ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com


ดูข่าวทั้งหมด
ค้นหาแบบละเอียด

หมายเลขประกาศ12536325

แผ่นสแตนเลส 420J2, สแตนเลส 431, สแตนเลส 630, สแตนเลส 420J2, สแตนเลส 420, สแตนเลส 440C,สแตนเลส 304l,สแตนเลส 304,SUS 304l,3cr12,430, จำหน่าย สแตนเลส 431 420 630 420J2 440C

แสดงภาพทั้งหมด

จำหน่าย,ขาย,แผ่นสแตนเลส 420J2,สแตนเลส 431,สแตนเลส 630,สแตนเลส 420J2, สแตนเลส 440C, สแตนเลส 420,สแตนเลส 3cr12,430,สแตนเลสแผ่น 420,แผ่นสแตนเลส 420,ขายแผ่นสแตนเลส 420j2,เพลาสแตนเลส 420,

จำหน่าย,แผ่นสแตนเลส,สแตนเลสแผ่น,สแตนเลสแผ่นเรียบ,สแตนเลสแท่ง,สแตนเลสเส้น,สแตนเลสเส้นกลม,เพลาสแตนเลส,สแตนเลสแผ่น,แบนสแตนเลส,สแตนเลส ตัดแบ่งขาย ตามขนาด, SUS,304,SUS,316,SUS,316l ,สแตนเลส 3cr12,สแตนเลส 430,แผ่นสแตนเลส,เพลาสแตนเลส,สแตนเลสแผ่น, ตัด laser , ตัดพลาสม่า, จำหน่ายสแตนเลส 304,สแตนเลส 304,เพลาสแตนเลส 304,แผ่นสแตนเลส 304,sus304, stainless steel 304, แบนสแตนเลส 304, ตัด แบ่งขาย ตามขนาด,แผ่นสแตนเลสตัดแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสตัดแบ่งขาย,สแตนเลส 430,แผ่นสแตนเลส 430,จำหน่าย,ขาย,สแตนเลส 430, ตัดพลาสม่า เลเซอร์ laser,sus304, เพลาสแตนเลส 304, แผ่นสแตนเลส 304 , จำหน่ายสแตนเลส 304,สแตนเลส 409,แผ่นสแตนเลส 409, ขาย,จำหน่าย,แผ่นสแตนเลส 409,409l,สแตนเลส stainless SUS 409,409l,

ขายเพลาสแตนเลส,เพลาสแตนเลสแบ่งขาย,จำหน่ายเพลาสแตนเลส,สแตนเลสตัดแบ่งขาย,แผ่นสแตนเลสแบ่งขาย,รับตัดเลเซอร์สแตนเลส,ตัดพลาสม่า,จำหน่าย,ขาย,สแตนเลสตัดตามขนาด,อลูมิเนียมตัดตามขนาด,แบ่งขาย แผ่น เพลา สแตนเลส, แผ่นสแตนเลสแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสตัดแบ่งขาย,แบ่งขายสแตนเลส,304,304l,316,316l,420,420j2,431, 440c,416,430,630,17-4ph,310,310s,431,440c,416, 430,410,630,17-4ph,2205,2207,309L,409,430,321,3cr12

จำหน่าย สแตนเลส 431 630 420J2 420 440C,สแตนเลส 304l,สแตนเลส 304,SUS 304l,แผ่นสแตนเลส 304l
ายสแตนเลส 310,ขายสแตนเลส 310S,สแตเนลส 310/310S,ขายสแตนเลส 17-4Ph,ขายสแตนเลส 630,ขายสแตนเลส 420,ขายสแตนเลส 420j2,ขายสแตนเลส 440C,ขายสแตนเลส 431,ขายสแตนเลส 416,ขายสแตนเลส 410,ขายสแตนเลส 321,ขายสแตนเลส 410,ขายสแตนเลส 3cr12,

ขายสแตนเลส 430,ขายสแตนเลส 304,ขายสแตนเลส 304l,ขายสแตนเลส duplex 2205,ขายสแตนเลส 409,ขายเพลาสแตนเลส 316,316l,ขายเพลาสแตนเลส 304,ขายแผ่นสแตนเลสหนา,ขายสแตนเลสเส้นฉาก 316,แผ่นสแตนเลสแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสแบ่งขาย,ขายฉากสแตนเลส 316,316l,ฉากสแตนลส 316,316l, จำหน่าย,ขาย,สแตนเลสเส้นฉาก 316l,316,สแตนเลสเส้น,สแตนเลสแผ่น,สแตนเลสเส้นกลม,แผ่นสแตนเลส,สแตนเลสแท่ง

ขายสแตนเลส 440C,สแตนเลส440,สแตนเลสแผ่น 440C,เพลาสแตนเลส 440C,เพลาสแตนเลส เกรด SUS 304 316L 431 630 416 420J2 440C 2205,สแตนเลส SUS440C,
ขาย จำหน่าย รับ ตัด สแตนเลส แผ่น เพลา ตัด ขาย ตาม แบบ ขนาด, แผ่นสแตนเลส 316l,
จำหน่ายแผ่นสแตนเลส 316l, แผ่นสแตนเลส 316l, แผ่นสแตนเลส 316,สแตนเลส 440C แบ่งขาย
Stainless steel ร้าน รับ ตัด laser เลเซอร์ สแตนเลส ตาม แบบ ตัด พลาสม่า

ขายสแตนเลส 316,ขายสแตนเลส 316l,แผ่นสแตนเลส 304,ขายสแตนเลส 420,ราคาแผ่นและเพลาสแตนเลส,ขายแผ่นสแตนเลส,จำหน่ายเพลาสแตนเลส,ขายสแตนเลสเส้นกลม,ขายเพลาสแตนเลส,เพลาสแตนเลส,จำหน่ายสแตนเลส,สแตนเลสแผ่นเรียบ,ขายสแตนเลส,สแตนเลสแผ่นแบ่งขาย,เพลาสแตนเลสแบ่งขาย,สแตนเลสแบ่งขาย,แผ่นสแตนเลสตัดแบ่งขาย,304,310,310S,304

สแตนเลสแต่ละเกรดมีคุณสมบัติดังนี้ครับ
สแตนเลส 304
- ใช้งานทั่วไปไม่เป็นสนิม ทนต่อการกัดกร่อนสูง สามารถขึ้นรูปเย็น
และเชื่อมได้ดี

สแตนเลส 304L
- ใช้งานเชื่อมที่ดีกว่า ไม่เป็นสนิม เหมาะสำหรับงานแท้งค์ต่างๆ

สแตนเลส 316
- ใช้กับงานทนกรด ทนเคมี หรือเป็นเกรดที่ปฏิกิริยากับกรดน้อย

สแตนเลส 316L
- ใช้กับงานทนกรดที่เข้มข้นมากกว่า ทนเคมีมากกว่า หรือเป็นเกรดที่ปฏิกิริยากับกรดน้อยมาก (มีความทนกรดมากกว่า)

สแตนเลส 420 (มาตรฐานอเมริกา) 420J2 (มาตรฐานญี่ปุ่น)
- เป็นสแตนเลสเกรดชุบแข็ง สามารถนำไปชุบแข็งได้
(ชุบแล้วความแข็งขึ้นประมาณ 58 HRC)

สแตนเลส 431
- เป็นสแตนเลสที่เคลือบแข็งที่ผิวมา สามารถนำไปชุบแข็งได้เช่นกัน
(ชุบแล้วความแข็งขึ้นประมาณ 50-55 HRC) แต่น้อยกว่าเกรด 420

สแตนเลส 301
-ใช้เกี่ยวกับงานสปริง คอนแทค สายพานลำเลียง

สแตนเลส 310 /310S
-ใช้กับงานทนความร้อนสุง 1,150 องศา งานเตาอบ เตาหลอม ฉนวนกั้นความร้อน

สแตนเลส 309/309S
-ใช้เกี่ยวกับงานทนความร้อนเช่นกัน 900 องศา (น้อยกว่า 310/310S )

สแตนเลส 409/409S
-ใช้กับงานอุปกรณ์ท่อไอเสีย ชิ้นส่วนผนังท่อเป่าลมร้อนต่าง ๆ

Duplex Plate 2205
-ใช้งานขุดเจาะแก๊สและน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี
อุตสาหกรรมกระดาษและเยื่อ

คุณสมบัติสำคัญของสเตนเลส

1. คงทนต่อการกัดกล่อน หรือเป็นสนิม เนื่องจากเนื้อสเตนเลสจะสร้างฟิล์มบางๆ เรียกว่า PASSIVE FILM มาเคลือบผิวหน้าตลอดเวลาเมื่อผิวนั้นทำปฏิกิริยากับอ๊อกซิเจน (H2O) ที่มีอยู่ในบรรยากาศทั่วไป

2. ทำความสะอาดและดูแลรักษาง่าย เนื่องจากสเตนเลสไม่เกิดสนิมจึงสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

3. แข็งแกร่ง เนื้อสเตนเลสมีความแข็งแกร่ง และมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าเหล็กมาก ส่งผลให้ชิ้นงานที่ทำจากสเตนเลสมีความแข็งแรงทนทานมาก แต่การทำชิ้นงานจากสเตนเลสก็ทำได้ยากเช่นกัน อุปกรณ์สำหรับงานแปรรูป ตัด เจาะ หรือเชื่อม ต้องเป็นเฉพาะที่ใช้กับงานสเตนเลส

จุดด้อยของสเตนเลส

1. มีความเปราะกว่าเหล็ก จึงไม่เหมาะสำหรับทำวัสดุที่ต้องดัดงอมากๆ และบ่อยๆ เช่น ลวดสลิงสำหรับงานรอก

2. เคลือบสีไม่ติด เนื่องจากสเตนเลสมีการสร้างฟิล์มด้วยตัวเองทำให้สีที่เคลือบไม่สามารถเกาะติดบนผิวสเตนเลสได้

3. เป็นสนิมได้ หากใช้งานในสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีอ๊อกซิเจนปกคลุมผิวสเตนเลส

4. ผุ กร่อนได้ หากผิวสเตนเลสสัมผัสกับกรดเข้มข้น หรือคลอไรด์ (Cl) เพราะสเตนเลสไม่สามารถคงทนต่อกรดเข้มข้นหรือคลอไรด์ จึงจำเป็นต้องเพิ่มนิเกิ้ล (Ni) เข้าไปในส่วนผสมให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคงทนต่อการกัดกร่อน


สเตนเลสแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก

1. MARTENSITIC เป็นกลุ่มที่มีส่วนผสมของโครเมี่ยม (Cr) ระหว่าง 12 - 18% โดยมีเกรด 403, 410, 414,416, 420, 431, 416, 440A/B/C, 501 และ 502 คุณสมบัติหลักคือ สามารถชุบแข็งได้ ซึ่งส่งผลให้เนื้อสเตนเลสมีความแข็งแกร่งมากและทนต่อการเสียดสีได้ดี จึงเหมาะกับงานทำชิ้นส่วนเครื่องมือ เครื่องจักร แต่แม่เหล็กสามารถดูดติดได้

2. FERRITIC เป็นกลุ่มที่มีโครเมี่ยม (Cr) อยู่ระหว่าง 12 - 18% และมีคาร์บอน (C) น้อยกว่า 0.2% สเตนเลสในกลุ่มนี้มีราคาถูกที่สุด ไม่สามารถรีดให้แข็งขึ้นได้ แม่เหล็กดูดติด และไม่สามารถชุบแข็งได้ มีโอกาสเป็นสนิมได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น หากใช้งานในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จึงนิยมนำมาใช้งาน บางชนิดที่ไม่สัมผัสกับกรดโดยตรง เช่น ฝอยขัดหม้อ ลวดรัดสายไฟฟ้า โครงโต๊ะวางเตาแก๊ส เกรดในกลุ่มนี้มี 405, 430, 442 และ 446

3. AUSTENITIC เป็นกลุ่มที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยมีโครเมียม (Cr) 10.5 -24% เมื่อเพิ่มนิเกิ้ล (Ni) จะทำให้สเตนเลสมีคุณสมบัติทนต่อสนิมและการกัดกร่อนได้ดี สามารถเพิ่มความแข็งด้วยการรีดเย็นได้ แม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ไม่สามารถชุบแข็งได้ เกรดในกลุ่มนี้มี 201, 202, 301, 302, 303, 304, 305, 308, 309, 310, 314, 316, 347 และ 348

4. DUPLEX เป็นกลุ่มที่ผสมกันระหว่า AUSTENITIC และ FERRITIC ซึ่งนำข้อดีของทั้งสองกลุ่มมารวมกันเพื่อวัตถุประสงค์ของการใช้งานเฉพาะเจาะจงบางประเภท ซึ่งไม่ค่อยมีการผลิตมากนัก

ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรม
บทความและสาระดีดีทางด้านงานวิศวกรรม เครื่องจักรกล (machine), เครื่องซีเอ็นซี (cnc), เครื่องรีดหลังคา (Roll forming), เครื่องตัดโลหะซีเอ็นซี (CNC Plasma Cutting), ระบบไฮดรอลิค (hydraulic), การเชื่อมโลหะ (Welding), อุปกรณ์ส่งกำลัง เครื่องมือช่างและบทความดีดีเกี่ยวกับงานด้านวิศวกรรม

เทคโนโลยีการตัดด้วยพลาสม่า
การตัดโลหะเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในวงการอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะแต่งานอุตสาหกรรมหนักเท่านั้น งานอุตสาหกรรมขนาดย่อม หรืองานภายในครอบครัวก็มีความจำเป็นมากเช่นกัน การตัดโลหะที่มีประสิทธิภาพยังช่วยให้งานอื่นๆ เช่น การออกแบบ ทั้งที่เป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรเครื่องมือ และโครงสร้างรูปแบบต่างๆ มีอิสระในการออกแบบมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องคำนึงถึงขอบเขตของรอยตัดต่างๆ ต่อไป นอกจากนั้นยังช่วยให้งานซ่อมแซม ดัดแปลงหรืองานอดิเรกอื่นๆ สำเร็จลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันการตัดโลหะด้วยอาร์คพลาสมาเป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็วและงานออกมาเรียบร้อย

ส่วนประกอบของเครื่องตัดพลาสมา
เครื่องตัดพลาสมาจะมีส่วนประกอบหลักๆ คือ ส่วนของแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงเพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลักในการตัดโลหะ มีส่วนของเครื่องอัดอากาศและอีกส่วนที่สำคัญคือส่วนของหัวตัดพลาสมา

หลักการทำงานของเครื่องตัดพลาสมา
หลักการทำงานของหัวตัดพลาสมาจะเริ่มจากพลาสมาก๊าซไหลผ่านเข้า Swirl Ring อากาศจะถูกบีบให้ผ่านช่องรูเล็กๆ ทางด้านข้างทำให้อากาศเคลื่อนที่หมุนผ่านเป็นเกลียวไปยังหัว Electrode ในขณะที่หัว Electrode มีไฟฟ้ากระแสตรงหลักรออยู่และเมื่อได้รับการกระตุ้นการเริ่มอาร์คไฟฟ้าจากชุดแรงดันสูง-ความถี่สูงก็จะทำให้อากาศรอบๆ หัว Electrode เกิดการแตกตัวพร้อมกับอาร์คหลักจะเริ่มทำงานและเกิดเป็นอาร์คพลาสมาขึ้นมา หลังจากนั้นอาร์คพลาสมาดังกล่าวจะวิ่งผ่านรูเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางของหัว Nozzle ซึ่งทำหน้าที่บีบอัดอาร์คพลาสมาที่เกิดขึ้นให้เกิดเป็นลำอาร์คพลาสมาที่สมบูรณ์แล้ววิ่งออกไปสู่ชิ้นงานต่อไป

จากที่ได้กล่าวมาเครื่องตัดพลาสมาสามารถตัดโลหะได้หลากหลายชนิดทั้ง อลูมิเนียม คาร์บอน สเตนเลส ทองแดง ทองเหลือง บรอนซ์ นิกเกิล อัลลอย เซอร์โครเมียม เป็นต้น ซึ่งขบวนการตัดจะแตกต่างกันไปบ้างก็ขึ้นอยู่กับความหนาของโลหะและการเลือกใช้ขนาดของหัวตัดให้เหมาะสมกับชิ้นงาน ทั้งนี้ก๊าซตัวกลางที่นำมาเป็นส่วนของก๊าซพลาสมาก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเนื้องานที่นำมาใช้ด้วย เพื่อให้การตัดชิ้นงานมีประสิทธิภาพและมีความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามคุณภาพของชิ้นงานที่ตัดก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้เป็นส่วนสำคัญด้วย

คุณสมบัติเหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สแตนเลส สเตนลส
เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สเตนเลส (อังกฤษ: Stainless steel) นั้น ในทางโลหกรรมถือว่าเป็นโลหะ​ผสมเหล็ก ที่มีโครเมียมอย่างน้อยที่ส​ุด 10.5% ชื่อในภาษาไทย แปลจากภาษาอังกฤษว่า stainless steel เนื่องจากโลหะผสมดังกล่าวไม​่เป็นสนิมที่มีสาเหตุจากการ​ทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียม​ในเนื้อสเตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิว​ไว้ ทำหน้าที่ปกป้องการเกิดความ​เสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเ​ลสได้เป็นอย่างดี ปกป้องการกัดกร่อน และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่า​ยอย่างโลหะทั่วไป สำหรับในสหรัฐอเมริกาและในห​ลายประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบิน​ นิยมเรียกโลหะนี้ว่า corrosion resistant steel

เมื่อไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นโ​ลหะผสมชนิดใด และคุณภาพระดับใด แต่ในท้องตลาดเราสามารถพบเห​็น สเตนเลสเกรด 18-8 มากที่สุด ซึ่งเป็นการระบุถึง ธาตุที่เจือลงในในเนื้อเหล็​กคือ โครเมียมและนิเกิล ตามลำดับ สแตนเลสประเภทนี้จัดเป็น Commercial Grade คือมีใช้ทั่วไปหาซื้อได้ง่า​ย มักใช้ทำเครื่องใช้ทั่วไป ซึ่งเราสามารถจำแนกประเภทขอ​งสเตนเลสได้จากเลขรหัสที่กำ​หนดขึ้นตามมาตรฐาน AISI เช่น 304 304L 316 316L เป็นต้น ซึ่งส่วนผสมจะเป็นตัวกำหนดเ​กรดของสเตนเลส ซึ่งมีความต้องการในการใช้ง​านที่แตกต่างกันออกไป สเตนเลสกับการเกิดสนิม ปกติ Stainless steel จะไม่เป็นสนิมเพราะที่ผิวขอ​งมันจะมีฟิล์มโครเมียมออกไซ​ด์ บางๆเคลือบผิวอยู่อันเนื่อง​มาจากการทำปฏิกิริยากันระหว​่าง Cr ใน Stainless steel กับ ออกซิเจนในอากาศ การทำให้ Stainless steel

สเตนเลสเป็นโลหะที่ประกอบด้วยสารที่ปลอดภัย
สมบัติความต้านทานการกัดกร่อน ของสเตนเลส เนื่องด้วยความแข็งแรง ของส่วนประกอบโครเมียมในรูปของฟิล์มออกไซด์บนผิวของสเตนเลส สิ่งนี้เป็นสภาพปกติของผิวสเตนเลส ที่ใช้ในชีวิตประจำ วันและเป็นที่ทราบกันดีเป็นสถานะทนทาน หรือเงื่อนไขทนทาน สเตนเลสโดยธรรมชาติจะปกป้องตัวเอง เมื่อสภาพผิวที่สะอาดปล่อยไว้ในสภาพอากาศที่มีออกซิเจนเพียงพอ ที่จะรวมตัวกับธาตุโครเมียมเป็นฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ชั้นผิวทนทานนี้มีความหนาประมาณ 1-2 นาโนเมตร ก็เพียงพอที่จะคอยเป็นสิ่งกีดขวาง ที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีหลายกรณี ที่การปล่อยให้โลหะหลุดล่อนออกไปจากสเตนเลส และกระทบต่อคุณค่าเพียงเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้ การแพร่ของส่วนผสมออกไปสู่สิ่งแวด ล้อม จึงมีปริมาณจำกัด
ปริมาณส่วนผสมที่แพร่กระจาย อาจสังเกตุได้ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของสเตนเลส และ ภาวะแวดล้อมตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ด้วยความรู้ในปัจจุบันพบว่า การปลดปล่อยส่วนผสมของโลหะอยู่ในปริมาณพอเหมาะ ดังแสดงในรูป 1 แสดงถึงสภาพจริงที่มีการใช้งาน

สเตนเลสเมื่อต้องสัมผัสผิวมนุษย์
มีสเตนเลสมากมายหลายชนิด ที่ใช้งานสัมผัสกับผิวมนุษย์(7) การสัมผัสอาจเป็นลักษณะสัมผัสชั่ว คราว เช่น ประสบการณ์บ่อยกับการจับราวจับบนรถไฟฟ้าหรือสิ่งจับต้องประจำวัน เช่น ตัวเปิดขวด มีดและภาชนะในครัว ชนิดของสเตนเลสที่นิยมใช้รวมถึงเกรดออสเทนนิติกชนิด 1.4301 และ 1.4307 เกรดเฟอร์ริติก 1.4016 และ 1.4510 และเกรด มาร์เทนไซด์อย่าง 1.4021 และ 1.4122 ด้วยประสบ การณ์อันยาวนานกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ยืนยันถึงความปลอดภัยต่อการใช้งานในชีวิต ประจำวัน

อย่างไรก็ตาม แม้โรคภูมิแพ้นิกเกิลอาจพบได้ในบางราย ทั้งในกรณีผิวหนังสัมผัสโลหะโดยตรงเป็นเวลานาน อันเนื่องจากเครื่องประดับ หลังเรือนนาฬิกา สายนาฬิกา ทั้งหลายเหล่านี้อาจทำให้โลหะปลดปล่อยลงบนผิวหนัง ผ่านทางเหงื่อ หากใช้โลหะนิกเกิล หรือโลหะผสมนิกเกิล สิ่งเหล่านี้

จะส่งผลให้ ปลดปล่อยไอออนนิกเกิลประจุคู่(8) ซึ่งจะแพร่สู่ผิวหนังมนุษย์ และอาจทำให้เกิด ปฏิกิริยาการแพ้นิกเกิลขึ้นได้ ทั้งนี้แล้วแต่สภาพของแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม โรคภูมิแพ้ครั้งแรกเป็นกระบวนเนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย (ตัวอย่าง โรคภูมิแม้นิกเกิลเมื่อสัมผัสกับผิวหนังหรือนิกเกิลเอซีดี : ACD) การพัฒนานิกเกิลเอซีดี (ACD) ต้องการความเป็นส่วนบุคคลเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อการแพ้นิกเกิล สิ่งนี้มีลักษณะเป็นขั้นตอนการเหนี่ยวนำ หรือขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงโดยใช้เวลา 1 ถึง 3 อาทิตย์เมื่อผิวหนังเริ่มสัมผัสกับนิกเกิล ซึ่งสามารถทำให้มีไอออนนิกเกิล ละลายเข้าไปในผิวหนังชั้นแรกในปริมาณที่เพียงพอผ่านเหงื่อ ปริมาณนิกเกิลไอออนที่เพียงพอ ต่อการเหนี่ยวนำให้เกิดการแพ้ในแต่ละบุคคลต่างกันออกไป
หากผิวหนังถูกทำลาย ความไวต่อการแพ้จะเร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้จะมีนิกเกิล แพร่สู่ร่างกายในปริมาณน้อยก็ตาม อุณหภูมิเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการแพ้ เชื้อชาติ เพศ และอายุ ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องตรวจสอบ ปัจจัยความอ่อนไหว ต่อการเกิดความเร็วของการแพ้ของนิกเกิล การพิสูจน์ทางเอซีดี (ACD) เป็นเรื่องปกติ หากมีการระคายเคืองที่ผิวและหรือผิวที่ชุ่มชื้น
หากมีความไวต่อการเกิดกระตุ้น (เป็นขั้นตอนการตรวจสอบ) ปริมาณของนิกเกิลที่ละลายแล้วจะส่งผลให้เกิดการแพ้ของผิวหนังในคน จะลดลงด้วย อาการแพ้อาจเกิดขึ้นตรงผิวหนัง ส่วนที่ห่างจากบริเวณที่สัมผัสกับนิกเกิลก็ได้ ดังนั้นจึงมีความ สำคัญต้องรู้จุดเริ่มต้นของการเกิดบนผิว ความหลากหลายของชีวภาพของนิกเกิล ดังแสดงด้านบน เป็นการแสดงถึงการแพ้จากโรงผิวหนังที่มักเกิดขึ้นต่อบุคคล ที่มีความไวต่อความรู้สึกต่อการแพ้นิกเกิล เอกสารตีพิมพ์เกี่ยวกับตัวกระตุ้นต่อผิวหนังในงานวิจัย (9)

ทุกวันนี้เกิดการยอมรับและมีการตรวจสอบ (10) ผู้ใช้งานมากมายและมีความเป็นไปได้ว่า การสอบ ถามประเด็นโรคผิวหนังต่อบุคคล ผู้ที่มีความรู้สึกไวต่อการแพ้ได้ลดลงพอสมควร หากการแพร่ของนิกเกิลสู่ผิวจำกัดปริมาณไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมต่อตารางเซ็นติเมตรต่อสัปดาห์ ปริมาณดังกล่าวได้นำเสนอในกฎหมายของประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี 1989 (11) และนำไปสู่การกำหนดกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (European Directive) 94/27/EC (12) ตั้งแต่ปี 1994 สำหรับสินค้าที่สัมผัสโดยตรงเป็นเวลานานกับผิวหนังมนุษย์เช่น ตุ้มหู สร้อยคอ กำไรมือ กำไรเท้า แหวน นาฬิกาข้อมือ สายนาฬิกา รวมถึงโซ่ หมุด และ ซิป

ในกรณีสัมผัสกับผิวหนังเป็นเวลานาน เกี่ยวเนื่องกับการเจาะหู และส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้กำหนดเป็นข้อบังคับไม่เกิน 0.2 ไมโครกรัมต่อตารางเซ็นติเมตรต่อสัปดาห์ ในกฎระเบียบยุโรป (European Directive) 2004/96/EC (13)
เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องสอบสวนถึงความเป็นไปได้ของการแพ้ของผิวหนัง จากการสัมผัสนิกเกิลเป็นเวลานาน จากงานศึกษาหลายชุด (14,15,16) ในสเตนเลสสี่ชนิด ได้แก่ สเตนเลสเฟอร์ริติก 1.4016 เกรดออสเทนนิติก 1.4301, 1.4404 และออสเทนนิติกสำหรับเครื่องมืออย่าง 1.4305 ที่มีซันเฟอร์สูงเทียบกับส่วนผสมนิกเกิลในเหล็กชุปนิกเกิล

สเตนเลสในการสัมผัสกับเนื้อเยื่อมนุษย์- เครื่องมือทางการแพทย์และการผ่าตัด
มันมีความสำคัญในความแตกต่าง ระหว่างชนิด สเตนเลสที่ใช้สำหรับสอดใส่ในร่างกาย และชนิด สเตนเลสที่ค้าขายโดยทั่วไปอย่าง 1.4305, 1.4301, 1.4401 และ 1.4404 ใช้สำหรับเครื่องมือทางการแพทย์อื่นๆ (7) ในยุโรป คำสั่งสภา 93/42/EEC (Council Directive 93/42/EEC) (20) กำหนดนิยามของวัสดุสอดใส่ในร่างกาย (implants) เช่น เดียวกับเครื่องมือทางการแพทย์ ที่สัมผัสกับเนื้อ เยื่อของมนุษย์มากกว่า 30 วัน ตามมาด้วยต้องมีคู่มือการใช้งาน ของเครื่องมือทางการแพทย์เหล่า นั้น อย่างไรก็ตาม การจัดเตรียมคำอธิบายล่วงหน้าโดยการบอกกล่าวระบุถึง ความหมายทั้งสามช่วงระยะเวลา ที่เครื่องมือทางการแพทย์เหล่านั้นสัมผัสกับเนื้อเยื่อมนุษย์ ได้แก่ ชั่วคราว (Transient : ปกติตั้งใจต่อเนื่องไม่เกิน 60 นาที) ระยะสั้น (Short term : ปกติตั้งใจต่อเนื่องไม่เกิน 30 วัน) ระยะยาว (Long term : ปกติตั้งใจต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 30 วัน)

ตามนิยามความหมายดังกล่าวนั้น ย่อมหมาย ความว่าสเตนเลสเกรดทางการค้า ที่จะสัมผัสกับเนื้อเยื่อมนุษย์ในฐานะเครื่องมือทางการแพทย์อาจอยู่นานถึง 30 วัน ตามนิยาม เครื่อมือการแพทย์ระยะสั้น (short term) ยกตัวอย่าง เข็มที่ทำจาก สเตนเลสชนิด 1.4401 สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์การตรึงที่จะช่วยให้การซ่อมแซมกระดูกหัก เข็มเหล่านี้ (แท่ง) จะผ่านเข้าสู่ผิวหนัง (เนื้อเยื่อต้นแบบ: underlying tissue) และยึดเข้ากับกระดูกด้านใดด้านหนึ่ง จะถูกจัดเป็นช่วง ระยะสั้น (short tem) และเครื่องมือผ่าตัด ถึงแม้ว่าเข็มเหล่านี้ผ่านการกลึง แต่ก็ไม่ใช้สเตนเลสชนิด 1.4305 และ 1.4301 สเตนเลสชนิด 1.4401 ปกติจะใช้กันน้อยโดยจะใช้เป็นวัสดุสำหรับงานศัลยกรรมเป็นหลัก
ไอเอสโอ (ISO) 7153-1 (21) ระบุสเตนเลสสำหรับทำศัลยกรรมและเครื่องมือทันตกรรม โดยเกรดในมาตรฐานไอเอสโอ (ISO) 7153-1 ถือได้ว่าเป็นเกรดทั่วไป มาตรฐานดังกล่าวยังได้กล่าวถึงตัวบ่งชี้การเลือกใช้เกรดกับงานแต่ละประเภท เกรดทั้ง หลายที่ระบุในมาตรฐาน เป็นเกรดที่ค้าขายกันทั่ว ไป ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยาก ดังนั้น จึงไม่มีการระบุชนิด สเตนเลสกับเครื่องมือผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ก็มีการใช้เกรดเหล่านี้ อย่างแพร่หลายในโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมและศัลกรรม ที่ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดใส่เข้าไปในร่างกาย

สเตนเลสสำหรับงานกลึง (free-machining) อย่าง 1.4305 ก็ใช้เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ด้วยคุณ สมบัติกลึงได้ดี ทำให้ง่ายต่อโรงงานผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยการไสกลึง หูจับของอุปกรณ์หลายอย่างทางทันตกรรมมักทำจากสเตนเลสชนิด 1.4305 ด้วย ในเครื่องมือเหล่านี้แม้จะมีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยแต่ก็ไม่ใช่จุดด้อย หูจับมักไม่สัมผัสกับผู้ป่วย หากเกิดขึ้นก็แค่ชั่วคราว สเตนเลสกลุ่มออสเทนนิติก 1.4301 มักใช้เป็นเครื่องมือทางการ แพทย์ ซึ่งสมเหตุผลกับความต้านทานการกัดกร่อนและมีความแข็งแรงระดับที่ต้องการ (ตัวอย่าง ถาดตะแกรงทันตกรรม ภาชนะหลุม รีแทรกเตอร์ ไกด์พิน ฯลฯ) สเตนเลสเกรดมาร์เทนซิติกอย่าง 1.4006 1.4021 1.4028 และ 1.4125 ใช้กันอย่างกว้างขวางในอุปกรณ์ทางทันตกรรมและศัลยกรรม สเตนเลสเหล่านี้สามารถทำให้แข็งขึ้น โดยกรรมวิธีทางความร้อน ดังนั้น จึงมีความสามารถที่จะปรับปรุงสมบัติทางกลได้หลายช่วง (เช่น ความแข็งสูงสำหรับตัดเครื่องมือ และความแข็งต่ำเพื่อเพิ่มความเหนียวของการรับแรง) สเตนเลสมาร์เทนซิติกมักใช้กันในอุปกรณ์ทางการแพทย์ปกติจะมีนิกเกิลถึงราว 1% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางโลหะวิทยา


สนใจติดต่อ...........


บริษัท เอเชี่ยนพลัส ซัพพลาย จำกัด จ.สมุทรปราการ
T.087-6039752 02-1863711 02-1863713 Fax. 02-1863712
E-mail:asianplussupply@hotmail.com


http://sites.google.com/site/asianplussupply
http://sites.google.com/site/aluminiumasian/who-we-are/xlu-mi-neiym-kerd-aa5083-h112

ประกาศอื่นของผู้ขาย

รูปภาพรายละเอียดราคา