13.00 น. ถึงเขาค้อเที่ยวชมจุดสวยงามและถ่ายรูปกับบรรยากาศประทับใจ นมัสการพระธาตุเขาค้อ เข้าชมพระตำหนักเขาค้อสมควรแก่เวลาเดินทางกลับ
22.00น. ถึงกรุงเทพฯ ด้วยความสุขในวันพักผ่อน

อัตรา 2,690 บาท/ท่าน รวม
- ที่พักเชียงคาน 1 คืน
- ค่ารถตู้ปรับอากาศ VIP ตลอดการเดินทาง
- อาหารตามโปรแกรม
- อาหารว่างและน้ำดื่ม
- ค่าประกันการเดินทาง

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา