ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ12706568

จำหน่าย,ขาย,สแตนเลส 630,17-4PH,เพลาสแตนเลส 630,สแตนเลส 431,สแตนเลส SUS 630,SUS 431,316,แผ่นสแตนเลส 316l,สแตนเลส 17-4ph,ขายสแตนเลส 630,จำหน่ายสแตนเลส เกรด SUS 630 431 สแตนเลส 410, ASTM S41000,630,440c,416,430,420,420j2,17-4ph,310,310S,304,316,316l

แสดงภาพทั้งหมด

จำหน่าย,ขาย,สแตนเลส 630,เพลาสแตนเลส 630,ขายเพลาสเลส 630,สแตนเลส SUS630,สแตนเลส 17-4PH,จำหน่ายสแตนเลส 630,จำหน่ายสแตนเลส 17-4PH, นำเข้า เพลา,แผ่นสแตนเลส 316l, เพลาสแตนเลส 316l,,ขายสแตนเลส,สแตนเลสแผ่น,จำหน่ายสแตนเลส,แผ่นสแตนเลส,สแตนเลสแผ่น,เพลาสแตนเลส,สแตนเลสเส้น,สแตนเลสสี่เหลี่ยม,แท่ง,กลม,ตัน,แบนสแตนเลส,Stainless 630,

จำหน่าย,ขาย,สแตนเลส 630,17-4PH, สแตนเลส 431, SUS 630 , SUS 431, 316,304l,แผ่นสแตนเลส 316l,สแตนเลส 304l,สแตนเลส 304,จำหน่ายสแตนเลส เกรด SUS 630 431 สแตนเลส 410, ASTM S41000, 1.4006,440c,416,430,420,420j2,17-4ph,310,310S,304,304l,316,316l,สแตนเลส 630, สแตนเลส 431,SUS 630 , SUS 431, จำหน่ายสแตนเลส เกรด SUS 630 431

ขายสแตนเลส 310,ขายสแตนเลส 310S,สแตเนลส 310/310S,ขายสแตนเลส 17-4Ph,ขายสแตนเลส 630,ขายสแตนเลส 420,ขายสแตนเลส 420j2,ขายสแตนเลส 440C,ขายสแตนเลส 431,ขายสแตนเลส 416,ขายสแตนเลส 410,ขายสแตนเลส 321,ขายสแตนเลส 410,ขายสแตนเลส 3cr12,ขายสแตนเลส 430,ขายสแตนเลส 304,ขายสแตนเลส 304l,ขายสแตนเลส duplex 2205,ขายสแตนเลส 409,ขายเพลาสแตนเลส 316,316l,ขายเพลาสแตนเลส 304,ขายแผ่นสแตนเลสหนา,ขายสแตนเลสเส้นฉาก 316,แผ่นสแตนเลสแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสแบ่งขาย,ขายฉากสแตนเลส 316,316l,ฉากสแตนลส 316,316l, จำหน่าย,ขาย,สแตนเลสเส้นฉาก 316l,316,สแตนเลสเส้น,สแตนเลสแผ่น,สแตนเลสเส้นกลม,แผ่นสแตนเลส,สแตนเลสแท่ง

ขายสแตนเลส 440C,สแตนเลส440,สแตนเลสแผ่น 440C,เพลาสแตนเลส 440C,เพลาสแตนเลส เกรด SUS 304 316L 431 630 416 420J2 440C 2205,สแตนเลส SUS440C,
ขาย จำหน่าย รับ ตัด สแตนเลส แผ่น เพลา ตัด ขาย ตาม แบบ ขนาด, แผ่นสแตนเลส 316l,
จำหน่ายแผ่นสแตนเลส 316l, แผ่นสแตนเลส 316l, แผ่นสแตนเลส 316,สแตนเลส 440C แบ่งขาย
Stainless steel ร้าน รับ ตัด laser เลเซอร์ สแตนเลส ตาม แบบ ตัด พลาสม่า

ขายสแตนเลส 316,ขายสแตนเลส 316l,แผ่นสแตนเลส 304,ขายสแตนเลส 420,ราคาแผ่นและเพลาสแตนเลส,ขายแผ่นสแตนเลส,จำหน่ายเพลาสแตนเลส,ขายสแตนเลสเส้นกลม,ขายเพลาสแตนเลส,เพลาสแตนเลส,จำหน่ายสแตนเลส,สแตนเลสแผ่นเรียบ,ขายสแตนเลส,สแตนเลสแผ่นแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสแบ่งขาย,สแตนเลสแบ่งขาย,แผ่นสแตนเลสตัดแบ่งขาย,304,310,310S,304

ขายฉากสแตนเลส 316,ขายเส้นแบนสแตนเลส,ขายสแตนเลสราคาถูก,ราคาสแตนเลส,สแตนเลส SUS316,SUS316l,SUS310,SUS310S,SUS304,Stainless Steel Importer,ร้านขายสแตนเลส สมุทรปราการ กรุงเทพ ชลบุรี ฯลฯ จัดส่งทั่วประเทศ


คุณสมบัติของสแตนเลส (Stainless Steel)
เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สเตนเลส (อังกฤษ: Stainless steel) นั้น ในทางโลหกรรมถือว่า เป็นโลหะผสมเหล็ก ที่มีโครเมียมอย่างน้อยที่สุด 10.5% ชื่อในภาษาไทย แปลจากภาษาอังกฤษว่า stainless steel เนื่องจากโลหะผสมดังกล่าวไม่เป็นสนิมที่มีสาเหตุจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียมในเนื้อสเตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้ ทำหน้าที่ปกป้องการเกิดความเสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเลสได้เป็นอย่างดี ปกป้องการกัดกร่อน และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่ายอย่างโลหะทั่วไป สำหรับในสหรัฐอเมริกาและในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบิน นิยมเรียกโลหะนี้ว่า corrosion resistant steel เมื่อไม่ได้ระบุชัดว่า เป็นโลหะผสมชนิดใด และคุณภาพระดับใด แต่ในท้องตลาดเราสามารถพบเห็น สเตนเลสเกรด 18-8 มากที่สุด ซึ่งเป็นการระบุถึง ธาตุที่เจือลงในในเนื้อเหล็กคือ โครเมียมและ นิเกิล ตามลำดับ สแตนเลสประเภทนี้จัดเป็น Commercial Grade คือมีใช้ทั่วไปหาซื้อได้ง่าย มักใช้ทำเครื่องใช้ทั่วไป ซึ่งเราสามารถจำแนกประเภทของสเตนเลสได้จากเลขรหัสที่กำหนดขึ้นตามมาตรฐาน AISI เช่น 304 304L 316 316L เป็นต้น

ซึ่งส่วนผสมจะเป็นตัวกำหนดเกรดของสเตนเลส ซึ่งมีความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป สเตนเลสกับการเกิดสนิม ปกติ Stainless steel จะไม่เป็นสนิม เพราะที่ผิวของมันจะมีฟิล์มโครเมียมออกไซด์ บางๆ เคลือบผิวอยู่อันเนื่องมาจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง Cr ใน Stainless steel กับ ออกซิเจนในอากาศ การทำให้ Stainless steel เป็นสนิมคือการถูกทำลายฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ที่เคลือบผิวออกไปในสภาวะที่ Stainless steel สามารถเกิดสนิมได้ ก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเช่น ถ้าสเตนเลสถูกทำให้เกิดรอยขีดข่วน แล้วบริเวณรอยนั้นมีความชื้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยากับธาตุเหล็กก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมา ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดสนิมขึ้นได้

ค่าการนำความร้อน (Thermal conductivity)
สเตนเลสทุกชนิดจะมีค่าการนำความร้อนต่ำกว่าเหล็กกล้าคาร์บอนมาก สเตนเลสเกรดที่มีส่วนผสมโครเมียมอย่างเดียว (plain chromium steel) มีค่าการนำความร้อน +_1/3 และเกรดออสเทนนิติกมีค่าการนำความร้อน +_1/4 ของเหล็กกล้าคาร์บอน ทำให้มีผลต่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูง เช่นมีผลต่อการควบคุมปริมาณความร้อนเข้าระหว่างการเชื่อม, ต้องให้ความร้อนเป็นระยะเวลานานขึ้น เมื่อต้องทำงานขึ้นรูปร้อน

สัมประสิทธิ์การขยายตัว(Expansion coefficient)
สเตนเลสเกรดที่มีส่วนผสมโครเมียมอย่างเดียวมีสัมประสิทธิ์การขยายตัวคล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน แต่เกรดออสเทนนิติกจะมีสัมประสิทธ์การขยายตัวสูงกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน 1½ เท่า การที่สเตนเลสมีการขยายตัวสูง แต่มีค่าการนำความร้อนต่ำทำให้ต้องหามาตรการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียหายที่ตามมาเช่น ใช้ปริมาณความร้อนในการเชื่อมต่ำ, กระจายความร้อนออกโดยใช้แท่งทองแดงรองหลัง, การจับยึดป้องกันการบิดงอ ปัจจัยเหล่านี้ต้องพิจารณาการใช้งานร่วมกันของวัสดุ เช่นท่อแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) ระหว่างเปลือกโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอน และท่อออสเทนนิติคเป็นต้น

ฟิล์มป้องกันและการสร้างฟิล์ม (Passive film)
สเตนเลสจะมีฟิล์มบางๆ ต้านทานการกัดกร่อน จำเป็นต้องรักษาความสมบูรณ์ของฟิล์มป้องกัน ดังนี้
หลีกเลี่ยงความเสียหายหรือการสัมผัสรุนแรงทางกล
ซ่อมปรับปรุงพื้นที่ที่มีผลต่อการเสียหายเช่น บริเวณที่เกิดสะเก็ดหรือคราบออกไซด์เนื่องจากอุณหภูมิสูงใกล้ๆ แนวเชื่อม, บริเวณที่เกิดความเสียหายทางกลหรือมีการเจียระไน, มีการปนเปื้อนโดยวิธีการสร้างฟิล์มป้องกัน (passivation) อย่างเดียวหรือใช้ทั้งวิธีการแช่กรดเพื่อกำจัดคราบจากออกไซด์ (pickling) หรือ การแช่กรดหรือทาน้ำยาสร้างฟิล์มออกไซด์ (passivation) ที่ผิวเหล็กกล้าสเตนเลส
แน่ใจว่า มีออกซิเจนเพียงพอและสม่ำเสมอ ที่สร้างออกไซด์ที่ผิวของ เหล็กกล้าสเตนเลสได้
การเสียหายที่ผิวเนื่องจากการเสียดสีที่ผิวโลหะกับโลหะอย่างรุนแรง (Galling /pick up / seizing)
ผิวหน้าสเตนเลสมีแนวโน้มที่จะเกิดการเสียหายเนื่องจากการเสียดสีอย่างรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงและระมัดระมัดระวัง ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวโดยสำหรับผิวหน้าที่มีการเสียดสีกันตลอดเวลา ควรใช้ Load หรือแรงเสียดสีต่ำสุด และต้องแน่ใจว่า การเสียดสีไม่สร้างความร้อนเกิดขึ้น ควรรักษาผิวสัมผัสไม่ให้มีการบดกับผงฝุ่น เม็ด ทรายฯลฯ และใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือเคลือบผิว

ประเภทของสแตนเลส
คนโดยทั่วไปจะไม่ทราบว่า สเตนเลสมีกี่ประเภท และมักจะมีการเข้าใจผิดว่า สเตนเลสแท้ต้องแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่จริงๆ แล้วการที่แม่เหล็กจะดูดติดหรือไม่ติดนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของสเตนเลส สเตนเลสแบ่งออกเป็นกลุ่มพื้นฐาน ได้ 5 กลุ่มคือ ออสเทนนิติค, เฟอริติค, ดูเพล็กซ์, มาร์เทนซิติค และ กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยวิธีการตกผลึก

กลุ่มออสเทนนิติค (Austenitic) หรือสเตนเลสตระกูล 300 เป็นเกรดที่ใช้งานแพร่หลายมากที่สุดถึง 70%
มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด (non – magnetic) มีส่วนผสมของโครเมียม 16% คาร์บอนอย่างมากที่สุด 0.15% มีส่วนผสมของธาตุนิกเกิล 8% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติในการทำการประกอบ(Fabrication)และเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เกรดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมเรียก 18/10 คือการที่มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 10%

กลุ่มเฟอริติค (Ferritic) แม่เหล็กดูดติด(magnetic) มีธาตุคาร์บอนผสมปริมาณที่ต่ำ และมีโครเมียมเป็นธาตุผสมหลักที่สำคัญอาจอยู่ระหว่าง 10.5%-27% และมีนิกเกิ้ลเป็นส่วนผสมอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย

กลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic) แม่เหล็กดูดติด(magnetic) มีส่วนผสมของโครเมียม 12-14% และมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ปานกลาง มีโมลิบดีนัมเป็นส่วนผสมอยู่ประมาณ 0.2-1% ไม่มีนิกเกิล
สเตนเลสตระกูลนี้สามารถปรับความแข็งได้โดยการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว (Quenching)และอบคืนตัว (Tempering) สามารถลดความแข็งได้ คล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน และพบการใช้งานที่สำคัญในการผลิตเครื่องตัด, อุตสาหกรรมเครื่องบินและงานวิศวกรรมทั่วไป

กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก (Precipitation hardening)เกรดที่เป็นที่รู้จักในตระกูลนี้ คือ 17-4H ซึ่งมีส่วนผสมของโครเมียม 17% และนิกเกิล 4% สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยกลไกเพิ่มความแข็งจากการตกผลึก (Precipitation hardening mechanism) โดยสามารถเพิ่มความแข็งแรงสูงมาก มีค่าความเค้นพิสูจน์ (Proof stress) อยู่ระหว่าง 1,000 ถึง 1,500 เมกาปาสคาล (MPa) ขึ้นอยู่กับชนิดและกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติด้วยความร้อน (Heat treatment)
กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex) มีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอริติค และออสเทนนิติค มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19-28% และโมลิบดินัมสูงกว่า 5% และมีนิกเกิลน้อยกว่าตระกูลออสเทนนิติค พบว่า มีการใช้งานมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์
มาตรฐานสเตนเลส ASTM กับ AISI ต่างกันอย่างไร ?
AISI (American Iron and Steel Intitude)
เป็น มาตรฐานของสถาบันเหล็กของสหรัฐอเมริกา กำหนดชื่อเรียกเป็นตัว เลข 3 ตำแหน่ง เช่น 304 หรือ 316 ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ตัวอักษรพิเศษต่อท้าย ใช้กำหนดส่วนผสมตัวแปรเฉพาะที่ต้องการพิเศษ เช่น 304L, 316LN หรือ 310S

ASTM (American Society for Testing and Meterials)
เป็น มาตรฐานของสมาคมวิชาชีพ ทางด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ที่กำหนดมาตรฐาน ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก สมาคม ASTMจัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา สำหรับการเรียกสเตนเลสเกรดต่างๆ เช่น A240, A554, A270 เป็นต้น

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการตัดพลาสม่า กระบวนการของการ ตัดแบบบพลาสม่า (Plasma)
กระบวนการตัดพลาสม่า (Plasma arc cutting , PAC)
เป็นกระบวนการหลอมละลายชิ้นงานโดยการอาร์คผ่านพื้นที่เล็กๆ และมีการกำจัดโลหะที่หลอมละลายออกไปโดยใช้แก๊สที่มีความเร็วสูงซึ่งวิ่งผ่านรู Orifice ซึ่งแก๊สดังกล่าวถูกเรียกว่า Plasma gas ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิระหว่าง 10,000-14,000 oC กระบวนการตัดพลาสม่านี้ ถูกสร้างขึ้นกลางทศวรรษที่ 1950

ข้อดีของกระบวนการตัดพลาสม่าแบบนี้ มีดังนี้
1. ใช้แรงในการจับยึดชิ้นงานน้อยกว่า
2. อุณหภูมิในการตัดสูงกว่าการตัดแก๊ส (OFC) จึงทำให้มีความสามารถในการตัดได้เร็วกว่า
3. สามารถเริ่มทำการตัดได้ทันที่โดยไม่จำเป็นต้องให้ความร้อนเพื่ออุ่นชิ้นงานก่อน (Preheat)

ข้อจำกัดของกระบวนการตัดแบบนี้ มีดังนี้
1. อาจเกิดอันตรายจากความร้อน , ไฟฟ้าช๊อต , แสงที่จ้า , ควันที่เกิดจากการตัด และระดับเสียงที่มากกว่าการตัดวิธีอื่น นอกจากนั้นยังควบคุมขนาดของการตัดได้ยากกว่าการตัดโดยใช้เครื่องมือตัด
2. อุปกรณ์มีราคาแพงเมื่อเทียบกับกระบนการตัดแก๊ส
3.ใช้พลังงานมากกว่า

พลาสม่า (Plasma) คือประจุที่เกิดจากการอาร์คระหว่างอิเลคโตรคและชิ้นงาน ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดพลาสม่า ได้แก่ กระแสที่ใช้ , รูปร่างของหัวตัด (Torch) , อัตราการไหลของแก๊สซึ่งการอาร์คจะเกิดขึ้นภายใน Orifice ที่อยู่ด้านล่างของอิเลคโตรด พลาสม่าแก๊สจะถูกพ่นผ่านบริเวณที่เกิดการอาร์คซึ่งจะได้รับความร้อนอย่างรวดเร็วจนมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อไหลผ่านรู Orifice และถูกพ่นเข้าสู่ชิ้นงานในบริเวณที่ทำการตัด
โดยที่ค่าความเข้มและความเร็วของพลาสม่าแก๊สจะถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย เช่น ชนิดของแก๊ส ,ความดัน , รูปแบบการไหล , กระแสไฟฟ้าที่ใช้ , ขนาดและรูปร่างของรู Orifice และระยะห่างระหว่างอิเลคโตรดกับชิ้นงาน

ควันพิษที่เกิดจากการตัด
ปริมาณควันพิษที่เกิดขึ้นจากการตัดพลาสม่า มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น กระแสที่เกิดจากการอาร์ค , ความเร็วในการตัด, วัสดุที่ใช้ในการตัด และชนิดของแก๊สที่ใช้ โดยผิวโลหะด้านได้รับการตัดจะจะเกิดออกไซด์ของเหล็กที่ถูกตัด โอโซนและออกไซด์ของไนโตรเจน สำหรับการกำจัดควันพิษออกจากพื้นที่ทำงานจะใช้ระบบระบายอากาศซึ่งควรจะต้องผ่านกรองอากาศ ก่อนที่จะปล่อยออกสู่ภายนอก การควบคุมควันจากการตัด มีหลายวิธีได้แก่ การตัดบนโต๊ะที่มีน้ำและใช้น้ำรดที่หัวตัดเพื่อลดปริมาณควันจากการอาร์ค , นอกจากนั้นยังคงใช้วิธีจุ่มชิ้นงานลงใต้ผิวน้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำป้อนเข้าไปที่หัวตัด

ในการตัดแผ่นอลูมิเนียมและแมกนีเซียมบนโต๊ะหล่อน้ำนั้น มีแนวโน้มว่าจะเกิดการระเบิดของไฮโดรเจน ซึ่งยังไม่ทราบกลไกของการเกิดระเบิด แต่สันนิษฐานว่าไฮโดรเจนจะถูกปลดปล่อยออกมาจากปฏิกริยาของการที่อลูมิเนียม และแมกนีเซียมหลอมเหลวและน้ำ ซึ่งไฮโดรเจนจะสะสมอยู่ใต้ผิวชิ้นงาน ซึ่งจะเกิดการจุดระเบิดขึ้นเมื่อมีการอาร์คใกล้บริเวณดังกล่าว

ระดับสียง
ปริมาณของเสียงที่หัวตัดพลาสม่า จะขึ้นอยู่กับปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่หัวตัดซึ่งโดยปกติจะมีระดับที่ 110 dBA ที่ 400 A โดยเสียงดังกล่าวมีความถี่อยู่ระหว่าง 5,000 ? 20,000 Hz ดังนั้นผู้ใช้งานควรมีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงในขณะทำงาน

สำหรับการควบคุมระดับเสียงจะใช้วิธีใช้น้ำรด (Water Shroud ) ซึ่งจะทำหน้าที่ดูดซับเสียงรอบ ๆ Nozzle ของหัวตัด และน้ำที่อยู่ใต้ Plate จะช่วยป้องกันเสียงเล็ดลอดลงมาจากรอยที่ตัด ซึ่งจะสามารถลดระดับเสียงลงได้ 20 dBA ในส่วนของวิธีการตัดใต้ผิวน้ำจะลดระดับเสียงลงได้มากกว่าวิธีใช้น้ำรดเนื่องจากการอาร์คจะเกิดใต้ผิวน้ำ

การแผ่รังสี
การอาร์คของพลาสม่าจะก่อให้เกิดรังสี UV และรังสีอินฟราเรด ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อดวงตาและผิวหนัง นอกจากนั้นการแผ่รังสียังทำให้เกิด โอโซน , ออกไซด์ของไนโตรเจน และแก๊สพิษอื่น ๆ โดยรอบอีกด้วย จึงจำเป็นต้องสวมใส่แว่นตาและผ้าคลุมผิวหนังไว้ โดยตารางที่ 4. ได้แนะนำการตัดที่พิกัดกระแสต่าง ๆ นอกจากนี้ยังอาจใช้ผนังและม่านป้องกันไว้


Material Properties
Custom 630 (17Cr-4Ni) is a martensitic precipitation/age-hardening stainless steel offering high strength and hardness. It has good fabricating characteristics and can be age hardened. Best machinability quality is in solution P 800 (H1150M) and P930 (H 1150)

Corrosion
This alloy withstands corrosive attack better than any of the 400 series hardenable stainless steel, and in most applications, it's corrosion resistance closely approaches that of Stainless Types 303 and 304.

Execution
Bars: Cold drawn, ground and polished. Standard length of bars :3m

Surface roughness N5-N6 or in coils for (Escomatic machines)
Tolerance

Standard ISO h7 (some sizes ISO h8)
Heat Treatment
Hardening condition P800 or P930 has to be solution annealed before hardening
Max obtainable hardness 44 HRC (for more details please turn over)
Mechanical Properties
Tensile strength at delivery form approx 800-110 N/mm2

Cutting rate
45-65m/min (approx value depending on the lubrication oil, the cutting tools, the shape of parts)
Range of dimension
2.10 to 16.00mm round full material in stock, other dimension on request

Stainless Steel - Grade 431
Chemical Formula
Fe, <0.20% C, 15-17% Cr, 1.25-2.50% Ni, <1.00% Mn, <1% Si, <0.040% P, <0.03% S
Topics Covered


ติดต่อ.......


บริษัท เอเชี่ยนพลัส ซัพพลาย จำกัด จ.สมุทรปราการ
T.087-6039752 02-1863711 02-1863713 Fax. 02-1863712
Email: asianplussupply@hotmail.com

https://sites.google.com/site/khaystaenleskhayxlumineiym
http://sites.google.com/site/asianplussupply
http://www.pantipmarket.com/mall/asianplus/?node=products

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา