ลงโฆษณาฟรี ลงประกาศฟรี ขายของมือสอง ร้านค้าออนไลน์ ecommerce หางาน สมัครงาน PantipMarket.com

ดูข่าวทั้งหมด
เก็บเข้ารายการโปรด    
ประกาศถัดไป|ประกาศก่อนหน้า
12462184

สอนเทรดและเปิดบัญชีหุ้นSTOCKSอเมริกาและCFDsในหุ้น &เปิดบัญชีและสอนเทรดออปชั่นOPTIONSอเมริกา (เรียนก่อนรวยก่อนคุ้มค่าเกินคุ้ม)&เปิดบัญชีและสอนเทรดฟอร์เร็กFOREX-ไบนารี่ออปชั่น-ฟิวเจอร์FUTURES-ทองคำแท่ง แร่เงิน ของแท้ 100% สำหรับทุกคนทั่วโลก

  
     
  
********* ถ้าสนใจเรียน วันเสาร์ อาทิตย์ โปรดติดต่อทาง MAIL = BATTGSDEE@HOTMAIL.COMหรือทาง
LINE= PITAYA_RIN
โทรติดต่อ อาจารย์พิทยา 0837142630 ,0864195392


หลักสูตรพิเศษ TRAINING TRADE (ของสถาบันติวเตอร์ไนน์ NINE ) ราคาหลักสูตร 10000 บาท ต่อ 1 ผู้เรียน

หลักสูตรนี้ สอนทำกำไรจากการเทรด FOREX อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อย่างเดียว หวังผล 100%
ระยะเวลาการเรียน 1 วัน มุ่งเทรดภาคปฎิบัติ ในการเทรดทุกครั้ง ให้ได้กำไรทุกครั้งที่ส่งคำสั่ง ปิดประตูขาดทุน 100%
เช่นเทรด 100 ครั้ง ต้องได้กำไร ทั้งหมด 100 ครั้ง โดยต้องไม่ขาดทุนเลย
หลักสูตรนี้สำหรับเทรดจริงเท่านั้น ฝากเงินจริงโดยใช้บัตร เดบิต ของธนาคารกสิกรไทย และหรือ บัตรเครดิต ธนาคารไหนก็ได้


หลักสูตร TRAINING TRADE เป็นหลักสูตรที่แข็งแกร่งที่สุด ของสถาบันติวเตอร์ไนน์NINE

********* ถ้าสนใจเรียน วันเสาร์ อาทิตย์ โปรดติดต่อทาง MAIL = BATTGSDEE@HOTMAIL.COMหรือทาง
LINE= PITAYA_RIN



.........พิเศษหลักสูตร 2 และ 4 รวมกัน ค่าเรียนในราคาเพียง 10000 บาท หวังผล 100% รับรองคุณภาพ ได้กำไรทุกครั้งที่ส่งคำสั่งเทรด.........
สำหรับหลักสูตร 2 และ 4 ฝากและถอนเงินง่ายๆและปลอดภัย100% รับประกัน จากอาจารย์ พิทยา

ฝีมือเทรดระดับโลก TOP TEN (ทางด้านหุ้นอเมริกาและออปชั่นอเมริกา) รวม 5 หลักสูตร ค่าเล่าเรียนเพียง 20000. บาท

หลักสูตรที่สอนมี 5 หลักสูตรดังนี้

กำหนดวันสอน โดยผู้เรียน นัดวันว่างมาเอง 1 วัน ( ทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ )

1.สอนเทรด และเปิดบัญชี OPTIONS ในตลาดอเมริกา COMPOSITE NASDAQ * ปรับปรุงคุณภาพใหม่หมด
ฃื้อขายในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป
MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว
คาเล่าเรียน = 20000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

2.สอนเทรดและเปิดบัญชี ฟอร์เร็ก ซื้อขาย ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

3.สอนเทรดหุ้นstockในอเมริกาและเปิดบัญชีในตลาดอเมริกา 1. NYSE นิวยอร์คstock exchange และตลาด 2. composite nasdaq
ในหุ้นหลัก goog aapl tsla dell spy fb gm ic xom ebay f bac msft bbry amzn wmt และหุ้นอื่นที่สำคัญ
อีกหลายร้อยตัว
ค่าเล่าเรียน = 20000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

4.สอนเทรด ซื้อขาย CFD ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

5.สอนเทรดไบนารี OPTIONSและฟิวเจอร์ทองคำ แร่เงินและ ซื้อขาย ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

พิเศษสุดขอเชิญศึกษาเล่าเรียนเรียน 5 หลักสูตรพร้อมกัน ในราคาพิเศษรวม=20000 ( โปรโมชั่นพิเศษ เพียง 3 เดือน เท่านั้น )



********ถ้ามีเพียงหน้าจอเทรด 1 จอ และมีหน้าจอดูกราฟอีกเพียง 1 จอ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเทรดได้กำไร มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะมาก*****

*********ลิ้งของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ใช้เปิดบัญชีเทรดจริงและฝึกเทรด สำหรับเทรดหุ้นและ
เทรด CFDs ในหุ้นประเทศอเมริกา และเทรดค่าเงินอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX)และเทรด
ทองคำแท่ง แร่เงินแท่ง ลิ้งเว็บไซด์ล่าง นี้

http://www.ironfx.com/en/register?utm_source=121607&utm_medium=ib_link&utm_campaign=IB

http://www.ironfx.com/en/register?utm_source=121607&utm_medium=ib_link&utm_campaign=IB



สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) อ.พิทยา 0837142630 0864195392
เจ้าของทฤษฎี กลยุทธวางเหยื่อล่อปลา
เจ้าของหลักสูตรระบบOJT มีเครื่องมือทางการเงิน TI ที่ดีที่สุดในโลก
กำหนดวันสอน โดยผู้เรียน นัดวันว่างมาเอง 1 วัน ( ทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ )
ค่าเล่าเรียน= 20000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน ดูแลตลอดชีพหลังเรียนจบ

สำหรับ CFDs เป็นการซื้อ ขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอเมริกา ได้ทั้งขาขึ้น และขาลง เพียงแต่ไม่มีปันผลเท่านั้นเอง ครับ เป็นการลงทุนที่น่าสนใจมาก การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ในหน้าจอเทรดของ IronFX
lot เริ่มตั้งแต่ 10 LOT ก็คือเท่ากับราคาหุ้นโดยตรงเลยครับ เช่น BAC = 17.21 เหรียญ ก็ใช้เงินเทรดเท่านี้ เป็นต้น ครับ
ก็คือเทรดตามราคาหุ้น นั้นๆเลย มันเป็นตลาด CFDs เป็นการซื้อขายหุ้น ในตลาดอเมริกา แต่ ไม่มีปันผลเท่านั้นเอง
ส่วนหุ้น Google , face book , apple และอื่นๆ ก็ตามราคาปัจจุบัน 10 LOT เท่ากับราคาหุ้นในเวลานั้นเลย เป็นระเบียบสากล


สำหรับออปชั่นอเมริกา

Options คืออะไรOptions คือ ตราสารสิทธิที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อหรือผู้ถือ (Options Holder) ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในอนาคตจากผู้ขาย (Options Writer) ด้วยราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หรือ ราคาใช้สิทธิ (Exercise Price หรือ Strike Price) ภายในวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือวันหมดอายุ (Expiration Date หรือ Exercise Date) โดยผู้ซื้อหรือผู้ถือจะต้องจ่ายเงิน (Premium) ให้แก่ผู้ขายเพื่อแลกกับสิทธิดังกล่าว


1. Call Options
ออปชันที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือ (ผู้ซื้อ) ในการ ซื้อ สินทรัพย์อ้างอิงด้วยราคาใช้สิทธิ (Strike Price) จากผู้ออก (ผู้ขาย) ในระยะเวลาที่กำหนด

2. Put Options
ออปชันที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือ (ผู้ซื้อ) ในการ ขาย สินทรัพย์อ้างอิงด้วยราคาใช้สิทธิ (Strike Price) ให้แก่ผู้ออก (ผู้ขาย) ในระยะเวลาที่กำหนด

Payoff Diagram เครื่องมือง่ายๆในการเรียนรู้ Options

Payoff diagram เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้สามารถทำความเข้าใจ และรู้ถึงผลกำไร หรือผลขาดทุน จากการลงทุนในออปชันในลักษณะต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
รูปร่างหน้าตาของ Payoff Diagram แกนตั้งของกราฟแสดงถึงผลกำไร หรือขาดทุนจากออปชัน ณ วันที่ออปชันนั้นๆหมดอายุ ในขณะที่แกนนอนแสดงถึงราคาสินทรัพย์อ้างอิงของออปชัน ณ วันที่ออปชันนั้นๆหมดอายุเช่นเดียวกัน จากการที่กราฟ Payoff ดังกล่าว จะแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ราคาสินทรัพย์อ้างอิงของออปชัน และผลกำไร หรือขาดทุนที่จะได้รับ ณ วันที่ออปชันหมดอายุ เพราะฉะนั้น มูลค่าของออปชัน ณ วันนั้นจะ ไม่รวม มูลค่าตามระยะเวลา จะมีเพียงแต่ มูลค่าที่แท้จริง ในตัวมันเองเท่านั้น และเพื่อความสะดวกกราฟดังกล่าว จะไม่รวมค่าคอมมิชชัน หรือค่าใช้จ่ายๆอื่นๆในการลงทุนในออปชัน แกนตั้ง แสดงถึง ผลกำไร หรือผลขาดทุนจากการลงทุนในออปชันนั้นๆ โดย ส่วนบนของแกนจะแสดงถึงผลกำไร และส่วนล่างของแกนจะแสดงถึงผลขาดทุน

แกนนอน แสดงถึง ราคาสินทรัพย์อ้างอิงของออปชันนั้นๆ โดยราคาที่อยู่ทางด้านขวาของแกน จะมีค่าสูงกว่าราคาที่อยู่ทางด้านซ้าย

ตัวอย่างกราฟ Payoff
Long Call Optionsความหมาย Payoff ของสถานะ Long Call Options

ถ้าราคาสินทรัพย์อ้างอิง ต่ำกว่า ราคาใช้สิทธิ (Strike Price) ผู้ที่มีสถานะ Long Call Options จะขาดทุนเป็นเงินจำนวนหนึ่งเสมอ (Premium) แต่ถ้าราคาสินทรัพย์อ้างอิง สูงกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ที่มีสถานะ Long Call Options จะเริ่มได้ประโยชน์จาก Call Options นั้น ซึ่งทำให้ผลขาดทุนเริ่มลดลงเรื่อย จนกระทั่งราคาสูงถึงจุดๆหนึ่ง (Breakeven) ผู้ที่มีสถานะ Long Call Options จึงจะเริ่มได้กำไร ตัวอย่างกราฟ Payoff ของ 4 กลยุทธ์พื้นฐานของการลงทุนใน Options
Long Call Options Short Call Options Long Put Options Short Put Options Premium คือ ราคาที่ใช้สำหรับซื้อขาย Options ที่ผู้ซื้อ (Long Position) จะต้องจ่ายให้แก่ผู้ขาย (Short Options) เพื่อแลกกับสิทธิที่ผู้ซื้อจะได้รับตามเงื่อนไขของ Options นั้น โดยในกรณีของ Call Options ผู้ซื้อจะได้สิทธิในการ ซื้อ สินทรัพย์อ้างอิงตามราคาใช้สิทธิที่ถูกกำหนดไว้ หรือ ในกรณีของ Put Options ผู้ซื้อจะได้สิทธิในการ ขาย สินทรัพย์อ้างอิงตามราคาใช้สิทธิที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Premium หรือ ราคาซื้อขาย Options จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ
- มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value)
- มูลค่าตามระยะเวลา (Time Value)

Premium = Intrinsic Value + Time Value

1.มูลค่าที่แท้จริงของ Options (Intrinsic Value)
มูลค่าในตัวของ Options เอง กล่าวคือ Options ที่มีสถานะได้ประโยชน์ (In the Money: ITM) จะมีมูลค่าที่แท้จริง มากกว่า ศูนย์ ส่วน Options ที่มีสถานะไม่ได้ และไม่เสียประโยชน์ (At the money: ATM) และ Options ที่มีสถานะเสียประโยชน์ (Out of the money: OTM) จะมีมูลค่าแท้จริง เท่ากับ ศูนย์ (ไม่มีมูลค่าในตัวของมันเอง)

2.มูลค่าตามระยะเวลา (Time Value)
มูลค่าของ Options ที่เกิดจากอายุคงเหลือของ Options โดย Options ที่มีอายุคงเหลือมาก ย่อมจะต้องมีมูลค่าตามระยะเวลามากกว่า Options ที่มีอายุคงเหลือน้อยกว่า เพราะ Options ที่มีอายุคงเหลือมาก แสดงว่าผู้ถือ Options นั้นๆจะมีโอกาส หรือระยะเวลา ที่จะได้กำไรจาก Options นั้นๆมากกว่า

1. ขาดทุนจำกัด แต่ผลตอบแทนไม่จำกัด

สิ่งที่เป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่ง ที่ออปชันมีเหนือการลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือ ฟิวเจอร์ส นั่นก็คือนักลงทุนที่ลงทุนที่มี สถานะซื้อออปชันจะสามารถจำกัดความเสี่ยง หรือผลการขาดทุนที่ตนเองสามารถรับได้ ไว้เป็นจำนวนที่แน่นอน (ซึ่งเท่ากับค่า Premium นั่นเอง) แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนคนนั้น อาจสามารถทำกำไรจากออปชันได้อย่างไม่จำกัด ทั้งนี้เนื่องจาก ผู้ที่มีสถานะซื้อในออปชัน เป็นผู้ที่มีสิทธิที่จะซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันที่ออปชันหมดอายุ ซึ่งผู้มีสถานะซื้อนี้ สามารถเลือก ที่จะใช้สิทธิในกรณีที่ใช้สิทธิแล้วได้กำไร หรือไม่ใช้สิทธิในกรณีที่ใช้สิทธิ แล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ได้

2. เพิ่มผลตอบแทนจากพอร์ทหุ้นด้วย “Covered Call”

“Covered Call” คือกลยทุธ์ที่นักลงทุนคนหนึ่งขาย Call Options ในขณะที่นักลงทุนคนนั้นมีหุ้นอยู่ในมือ โดยการทำกลยุทธ์ในลักษณะนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มผลตอบแทน ของพอร์ทหุ้นจากการได้รับค่า Premium จากการขาย Call Options โดยนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในลักษณะ Covered Call นี้ ในสภาพตลาดที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ถึง ตลาดแบบขาลง

“มีสถานะซื้อในหุ้นอ้างอิง ร่วมกับการมีสถานะขายใน Call Options”
ตัวอย่าง
พอร์ทหุ้นของนักลงทุนคนหนึ่งประกอบไปด้วย หุ้น จำนวน 2,000 หุ้น ที่มีราคาหุ้นละ 26 บาท โดยคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 52,000 บาท (2,000 x 26)ถ้า Call Options (อายุคงเหลือ 80 วัน)
Strike price = 30 บาท
Premium = 1.10 บาทการลงทุนด้วยกลยุทธ์ Covered Call
ขาย Call Options จำนวน 10 สัญญา ซึ่งจะได้ค่า Premium มา 2,200 บาท (10 x 1.1 x 200)
ณ วันที่ Options หมดอายุ
- ถ้า ราคาหุ้นอ้างอิง < 30 ไม่ต้องขายหุ้นตามภาระผูกพันของ Call Options และนอกจากนี้ ยังได้รับค่า Premium จากการขาย Call Options จำนวน 2,200 ด้วย
- ถ้า ราคาหุ้นอ้างอิง > 30 ต้องขายหุ้นตามภาระผูกพันของ Call Options ที่ราคา 30 บาท แต่ ว่าในขณะเดียวกันก็จะได้ค่า Premium จำนวน 2,200 ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนการขายหุ้น อ้างอิงที่ราคา 31.1 บาท

เปรียบเสมือนว่า นักลงทุนคนนั้น ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากในกรณีที่ ถ้าขายหุ้นที่ราคา 26 บาท ถึงประมาณ 19.3 % [1.1 x 26 x (365/80)]
3. ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ทหุ้นด้วย “Protective Put”

กลยุทธ์ Protective Put หรือ การใช้ Put Options ป้องกันความเสี่ยงแก่พอร์ทหุ้น คล้ายๆกับการซื้อประกันรถยนต์ กล่าวคือ รถยนต์ไม่มีการทำประกันใดๆไว้เลย หากรถยนต์คันนั้นไปประสบอุบัติเหตุ จะสร้างความเสียหายแก่เจ้าของรถ ที่จะต้องจากค่าซ่อมเต็มจำนวนด้วยตัวเอง ในทางตรงกันข้ามถ้าหากรถยนต์คันนั้นมีการทำประกันไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเจ้าของรถยนต์ อาจจะไม่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเองเต็มจำนวน หรือยิ่งไปกว่านั้น อาจจะไม่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเองเลย ซึ่งค่าซ่อมที่เจ้าของรถควรจะต้องจ่ายเอง จะมีบริษัทประกันมาเป็นผู้รับภาระแทน ซึ่งการทำประกันเจ้าของรถยนต์จะต้องจ่ายเบี้ยประกัน ให้แก่บริษัทประกันเพื่อแลกกับสิทธินี้

เช่นเดียวกันกับในตลาด Options รถยนต์คันนั้นก็เปรียบเสมือนพอร์ทหุ้นของนักลงทุนคนหนึ่งๆ ที่เจ้าของพอร์ทอาจจะประสบกับผลขาดทุนอย่างหมาศาลถ้าหากว่าราคาหุ้นในพอร์ทลดลง ดังนั้น Put Options ก็เปรียบเสมือนกับประกันฉบับหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ป้องกับความเสี่ยงนั้นได้ โดยนักลงทุนที่เข้าไปซื้อ Put Options จะต้องจ่ายค่า Premium ให้กับผู้ขาย เพื่อแลกกับสิทธิในการขายหุ้นตามราคาที่กำหนดให้แก่ผู้ขาย

"มีสถานะซื้อในหุ้น ร่วมกับมีสถานะซื้อใน Put Options" ตัวอย่าง
พอร์ทหุ้นของนักลงทุนคนหนึ่งประกอบไปด้วย หุ้น จำนวน 2,000 หุ้น ที่มีราคาหุ้นละ 26 บาท โดยคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 52,000 บาท (2,000 x 26)ถ้า Put Options (อายุคงเหลือ 80 วัน)
Strike price = 26 บาท
Premium = 1.00 บาท

การลงทุนด้วยกลยุทธ์ Protective Put
ซื้อ Put Options จำนวน 10 สัญญา ซึ่งจะต้องจ่ายค่า Premium จำนวน 2,000 บาท
ณ วันที่ Options หมดอายุ

- ถ้า ราคาหุ้นอ้างอิง < 26 ได้กำไรจากการใช้สิทธิของ Put Options ขายหุ้นที่ราคา 26 บาท
- ถ้า ราคาหุ้นอ้างอิง > 26 ไม่ใช้สิทธิของ Put Options นั้น แต่จะได้กำไรจากการที่มูลค่าหุ้น ในพอร์ทสูงขึ้น


เนื้อหาสำหรับไบนารี่ออปชั่น ดังนี้

ไบนารี่ ออปชั่น

เป็นการเทรด ออปชั่นชนิดหนึ่ง ที่ย่นย่อเอาความยุ่งยากทั้งมวลของการเทรดมาเป็นการเทรด ออปชั่นที่ง่ายๆ โดยมีสินค้าอ้างอิงใหญ่ๆอยู่ 3 ประเภทคือ 1.เทรดหุ้นต่างประเทศ ทุกตลาดทั่วโลก (แต่ที่นิยมคือ หุ้นสหรัฐอเมริกา) 2.เทรด ค่าอัตราแลกเปลี่ยนเงิน หรือ forex เช่น E-U,U-J, U-C,G-U รวมถึง การเทรด CFD หรือดัชนีหุ้นต่างประเทศเช่น Dow jone, Nasdaq, S&P, Nikei, 3.เทรดสินค้าอ้างอิงจาก Future เช่น ทองคำ น้ำมัน โลหะ และสินค้าฟิวเจอร์อื่นๆ

การเทรด ไบนารี่ออปชั่น ในแต่ละโบรกเกอร์จะมีเงื่อนไขในการทำกำไรต่อ หนึ่งสัญญา ไม่เท่ากัน เช่น กำไร 77% 80% โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 70-80% ต่อหนึ่งสัญญา โดยวิธีนี้ผู้ลงทุนจะมีการจำกัดความเสี่ยงเท่าที่จำนวนเงินค่า Premium ในแต่ละสัญญา จึงไม่มีตัวมาร์จิ้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น นำเงินมาลงทุน 1000 เหรียญ ซื้อสัญญา Option ของหุ้น ดาวโจน หรือหุ้นใดๆ ที่เราสามารถวิเคราะห์ทิศทางการตลาดได้แม่นยำ ซื้อไป 10 เหรียญต่อหนึ่งสัญญา ถ้าถือไว้ 2 สัญญา อีกสัญญาหนึ่ง 30 เหรียญ เมื่อวิเคราะห์ว่าหุ้นขึ้นแน่นอน จึงเทรด Call Option รวมเงิน 40 เหรียญเงินในบัญชียังมีอยู่ 960 เหรียญ

เมื่อวิเคราะห์ทิศทางถูกต้อง ถือสัญญาที่มีอายุสิ้นสุด 1 วัน (ปกติเมืองไทย จะ 04.00 น.) ณ เวลาที่สิ้นสุดสัญญาปรากฏว่า หุ้นดาวโจนขึ้นไป 100 กว่าจุดเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ได้กำไร 88 % สัญญาแรก ได้ 8.8 เหรียญ สัญญาที่สองได้ 26.4 รวมกำไร สองสัญญาเป็น 35.2 เหรียญในหนึ่งวัน เมื่อรวมเงินลงทุนแล้วจะเป็น 75.2 เหรียญ ดังนั้นเงินในบัญชีจะเพิ่มเป็น 1035.2 เหรียญ

หมายเหตุ:
1.การเทรดออปชั่นจริงๆ กำไรจะถูกคูณด้วยจำนวนจุดยิ่งการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นในตลาดเคลื่อนไหวสูง ก็จะมีตัวคูณของกำไรมากตามไปด้วย
2.การเทรด ไบนารี่ออปชั่น กำไรจะถูกฟิกซ์เป็นเปอเซ็นต์ เช่น 70 80 เปอร์เซ็นต์ หรือขึนอยู่กับแต่ละโบรกเกอร์ จะกำหนด ไม่มีจำนวนจุดมาเกี่ยวข้อง ขอให้ถูกทางว่าเป็น Call option หรือ Put option เท่านั้น



สรุปง่ายๆ สำหรับสำหรับการเทรดแบบ Binary Option

การเทรดแบบ ไบนารี่ ออปชั่นนั้น เป็นการเทรดแบบง่ายๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปจับคู่กับคู่ค้า ซึ่งเป็นผู้ถือสัญญาเอาไว้ โบรกเกอร์จะเป็นคนจัดการให้ผ่านโปรแกรมการเทรด ไบนารี่ ออปชั่น ผู้เทรดเพียงต่องมีความรู้ในการ คัดเลือก ตัวหุ้น หรือ คู่เงิน หรือสินค้าอ้างอิงอื่นๆ ที่ตนเองสนใจจะเข้าไปซื้อ หรือ ขายด้วย ไบนารี่ ออปชั่น นอกจากคัดเลือกสินค้าแล้วยังต้องคอยติดตามและวิเคราะห์ ธรรมชาติตลาดของสินค้านั้นๆ โดยวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมือนกับการเทรด หุ้น เทรดฟอเร็กซ์ หรือฟิวเจอร์ ก่อนอื่นนักเทรดควรจะเข้าใจในสิ่งนี้


1.Call Option เป็นการเทรด ออปชั่น ในฝั่งขาขึ้น หรือในฟอเร็กซ์ หรือหุ้น ที่เราเรียกว่า Buy หรือ Long
2.Put Option เป็นการเทรด ออปชั่น ในฝั่งขาลง หรือ ในฟอเร็กซ์ หรือหุ้น ที่เราเรียกว่า Sell หรือ Short

นักเทรดมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ Call และ Put หรือ ขึ้น และ ลง

3.ระยะเวลา หรืออายุของสัญญา ในการเทรด แบบไบนารี ออปชั่น แต่ละโบรกเอร์จะกำหนดระยะเวลาของสัญญา ในหุ้น ตราสาร หรือ ฟิวเจอร์ไว้แตกต่างกันเช่น ภายใน 1 วัน (มีตั้งแต่ 5 นาที 30 นาที หนึ่งชั่วโมง 5 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง) 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือ 1 ปี


จุดเด่น:
1. สามารถเปิดบัญชีขั้นต่ำ เพียง $50 เท่านั้น
2. สามารถเทรดขั้นต่ำ เพียง $1 เท่านั้น
3. Provider Platform เช่นเดียวกันกับโบรกเกอร์ใหญ่ๆ
4. รองรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต (Virtual Card) ของประเทศไทย




บทสรุปของโบรกเกอร์ Binary Option ทั่วโลก:
จากการค้นคว้าและทดสอบจากโบรกเกอร์ Binary Option หลายๆ แห่งทั่วโลก ทำให้รู้ว่าโบรกเกอร์ในแต่ละแห่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป แบ่งได้เป็นหัวข้อใหญ่ๆ ดังนี้
1. เงินลงทุนเปิดบัญชีขั้นต่ำ
โบรกเกอร์ แต่ละแหล่งกำหนดไว้แตกต่างกัน เริ่มต้นตั้งแต่ $50 ไปจนถึง $500 และบางโบรกเกอร์แค่เราลงทะเบียนก็ได้รับเงินทันที $25 แล้วครับ

2. เงินลงทุนในการเทรดขั้นต่ำแต่ละครั้ง
ใน การเทรดแต่ละครั้งจะมีการกำหนดเลยว่าจะต้องลงทุนอย่างน้อยเท่าไหร่ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ $25 เลยทีเดียว แต่ก็มีบางโบรกเกอร์เริ่มต้นเทรดได้ที่ $1, $5, $10 ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับมือใหม่ครับ

3. ลูกเล่นในการเทรด แบ่งได้ประมาณ 5 แบบ ดังนี้
- Binary Options หมดอายุตามช่วงเวลา เริ่มจากทุก 10 นาที, 15 นาที, 30 นาที, 60 นาที หรือนานกว่านั้น
- Option Builder กำหนดเวลาหมดอายุและความเสี่ยงตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์
- One Touch (Touch/No Touch) วิเคราะห์ว่าราคาจะแตะเส้นหรือไม่?
- 60 Seconds หมดอายุภายใน 60 วินาที
- Boundary (In/Out) วิเคราะห์ว่าราคาจะอยู่ในกรอบของ In/Out หรือไม่?

4. Platform ของโบรกเกอร์
โบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ เราไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ เพียงแค่เรา Login หน้าเวปไซต์ก็สามารถเลือกเทรดได้ทันที แต่บางโบรกเกอร์ก็มีทางเลือกอื่นๆ ให้ เช่น เทรดบน iPhone, iPad, Android เป็นต้น

5. การฝากถอนเงิน
โบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ในฝากผ่านบัตรเครดิตได้ทันที แต่บางโบรกเกอร์ก็สามารถใช้ Moneybookers ได้ ส่วนประเทศไทยหากเราไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถใช้ Visa Debit Card ได้เช่นกัน

The Reversal การกลับรายการ
The Straddle นั่งคร่อม
The Double Trade การค้าที่มีเตียงคู่
The Knock on Effect (also known as “Market Pull Strategy”) เคาะบนผล (ที่รู้จักกันว่า "กลยุทธ์ดึงตลาด")



และสำหรับFUTURES


สอนเทรดทองคำ สอนเทรดแร่เงิน ต่างประเทศ
GOLD FUTURES , SILVER FUTURES
ทองคำแท่งGOLD=XAU
แร่เงินแท่งSILVER=XAG
ได้กำไรทั้ง 2 ทาง ราคาขึ้นก็ได้กำไร ราคาลงก็ได้กำไร

สำหรับฟอร์เร็ก

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนการเทรด ฟอร์เร็กซ์
ฟอร์เร็กซ์ ( Forex ) คืออะไร
Foreign Exchange Market ที่รู้จักในชื่อของ FOREX , Forex , Retail Forex , FX , Spot FX หรือ Spot
เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขาย มากกว่า 4 ล้าน ๆ หรียญต่อวัน เปรียบเทียบ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ที่มีปริมาณการเทรด 25 พันล้านเหรียญต่อวัน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตลาดฟอร์เร็กซ์ ใหญ่ขนาดไหน

กล่าวคือ ตลาดฟอร์เร็กซ์ มีขนาดใหญ่กว่า ตลาดฟิวเจอร์ และตลาดหุ้น สหรัฐฯ รวมกันถึง 3 เท่า

ตลาดฟอร์เร็กซ์ เทรดอะไร ?

คำตอบ คือ เทรดค่าเงิน
การเทรดฟอร์เร็กซ์ คือ การซื้อขายค่าเงิน หากเรา ซื้อค่าเงินอีกค่าเงินหนึ่ง เราก็ขายค่าเงินอีกค่าเงินหนึ่ง ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเทรดผ่าน โบรกเกอร์ หรือว่า ดีลเลอร์ นั่นเอง แต่ละครั้งจะเทรดเป็นคู่

ตัวอย่างเช่น ค่าเงินยูโร และ ค่าเงินดอลล่าร์ (EUR/USD) หรือ ค่าเงินปอนด์ และ ค่าเงินเยน (GBP/JPY)

เพราะ คุณไม่ได้ซื้ออะไรที่เป็นรูปร่างจับต้องได้จริง ๆ การเทรดแบบนี้จึงค่อนข้างทำให้สับสน

ให้ลองคิดถึงว่า คุณกำลังซื้อหุ้น โดยที่บริษัทที่คุณซื้อหุ้นของเขานั่นก็คือ ประเทศที่คุณถือค่าเงินนั่นเอง
สมมุติ คุณซื้อเงินเยน หมายถึง คุณกำลังลงทุนในเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นอยู่ ซึ่งราคาของค่าเงินนั้น จะสะท้อนภาวะ ของตลาด ที่ผู้คนในตลาดคิดว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน และอนาคต

โดยทั่วไป ผลพวงของ ค่าเงินค่าเงินหนึ่ง ที่มีต่ออีกค่าเงินหนึ่ง จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจประเทศหนึ่ง ที่เปรียบเทียบ กับอีกประเทศหนึ่งอยู่

ซึ่งจะแตกต่างกับตลาดทุนอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้นนิวยอร์ค

ตลาดฟอร์เร็กซ์ ไม่มีที่ตั้ง คือ ไม่มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน
ตลาดฟอร์เร็กซ์ จะทำการซื้อขาย ผ่านระบบ OTC ( Over the Counter) ที่เรียกว่า Interbank market นั่นเอง
เนื่องจาก ตลาดทั้งหมด ทำการซื้อขายในระบบ electronic ด้วยระบบเครือข่ายของธนาคาร จึงสามารถทำการซื้อขาย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงปลายปี 1990 มีแต่รายใหญ่ ๆ เท่านั้นที่เทรดในตลาดนี้ ซึ่งเงินที่คุณต้องมีในการเทรดตลาดนี้ในตอนนั้น คือ 10 ถึง 50 ล้านดอลล่าร์ ส่วนใหญ่จะเป็นธนาคาร หรือ สถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่รายย่อย อย่างปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เพราะพัฒนาการที่รวดเร็วของอินเตอร์เน็ต บริษัทรับเทรดฟอร์เร็กซ์ สามารถที่จะให้เราเปิดบัญชี ที่ใช้ ในการเทรด ให้กับรายย่อยอย่างเราในปัจจุบัน

สิ่งที่คุณต้องมีในการเทรด คือ คอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ตความร็วสูง และที่ขาดไม่ได้ คือ ข้อมูล ซึ่งหาได้จาก เว็บไซต์ต่าง ๆ

ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้คำแนะนำ สำหรับนักเทรดที่ยังไม่รู้จักตลาดฟอร์เร็กซ์เลย หรือ นักเทรดมือใหม่ ให้เข้าใจเกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน ในตลาด Forex ในแบบ ที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ค่าเงินที่เป็นที่นิยมมากที่สุดได้แสดงตามสัญลักษณ์ ตามตารางข้างล่าง

สัญลักษณ์ ประเทศ ค่าเงิน ชื่อเล่นของค่าเงิน
USD สหรัฐฯ ดอลล่าร Buck
EUR สหภาพยุโรป ยูโร Fiber
JPY ญี่ปุ่น เยน Yen
GBP สหราชอาณาจักร ปอนด์ Cable
CHF สวิสเซอร์แลนด์ ฟรังค์ Swissy
CAD แคนาดา ดอลล่าร์ Loonie
AUD ออสเตรเลีย ดอลล่าร์ Aussie
NZD นิวซีแลนด์ ดอลล่าร์ Kiwi

สัญลักษณ์ของค่าเงินในตลาดฟอร์เร็กซ์ จะเป็นสามตัวอักษร สองตัวแรกคือชื่อประเทศ ตัวสุดท้ายคือชื่อของค่าเงิน ของประเทศนั้น ๆ


เวลาของการเทรดค่าเงิน ?

ตลาดฟอร์เร็กซ์ มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนกับ ซูเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ทในสหรัฐ ฯ ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก เราก็สามารถเทรดได้ ทั้งธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่ยังคงเทรดค่าเงินอยู่ทั่วโลก ทั้งวันทั้งคืน จะหยุดเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

ตลาดค่าเงินหมุนตามดวงอาทิตย์รอบโลก ดังนั้นเราสามารถเทรดได้ แม้กระทั่งตอนกลางคืน หรือตอนเช้า

ควรจำไว้ว่า
นกที่ขยันตื่นเช้า ไม่จำเป็นว่าจะมีหนอนกินในตลาดแห่งนี้
คุณอาจจะได้หนอนก็จริงอยู่
แต่ว่านกตัวใหญ่ ที่ร้ายกาจกว่าเรา อาจจะจ้องเขมือบคุณอยู่เหมือนกัน

ตัวอย่าง เวลาของตลาดฟอร์เร็กซ์

Time Zone New York GMT
ตลาดโตเกียวเปิด 19:00 0:00
ตลาดโตเกียวปิด 4:00 9:00
ตลาดลอนดอนเปิด 3:00 8:00
ตลาดลอนดอนปิด 12:00 17:00
ตลาดนิวยอร์คเปิด 8:00 13:00
ตลาดนิวยอร์คปิด 17:00 22:00


ตลาดฟอร์เร็ก ( OTC )

ตลาดฟอร์เร็กซ์ เป็นตลาดที่ใหญ่ และได้รับความนิยมมากที่สุด ในตลาดทุนทั้งหมดด้วยกันในโลกนี้ มีปริมาณการเทรด มากที่สุด ไม่ว่าจะมาจาก บัญชีเทรดส่วนตัว หรือ องค์กร ซึ่งตลาดนี้ใช้ระบบ OTC ที่นักเทรดแต่ะละคน จะเป็นผู้ตัดสิน ใจ ในการเทรดว่า จะเทรดกับใคร ตามเงื่อนไขของความดึงดูด ที่มีต่อราคา และ ความเป็นที่นิยมของค่าเงิน
ชาร์ทข้างล่างแสดงการเทรด ถึงอัตราส่วนการเทรดของค่าเงินต่าง ๆ ซึ่งค่าเงิน Dollar เป็นค่าเงินที่มีการเทรดมากที่สุด ถึง 86% ของตลาด รองลงคือ เงิน EURO 37% และอันดับสามได้แก่เงินเยน 16.5%




ทำไมผู้คน จึงเทรดค่าเงิน ?

การเทรดฟอร์เร็กซ์ มีข้อดีอย่างไร ?
ต่อไปนี้เป็นเหตุผลบางประการ ที่ตอบคำถามว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกเทรดฟอร์เร็กซ์

ไม่มี commission (ค่านายหน้า)
ไม่มีค่าธรรมเนียม ในการส่งคำสั่งซื้อขาย ไม่มีค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยน ค่าเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมที่เก็บจากภาครัฐ ไม่มีค่าธรรมเนียมที่คิดโดยโบรคเกอร์ เพราะโบรกเกอร์ จะได้ผลตอบแทน จากส่วนต่างของราคา ที่เรียกว่า Bid กับ Ask หรือเรียกอีกอย่างว่า Spread นั่นเอง

ไม่มีคนกลาง
การเทรด Spot ค่าเงินนั้น จะไม่มีการผ่านคนกลาง ซึ่งทำให้เราสามารถเทรดโดยตรงกับตลาด ตามราคาจริง ของค่าเงินนั้น ๆ

ไม่มีการกำหนด Lot หรือ Size
ในตลาดฟิวเจอร์ lot หรือว่า Size ของสัญญาการซื้อขาย ขึ้นอยู่กับ การแลก เปลี่ยนของตัวเครื่องมือนั้นๆ เช่น size มาตรฐานของสัญญาฟิวเจอร์เงิน คือ 5000 ออนซ์ ใน ตลาดฟอร์เร็ก เราสามารถส่งคำสั่งได้ตามใจเรา ซึ่งเหตุผลนี้ ทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดในตลาดได้ ด้วยเงินเพียง ไม่กี่เหรียญ

ต้นทุนการส่งคำสั่งต่ำ
ต้นทุนในการส่งคำสั่ง (Bid/Ask หรือ Spread) ซึ่งน้อยกว่า 0.1 เปอร์เซ็นต์ ตามเงื่อนไข ของตลาด สำหรับโบรกเกอร์ใหญ่ ๆ Spread อาจจะน้อยถึง 0.07 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ Leverage ที่เราใช้

ตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เราไม่ต้องรอให้มีคนมาสั่นกระดิ่งเปิดตลาด ตลาดเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ตอนเย็น จนถึง วันศุกร์ตอนกลางวัน (เวลา สหรัฐฯ บ้านเราเริ่ม ตีสี่ของวันจันทร์-ตีสี่ของเช้ามืดวันเสาร์) ตลาดฟอร์เร็กซ์นั้น ไม่เคยหลับ ซึ่งเหมาะกับคนที่เทรดเป็นงานเสริม เพราะว่าเราสามารถเลือกได้ว่าเราอยากเทรดเมื่อไหร่ ไม่ว่า กลางวันหรือกลางคืน

ไม่มีใครสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตลาดได้
ตลาดเทรดค่าเงินเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีนักเทรด มากมาย หลายระดับอยู่ในตลาด ซึ่งไม่มีใคร(แม้แต่ธนาคารกลาง) ที่จะสามารถควบคุมราคาให้เคลื่อนไหว ไปตาม ความต้องการของเขาได้

Leverage (คาน)
ในการเทรดฟอร์เร็กซ์ แม้เราจะฝากเงินเข้าเพียงน้อยนิด แต่เราก็สามารถถือครองสัญญา ที่มี ขนาดใหญ่กว่าเงินในบัญชีของเราได้ Leverage ให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ ในขณะที่มีความเสี่ยงของเงิน ทุนต่ำ

ตัวอย่าง โบรกเกอร์หนึ่งอนุญาตให้เราใช้ Leverage 1:200 หมายถึง หากเรามีเงินมาร์จิ้น 50 ดอลล่าร์ แต่นักเทรด สามารถซื้อหรือขาย สัญญามูลค่า 10,000 เหรียญได้ เช่นเดียวกัน หากเรามีมาร์จิ้นอยู่ 500 เหรียญ เราก็สามารถ เทรด สัญญามูลค่า 100,000 เหรียญ ได้เช่นกัน

แต่ว่า Leveraage เหมือนดาบสองคม ถ้าเราไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี การใช้ Leverage สูง จะทำให้เราขาดทุน หรือกำไรมหาศาล ได้เหมือนกัน

มีสภาพคล่องสูง
เพราะตลาดฟอร์เร็กซ์เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้มีสภาพคล่องสูงเช่นกัน หมายถึง ภายใต้สภาวะตลาดปกติ เมื่อเราคลิกเมาส์ ส่งออร์เดอร์ เราจะสามารถส่งคำสั่งได้ทันที เราจะไม่ติดขัดในการเทรด ไม่ว่าเราจะตั้งให้เปิดออร์เดอร์แบบอัติโนมัติ เมื่อถึงราคาที่กำหนด (Limit order) หรือ ให้ปิดออร์เดอร์อัติโนมัติ ถ้าราคาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด (Stop loss order)

มี บัญชีเทรด Demo, ข่าว, กราฟ และบทวิเคราะห์บริการให้
โบรกเกอร์ออนไลน์ส่วนใหญ่ จะมีบัญชี demo ให้ใช้ในการฝึกเทรด พร้อมกับบริการข่าว และกราฟ รวมอยู่ในโปรแกรมเทรด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สิ่งเหล่านี้ เป็นข้อมูลที่คุณค่าสำหรับนักเทรดที่ "น่าสงสาร" และนักเทรดที่ชาญฉลาด ที่อยากจะฝึกปรือฝีมือตัวเอง ในการ เทรด ก่อนที่จะเปิดบัญชีเงินจริง และเสี่ยงในเงินจริงๆ

การเทรดบัญชี Mini และ บัญชี Micro
เราอาจจะคิดว่าการที่จะเป็นนักเทรดค่าเงินขึ้นมาได้นั้น จะต้องใช้เงิน มหาศาล แต่จริงๆ แล้วถ้าเรามาเทียบการเทรดค่าเงิน กับตลาดหุ้นออฟชั่น หรือฟิวเจอร์ แต่ว่าไม่ใช่อย่างนั้น โบรกเกอร์ ออนไลน์หลายๆ ที่ มีบริการบัญชี Mini กับ บัญชี Micro ซึ่งบางโบรคเกอร์อนุญาติให้เรา ฝากเงินได้ ต่ำสุด เพียง 300 เหรียญ หรือต่ำกว่านั้นก็มี แต่เราไม่ได้หมายถึงว่า เราควรจะเปิดบัญชีกับพวกเขาโดยใช้เงิน ให้น้อยที่สุดนะ แต่เรากำลัง หมายถึงว่า มันทำให้ฟอร์เร็กซ์เข้าถึงคนได้หลายกลุ่ม หลายสาขาอาชีพ ผู้ซึ่งไม่มีเงิน มากในการเปิดบัญชีครั้งแรก

ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มเทรดฟอร์เร็กซ์
การเทรดฟอร์เร็กซ์ เราอาจจะเปิดบัญชีด้วยเงินไม่กี่สิบกี่ร้อยเหรียญ ซึ่งเป็นการดีแล้วในการเริ่มต้น


กลยุทธ์ การลงทุนในตลาด Forex
การลงทุนในตลาดล่วงหน้า หรือตลาด Future โอกาสสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้แก่ผู้ลงทุน

Forex คืออะไร ???
Fx หรือ Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
Forex Market หรือ ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขาย มากกว่า US$ 2 trillion ( 2 ล้านล้านดอลล่าร์ ) ต่อวัน เป็นตลาดการเงินที่มี สภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อ – ขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดทำการซื้อขาย แค่ เสาร์ – อาทิตย์ เท่านั้น
Forex Market Exchange คือเป็นตลาดกลางสำหรับธนาคาร ซื่งเริ่มขึ้นในปี 1971 เมื่อการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เปลี่ยนจากระบบตายตัวเป็นแบบลอยตัว ตลาดนี้เป็นการแลกเปลี่ยนโดยคนกลาง ในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสกุลต่างๆ ในอัตรา และวันที่กำหนด
ตลาดของการแลกเปลี่ยนเงินตราในตลาดโลก ได้ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการค้าระหว่างประเทศ และการล้มเลิกอัตราแลกเปลี่ยนแบบตายตัวในหลายๆประเทศ ในกลางปี 1998 มีปริมาณการแลกเปลี่ยนเงินตรา คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1,982 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ไม่เฉพาะขนาดของการแลกเปลี่ยนที่เติบโตขึ้น แต่รวมทั้งอัตราของการแลกเปลี่ยนด้วย ในปี 1977 มีปริมาณการทำธุรกรรมประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเข้าสู่หลัก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 1992 ซึ่งการเติบโตนี้ ผู้ดำเนินการในการแลกเปลี่ยน สามารถเพิ่มรายได้ขึ้นกว่า 80% ซึ่งมีทั้งสถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วไป
จากการพัฒนาขึ้นอย่างมากของคอมพิวเตอร์ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับตลาดเป็นอย่างมาก และในการนี้ตัวกลางมืออาชีพได้มีความสำคัญขึ้นอย่างมาก การแลกเปลี่ยนซึ่งเมื่อก่อนต้องขึ้นอยู่กับธนาคารขนาดใหญ่นั้น ได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเติบโตของตลาดบนอินเตอร์เน็ต ธนาคารได้นำเสนอบริการแบบอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลทั่วไป นั่น หมายความว่าเราสามารถ ซื้อ – ขาย ในตลาด Forex โดยผ่าน อินเตอร์เน็ตนั่นเอง
Forex เป็นการซื้อ - ขาย ค่าเงิน โดยเงินที่มีการซื้อขาย ต้องอยู่ในระบบแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งค่าเงินต่างๆ จะมีการจับคู่ ซื้อขาย โดยราคาจะเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินทั้งสอง เช่น ระหว่างเงินยูโร กับ ดอลล่าร์อเมริกา ( EUR/USD ) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบค่าเงินว่า เมื่อเราซื้อยูโร จะขายได้ในราคาดอลล่าร์อเมริกาที่ราคาเท่าไร กำไรที่เกิดจะมาจากอัตราแลกเปลียนที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อดีของตลาด Forex


ข้อดีของตลาด Forex
1. เป็นตลาดที่มีความคล่องตัวสูงมาก นักลงทุนสามารถถอนเงินทุนหรือกำไรที่ได้จากตลาด Forex ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
2. นักลงทุนสามารถลงทุนตั้งแต่ 5 USD จนไม่มีจำกัด
3. ตลาด Forex มีการซื้อ - ขาย ตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าวันจันทร์ - วันศุกร์ เนื่องจากช่วงเวลาทำการของแต่ละประเทศเหลื่อมล้ำกัน คือ... ตลาด ออสเตรเลียเปิด เวลา 05.00 - 13.00 น. , ตลาดญี่ปุ่นเปิด 06.00 - 14.00 น. , ตลาดยุโรป เปิด 13.00 - 21.00 น. , ตลาดสวิสเซอร์แลนด์เปิด 13.00 - 21.00 น. , ตลาด เปิด 14.00 - 22.00 น. , ตลาดอเมริกาเปิด 19.00 - 03.00 น.ของวันใหม่
4. ปัจจุบันนักลงทุนสามารถทำการซื้อ - ขายผ่านระบบ Internet จึงทำให้สามารถนั่งทำเงินได้อยู่ที่บ้าน หรือทุกๆที่ที่มี Internet



FOREX คืออะไร?

เกี่ยวกับ Forex
“การซื้อขาย forex คืออะไร?” มีมานานเท่าไหร่? ตลาดใหญ่แค่ไหน? ใครคือผู้เล่นที่สำคัญ? ปัจจัยอะไรที่ทำให้อัตราสกุลเงินเปลี่ยนแปลงไป?
Forex คืออะไร?
Forex เป็นตลาดการค้าเสรีสกุลเงินระหว่างประเทศ ผู้ค้าสั่งซื้อสกุลเงินหนึ่งเพื่อแลกกับเงินสกุลเงินอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าอาจต้องการซื้อเงินยูโรและกับดอลลาร์สหรัฐและจะใช้บริการตลาด Forex ทำการแลกเปลี่ยน
ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายกว่า $4 ล้านล้านเหรียญในแต่ละวัน จำนวนเงินซื้อขายในแต่ละสัปดาห์มีขนาดใหญ่กว่า GDP ทั้งปีของสหรัฐอเมริกา
สกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนคือเงินดอลลาร์สหรัฐ
Forex มีมานานแค่ไหน?
เมื่อโลกกำลังถูกฉีกตัวเองลงจากสงครามโลก ครั้งที่สองอย่างต่อเนื่อง ก็มีความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ประเทศจาก 29 ประเทศจึงมาพบเจรจากันที่ Bretton Woods และตกลงกันในระบบเศรษฐกิจใหม่ สิ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกำหนดขึ้น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลง Bretton Woods และเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2492 อัตราแลกเปลี่ยนที่เกิน 1% ทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติจาก IMF ซึ่งมีผลทำให้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้อย่างตายตัว
ปลายปี พ.ศ. 2503 ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคงที่เริ่มต้นสลายตัวลง สืบเนื่องมาจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มากมาย ท้ายสุดแล้วในปี พ.ศ. 2514 ประธานาธิบดีนิกสัน ระงับการผูกเงินดอลลาร์สหรัฐไว้กับทอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขการล่มสลายของเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ที่รู้จักกันว่า นิกสัน
ช็อค (Nixon shock) จนนำไปสู่การเกิดตลาดระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราลอยตัวขึ้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2516 โดยปี พ.ศ. 2519 ทุกสกุลเงินหลักมีอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว
ใครเป็นผู้ซื้อขายในตลาด Forex?
มีผู้เล่นที่แตกต่างกันจำนวนมากในตลาด forex มีทั้งที่ซื้อขายเพื่อทำกำไร บางคนค้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง และบ้างก็เพียงต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ผู้เล่นต่างๆ มีดังต่อไปนี้:
• ธนาคารกลางของรัฐบาล
• ธนาคารพาณิชย์
• ธนาคารเพื่อการลงทุน
• โบรกเกอร์และตัวแทนจำหน่าย
• กองทุนบำเหน็จบำนาญ
• บริษัทประกันภัย
• องค์กรระหว่างประเทศ
• บุคคลทั่วไป
ตลาด Forex เปิดทำการตอนไหน?
ต่างจากกับตลาดหุ้นที่มีการเปิดปิดตามเวลา ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทั้งห้าวันในสัปดาห์ ธนาคารต้องซื้อและขายสกุลเงินตลอด 24 ชั่วโมงและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะต้องเปิดให้บริการ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินคืออะไร?
เช่นเดียวกับตลาดทั่วๆ ไป ตลาด Forex ถูกขับเคลื่อนไปโดยอุปสงค์และอุปทาน:
• หากผู้ซื้อมีมากกว่าผู้ขาย ราคาก็ขึ้น
• หากผู้ขายมีมากกว่าผู้ซื้อ ราคาก็ลง
ปัจจัยต่อไปนี้สามารถมีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยน:
• ผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจของชาติ
• นโยบายธนาคารกลาง
• อัตราดอกเบี้ย
• งบการค้าระหว่างประเทศ – การนำเข้าและการส่งออก
• ปัจจัยทางการเมือง – เช่น การเลือกตั้งและการเปลยี่ นแปลงนโยบาย
• ความเชื่อมั่นของตลาด – ความคาดหวังและข่าวลือ
• สิ่งที่มองไม่เห็น – การก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
แม้จะมีปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกก็มีเสถียรภาพมากกว่าตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ และเป็นจำนวนเงินไม่มาก
ข้อดีของตลาด Forex คืออะไร?
ตลาด Forex มีข้อดีหลายประการ ดังต่อไปนี้:
• ฟอเร็กซ์เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลก และจะยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว
• มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้ง่ายดาย
• ผู้ค้าสามารถทำกำไรได้ในภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตและถดทอย
• ค่านายหน้าต่ำมากหรือแทบจะไม่มีเลย
• ตลาดเปิดตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงวันธรรมดา

ซื้อขายสกุลเงิน ลงทุนในตลาดใหญ่ที่สุดและน่าตื่นเต้นที่สุดในโลก!
ทุกวันมีการซื้อขายเงินในตลาดสกุลเงินมูลค่ากว่าสามแสนล้านดอลลาร์ คิดเป็น 40 เท่าของมูลค่าตลาดแนสแด็ก
ทำเงินด้วยวิธีง่าย ๆ
• อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
• ค่าเงินขึ้นลง 1% ต่อวันเกิดขึ้นได้เสมอ
• ด้วยอัตราส่วน 1:100 ของทุนจริงต่อมูลค่าทุนที่ให้ยืมเพื่อสั่งซื้อขาย ฟอเร็กซ์ช่วยคุณเปลี่ยนกำไร 1.2% เป็น 120% ได้!
• ไม่มีการขาดทุนมากเกินกว่าจำนวนที่ลงทุนเริ่มต้น
• แต่มีโอกาสทำกำไรได้ไม่จำกัด
ทดลองความตื่นเต้นด้วยตัวเอง: นี่คือตัวอย่างของผลการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรดเงินยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราซื้อขายเริ่มต้น: 1.4100
เงินลงทุน: $1000.00

มือใหม่ หัดวิเคราะห์

1.การวิเคราะห์มูลฐาน
การวิเคราะห์มูลฐาน คือวิธีดูตลาดผ่านปัจจัยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองที่มีผลกระทบต่อ ปริมาณและความต้องการ อุปสงค์/อุปทาน กล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ คุณดูว่าเศรษฐกิจของใครกำลังไปได้ดี, และของใครกำลังแย่ แนวความคิดเบื้องหลังการวิเคราะห์ชนิดนี้ก็คือ เศรษฐกิจของใครก็ตามที่กำลังดี เงินตราของเขาก็ต้องดีด้วยเช่นกัน นี้เพราะว่า ยิ่งเศรษฐกิจของประเทศดี ประเทศอื่นๆยิ่งมีความเชื่อมั้นมากในเงินตรานั้น เป็นต้นว่า, ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะ เศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแรง ถ้าอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าของเงินดอลล่าก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และนี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่าการวิเคราะห์มูลฐาน ในหลักสูตร ภายหลัง เราจะได้เรียนว่าเหตุการณ์ข่าวประเภทไหนกัน ที่ผลักดันค่าเงินตราได้มากที่สุด ตอนนี้ให้รู้แค่ว่าการวิเคราะห์มูลฐานของ forex คือ วิธีวิเคราะห์เงินตราผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น

2.การวิเคราะห์เชิงเทคนิค
การ วิเคราะห์เชิงเทคนิค คือ การศึกษาของการเคลื่อนไหวของราคา พูดให้สั้น คือ วิเคราะห์ทางเทคนิค = วิเคราะห์กราฟ (chart) แนวความคิดนี้ ก็คือเราสามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวของราคา และอาศัยการขยับตัวของราคา ตัดสินคาดได้ในระดับหนึ่งว่าราคาจะไปที่จุดไหน โดยดูที่กราฟ คุณสามารถระบุแนวโน้ม และรูปแบบ ที่สามารถช่วยให้เห็นโอกาสดีในการชื้อขาย สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ แนวโน้ม! คนจำนวนมากมีคำพูดอยู่ว่า แนวโน้ม คือ เพื่อนของคุณ . เหตุผลคือ คุณอาจทำเงินได้มากกว่า เมื่อคุณสามารถค้นพบ แนวโน้ม แล้วซื้อขายในทิศทางเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถช่วยคุณระบุแนวโน้มเหล่านี้ในขั้นต้นๆ ของมัน และเพราะฉะนั้น(ผมเพิ่งพูดว่าเพราะฉะนั้นใช่ไหม )จึงช่วยให้ คุณได้โอกาสซื้อขายทำกำไรมาก
Forex ควรเริ่มเทรด Forex คู่ใหนดี?

เริ่มเล่น Forex เริ่มเทรดใหม่ๆ คำถามสุดฮิตที่มักจะถามกันก็คือ ควรเริ่มเล่น Forex คู่ไหนดี? แล้วควรเทรด Forex เวลาไหน?

เรามาคลายขอสงสัยกันที่ละคำถามนะครับ

ข้อแรก ควรเริ่มเล่น Forex คู่ไหนดี?
เริ่ม เล่น ผมแนะนำ EUR/USD เพราะ Spread ไม่มาก คู่นี้ Swing ไม่แรง และ อ่านกราฟ อ่าน Pattern ได้ง่ายกว่าคู่อื่นๆ และที่สำคัญ EUR/USD เป็นคู่ที่คนนิยมเล่นกันเยอะ ดังนั้นเราจะสามารถหาข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจได้ง่าย และ หลากหลายกว่าเล่นคู่อื่นๆ เมื่อเริ่มจะพอมี ประสบการณ์ หรือมีความชำนาญมากขึ้นแล้ว อาจจะค่อยๆ ขยับไปเล่นคู่ที่แรงกว่านี้ก็ได้ครับ เช่น GBP/JPY (วิ่งแรงถึงใจหลายๆ ท่าน)หรือ GBP/USD

ข้อสอง ควรเทรด Forex เวลาไหนดี?
ถ้า เลือกเล่น EUR/USD ตามที่ผมบอกข้างบน ก็ควรเทรดที่ช่วงเวลา 14.00 - 22.00 จะดีที่สุดครับ และช่วงวิ่งแรงของคู่นี้ก็คือ 19.00 - 21.00 เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงคาบเกี่ยวกันของการเปิดทำการของตลาด EUR กับ ตลาด USD ช่วงคาบเกี่ยวกันนี้กราฟจะวิ่งเยอะ เหมาะกับการเทรด

เพิ่มเติมสำหรับช่วงเวลาทำการของตลาด

ตลาด Forex นั้นมีหลายแห่งในโลก มีเวลาการเปิดปิดที่คาบเกี่ยวกัน ทำให้เราสามารถลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ โดยตลาดต่างๆ มีเวลาเปิดปิดดังนี้

ตามเวลาประเทศไทย ตลาดจะเปิดทำการตั้งแต่เวลาตี 4 ของเช้าวันจันทร์ และปิดตี 4 ของเช้าวันเสาร์ (รวม 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

ตลาด USD = US Dollar เปิดเวลา 19.00 น. ถึงตี 3

ตลาด GBP = British Pound เปิดเวลา 14.00 - 22.00 น.

ตลาด EUR = Euro เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.

ตลาด CHF = Swiss Franc เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.

ตลาด JPY = Japanese Yen เปิดเวลา 7.00 - 14.00 น.

ตลาด AUD = Australian Dollar เปิดเวลา 5.00 - 13.00 น.

ขอ แนะนำเพิ่มเติมว่า ถ้าเพิ่งเริ่มเล่น forex ใหม่ๆ ควรจะเล่นคู่นั้นๆ ใ้ห้ชำนาญ และไม่ควรเล่นหลายคู่เกินไป เพราะจะอาจจะทำให้พะวักพะวงได้ครับ ชำนาญแล้วค่อยขยับไปศึกษาคู่อืนเพิ่มเติม
กฎ 10 ข้อเพื่อการเทรด Forex ให้ได้กำไร (John Murphy's Ten Laws of Technical Trading)

กฎ 10 ข้อเพื่อการเทรด Forex ให้ได้กำไร

คือ ถ้าเราสามารถทำตามนี้ได้นั้น ผมเชื่อว่าอย่างน้อยๆ เราแทบจะไม่ขาดทุน หรืออาจจะกำไรด้วยซ้ำไปครับ ขอแค่อย่าพยายาม "เดา" เอาเองว่ามันน่าจะขึ้น หรือมันน่าจะลงครับ ให้เราดูจากสัญญาน Indicators และก็อีกหลายๆ อย่างใน 10 ข้อนี้เป็นตัวชี้นำ หรือแนวทางครับ (เพราะหลายๆ ครั้งที่ ติดลบตัวแดง หรือขาดทุน ส่วนใหญ่ผมเชื่อว่าน่าจะมาจากการตัดสินใจในการ "เดา" เอาเองของเรามากกว่า โดยไม่รอสัญญานจาก Indicators และอีกหลายๆ อย่างประกอบครับ)

กฎ ทั้ง10 ข้อนี้ เป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการลงทุน เพราะหากไม่มีหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่สามารถกำหนดการซื้อขายที่เป็นรูปแบบได้ ซึ่งในกฎเหล่านี้จะพูดถึงการวิเคราะห์แนวโน้ม , หาจุดกลับตัว, ติดตามค่าเฉลี่ย, มองหาสัญญาณเตือน และอื่นๆ
หากท่านสามารถเข้าใจและ ปฎิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้ผมเชื่อว่าท่าน ก็สามารถเอาตัวรอด ด้วยการลงทุนโดยใช้หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้ครับ

มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

1. ตามแนวโน้ม
ศึกษา กราฟระยะ ยาว เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์กราฟรายเดือน และรายสัปดาห์ ด้วยการดูย้อนหลังหลายปี โดยการทำแบบนี้ จะทำให้มีมุมมอง ระยะยาว ต่อตลาดได้ดีขึ้น ขณะที่ศึกษากราฟระยะยาวจบแล้ว ควรศึกษากราฟรายวัน และกราฟเทรดภายในวัน การดูกราฟระยะสั้นเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดได้ แม้ว่าคุณจะทำการซื้อขาย ในระยะที่สั้นมากๆ ก็ตาม คุณจะซื้อขายได้กำไรมากขึ้น ถ้าคุณซื้อขายในทิศทางเดียวกับแนวโน้มระยะกลาง และระยะยาว...

2. พุ่งเป้าไปที่แนวโน้ม และไปกับมัน
ตัดสิน แนวโน้ม และซื้อขายตามแนวโน้มตลาด แนวโน้มตลาดแบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เริ่มแรก ควรที่จะใช้กราฟก่อนที่จะเทรด คุณต้องแน่ใจก่อนว่า คุณทำตามทิศทางเดียวกับในแนวโน้มตลาด ซื้อเมื่อแนวโน้มขึ้น ขายเมื่อแนวโน้มลง ถ้าคุณเทรดในระยะกลาง ควรใช้กราฟวัน และรายสัปดาห์ ถ้าคุณเดย์เทรด ควรใช้กราฟวัน และกราฟการซื้อขายภายในวัน แต่ในแต่ละกรณี ควรใช้กราฟระยะยาว ตัดสินแนวโน้ม และใช้กราฟระยะสั้น ตัดสินช่วงจังหวะเวลาซื้อขาย...

3. หาจุดต่ำสุด และสูงสุดของมัน
หา ระดับแนวต้าน (Resistance) และแนวรับ (Support) ตำแหน่งที่ดีสำหรับการซื้อคือ ซื้อใกล้กับแนวรับ โดยที่แนวรับนั้น ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดของเดิม ตำแหน่งที่ดีสำหรับการขายคือ ใกล้เคียงกับแนวต้าน (ตีความได้ว่า น่าจะไม่ใช่ที่แนวต้านพอดี) แนวต้านปรกติแล้ว คือจุดสูงสุดเดิม หลังจากผ่านแนวต้านไปได้จะทำให้เกิดแนวรับใหม่ตรงจุดที่ผ่านไป หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ราคาตรงแนวต้านที่ผ่านไป จะเป็นราคาต่ำสุดใหม่ (แนวรับในอนาคต) ในอีกขณะ ที่เมื่อแนวรับถูกทำลาย ราคาตรงตรงนั้นจะกลายเป็น จุดสูงสุดใหม่ (แนวต้านในอนาคต)...

4. เราจะมองย้อนหลังกลับไปอย่างไร
เราจะใช้การวัดเปอร์เซนต์ Retracement การที่ตลาดขึ้นหรือลง โดยปรกติจะเป็นสัดส่วนจาก แนวโน้มเดิม

ดู ที่รูปนะครับ จะเป็น USD/JPY ที่กราฟ M15 แนวโน้มเดิมคือขึ้น ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแนวโน้ม กลับตัวเป็นลง เราสามารถคาดการณ์ แนวต้าน 23.6% 38.2% 50% 61.8% 100% ในกรณีนี้ Rebound ที่ระดับ 23.6%



(คำ แนะนำทางทฤษฎี : คุณสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงได้จากแนวโน้มที่เป็นอยู่ ในรูปแบบของ % ง่ายๆ 50% Retracement ในแนวโน้มหลัก ถือเป็นระดับปรกติ ระดับน้อยที่สุด คือ 1 ใน 3 ของแนวโน้มหลัก ระดับมากที่สุดคือ 2 ใน 3 ของแนวโน้มหลัก Retracement แบบ Fibonacci ระดับ 38.2% และ 61.8% ก็น่าสนใจ ในขณะที่เปลี่ยนเป็นแนวโน้มขึ้น จุดซื้อควรเป็นระดับที่ 33-38%)...

5. ลากเส้น
วาด เส้นแนวโน้ม (Trendline) เส้นแนวโน้มเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด และมีประสิทธิภาพที่สุดในเครื่องมือแบบกราฟ สิ่งที่คุณต้องการคือ เส้นตรง 1 เส้น และจุดสองจุดบนกราฟ เส้นแนวโน้มขึ้นลากจาก จุดต่ำสุด 2 จุด เส้นแนวโน้มลง ลากจากจุดสูงสุด 2 จุด ราคามักจะถูกดึงกลับไปที่เส้นแนวโน้ม ก่อนที่จะไปตามแนวโน้มต่อไป โดยการขึ้นลงผ่านเส้นแนวโน้มนั้น ปรกติจะถือว่าเป็นการเปลี่นแนวโน้ม เส้นแนวโน้มที่ใช้ได้ มักจะถูกทดสอบอย่างน้อย 3 ครั้ง เส้นแนวโน้มระยะยาว จะมีประสิทธิภาพมาก และยิ่งจำนวนครั้งที่ถูกทดสอบมีมากเท่าไหร่ ความสำคัญก็จะยิ่งมีมากขึ้น...

6. ตามค่าเฉลี่ย
ค่า เฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) จะให้สัญญาณเป้าหมาย ซื้อและขาย ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะบอกคุณว่า แนวโน้มยังอยู่ในแนวโน้มเดิม และช่วยในการทำให้แน่ใจถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม แม้ว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะไม่สามารถบอกคุณถึงอนาคตล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแนวโน้มตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่า สนใจ การผสมผสานของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 ค่า เป็นวิธีการที่เป็นที่นิยมมาก สำหรับใช้หาสัญญาณซื้อ และสัญญาณขาย การผสมผสานสัญญาณซื้อ-ขาย ที่เป็นที่นิยมกันคือ 4 กับ 9 วัน , 9 กับ 18 วัน , 5 และ 20 วัน จะให้สัญญาณเมื่อ เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดค่าเฉลี่ยระยะยาวกว่า ตัวอย่างเช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 วัน (ระยะสั้น) ตัดเส้นค่าเฉลี่ย 9 วัน (ระยะยาวกว่า) ขึ้น หมายถึงสัญญาณซื้อ เมื่อราคาตัดสูงขึ้น (สัญญาณซื้อ) หรือต่ำกว่า (สัญญาณขาย) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 40 วัน ถือว่าเป็นสัญญาณซื้อขายที่ดี โดยที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะเป็นตัวชี้การเป็นไปตามแนวโน้ม ซึ่งวิธีการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เหล่านี้จะดีที่สุดใน ตลาดที่มีแนวโน้มอย่างชัดเจน...

7. เรียนรู้การเปลี่ยนแนวโน้ม
ตรวจ ดูเครื่องมือ Oscillators ต่างๆ เครื่องมือ Oscillators นั้น ช่วยในการหาตลาดที่เกิดภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และตลาดที่เกิดภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ให้ความแน่ใจในการเปลี่ยนแนวโน้มตลาด เครื่องมือ Oscillators จะเป็นตัวบอกว่าตลาดจะขึ้นหรือลงมากขึ้น หรือจะกลับตัวในไม่ช้า ที่เป็นที่นิยมมากคือ Relative Strength Index (RSI) และ Stochastics ทั้งสองค่านี้เป็นที่นิยมใช้ในสเกล 0 ถึง 100 ค่า RSI ที่มีค่ามากกว่า 70 ถือว่าเป็นภาวะที่ซื้อมากเกินไป (Overbought) ขณะที่ถ้าอ่านค่าได้ต่ำกว่า 30 ถือเป็นภาวะที่ขายมากเกินไป (Oversold) การซื้อหรือขายมากเกินไป สำหรับ Stochastic คือ 80 และ 20 คนส่วนใหญ่นิยมใช้ค่า 14 วัน หรือสัปดาห์ สำหรับ Stochastic และ 9 หรือ 14 วัน หรือสัปดาห์ สำหรับ RSI เมื่อตัว Oscillator เกิด Divergence บ่อยครั้ง จะแสดงถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ ใช้ได้ดีสุดในตลาดที่ไม่มีแนวโน้ม (Sideway) สัญญาณรายสัปดาห์จะใช้กรองสัญญาณรายวัน สัญญาณรายวันสามารถใช้ในการกรองสัญญาณภายในระหว่างวัน...

8. เรียนรู้ สัญญาณเตือน
Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นการรวมระบบการตัดกันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ด้วยการวัดระดับภาวะซื้อเกินไป (Overbought) และขายเกินไป (Oversold) สัญญาณซื้อจะเกิดขึ้นเมื่อ สัญญาณที่เร็วกว่าตัดสัญญาณที่ช้ากว่า และเส้นทั้งสองเส้นต่ำกว่า 0 สัญญาณขายคือ สัญญาณที่ช้ากว่าตัดสัญญาณที่เร็วกว่า และค่าทั้งสองค่า มากกว่า 0 สัญญาณรายสัปดาห์ถือว่ามีความสำคัญเหนือกว่า รายวัน MACD Histogram วาดความแตกต่างระหว่าง 2 เส้น และให้การเตือนก่อนถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม มันถูกเรียกว่า Histogram เนื่องจากระดับความสูงของแท่ง แสดงถึงความแตกต่างระหว่าง 2 เส้นบนกราฟ...

9. มีแนวโน้ม หรือไม่มีแนวโน้ม
ใช้ Average Directional Movement Index (ADX) ใช้เส้น ADX ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าตลาดในขณะนั้นมีแนวโน้ม หรือไม่มีแนวโน้ม มันวัดถึงระดับการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม และทิศทางของตลาด การเพิ่มขึ้นของเส้น ADX ชี้ให้เห็นถึงการมีแนวโน้มที่มากขึ้น การลดลงของ ADX ชี้ให้เห็นถึงการที่ตลาดไม่มีแนวโน้ม การเพิ่มของ ADX แสดงให้เห็นว่า ควรใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นตัวชี้วัด การลดลงของ ADX แสดงให้เห็นว่า ควรใช้ค่า Oscillators ด้วยการลากทิศทางของเส้น ADX ผู้ซื้อขายสามารถตัดสินใจระหว่าง สไตล์ในการซื้อขาย และอะไรเป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาวะในตลาดในขณะนั้น...

10. เรียนรู้ถึงการสนับสนุนสัญญาณการซื้อขาย
ปริมาณ การซื้อขาย (Volume) สิ่งที่สนับสนุนสัญญาณการซื้อขายนั้น ประกอบด้วยปริมาณการซื้อขายรวม และปริมาณการซื้อขายขณะเปิดทำการ เป็นสิ่งที่สนับสนุนสัญญาณการซื้อขายในตลาดล่วงหน้า ปริมาณการซื้อขายรวมมีความสำคัญมาก่อนราคา ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นจะทำให้เชื่อได้ว่าชักจูงสู่แนวโน้ม ในขณะที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ปริมาณการซื้อขายรวมควรมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายขณะเปิด เป็นสิ่งที่สนับสนุนว่า เงินใหม่ได้เข้ามาสู่ หรือชักจูงเข้ามาสู่แนวโน้ม การที่ปริมาณซื้อขายขณะเปิดลดลงบ่อยครั้ง จะเป็นการเตือนว่าแนวโนมโน้มใกล้จบลง ราคาที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ควรมีทั้งปริมาณการซื้อขายรวมที่มากขึ้น และปริมาณการซื้อขายขณะเปิดทำการ...


*** การศึกษาทางเทคนิค เป็นทักษะที่ทำให้ดีขึ้นได้ ด้วยประสบการณ์ และการศึกษา ดังนั้นควรศึกษา และเรียนรู้ตลอดเวลา ***
การเทรด Forex ให้ได้กำไร ตอน องค์ประกอบ 3 อย่าง ที่จะทำให้มีกำไรในการเทรด Forex แบบยั่งยืน

การเทรด Forex "คนเก่งจริงไม่ใช่คนที่เทรดได้กำไรสูงสุด แต่เป็นคนที่อยู่รอดในตลาด forex ได้นานที่สุด"

เรา มาต่อจากบทความที่แล้วกันนะครับ เมื่อเพื่อนๆ มีระบบเทรด Forex ที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว รู้แล้วว่าระบบเทรด Forex ของตัวเองมี % ความแม่นยำเท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็จะวางแผนได้ว่าควรจะลงเงินในการเทรดแต่ละครั้งเท่าไหร่ เพื่อให้เหมาะสมกับระบบและทุนที่มี

และเมื่อได้ตัวเลขการลงเงินมา แล้ว ก็ควรยึดถือตามนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่เทรดเกินนั้น เพราะเรารู้แล้วว่าระบบของตัวเองเป็นอย่างไร มีความแม่นยำเท่าไร ได้ติดๆ กันก็มีโอกาศเสียติดๆ กันเช่นกัน

การเทรด Forex ให้มีกำไรแบบยั่งยืน มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เรามาดูตามรูปข้างล่างนะครับ


1. Forex Trading System (ระบบเทรด) มีความสำคัญ 10%
เพื่อนๆ ควรหาระบบเทรด ที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ ควรเป็นระบบที่ทน Drawdown ได้ ที่สำคัญเมื่อมีระบบแล้วก็ต้องทำตามให้ได้

2. Money Management (การบริหารเงิน) มีความสำคัญ 30%
เมื่อ มีระบบเทรดแล้ว Money Management ก็จะปรากฎให้เห็นเอง ว่าเราจะจัดการกับเงินทุนยังไง ให้เหมาะสมกับข้อมูลระบบเทรดที่มี เช่น เรามีข้อมูลว่าระบบของเรามีโอกาศเสียติดๆ กัน เราก็ต้องลงเงินในจำนวน % น้อยๆ มี Stop loss อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อจะทำให้ไม่ทำให้พอร์ตเสียหายมาก

3. Psychology (จิตวิทยา) มีความสำคัญ 60%
ใน การเทรด Forex การควบคุมจิตใจ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเทรดให้กำไรแบบยั่งยืนได้เลยที่เดียว ต่อให้เพื่อนๆ มีสองข้อแรกดีแค่ใหน ถ้าขาดการควบคุมจิตใจไปก็ไม่สามารถจะเทรดให้กำไรแบบยั่งยืนได้ ตัวที่เด่นๆ คือ ความโลภ กับความกลัว รองลงมาคือ ความมั่นใจเกินไป

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีกำไรก็เกิดความโลภ เพิ่ม Positions มากขึ้น พอตลาดเปลี่ยนทิศก็ขาดทุนมาก พอขาดทุนก็เกิดความกลัว ลด Positions ลง พอตลาดถูกทิศก็กำไรน้อย (ไม่ทำตามกฎ Money Management ที่ได้วางไว้)

หรือ ราคาวิ่งเลยจุดเข้าไปไกลแล้ว แต่เกิดความโลภ เห็นราคาไหลจึงรีบเข้ากลางทาง พอตลาดเปลี่ยนทิศก็ขาดทุนมาก พอขาดทุนก็เกิดความกลัวพอระบบให้สัญญาณในครังต่อไปก็ไม่กล้าเปิดคำสั่งซื้อ ขาย พอตลาดถูกทิศก็ไม่มีกำไร (ไม่ทำตามระบบเทรด forex ที่ได้วางไว้)

หรือ เทรดได้ติดๆ กันหลายครั้งทำให้เกิดความมั่นใจเกินไป เพิ่ม Positions มากขึ้น โดยไม่ทำตามกฎ Money Management ที่ได้วางไว้ พอตลาดเปลี่ยนทิศก็คืนกำไรที่ได้มาไปจนหมดในครั้งเดียว

ดังนั้นเพื่อนๆ ที่ซื้อขายเอาไว้ตามระบบก็คอยออกตามระบบ ใครที่ตกรถก็นั่งดูไปก่อน อย่าเข้ามาในตลาดขณะที่ไม่ใช่เวลาซื้อขาย

เล่น forex แบบสบายๆ มีสัญญาณซื้อก็ซื้อ มีสัญญาณขายก็ขาย พยายามอย่าคิดมาก เล่นตามระบบที่วางไว้ แล้วทำกำไรตามระบบ ไปเรื่อยๆดีกว่า
ทำกำไรจากตลาด Forex อย่างไร?

หลายท่านอาจจะเคยเล่นหุ้นมาบ้าง หลักการทำกำไรหลักๆ ก็จะคล้ายกันที่ว่า ซื้อถูก-ขายแพง(พูดง่ายแต่ทำจริงๆ ไม่ง่ายเลย) ในการซื้อ-ขายหุ้นจะซื้อ-ขายเป็นตัวๆ ไป แต่ในตลาด Forex จะต่างจากหุ้น ตรงที่ เราจะดูกันเป็น “คู่” ซื้อเงินสกุลหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็ขายเงินอีกสกุลหนึ่งออกไป หรือเป็นการจับคู่แลกเปลี่ยน ซื้อขายค่าสกุลเงิน กำไรก็จะได้มาจากส่วนต่างจากการขายในแต่ละครั้งครับ

ยก ตัวอย่างเช่น EUR/USD คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโรของสหภาพยุโรป กับเงินดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินด้านซ้ายเราเรียกว่า base currency โดยเรามักจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย แบบข้างล่างครับ

EUR/USD bid= 1.3500 offer= 1.3502

ถ้า เราสั่ง ซื้อ (เรียกว่า Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order BUY) เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid ตัวอย่างเช่น ณ เวลาที่เราเข้า Buy คู่ EUR/USD ราคา offer อยู่ที่ 1.3502 ถ้าเราปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ราคา bid 1.3500 เท่ากับเราขาดทุนทันที 0.0002 หรือ 2 จุด หรือ pip (ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ ในความเป็นจริงคงไม่มีใครซื้อแล้วขายเลยแบบนี้)

เราจะทำกำไรด้วยการ buy ที่ราคา offer ซึ่งก็คือซื้อมาถือไว้ เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น ก็คือรอให้ค่า bid สูงกว่าค่า offer ที่เราเปิด buy ไว้ และเราจะปิด order นี้ โดยการ sell คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ sell อัตโนมัติ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order sell อีกอัน) ไปในราคาที่สูงกว่า (ถ้า sell คืนในราคาต่ำกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ซื้อถูก ขายแพง

ข้อดีอีกข้อของตลาด Forex คือ เราสามารถเทรดขาลงได้ด้วย

เมื่อ เราสั่ง ขาย (เรียกว่า Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order SELL) เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer - การ Sell คือการที่เราสั่งโบรกให้ขายออกไปก่อน เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนตกลงมา และเราจะปิด order นี้ โดยการ Buy คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ buy อัตโนมัติครับ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order buy อีกอัน) ไปในราคาที่ต่ำกว่า (ถ้า Buy คืนในราคาสูงกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ขายแพง แล้วซื้อถูก

แต่จะเห็นว่า เราดู จุด หรือ pip กันที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (หรือตำแหน่งที่ 2 ในบางคู่) เราลองมาดู EUR/USD กัน

สมมุติ ว่า เราพิจารณาแล้ว เราเห็นว่า EUR น่าจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD (คือ EUR จะแลก USD ได้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป) เราจึงทำการเข้า buy โดยที่เราได้ราคา ที่ 1.3502 (จำได้มั๊ยครับว่าเราจะได้ราคา offer นั่นแปลว่าเมื่อเทียบกับ bid เราจะ -2 นี่คืนส่วนของค่าคอมมิทชั่นของโบรกเกอร์ครับ)

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาวิ่งขึ้นไป ที่ 1.3552 หรือขึ้นมา 50 จุด แล้วเราเห็นว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว จึงปิดทำกำไรที่ จุดนี้ เราจะได้กำไรมา 50 จุด หรือ 50 pips หรือ 0.0050 หน่วยใน base currency ซึ่งในที่นี้คือ 0.0050 USD

น้อยมากใช่ไหมครับ 0.0050 USD = ครึ่งเซ็นต์ หรือประมาณ 17 สตางค์ เท่านั้น นั่นแปลว่าหากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 เลยทีเดียว เป็นเงินที่ไม่น้อยเลย

มีทุนน้อยแล้วจะลงทุนใน Forex อย่างไร?

Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ครับ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ครับ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะครับ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกครับ

คิดคร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ครับ)

นั่นหมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10%

และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท

หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์

ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ครับ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva (โบรกเกอร์) มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน

ลอง คิดดูเล่นๆู ล่ะกันครับ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5

เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็หรูแล้วครับ)

ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ผมเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่ผมหลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ผมตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่ผมเทรด

ที่ FxOpen (โบรกเกอร์) ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เองครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา

Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะครับ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจ

Leverage คืออะไรความหมายง่ายๆของ เลเวอเรจ (Leverage) คือ จำนวนเปอร์เซนที่ได้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณซื้อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นโดยที่ราคาหุ้นละ 10 $ ต่อหุ้น คุณต้องใช้เงิน 1000$ เพื่อเปิดการเทรด บางโบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินเพื่อเทรดสูงถึง 50-80% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด แทนที่คุณจะใช้เงิน 1000$ แต่คุณกลับใช้แค่ 500 $ เท่านั้น เพื่อทำการเทรด สิ่งนี้แหระที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มาก โดยใช้เงินเท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางโบรกเกอร์ก็จะชาร์จกำไรจากการยืมของคุณ หลักการณ์นี้ก็น้ำมาใช้กับตลาดForex

แต่โบรกเกอร์ฟอเร็กให้คุณยืมถึง 99 % ของทั้งหมดเพื่อให้คุณเปิดการเทรดและคุณก็ใช้มันเพียงแค่ 1 % เท่านั้น ถ้าคุณต้องการเทรด 1000$ คุณใช้มันเพียงแค่ 10 $ นี่แหระครับ คือความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและตลาดฟอเร็กซ์ และตลาดฟอเร็กไม่ชาร์จกำไรจากการยืมของคุณด้วย

เอาล่ะครับ หลายๆคนอาจจะงง เรามาดูกันเลยครับ ว่า Leverage ที่โบรกเกอร์ฟอเร็กได้กำหนดไว้มีเท่าไรบ้าง
โดยส่วนมากโบรกเกอร์จะกำหนด Leverage ตั้งแต่
Leverage
1:1
1:2
1:10
1:100
1:200
1:400
1:500
1:1000 เฉพาะบางโบรกเกอร์ เท่านั้นเช่นโบรก Exness และ Instaforex
ผมจะยกตัวอย่างการเทรดที่ Leverage 1:100
สมมติว่าผมต้องการซื้อ EUR ที่ 100 units ผมจะใช้เงินของผม 1 units เท่านั้นเพื่อซื้อ EUR 100 units ถ้าซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.2750 เมื่อราคาขึ้นไปถึง 1.2800 ผลต่างของราคาเท่ากับ 50 pips ผมพอใจแล้ว ก็ทำการขาย ผมได้กำไร 50 pips

มาดูตัวอย่างการคำนวณครับ จากหัวข้อ เรื่อง Pips และ Lot ใครยังไม่ได้อ่านกลับไปอ่านนะครับ
(pip value / ราคาที่คุณปิด ) คูณด้วย Unit ที่คุณทำการ Buy Sell
=(0.001/1.2800)*100=0.39 $
หรือผมอาจจะคิดแบบนี้ สมมติว่า ผมต้องการซื้อ EUR ที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน EUR/USD =1.2750 เป็นจำนวน 100 $ ผมจึงใช้เงินของผม 1 $ บัญชีของผมเป็น Leverage 1:100 ดังนั้นผมต้องยืมโบรกเกอร์อีก 99$ เมื่อผมซื้อแล้ว ผมจะได้ EUR มา 78.43 Euro และเมื่อราคาขึ้นไป 1.2800 ผมได้ กำไร 50 pips ผมตัดสินใจขายยูโร ที่ผมซื้อมา จะได้ 78.43*1.2800=100.39 $ นี่คือกำไรของผม
100.39 $ แต่ผมได้ยืมโบรกเกอร์มา 99 $ ทางโบรกเกอร์จะหักเงินอัตโนมัติ แล้วที่เหลือก็คือ 1.39 $ สรุปคือ ถ้าได้กำไรมา 0.39 $ จากการเทรดเงิน 1 $ เมื่อราคาเคลื่อนที่ 50 pips

แต่ปัจจุบันนี้ ทางโบรกเกอร์กำหนดให้เราแล้ว ว่า ถ้าราคาเคลื่อนที่ไป 1 pip ถ้าเราซื้อ 1 $ เราจะได้ 0.01 $ ดังนั้นจากตัวอย่างข้างบน ได้มา 50 pips ผมจะได้เงิน 0.50$

Use Margin คือ จำนวนเงินที่เราใช้เทรดในแต่ละครั้ง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot , Leverage และ Use Margin
ประเภทของบัญชีในการเทรด Forex จะมีอยู่หลายประเภท แต่ที่หลักๆ ที่ใช้กันคือมีสามประเภทคือ
1.Standard Account
2.Mini Account
3.Micro Account
ผมจะเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง Lot , Leverage และ Use Margin ของ บัญชี Standard นะครับ

Leverage ความต้องการเทรด Use Margin

1:100 1 lot(100,000$) 1000$

1:200 1 lot(100,000$) 500$

1:400 1 lot(100,000$) 250$

การเทรด 1 Lot คือ การใช้ Use Margin 1000 ดอลล่า เพื่อที่จะเทรดฟอเร็กซ์ โดยใช้ Leverage 1:100 หมายความว่า คุณต้องมีเงินในบัญชีเทรดฟอเร็กซ์มากกว่า 1000 $ คุณจึงจะเทรดที่ 1 Lot ได้ และการเปลี่ยนแปลงต่อจุด ถ้าราคาเคลื่อนที่ไป 1 pips จะเท่ากับ 10 $ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีเงินแค่ 1000 $ แล้วคุณปล่อยให้ลบ 100 pips บัญชีของคุณก็จะโดน Margin Call ทันที ถ้าคุณไม่มี Margin โบรกเกอร์ก็จะตัดทันที
Leverage 1 :200 สิ่งที่แตกต่างของ Leverage 1:200 คือ จำนวนเงินที่ใช้เทรด Use Margin จะน้อยกว่า 1:100 แต่ การเปลี่ยนแปลงต่อ 1 pip เท่ากับ 10 $ เหมือนกัน
ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ Leverage เท่าไร การเปลี่ยนแปลงต่อ 1 pips ก็ยังคงเท่าเดิม
ซึ่งตอนนี้บางโบรกเกอร์ สร้าง Leverage สูงๆ ขึ้นมาเพื่อให้พวก Scalper ที่เล่นสั้นๆ ลงเงินเยอะๆ อย่างเช่น Loeverage 1:1000 ถ้าคุณมีเงิน 1000 $ ในบัญชี คุณสามารถเทรด 5 Lot ได้ ซึ่งก็หมายความว่า คุณต้องการให้ได้กำไร 50 $ ต่อ pips แต่ถ้าราคาไม่เป็นดังที่คุณต้องการ ราคาลบไป 20 pips
พอร์ตของคุณก็จะเกลี้ยงทันที



สถาบันติวเตอร์ไนน์ www.tutorsnine.in.th http://tutorsnine.in.th NON STOP SERVICE..มีแต่ให้...
อ่านสรุปข้อมูล ข่าวสาร event เรียลไทม์ ทุกวัน(เช้า,เย็น) ที่เว็บ หน้า content คลิก HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH มีข้อสงสัยสอบถามทาง mail ได้ตลอดเวลา BATTDEE@HOTMAIL.COM
ลูกศิษย์และบุคคลทั่วไป สามารถใช้ช่องทาง ทาง mail ถามคำถามมาได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ครับ

สำหรับฟอร์เร็ก

*****พิเศษสุดสำหรับฟอร์เร็กFOREXและไบนารี่ออปชั่นและฟิวเจอร์ ทองคำ แร่เงิน ออปชั่นอเมริกา หุ้นอเมริกา และ CFD สอน ทั่วประเทศและทั่วโลก สนใจโปรดติดต่อ สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) เป็นที่ปรึกษาและดูแลตลอดเวลา*********ภาคปฎิบัติการ MIX FIVE ครบทุกขบวนการจนเก่ง ทำเงินสร้างรายได้ทุกวัน ใช้เงินลงทุนน้อย เพียงเริ่มต้น ตั้งแต่ 1500.บาท ขึ้นไป(มีมากเทรดได้มาก)ก็สามารถรวยได้...เป็นเศรษฐีได้...สำหรับคนไทยทุกคน(ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา กรรมกร ผู้ใช้แรงงาน พนักงานโรงงานฯลฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวยที่สามารถเทรดในตลาดเงินและตลาดทุนได้

ลิ้งด้านล่านนี้นำไปสมัครเปิดบัญชีจริงได้ทันทีครับ อาจารย์สอนให้ครบทุกขบวนการ สอนการเซ็ทติดตั้ง indicators ทุกตัวจากหน้าจอเทรดจริง (ทั้ง forexและไบนารี่ออปชั่น ฟิวเจอร์ ทองคำ แร่เงิน ออปชั่นอเมริกา หุ้นอเมริกา และ CFD ต้องเก่ง indicators จึงจะสำเร็จ)
สมัครเปิดบัญชีจริง โดยคลิกที่ ลิ้งนี้จะไปสู่ที่หน้า web
ในการเปิดบัญชีจริงคลิกที่ที่ live floating spread account และใช้ leverage ที่ 1:500 จะดี มีพร้อม DEMO ฝึกเทรดกับบัญชีจริงอยู่คู่กันด้วยครับ

คลิกลิ้งนี้สามารถเปิดบัญชีฟอร์เร็กและCFDในหุ้น และไบนารี่ออปชั่นและฟิวเจอร์ ทองคำแท่ง แร่เงินแท่ง ได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย ฟรีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ลิ้งชุดที่ 1 เป็นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ironfinancial service จำกัดอยู่ในทวีปยุโรป มีสาขาทั่วโลก
เปิดบัญชีเทรดฟอร์เร็กและCFDในหุ้นของตลาด NYSE ,COPOSITE NASDAQ และไบนารี่ออปชั่น
และฟิวเจอร์ ทองคำแท่ง แร่เงินแท่ง สมัครเทรดได้เลยครับ

http://www.ironfx.com/en/register?utm_source=121607&utm_medium=ib_link&utm_campaign=IB

http://www.ironfx.com/en/register?utm_source=121607&utm_medium=ib_link&utm_campaign=IB

ลิ้งชุดที่ 2 ด้านล่างนี้ เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นิวซีแลนด์ ใช้เทรดทองคำ ใช้เทรดแร่เงิน และใช้เทรดฟอร์เร็ก
ได้กำไร 2 ทาง ทั้งขาขึ้น และขาลง

http://www.blackwelltrader.com/index.asp?CT=IB&ID=35374464

http://www.blackwelltrader.com/index.asp?CT=IB&ID=35374464




เวลาสมัครเตรียม scan สีและหรือถ่ายภาพสีบัตรประชาชนหน้า 1 ชุด-หลัง 1 ชุดและทะเบียนบ้านหรือเอกสารยืนยันที่อยู่เช่นบิลค่าน้ำค่าไฟ 1 ชุด save ข้อมูลเตรียมไว้ ใช้ในขั้นตอนที่สาม เพื่อส่งยืนยันตัวตนที่แท้จริงของเราเองว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ เวลาสมัครเปิดบัญชี มีข้อสงสัยmailและโทรมาได้ทันที 0837142630 ดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และmail ที่ battdee@hotmail.com หรือ chat ที่หน้าจอเปิดบัญชีได้ตลอดเวลา มีคนไทยดูแล( ลิ้งนี้เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ดีที่สุดที่คัดเลือกแล้วโดยสถาบัน มีตัวสินค้าที่ใช้เทรดมากที่สุด สามารถดูได้ทั้ง forex , stocks , binaryoption, futures , optionsอเมริกา ในการตั้ง indicator ในหน้าจอเทรดเดียวกัน)

การกรอกข้อมูลเปิดบัญชีมี 3 ขั้นตอน สำหรับในส่วนที่อยู่ของท่านเลขที่ ที่อยู่ ( ไม่ใช้ เครื่องหมาย / ใส่ ให้ใช้ เว้นวรรค ใส่แทนนะครับ ) ขอตัวอย่างการกรอกเปิดบัญชีได้ที่ mail battdee@hotmail.com

เมื่อท่านสมัครเสร็จแล้วทางโบรกเกอร์จะส่ง หน้าจอเทรด ให้ท่าน download ทาง email ที่ท่านให้ไว้ตอนเปิดบัญชี พร้อม user กับ password และเลขที่บัญชี สำหรับเทรดจริง และสามารถฝากเงินเข้าบัญชีตัวเอง ด้วยบัตร
เดบิตธนาคารกสิกร และหรือ บัตรเครดิตทุกธนาคาร ที่เว็บไซด์ของโบรกเกอร์ได้สดวกและช่องทาง Liberty Reserveได้ และสามารถถอนกำไรทางเว็บไซด์เช่นเดียวกัน

เมื่อได้หน้าจอเทรดมาแล้ว ironfx metatrader 4
สอนตั้งเซ็ทบัญชีที่หน้าจอเทรด ดังนี้
1.ดำเนินการติดตั้งบัญชี ฝึกเทรด DEMO
คลิกขวาที่ accounts ใต้ navigator คลิก open an account insert กรอกรายละเอียดข้อมูลให้ครบ ดำเนินการจนจบขั้นตอน ก็จะได้เลขที่บัญชีฝึกเทรด 7 ตัว เด้งขึ้นมาอยู่ที่ใต้ account
2.การตั้งบัญชีเทรดจริง REAL
ดับเบิลคลิกที่ เลขที่บัญชี DEMO 7 ตัว จากนั้นในช่อง login ให้ใส่เลขที่บัญชีจริง (ที่ส่งให้ทาง mail) ใส่เข้าไป
ต่อมา ใส่ password ที่ได้มาเข้าไป และใส่ server ที่ได้มาเข้าไป สุดท้ายคลิกที่ login ด้านล่างสุด
ก็จะได้บัญชีจริงเทรดจริง ไปปรากฏอยู่คู่กับ demo เวลาใช้งานก็ดับเบิลคลิกที่เลขที่บัญชีจริงและหรือบัญชีฝึกได้เลย

สอนวิธีติดตั้งเซ็ท set กราฟ และ indicators ก่อนอื่นต้องดับเบิลคลิกตัวใดตัวหนึ่งในหน้าจอ 4 หน้า ให้เป็นหน้าเต็มขึ้นมา 1 หน้าก่อน
1.คลิกที่ indicators แถวด้านบนสุด รูปสัญลักษณ์(เครื่องหมายบวกสีเขียวมีตัวfเล็กๆ)
2.คลิกที่ trend ,oscillators ,volumes , bill wiliams ,custom แล้วเลือกรายละเอียดมีรวมทั้งหมด 51 indicators ครับ ที่ใช้ได้ผล100% มี MACD และ RSI และ EMAและ STOCHและCCI ใช้จุดตัดของ indicators เข้าซื้อเปิดถานะ และจุดขายเอากำไร

ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ หน้าแรก HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH HTTP://TUTORSNINE.IN.TH

สอน วิธีการเทรดซื้อ-ขาย ( BUY –SELL )
1.ดับเบิลคลิกที่คู่สกุลเงิน (ใต้ market watch) เช่น eur/usd
2.ส่งคำสั่ง BUY(สีฟ้า) และหรือ SELL(สีแดง) ที่เราต้องการ ตามทิศทางที่คาดการณ์ไว้ (กราฟขึ้นคลิกที่ buy
กราฟลงคลิกที่ sell )กำไรเกิดจากกราฟขึ้นไปเรื่อยๆเราส่งคำสั่ง buy ไว้ถูกทางกำไรก็ขึ้นไปไม่จำกัดและ
ปิดถานะเอากำไรเมื่อกราฟกลับทิศทาง ส่วนในกรณีเราส่งคำสั่ง sell ไว้กราฟลงไปเรื่อยๆในทิศทางลงกำไรก็ได้ไม่จำกัดในทิศทางลง และรอจนกว่ากราฟกลับทิศทางแล้วถึงปิดถานะเอากำไร เช่นกัน
ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH HTTP://TUTORSNINE.IN.TH

***รายละเอียดวิธีการเทรด***
ก่อนตัดสินใจส่งคำสั่ง ขาขึ้น buy ขาลง sell ต้องคัดเลือก คู่สกุลเงินก่อน เช่น eur/usd usd/jpy ฯลฯ และติดตามข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดที่ HTTP://WWW.CNBC.COM และ http://www.forexfactory.com/ ของประเทศคู่สกุลเงินก่อนและเทียบกัน เป็นต้น จากนั้น.-
2.1 ต้องดูกราฟแท่งเทียนก่อน ว่าอยู่ใน เทรนไหน เช่น ขาขึ้น ขาลง ไซ้เวย์ (ดู timeframe ใหญ่ๆ h1ก่อน แล้วถึงมาเทรดที่ timeframe เล็ก m1 m5)
2.2 และมาดู indicators ว่าจุดตัดของ macd 12 26 9 และจุดตัดของ ema(moving average exponential) 7วัน ตัด 13 วัน และดู rsi 13 แรงซื้อแรงขายฝั่งไหนมากกว่ากัน
2.3 ตัดสินใจส่งคำสั่งเปิดถานะ buy ขาขึ้น หรือ sell ขาลง ได้เลย
2.4 ต่อมา ปิดถานะเอากำไร เมื่อทิศทางของกราฟเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้าม ดูจุดตัดของ
indicators ตรงกันข้ามกับตอนที่เปิดถานะ
ที่สำคัญที่สุด ต้องจดจำรูปแบบการเทรดที่ได้กำไรไว้ให้แม่น แล้วนำไปฝึกใช้ให้คล่อง ช่วงเวลาการเทรดต้องเหมาะสม

3.ปิดคำสังเพื่อเอากำไร โดยดับเบิ้ลคลิกหรือคลิกขวาที่ buy และหรือ sell ที่ชุด order ด้านล่าง ใต้ type (ถ้าเราbuyไว้ ก็คลิกขวาที่ buy) ต่อไปคลิก close order จากนั้นคลิก closeแถบสีเหลืองอ่อน กำไรก็จะวิ่งเข้าบัญชีทันที

รายละเอียดวิธีการเทรด(เพิ่มเติม)

ใช้แบบนี้ในคู่สกุลเงินที่เราคัดเลือกมาเทรด

1.ติดตามข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจของประเทศคู่สกุลเงินก่อน เช่น ยุโรป กับ สหรัฐ eur/usd (ตัวหน้าคือ 1 เหรียญเสมอเทียบกับตัวเลขสกุลเงินหลัง ก็คือ ยุโรป กับ สหรัฐ เช่น 1 eur = 1.29946 usd ในช่วงเวลานั้นๆ จะวิ่งไม่อยู่นิ่ง)

2.ถ้าเทียบเศรษฐกิจต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศแล้ว ค่าเงินไหนอ่อนค่า เช่นถ้า usd จะอ่อนค่า

3.ทำให้ 1 ยูโร เทียบ กับ ยูเอส ในเวลาขณะนั้น ยูเอส อ่อนค่า เมื่อยูเอสอ่อนค่า หน้าจอกราฟแท่งเทียนจะพุงขึ้นตลอด ในวันนั้นเลย ก็คือ 1 ยูโร eur สามารถ แลกดอลล่าusdได้มากกว่าเดิมไปเรื่อยๆ ทำให้กราฟแท่งเทียนวิ่งขึ้นไป เรื่อยๆ

4.เวลาส่งคำสั่งเทรด ควรดูทิศทาง จุดตัดของ indicator macd rsi และแท่งเทียน ในไทม์เฟรมที่ไม่หลอกที่ h1 ก่อน แล้วมาส่งคำสั่งที่ m5 แล้วปล่อยให้มันทำงานไปเป็นชั่วโมงๆ หรือ เป็นวัน

5.ถ้าใช้ m1 เทรด ต้องไวและเร็ว ต้องดูตลอดเวลา มันสวิงมาก แรงซื้อ แรงขายสู้กันมากตลอดเวลาอยู่ แล้ว ฝั่งไหนแรงมากกว่า ก็จะชนะ ต้องมีเวลาเฝ้าตลอดเวลา ต้องเฝ้า macd และ rsi ตลอดเวลา

ยังไง การสวิงของ timeframe เล็ก ๆ ก็จะส่งผลไปสู่ timeframe ใหญ่อยู่ดี นี่คือความจริง
ถ้าเข้าใจจุดนี้ การเทรดก็จะได้กำไรทุกครั้งไป

6. ถ้าใช้ timeframe ใหญ่ h1 เทรด ไม่ต้องไปสนใจการสวิงของ timeframe เล็ก ๆ m1 ให้เชื่อใน macd 12 26 9 และ rsi 13 และ ema 7,13 ใน timeframe h1 อย่างเคร่งครัด

วิธีเพิ่มตัวสินค้าลงหน้าจอเทรด
1.คลิก ที่ new chart (มุมบนซ้ายมีเครื่องหมาย + สีฟ้า)
2.คลิกที่ตัวสินค้า, คู่สกุลเงิน จากนั้นจะปรากฏตัวสินค้าอยู่แถบล่างของหน้าจอเทรดทันที
การเรียกดูข้อมูลเก่าที่เทรดไปแล้ว
1.คลิกที่ account history ด้านล่างสุด ใกล้ trade ครับ

พิเศษสุดๆครับ การใช้งานหน้าจอกราฟของ IRONFX เพื่อดู หุ้นอเมริกา, หุ้นยุโรป (realtime) เพื่อนำไปเทรด optionsอเมริกา และไบนารี่ออปชั่น และเทรดทองคำ แร่เงิน และเทรดหุ้้น(stocks) อเมริกา ทำดังนี้
1.เปิดระบบก่อนโดย ให้คลิกขวา ที่ symbol ที่อยู่ใต้ market watch
2.จากนั้น คลิก ที่ showAll
3.จากนั้น คลิก ที่ newchart ที่อยู่บนสุดซ้าย เครื่องหมาย + สีฟ้า
4.จากนั้นเอาเม้ามาแตะที่ us shares(หุ้นอเมริกา) หรือ uk shares(หุ้นยุโรป) หรือ spotmetal XAUทองคำ,XAGเงิน ฯลฯ จากนั้นคลิก เลือกตัวสินค้าได้เลย
5.เมื่อ คลิก ตัวสินค้าแล้ว จะปรากฏหน้าจอกราฟ ทันที (realtime) เป็นวินาที
6.วิธี เคลื่อนที่กราฟให้ห่างจากขอบด้านขวา คลิก ที่ chart shift

วิธีตั้ง stop loss ตัดขาดทุน หลังจากส่งคำสั่งเปิดถานะไปก่อนแล้ว จากนั้น ดับเบิลคลิกที่ ใต้ S/L จากนั้นคลิกใส่ตัวเลขที่ level จากนั้น คลิกที่ copy as: และ คลิกที่ modify # ก็เรียบร้อยรอจนมันทำงานเอง

วิธีตั้ง take profit ตั้งกำไร หลังจากส่งคำสั่งเปิดถานะไปก่อนแล้ว จากนั้น ดับเบิลคลิกที่ ใต้ T/P จากนั้นคลิกใส่ตัวเลขที่ต้องการที่ level จากนั้น คลิกที่ copy as: และ คลิกที่ modify # รอจนมันทำงานเอง

สูตรตั้ง stop loss ที่ level 50 และตั้ง take profit ที่ level 80 ปล่อยไว้ทำงานเอง
อย่าเทรดในตลาดที่ยังไม่มีข้อมูล ข่าว event ให้ดูข่าวเป็นหลัก ข่าวที่มีผลกระทบต่อการอ่อนและแข็ง
ค่าของ ดอลล่าสหรัฐ USD



สูตร การเทรดตลาด ที่ชัดเจน uptrendขึ้นดี , downtrendลงดี ต้องติดตาม ข่าวอย่างใกล้ชิด และต้องตั้ง
stoploss ด้วย


หัวใจหลัก*** ฝึกให้ชำนาญก่อน จดจำรูปแบบการเทรดที่ได้กำไรและนำไปใช้เท่านั้น อย่าลืมตั้ง stop loss ทุกครั้ง



***ปรับปรุงคุณภาพใหม่หมดล่าสุด***สอนวิธีทำกำไรได้ทุกครั้งที่เทรด ปิดประตูเสี่ยง 100%***

สำหรับออปชั่นเป็นของจริงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อนุพันธ์ประเทศอเมริกา มันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเกิดก่อนตลาดในไทยเกิดอีก มีข้อสงสัยได้โปรดส่งคำถามมาโดยตรงที่สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) ส่วนข้อมูลจาก(ผู้ไม่สำเร็จ,ผู้ผิดหวัง,ผู้ไม่รู้,ผู้ไม่เห็น,ผู้ปิดกั้น) ในsocial media ได้โปรดพิสูจน์โดย เอาข้อมูลหลักฐานจากตลาดจริงrealtimeที่เกิดขึ้นจริงล่าสุดมาชนกัน....ได้โปรดส่ง email มาขอข้อมูลหลักฐานได้ทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง BATTDEE@HOTMAIL.COM....สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE)...
HTTP://BATTDEE-OPTIONS.IN.TH
HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH
HTTP://TUTORSNINE.IN.TH สถาบันติวเตอร์ไนน์ เว็บนี้หน้าแรกสอนความรู้สำหรับฟอร์เร็กforex และไบนารี่ออปชั่นและฟิวเจอร์... ฟรีฟรีฟรีเพื่อคนไทยทุกคนทั่วโลก...
http://www.pantipmarket.com/items/12181643
http://www.pantipmarket.com/items/13065736
http://www.pantipmarket.com/items/12267464
http://www.pantipmarket.com/items/13038797
http://www.pantipmarket.com/items/12775489
http://www.pantipmarket.com/items/13628975


หลักสูตรที่สอนมี 5 หลักสูตรดังนี้

กำหนดวันสอน โดยผู้เรียน นัดวันว่างมาเอง 1 วัน ( ทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ )

1.สอนเทรด และเปิดบัญชี OPTIONS ในตลาดอเมริกา COMPOSITE NASDAQ * ปรับปรุงคุณภาพใหม่หมด
ฃื้อขายในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป
MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว
คาเล่าเรียน = 20000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

2.สอนเทรดและเปิดบัญชี ฟอร์เร็ก ซื้อขาย ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

3.สอนเทรดหุ้นstockในอเมริกาและเปิดบัญชีในตลาดอเมริกา 1. NYSE นิวยอร์คstock exchange และตลาด 2. composite nasdaq
ในหุ้นหลัก goog aapl tsla dell spy fb gm ic xom ebay f bac msft bbry amzn wmt และหุ้นอื่นที่สำคัญ
อีกหลายร้อยตัว
ค่าเล่าเรียน = 20000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

4.สอนเทรด ซื้อขาย CFD ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

5.สอนเทรดไบนารี OPTIONSและฟิวเจอร์ทองคำ แร่เงินและ ซื้อขาย ในหุ้นหลัก GOOGกูเกิล AAPLแอพเปิล JPMเจพีมอแกนเชส BACแบ๊งออฟอเมริกา FBเฟสบุค C ซิตี้กรุป MSFT ไมโครซอฟ AMZN อเมซอน MS มอแกนสแตนเล่ INTC อินเทลคอปอร์เรชั่น CAT GE AIG WMT FDX GM INTC XOM EBAY F BA โบอิ้ง และหุ้นอื่นที่สำคัญ อีกหลายร้อยตัว และสกุลเงินหลัก eurusd gbpusd usdjpy usdchf usdcad audusd nzdusd eurchf eurgbp eurjpy และอีกมากมาย หลักสูตรแบบเจาะลึก
ค่าเล่าเรียน= 10000 บาท ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์

พิเศษสุดขอเชิญศึกษาเล่าเรียนเรียน 5 หลักสูตรพร้อมกัน ในราคาพิเศษรวม=20000 ( โปรโมชั่นพิเศษ เพียง 3 เดือน เท่านั้น )

*********ตอบคำถามได้ทุกเรื่อง ติดเรทติ้งอันดับ 1 ประเทศไทย *********
(มั่นใจเชื่อถือได้ ลูกหม้อสถาบันการเงินและตลาดทุน มีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์)

HTTP://BATTDEE-OPTIONS.IN.TH มีข้อสงสัยได้โปรดถามโดยตรง ...อาจารย์อธิบายจากหลักฐานข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นล่าสุดทันที โดย BATTDEE@HOTMAIL.COM โทร.0837142630 เวลาทำการ 8.00-17.00น
HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH
HTTP://TUTORSNINE.IN.TH สถาบันติวเตอร์ไนน์

***ระบบการเรียนการสอน แบบOJT ทุกคำอธิบาย มีหลักฐานจริง เอกสารจริง บันทึกข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์อเมริกา REALTIME ประกอบการเรียนการสอนทั้งสิ้น ไม่มีคำพูดใดใดลอยๆที่ไม่มีหลักฐานแสดง ในการเรียนการสอนของสถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE)***

อาชีพเทรดเดอร์ออปชั่นมืออาชีพ(ถ้าเก่ง) สร้างรายได้ร่ำรวยตลอดชีวิต มั่นคง ยั่งยืน ถาวร ถ่ายทอดส่งต่อถึงลูกหลานเหลนโหลนได้สบาย (จำนวนวอลลุ่มมากมายมหาศาล ความมีเสถียรภาพและความมั่นคงสูงสุดของตลาดหุ้นอเมริกา)

***มีเคล็ดลับอยู่หนึ่งข้อที่ทุกคนสำเร็จแน่นอน คือต้องฝึกฝนให้เก่งก่อนและต้องได้กำไรทุกครั้งในการเทรดโดยใช้เวลา 3-4 เดือนแล้วถึงลงพอร์ทจริง
ซึ่งมีเพียงบางคนเท่านั้นที่ทำ และคนส่วนใหญ่(ร้อนวิชา)ได้เลขที่บัญชี ใจร้อน ฝากเงินจริง เทรดเลย ผลก็คือ...........*********..............

.....ซึ่ง เครื่องไม้เครื่องมือให้ครบสมบูรณ์เหมือนกัน...ต่างกันที่ความเชียวชาญและความชำนาญในการใช้เครื่องมือนั้นๆ... หัวใจหลักก็คือ ... INDICATOR...ต้องแม่น 100% อย่างเดียวเท่านั้น...ถึงจะสำเร็จ

เมื่อเก่งสุดยอดแล้ว...จะรู้ทิศทางล่วงหน้า...กราฟจะเกิดตามหลังเรา หลังจากที่เราเปิดถานะซื้อไว้ก่อนหน้าประมาณ2-4ชั่วโมง...หมายความว่าเราไปล่วงหน้าก่อนที่กราฟจะเกิดอีก2-4 ชั่วโมง...ถามว่าได้มาอย่างไร..ตอบว่า ต้องใช้เวลาและknow how ล้วนๆ...ต้องฝึกให้ชำนาญ

***เราให้ครบและมากกว่า ในราคาเดียว รวมหมด ออปชั่น ฟิวเจอร์ หุ้น ฟอร์เร็กซ์ ไบนารี่ ทั้งในและต่างประเทศ*** ( SET, TFEX , MAI , FUTURES , FOREX , OPTIONS , BINARY OPTIONS )

BATTDEE@HOTMAIL.COM email ที่ใช้สื่อสารหลัก สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) และเว็บไซด์ใน pantip 1+2
HTTP://BATTDEE-OPTIONS.IN.TH เว็บไซด์หลัก 3
HTTP://BATTDEE-OPTIONS.WEBIZ.CO.TH เว็บไซด์หลัก 4
HTTP://TUTORSNINE.IN.TH สถาบันติวเตอร์ไนน์
อาจารย์ผู้สอนจบการศึกษา ม.ศิลปากร ม.รามคำแหง ทำงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ธ.กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้จัดการบริษัทเอกชน มีคุณวุฒิจากสถาบันตลาดหลักทรัพย์ฯ SET TFEX มีประสบการณ์ ในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดอนุพันธ์ สถาบันการเงิน และ ตลาดกลุ่ม
FUTURES OPTIONS FOREX ในประเทศและต่างประเทศ (แสดงคุณวุฒิและประสบการณ์เปิดเผยก่อนเรียนมีใบผ่านงาน หนังสือรับรองการทำงานชัดเจน สายตรงสถาบันการเงิน ตลาดทุน ตลาดอนุพันธ์ )ลูกหม้อสถาบันการเงินและตลาดทุน ผ่านการอบรมระบบคุณภาพ ISO 9000,9001,14001 ,BSC,KPI ,TQM และเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ ตลาดอเมริกาและยุโรป (นักวิชาการอิสระตลาดหุ้นอเมริกาและยุโรป)ปัจจุบันร่วมงานกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ ในทวีปยุโรป IronFX Financial Services Limited (Licence no.125/10) มีสาขาทั่วโลก
New York | London | Hong Kong | Sydney | Shanghai | Mumbai | Frankfurt | Moscow | Kuala Lumpur | Madrid | Sao Paolo | Buenos Aires | Warsaw | Budapest | Johannesburg | Montevideo
สอนสดเห็นหน้าจริงตัวจริงเสียงจริง ดูแลลูกศิษย์และ เป็นที่ปรึกษาตลอดเวลา


***เรียนจบได้เครื่องมือครบเทรดเป็นทันที*** เรามีจุดยืนที่ชัดเจนจริงจริง เน้นคุณภาพ100%***
สอนเทรดออปชั่นและสอนกราฟออปชั่น เทคนิค - GRAPH TECHNICAL ในประเทศไทย และ ประเทศอเมริกาและอังกฤษ สามารถทำกำไรได้ไม่จำกัดแต่ขาดทุนจำกัดแค่ค่าพรีเมี่ยม ไม่ว่าหุ้นจะลงมากมายแค่ไหนและหุ้นจะขึ้นมากมายขนาดไหน สามารถได้กำไรทั้งสองทางทั้งขาขึ้นและทั้งขาลง ทำกำไรได้ทุกวันอยู่ที่ความชำนาญ
ของผู้เทรด

***** ออปชั่น ประเทศอเมริกา มีความมั่นคงกว่าและมีเสถียรภาพมากกว่า***
*****ปริมาณวอลลุ่มมากมายมหาศาล จาก 183 ประเทศทั่วโลก ที่ทำการซื้อขายที่ อเมริกา*****
***เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยที่เดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาคเอเซียและทุกประเทศทั่วโลกถึงตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์อเมริกาทุกๆวัน***

มีคำถามว่าจะซื้อหุ้นเมื่อไหร่ สัญญาณขายอยู่ตรงไหน สัญญาณซื้ออยู่ตรงไหน
สัญญาณระยะสั้น ขายเมือ ซื้อเมือ เวลาไหน อย่างไร เมือไหร่
สัญญาณระยะปานกลาง ขายเมื่อ ซื้อเมื่อ เวลาไหน อย่างไร เมื่อไหร่

เครื่องมือทางเทคนิคนี้ใช้ช่วยหาจังหวะในการลงทุน คือหลังจากเลือกหุ้นตามข้อมูลพื้นฐานแล้วก่อนจะเข้าซื้อ-ขาย
ควรใช้เทคนิคช่วยอีกทางหนึ่ง เพื่อที่จะได้ไม่ซื้อขายคล่อมจังหวะ
จุดสังเกตุ เมื่อสภาพตลาดที่มีเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาซื้อ หรือช่วงที่ต่างชาติขายมากๆ ค่าบ่งชี้บางตัวอาจวิ่งเกินกว่าค่าปกติที่ควรจะเป็น รวมถึงหุ้นที่มีข่าวลือต่างๆ สังเกตุได้จาก VOLUME ที่ผิดปกติ

มีคำถามว่าเส้นกราฟ graph มาจากไหน ต้นสาย สาเหตุ ต้นเหตุ เกิดจากอะไร และต้นเหตุค่าตรรกศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นกรีก โรมัน อียิป มาจากไหน ข้อมูลของสถาบันเราเร็วกว่า 2-3 วัน เพราะว่ามันมีอะไรที่เกิดก่อนราคา spot price หรือราคาตลาดที่เครื่อนไหวรายวินาที่ต่อวินาทีอีก และค่าตรรกศาสตร์ต่างๆก็เอาตัวเลขราคาตลาดไปใช้ลงสูตรคำนวณ และกราฟก็เอาตัวเลขราคาตลาดไปลงโปรแกรมกราฟ พอเข้าใจและกระจ่างใช่ไหมครับ ตามธรรมชาติของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นตัวมันเองไม่สามารถขึ้นหรือลงเองได้นอกจากมันมีอะไรมากระทบตัวมันก่อนแล้วถึงทำให้หุ้นหรือกลุ่มหุ้นนั้นขึ้นหรือลงเป็นราคาตลาดspot priceที่เครื่อนไหวรายวินาทีอยู่ขณะนั้นครับ ทางเรารู้ก่อนว่า ตัวอะไรนั้น มีอะไรบ้าง กี่ประเภท วันเวลาไหนบ้าง ล่วงหน้า 6-7 ชั่วโมงเลยที่เดียว


เรามีสุดยอด ANALYSIS OF DERIVATIVES ค่าโรห์ ค่าเวก้า ค่าแกมม่า ค่าเธต้า ค่าเดลต้า แบบจำลองไบโนเมียล แบบจำลองแบล็ค-โชลส์

INDICATOR แท้ๆ กราฟ 150 กว่าแบบ ตัวอย่างเช่น

SSTO MACD BB AVG CCI RSI EMA MA +DI -DI A/D ABI ACC ADVANCE ADX ADXR ALPHA
TRIN AROON ATR AWO BOM BETA BBE BBS BT CCI CCT CMF COS CMO CSI COR CVI DEMA
DI DPO DEMA DMA DISP DMI DSS FS FT FI FO FPM FS HI HPI HV IKH INER KC-H-V
LRC-I-R-S-T-V MA MACD-2-H MO-A-Z NE-A-Z OBV PR-A-Z RE-A-Z STA STO-A-Z
TA-2 UPS VOL-A-Z WILDER-A-Z ZIG-$-% ฯลฯ

DOWNLOAD หน้าจอดูกราฟ 7-10 ชั้นเรียลไทม์ จากสถาบันหลักทรัพย์ อเมริกา
กราฟ 150กว่าแบบ เช่น SSTO , SLOW STOCHASTIC ,MACD ,BOLLINGER BANDS, AVG 10 25,CCI ,COMMODITY
CHANNEL INDEX,RSI ขั้นเทพ
เนื้อหาที่เรียนเข้มข้น
***หัวใจมันอยู่ที่เราจะเปิดถานะซื้้้อสถานะอะไรตอนไหนฝั่งไหน และเราจะปิดถานะขายเมื่่อได้กำไรตอนไหนและจะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าSPOTหุ้นอ้างอิงราคาตลาดกลุ่มหุ้นอ้างอิงมันขึ้น+หรือลง-มากน้อยแค่ไหน จากอะไร เพราะอะไร อย่างไร ภาคทฤษฎีเรียนที่ไหนก็ได้เหมือนกันหมด แต่ว่าเราจะมี PLATFORM ของแท้ของจริงได้อย่างไร
และสามารถฝากเงินจริงเพื่อลงทุนจริงได้อย่างไร ***ตลาดทุน SET, ตลาดอนุพันธ์ TFEX มี derivatives ซึ่งมีoptionsเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นในหลายๆส่วน ทฤษฎีทั่วโลกเหมือนกันหมด ส่วนใหญ่ที่นิยมเป็นแบบอเมริกากับอังกฤษ***

*********จุดมุ่งหมายหลัก************เพื่อสร้างเมล็ดพันธ์ใหม่ที่มีคุณภาพนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดเผยแพร่ให้คนไทยเก่งมีจำนวนเปอร์เซ็นมากกว่า50% ขึ้นไป เพื่อนำเงินกลับประเทศเพื่อพัฒนาชาติไทย*********


***เรารู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้ และอีก2-3วันข้างหน้า GOOG AAPL DJI S&P COMPOSITE จะบวกหรือลบมากน้อยแค่ไหน เราสามารถรู้ได้100%***
*เรามีข้อมูลครบ เรามีเทคนิค เรามีกลยุทธมากมาย เรามีข้อมูลข่าวสารเรียลไทม์24ชั่วโมง *
***เรารู้ได้อย่างไรว่า SET100 ,SET50 พรุ่งนี้ และอีก2-3วันข้างหน้า จะบวกหรือลบมากน้อยแค่ไหน เรารู้ได้100%***
สนใจโทร 0837142630 สถาบัน ติวเตอร์ไนน์(nine) อาจารย์ พิทยา หลักการคัดเลือก สัมภาษณ์ก่อน
ต้องบรรลุนิติภาวะ เวลาทำการ 8.00-17.00น

รายละเอียดหลักสูตร เรียน ภาคทฤษฎีพร้อมภาคปฏิบัติ 3-6 ชัวโมงเต็มครบทุกขบวนการ แบบ OJT เป็นระบบที่ได้ผลมากที่สุด นำมาจากระบบคุณภาพ ISO ใช้เวลาสั้นเรียนรู้ได้เร็ว
สอน1-2ท่านหรือตัวต่อตัว เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เน้นทุกคนต้องเข้าใจและเทรดได้จริง(เป็นโค๊ดและที่ปรึกษาตลอดให้กับลูกศิษย์ทุกคน)
อุปกรณ์ ที่ต้องนำมาเรียน 1.สมุด ปากกา 2.ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษพอควร 3. ต้องนำNOTEBOOKมาด้วยถ้ามี
เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด
การเรียนการสอน แบบ OJT(on the job training)ระบบใหม่มีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เรียลไทม์
1.เรียนทฤษฎี 2.เรียนภาคปฏิบัติ 3.เปิดบัญชี 4.LOADหน้าจอเทรดจริงเรียลไทม์
อุปกรณ์ ที่ใช้ในการเทรด 1.คอมพิวเตอร์ 2.อินเตอร์เน็ทความเร็วสูง


สถานที่เรียน 1. เซ็นทรัลพลาซ่าพระรามที่2 ชั้น1(สำหรับกรุงเทพและปริมณฑล สถานที่เรียนต้องมีสัญญาน 3จี เต็มMAX และหรือWIFI และหรือ สัญญาน INTERNET แรงๆเต็มSPEED )

สถานที่เรียน 2. เซ็นทรัลพลาซ่าบางนา


***สาเหตุที่ไม่สามารถสอนและเรียนทางไกลได้100% เพราะมีภาคปฏิบัติการ 100%และมีการลงซอฟแวร์(โปรแกรม) 100%***

เอกสาร อาจารย์แจกตำราและชีทให้ครบ หลักสูตรการเรียนการสอนออปชั่น หลักสูตรแรก 1.ค่าเล่าเรียนรวมหลักสูตร =20000บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ,ธนาคารไทยพาณิชย์ 100% ก่อนเรียน และหรือเงินสด เริ่มเรียน 10.00นเป็นต้นไป ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์ และ จันทร์-ศุกร์ เริ่ม 11.00น จนกว่าจะจบหลักสูตร

สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE)

รับประกันคุณภาพเรียนจบได้เครื่องมือครบเทรดเป็นทันที 100%

เวลาเรียนหลักสูตรปกติ 1 วัน เริ่ม10.00น-16.00น เสาร์หรืออาทิตย์ และ จันทร์-ศุกร์ 11.00น เป็นต้นไป
** รับประกันคุณภาพ **เข้าเทรดถูกจังหวะและเวลายังไงก็ได้กำไร**ยกเว้นเทรดไม่ถูกจังหวะและเวลาและไม่มีข่าวสารข้อมูลครบถ้วนบริบูรณ์ยังไงก็ขาดทุนค่าพรีเมี่ยม***สอนเทรด OPTIONS ในตลาดอเมริกา COMPOSITE , NASDAQ * ปรับปรุงคุณภาพใหม่
และสอนเทรดในประเทศอังกฤษ

ลงทุนน้อยที่สุด แต่รายได้มากกว่า 200% ถึง 1000000% และมากกว่า เช่นดังนี้( กำไรต่อ 1 สัญญา ต่อ 1จุด
เท่ากับ 100 เหรียญUSD ถ้าซื้อ 10 สัญญา และหุ้นขึ้น 20 จุดจะได้กำไร=20คูณ10คูณ100=20000USD และ
20000USDคูณ30=600,000. บาทไทยสำหรับฝั่งขาขึ้น ในทางกลับกันในฝั่งขาลงก็จะได้กำไรเช่นเดียวกันถ้าคาดการไว้ถูกทาง ว่ากลุ่มหุ้นอ้างอิง(SPOT)จะมีแนวโน้มไปในทางไหน ถ้าซื้อขายถูกทางจะมีกำไรไม่จำกัด
ได้ทั้งขาขึ้นและขาลงก็คือไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงก็ทำกำไรได้ทั้งสองทางครับในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงการเทรดออฟชั่นในตลาดอเมริกา ครับ คงพอเข้าใจนะครับ แต่คาดไว้ผิดทางก็จะขาดทุนจำกัดแค่ค่าพรีเมี่ยมเท่านั้น
นี่คือของจริง ที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ครบทุกขบวนการตั้งแต่ทฤษฎีถึงภาคปฏิบัติและเปิดบัญชีเทรดจริง

จุดประสงค์หลัก 1. เรียนเพื่อนำไปใช้เทรดจริงได้ทันที 2.ส่วนผลพลอยได้เป็นนักวิเคราะห์ ประดับความรู้ สอบ
licenseต่างๆ รวมถึง cisa1,2,3 หมายเหตุ ข้อ2 ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก 3.เพื่อให้คนไทยเก่งมีความรู้และนำเงินกลับเข้าประเทศเพื่อพัฒนาชาติ


สำหรับท่านที่ต้องการเป็นนักเทรดเดอร์มืออาชีพ มีอิสระในเวลา และทางการเงิน ไม่ต้องมีเจ้านาย เป็นนายของตัวเอง รายได้ไม่จำกัด เปิดสอนรายละเอียดดังนี้

1.เปิดสอนการเทรดออปชั่นในอเมริกา กลุ่มหุ้น GOOG , IBM , INTC , MSFT , GE , EBAY , DELL , AAPL , MSFT , SPY , SPX , RUT , DIA ฯลฯ หน้าจอเทรดของจริง ในตลาด COMPOSITE และ NASDAQ สองทุ่มครึงถึงตีสาม (ของอเมริกา)
Dow Jones, Nasdaq และ S&P 500 เป็น "ดัชนี" "IBM is certainly weighing on the Dow, and Google is weighing on the Nasdaq," said Peter Cardillo, chief market economist at Rockwell Global Capital

ส่วนตลาดหุ้นในสหรัฐมี มากครับ เอาเฉพาะที่ดังๆ และเป็นตลาดหลักก็มี NYSE (New York Stock Exchange)
และ NASDAQ Stock Market นอกจากนี้ยังมี CME, CBOE, ISE, NSX

หากถามว่าทำไมสหรัฐมีตลาดหุ้นเยอะขนาดนี้ มันก็มีปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านว่าสหรัฐเป็นตลาดธุรกิจขนาดใหญ่
รวมถึงมีความเสรีทางด้านเงินทุน เพื่อให้คนระดมทุนทำธุรกิจได้มาก และง่ายขึ้น และรวมถึงการส่งเสริมภาคการเงินทางภาครัฐ
แต่ว่าแต่ละตลาดนั้นก็แตกต่างกันนะครับ บริษัทสามารถเลือกจดทะเบียนในแต่ละตลาดได้ตามเงื่อนไขของบริษัท หรือเหตุผลอื่นๆ

อย่างบ้านเราเอง ก็มีตลาดหลัก ก็คือ SET TFEX และ mai ... ทางด้าน SET คือสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนสูงๆ
ตลาด SET บริษัทจดทะเบียนต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ส่วนตลาด mai มุ่งเน้นเพื่อธุรกิจขนาดย่อม
ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป พูดง่ายๆก็คือแยกตลาดใหญ่กับเล็กออกจากกัน อย่างเช่นเดียวกับ NASDAQ ของสหรัฐ
ซึ่งเมื่อก่อน NASDAQ ก็มุ่งเน้นไปทางบริษัทใหม่ๆ บริษัทเล็กๆ ที่ดำเนินกิจการขนาดย่อมๆ จะได้มีหนทางระดมทุนได้
แต่ปัจจุบัน NASDAQ กลายเป็นตลาดสำหรับกลุมบริษัทเทคโนโลยีไปแล้ว อย่าง facebook google apple msft ebay ก็จดทะเบียนที่ NASDAQ

ส่วนดัชนีต่างๆนั้น ก็แล้วแต่ว่าใครเป็นผู้จัดทำ และมีเงื่อนไขเป็นไปตามผู้จัดทำ ซึ่งอาจแบ่งแยกตามตลาดหรือไม่ก็ได้
เช่นดัชนี S&P500 จัดทำโดย Standard & Poors คัดเลือกหุ้นใหญ่ 500 บริษัทของสหรัฐมาทำเป็นดัชนี
ซึ่งใน 500 บริษัทก็มีทั้งบริษัทจดทะเบียนใน NYSE, AMEX, NASDAQ ฯลฯ คือ สนใจแค่บริษัท จะอยู่ตลาดไหนก็ช่าง
ปัจจุบันเป็นดัชนีหลักสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ นักลงทุนมักใช้ดัชนี S&P500 เป็นเกณฑ์หลัก เพราะใช้การวัดค่าดัชนีด้วยการถ่วงน้ำหนัก
ของ Market Cap (แบบสากลยุคใหม่ SET Index ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้) เพราะเป็นแบบที่วัดค่าให้เป็นมาตรฐานมากที่สุด

ดัชนี Dow Jones เป็นดัชนีรุ่นโบราณ และมีวิธีการคำนวณแบบเก่า นั่นคือดัชนีราคา ดังนั้นชื่อเต็มของดัชนีนี้คือ
Dow Jones Industrial Average โดยใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยราคา และปัจจุบันคำนวณแค่ 30 หลักทรัพย์ของบริษัทขนาดใหญ่
ดัชนีนี้เริ่มกำเนิดมาตั้งกะปี 1896 ปัจจุบันก็สิริรวมอายุดัชนี 117 ปีเข้าไปแล้ว ดัชนีไม่มีวันตาย

ทางด้านดัชนี NASDAQ ก็เช่นกันก็เป็นดัชนีที่วัดเฉพาะบริษัทจดทะเบียนใน NASDAQ ดังนั้น ตลาดก็คือตลาด
ดัชนีก็คือดัชนี บางบริษัทอาจทำดัชนีขึ้นมา โดยผสมหลายๆตลาดก็ได้ หรือบางตลาดจะเลือกทำเฉพาะของตัวเองก็ได้

อย่าง SET ของเราก็เช่นกัน อย่างที่เห็นเรามี SET Index, SET50, SET100, SET HD
เพราะในบางกรณี กองทุนต่างๆก็จะทำกองทุนดัชนี อย่างเช่น K-SET50 กองทุนกสิกร ก็จะลงทุนเฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET50
ซึ่งเจ้าตัวดัชนี ก็จะเป็นตัวชี้วัดถึงระดับการดำเนินงานกองทุน รวมถึงเป็นนโยบาย/เงื่อนไข ของการดำเนินงานกองทุนเช่นกัน

2.สอนการเทรดหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ SETและตลาดอนุพันธ์TFEX กลุ่มหุ้นในSET100 และSET50
และ TFEX ในกลุ่ม SET50 index futures, GOLD 10 futures , GOLD futures , silver futures ,oil futures
stock futures และ OPTIONS ใน SET 50 INDEX ในประเทศไทย 9.30-16.30หน้าจอเทรดของจริง(ของไทย), สอนลงทุนในทองคำGOLD, สอนลงทุนในแร่เงินSILVER, สอนลงทุนในน้ำมันOIL,
3.สอน FOREX ในตลาดอเมริกา 24ชั่วโมง หน้าจอเทรดของจริง ต่างประเทศ
สอนเทรด OPTION ในประเทศอังกฤษ และ FUTURES ,FOREX และลงทุน ในทองตำ แร่เงิน และสกุลเงินตราต่างประเทศ และสอนการเทรด ใน BINARY OPTIONS
ต่างประเทศ และกลุ่มหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายจำนวนมากๆ
4.สอนเทรดผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เรียลไทม์ ( INTERNET TRADING) และ การวิเคราะห์ข้อมูลทาง พื้นฐาน กับ การวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิค หน้าจอเทรดของจริง การวิเคราะห์กราฟ(ของไทย)และของนอก
5.DOWNLOAD หน้าจอเทรดจริงเรียลไทม์ ของสถาบันBROKER บริษัทหลักทรัพย์อเมริกามากกว่า10สถาบัน
6.DOWNLOAD หน้าจอดูกราฟมากกว่า 150 แบบ/ชั้น เรียลไทม์ จากสถาบันหลักทรัพย์ อเมริกา
7.DOWNLOAD ข้อมูลข่าวสารเรียลไทม์ 24 ชม จากสถาบันมากกว่า 100 ข้อมูล จากกว่า 30 สถาบัน
ขั้นเซียน ตรวจสอบได้ 100% มีตัวตนเป็นรูปธรรม ของอเมริกา ยูโรโซน จีน และทั่วโลก
8.เปิดบัญชีจริงทันที กับบริษัทหลักทรัพย์อเมริกา
9.กราฟ150กว่าแบบ เช่น SSTO,SLOW STOCHASTIC,MACD,BOLLINGER BANDS,AVG10, 25 CCI,COMMODITY CHANNEL INDEX ,RSI ขั้นเทพ

เนื้อหาที่เรียนเข้มข้น

1. Module 1 ลักษณะและประเภทของออปชั่น

ลักษณะการให้สิทธิพื้นฐานright

2. Module 2 call options , put options

-การใช้สิทธิ

3. Module 3 ลักษณะการใช้สิทธิexercise
style

-แบบยุโรปEuropean options , แบบอเมริกัน American options
-แบบอเมริกันเทียมหรือแบบเบอร์มิวตัน

4. Module 4 ลักษณะมูลค่าที่แท้จริงของออปชั่น moneyness

In the money (itm) , at the money(atm) ,out of the money (otm)

5. Module 5 ประเภทของสินค้าอ้างอิง

-ออปชั่นในหุ้นสามัญstock options , ออปชั่นในดัชนีหลักทรัพย์index
options

-การหาจุดเข้าซื้อของตลาด

จากเทคนิคการใช้กราฟ 150 แบบ ตังอย่างเช่น slow stochastic,macd, avg , cci,rsi ,Bollinger bands

6. Module 6 Workshop การใช้โปรแกรมวิเคราะห์ options

-โปรแกรม 10 broker

7. Module 7 เรียนกลยุทธ์ options

• Chart pattern for long call - covered call

• Chart pattern for long put -protective put

• Chart pattern for short call

• Chart pattern for short put

• Chart pattern for straddle - -long straddle, bottom straddle , short straddle ,top
straddle

• Chart pattern for strangle - - long strangle short strangle

• Chart pattern for bull spreads – butterfly spreads , strip
,strap , long strip ,long strap

• Chart pattern for bear spreads – calendar spreads

8.Module 8 กลยุทธเล้าใจ

ภายใต้ข้อมูลข่าวสารครบถ้วน

9.Module 9 How to trade corporate
earning

เพื่อสร้างผลตอบแทนในระดับสูง

10. Module 10 System Backtesting , การใช้ platform และการ paper trading

เรียนการทดสอบระบบการเทรดต่างๆ
โดยการทำ Backtest เพื่อฝึกฝนให้เกิดความมั่นใจก่อน

11. Module 11 Workshop การเปิดพอร์ตเพื่อทดลองเทรด

เรียนการทดสอบระบบการเทรดต่างๆ
โดยการทำ paper trading

12. module 12 เปิดบัญชีเทรดจริงทันที

หลักสูตรการเรียนการสอน/ค่าเล่าเรียนรวม=10000 (หลักสูตรปกติ)

1.ทฤษฎีเนื้อหา รายละเอียด options เต็มสูตร
2.หน้าจอเทรด realtime โบรกเกอร์ 10 กว่าโบรกเกอร์ในประเทศอเมริกา
3.การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน realtime (ทันเหตุการณ์รายวินาทีต่อวินาที)
3.1 รายละเอียดEvent ข้อมูล ข่าวสาร realtime
3.2 Load ฐานข้อมูล realtime +
3.3 translator ล่วงหน้า เร็วกว่า website แปลไทย 1 ชั่วโมง
4.การวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิค graph 150 กว่าแบบ
4.1 รายละเอียดเนื้อหาข้อมูลทางเทคนิค
4.2 load หน้าจอ realtime ใช้วิเคราะห์เทคนิค

5.ภาคปฎิบัติการ MIX FIVE สำคัญที่สุดในโลก สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ
5.1 สอนรายละเอียดการใช้ หน้าจอ 1.เทรดจริง realtime ใช้เฉพาะส่งคำสั่งซื้อขาย
5.2 สอนรายละเอียด หน้าจอ 2.กราฟเทคนิค realtime ใช้ดูซื้อตรงไหนและได้กำไรถึงไหนปิดถานะตรงไหน
5.3 สอนรายละเอียด หน้าจอ 3.ข้อมูล ข่าวสาร event realtime ใช้ติดตามตั้งแต่ก่อนตลาดเปิดถึงปิดตลาด
5.4 สอนรายละเอียด หน้าจอ 4.ดัชนี12 ตัว, kpi, indicator, ตัวชี้นำ realtime ใช้ตัดสินใจทิศทางไปทางไหน
5.5 สอนรายละเอียด หน้าจอ 5. barchart realtime ใช้ติดตามการเคลื่อนไหวตัวหุ้นนั้นๆตลอดเวลารายทุกวินาทีตั้งแต่ต้นจนจบ

*********ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงหน้าจอเทรดซื้อ-ขาย เพียงหน้าจอเดียวแล้วสามารถทำกำไรได้ เป็นการเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างมากที่สุดครับ เพราะว่าการเป็นเทรดเดอรมืออาชีพต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือครบถ้วนรอบด้านรอบตัวครับ********


สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) www.tutorsnine.in.th


รับประกันคุณภาพเรียนจบได้เครื่องมือครบเทรดเป็นทันที 100%

*********มีสถาบันไหนที่อธิบายละเอียดเปิดเผยมากมายขนาดนี้ ตัดสินใจได้เลยครับ*********

***หัวใจมันอยู่ที่เราจะเปิดถานะซื้้้อสถานะอะไรตอนไหนฝั่งไหน และเราจะปิดถานะขายเมื่่อได้กำไรตอนไหนและจะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าSPOTหุ้นอ้างอิงราคาตลาดกลุ่มหุ้นอ้างอิงมันขึ้น+หรือลง-มากน้อยแค่ไหน จากอะไร เพราะอะไร อย่างไร ส่วนกราฟมันตามหลังไม่ใช่สาเหตุและต้นเหตุ
***ตลาดทุน SET, ตลาดอนุพันธ์ TFEX มี DERIVATIVES ซึ่ง optionsเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ทฤษฎีทั่วโลกเหมือนกันหมดที่นิยมมีแบบอเมริกากับแบบอังกฤษ ***

***เรารู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้ และอีก2-3วันข้างหน้า GOOG AAPL DJI S&P COMPOSITE ที่ใช้ในการเทรดออฟชั่น จะบวกหรือลบมากน้อยแค่ไหน เราสามารถรู้ได้100%***
*เรามีข้อมูลครบ เรามีเทคนิค เรามีกลยุทธมากมาย เรามีข้อมูลข่าวสารเรียลไทม์24ชั่วโมง *
***เรารู้ได้อย่างไรว่า SET100 ,SET50 พรุ่งนี้ และอีก2-3วันข้างหน้า จะบวกหรือลบมากน้อยแค่ไหน เรารู้ได้100%***
สนใจโทร 0837142630 สถาบัน ติวเตอร์ไนน์(nine) อาจารย์พิทยา*** หลักการคัดเลือก สัมภาษณ์ก่อน***
เวลาทำการ 8.00-17.00น

รายละเอียดหลักสูตร เรียน ภาคทฤษฎีพร้อมภาคปฏิบัติ 3-6 ชัวโมงเต็มครบทุกขบวนการแบบOJTที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในระบบคุณภาพ ISO ที่เรานำมาใช้ในการสอนสามารถเรียนรู้ได้เร็ว
สอน1-2ท่านและตัวต่อตัว เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ(เป็นโค๊ดและที่ปรึกษาตลอดชีพให้กับลูกศิษย์ทุกคน)
อุปกรณ์ ที่ต้องนำมาเรียน 1.สมุด ปากกา 2.ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษพอควร 3. ต้องนำNOTEBOOKมาด้วย เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญที่สุด
การเรียนการสอน แบบ OJT(on the job training)เป็นการสอนระบบ ISO มีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เรียลไทม์
1.เรียนทฤษฎี 2.เรียนภาคปฏิบัติ 3.เปิดบัญชี 4.LOADหน้าจอเทรดจริงเรียลไทม์
อุปกรณ์ ที่ใช้ในการเทรด 1.คอมพิวเตอร์ 2.อินเตอร์เน็ทความเร็วสูง

สถานที่เรียน 1. เซ็นทรัลพลาซ่าพระรามที่2(สำหรับกรุงเทพและปริมณฑล สถานที่เรียนต้องมีสัญญาน 3จี เต็มMAX และหรือWIFI และหรือ สัญญาน INTERNET แรงๆเต็มSPEED )

สถานที่เรียน 2. เซ็นทรัลพลาซ่าบางนา


***สาเหตุที่ไม่สามารถสอนและเรียนทางไกลได้100% เพราะมีภาคปฏิบัติการ 100%และมีการลงซอฟแวร์(โปรแกรม) 100%***

รับประกันคุณภาพเรียนจบได้เครื่องมือครบเทรดเป็นทันที 100%

เวลาเรียนหลักสูตรปกติ 1 วัน เริ่ม 10.00น-16.00น เสาร์หรืออาทิตย์ และ จันทร์-ศุกร์ เริ่ม 11.00น เป็นต้นไป


สถาบันติวเตอร์ไนน์(NINE) HTTP://TUTORSNINE.IN.TH อาจารย์ พิทยา มีแต่ให้สิ่งที่ดีดี สำหรับคนไทยทุกคน สำหรับสิ่งที่ให้ความรู้ฟรีไม่เคยหวังผลตอบแทนใดใด เพียงแต่ขอให้ทุกคนเป็นคนดี มีวินัยในการเทรด
แล้วสำเร็จทุกคนครับ ถ้าอยากได้เครื่องมือโปรดขอมา อันใหม่ล่าสุดคืออันนี้ครับ สมบูรณ์ที่สุดแล้วในโลก
ดูได้ทั้งหมดเลย stock , forex ,binary options , options อเมริกา , futures คลิกสมัครเปิดบัญชีที่ลิ้งนี้ครับ

http://www.ironfx.com/en/register?utm_source=121607&utm_medium=ib_link&utm_campaign=IB

ถ้าไม่สามารถตั้งกราฟได้หรือตั้งไม่เป็นขอให้ mail มาหาอาจารย์ครับ (กราฟตัวหุ้น ,กราฟฟอร์เร็ก ,กราฟไบนารี่ออปชั่น ,กราฟฟิวเจอร์ ,กราฟออปชั่นอเมริกา )... ขอเพียงแต่ขอมา...อาจารย์พิทยา...จะจัดหั้ยในทันได...

***ยินดีต้อนรับ เช่นเคย รองรับศิษย์เก่าจากสถาบันอื่น ต่างสถาบัน ที่เรียนแล้ว ไม่เข้าใจ ไม่สามารถเทรดได้ ไม่สามารถฝากเงินเข้าบัญชี broker ตนเองได้ ไม่สามารถเปิดบัญชีได้ ได้เครื่องมือมาไม่ครบ เทรดไม่ได้กำไร เทรดไม่ได้ผล เช่นเดิมที่สถาบันเรายินดีช่วยเหลือเติมเต็มเสมอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา***

** รับประกันคุณภาพ **เข้าเทรดถูกจังหวะและเวลายังไงก็ได้กำไร**

ของแท้ต้องมีผลงานทำกำไรแสดงให้เห็น ปรากฏรูปด้านบนสุด ถ้าไม่เป็นจริงไม่สามารถโชว์ได้ ท่านเชื่อสถาบันไหน ต้องขอดูหลักฐาน วุฒิบัตร ใบผ่านงาน licence ของอาจารย์ผู้สอน ระบบการเรียนการสอนเป็นแบบ OJT สามารถเรียนรู้ได้เร็วและเข้าใจง่าย

ถ้าสนใจเรียน ติดต่อ อาจารย์พิทยา 0837142630 0864195392 และขอรายละเอียดได้ที่ mail: battgsdee@hotmail.com
กำหนดวันสอน โดยผู้เรียน นัดวันว่างมาเอง 1 วัน
การดูแลลูกศิษย์สามารถ ถามคำถามได้ตลอดเวลา ตลอดชีพ ทาง mail
ขออภัยถ้าไม่ว่างรับสายโปรดติดต่อทาง mail ขอบคุณครับ mail: battgsdee@hotmail.com



********* ถ้าสนใจเรียน วันเสาร์ อาทิตย์ โปรดติดต่อทาง MAIL = BATTGSDEE@HOTMAIL.COMหรือทาง
LINE= PITAYA_RIN
โทรติดต่อ อาจารย์พิทยา 0837142630 ,0864195392
ราคา: 20,000 บาท  
สภาพสินค้า: ใหม่ ระยะเวลาการใช้งาน: -
 
ข้อมูลการส่งสินค้าและการชำระเงิน
การจัดส่งสินค้า: จัดส่ง
พื้นที่จัดส่งสินค้า: จัดส่งทั่วโลก
รายละเอียดการส่งสินค้า/ นัดรับสินค้า: ใช้เวลาเรียน 1 วัน เสาร์หรืออาทิตย์ สถานที่เรียน เซ็ลทรัลพลาซ่าพระรามที่2 ชั้น 1 และที่เซ็นทรัลพลาซ่าบางนา
เวลา 10.00น เป็นต้นไป จนกว่าจะจบหลักสูตร ครบทุกขบวนการ HTTP://BATTDEE-OPTIONS.IN.TH
และ 1 วัน จันทร์-ศุกร์ เริ่ม 11.00น จนกว่าจะจบหลักสูตร
วิธีการชำระเงิน: โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ,ธนาคารไทยพาณิชย์ 100% ก่อนเรียน แสดงเอกสารการโอนก่อนเรียน
และหรือเงินสด HTTP://BATTDEE-OPTIONS.IN.TH
ข้อมูลประกาศ
หมายเลขประกาศ: 12462184 ประเภทประกาศ: Standard Post
ลงประกาศเพื่อ: รับจ้าง/บริการ ลงประกาศเมื่อ: 27 พ.ค. 2555, 21:51:00
ที่อยู่ผู้ลงประกาศ: จังหวัดสมุทรสาคร » อำเภอเมือง IP ที่ลงประกาศ: 171.4.237.92|171.4.237.92
แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 13 ต.ค. 2557, 18:44:41 เลื่อนตำแหน่งล่าสุดเมื่อ: -
ข้อมูลผู้ขาย
สำหรับผู้ซื้อ
แจ้งลบประกาศ ส่งต่อประกาศ พิมพ์
สำหรับผู้ขาย
โฆษณาแสดงถึงวันที่
10 พ.ย. 2557
เลื่อนวันหมดอายุ เลื่อนตำแหน่งประกาศ แก้ไขประกาศ ลบประกาศ